ข้าต้องไปจากที่นี่!!
เจียงเยี่ยนครุ่นคิดด้วยความตื่นตระหนก ที่แท้ไป๋เหวินโจวพร่ำสอนวิทยายุทธให้เขา เพื่อให้เขาดึงพลังเทพดับสูญออกมาได้อย่างเต็มที่ จากนั้นค่อยหาโอกาสดูดลมปราณเทพดับสูญจากเขา ซึ่งสามารถดูดพลังได้เต็มที่กว่า
นี่ก็คล้ายกับการกินเนื้อ หากท่านกินลูกวัวก็จะได้เนื้อไม่มากนัก หากท่านกินแม่วัวก็จะได้เนื้อมากมายกว่าหลายเท่า
เจียงเยี่ยนวิ่งออกจากห้องไป๋เหวินโจวอย่างรวดเร็ว ข้าวของที่โต๊ะไป๋เหวินโจวตกหล่นกระจาย โดยเฉพาะกระดาษเกลื่อนกลาดเต็มห้อง
เจียงเยี่ยนทะยานกายดุจสายลมพัด ร่างเขาราวกับลอยล่องไปในอากาศ เดือนหนึ่งมานี้เขาได้รับการชี้แนะวิชาตัวเบาเพิ่มเติมจากจากไป๋เหวินโจว ทำให้วิชาตัวเบาซึ่งแต่เดิมเป็นปมเด่นของเขาอยู่แล้วยิ่งโดดเด่นยิ่งขึ้น
ด้านวิชาตัวเบาเจียงเยี่ยนเริ่มสามารถเคียงบ่าเคียงไหล่กับยอดคนในยุทธจักรแล้ว
เจียงพุ่งกายผ่านลานกว้างซึ่งเป็นทุ่งหญ้า เข้าไปในถ้ำเล็กๆ ซึ่งดำมืด จากนั้นออกผ่านปลายถ้ำไปสู่ช่องแคบของหุบเขาอภิรมย์ เมื่อออกจากช่องเขาแล้วเขาอดคิดถึงไป๋เหวินโจวไม่ได้
หากไป๋เหวินโจวมิได้คิดจะดูดพลังเขาเล่า เขาหนีออกมาโดยพละการเช่นนี้ ไม่เป็นการเสียน้ำใจไป๋เหวินโจวซึ่งดูแลเขามาตลอดหรือ
เจียงเยี่ยนสับสนอย่างยิ่ง แต่เขาเคยถูกเทพสันโดษโอวหยางฉิวซึ่งแกล้งทำเป็นดีด้วยอาสาคุ้มครองเขา สุดท้ายโอวหยางฉิวก็เผยธาตุแท้ออกมาหาทางดูดพลังเขา ประสบการณ์นี้ยังจำฝังใจเจียงเยี่ยนมิรู้ลืม
ยุทธจักรโหดร้ายนัก หาดพลาดท่าเพียงนิดเดียวเขาต้องตายแน่นอน
เจียงเยี่ยนออกจากหุบเขาอภิรมย์ ระหว่างทางก็พักดื่มน้ำจากลำธาร เขาเดินไปตามทิศตะวันออก จวบจนถึงยามเซิน* เขาก็ออกจากหุบเขาอภิรมย์ได้สำเร็จ
เจียงเยี่ยนเดินทางต่อผ่านถนนใหญ่ไปยังเมืองน้อยแห่งหนึ่งที่ชื่อเมืองอู่โจว เมื่อเข้าถึงในเมืองก็เริ่มค่ำมืดแล้ว
แต่เดิมเจียงเยียนอาศัยอยู่ที่ทะเลสาบซีหูในเมืองหังโจว ซึ่งเป็นแห่งรวมอารยธรรมแดนใต้ มีความงดงามจับตา แต่เมืองอู่โจวกลับแตกต่างไป บ้านเรือนที่นี่ปลูกสร้างอย่างธรรมดาไม่มีสิ่งใดสะดุดตาเป็นพิเศษ
เจียงเยี่ยนเดินทางทั้งวันรู้สึกหิวโหยยิ่ง เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อเพื่อหาเงิน แต่เขารีบเร่งออกมาจากหุบเขาอภิรมย์ทำให้ลืมพกเงินติดตัวมา
เจียงเยี่ยนอดตบศีรษะตัวเองเบาๆ บ่นพึมพำมิได้
“เจ้าโง่ เมื่อต้องเข้าเมืองก็ต้องใช้เงิน ไฉนจึงลืมนำมาได้”
เจียงเยี่ยนหิวโหยอย่างยิ่งมิทราบจะทำอย่างไรดี เขาตกลงใจว่าอาจจำเป็นต้องหางานทำ แต่เขาใช้ชีวิตอย่างคุณหนูตระกูลใหญ่มาโดยตลอด จึงไม่ทราบจะต้องทำงานอะไร
เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามีสองวิธีที่เจียงเยี่ยนคิดได้ หนึ่งคือขโมย สองคือขออาหารเขา
หากแต่เจียงเยี่ยนไม่มีนิสัยขโมยของผู้อื่นมาก่อน จะให้ลดตัวเป็นขอทานเขาก็ไม่ยินดี
ขณะลำบากยากใจ เขาก็เห็นคนจำนวนมากก็เดินมาชุมนุมกันที่ด้านซ้ายขวาของถนน เจียงเยี่ยนรู้สึกประหลาดใจ
“มาแล้ว” บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งตะโกนขึ้น
ไม่นานเจียงเยี่ยนก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินมา ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสตรีสาวสวมชุดสีชมพูอ่อนมีราวสิบกว่าคน สตรีสาวเหล่านั้นมีสี่คนแบกเกี้ยวหลังหนึ่ง เกี้ยวนั้นมีลักษณะพิเศษต่างจากเกี้ยวทั่วไป คือด้านข้างของเกี้ยวล้วนเป็นผ้าแพรสีขาวมิใช่ทำจากไม้เหมือนเกี้ยวทั่วไป มีเสาสีแดงสี่เสาค้ำหลังคาเกี้ยวไว้
สตรีนางหนึ่งสวมชุดสีฟ้ามีผ้าคลุมหน้าสีขาว มิอาจเห็นใบหน้าชัดตานั่งอยู่ในเกี้ยว สีหน้านางสงบเรียบเฉย เจียงเยี่ยนไม่เคยเห็นเกี้ยวลักษณะเช่นนี้มาก่อนก็สนใจขึ้นมา
ผู้คนต่างมองสตรีในเกี้ยวนางนั้น โดยเฉพาะบุรุษต่างสนใจนางเป็นพิเศษ ทุกคนต่างอยากเห็นโฉมหน้านางให้ชัดตากว่านี้
ทันใดนั้น พลันปรากฏเงาสีดำวูบลงมาหน้าเกี้ยว คนชุดดำผู้หนึ่งใบหน้าผอมซูบ แววตาเย็นชา อายุประมาณสี่สิบ ด้านหลังสะพายกระบี่เล่มหนึ่งยืนขวางเกี้ยวไว้
“บังอาจ กล้าขวางเกี้ยวของคุณหนูหรือ?” สตรีเสื้อชมพูนางหนึ่งตวาดใส่ชายชุดดำ
“เจ้าคือคุณหนูเหลียนจูแห่งสกุลเหลียน?” บุรุษชุดดำถาม
“เจ้ารู้แล้วยังกล้าขวางเกี้ยวอีก” สตรีเสื้อชมพูดตวาดอีกครั้ง
“ลงจากเกี้ยวแล้ว ตามข้ามา” บุรุษชุดดำกล่าวเสียงเย็นชา
เหล่าสตรีนับสิบคนต่างมีสีหน้าไม่พอใจ บุรุษชุดดำเป็นใครกล้าสั่งคุณหนูของนางเช่นนี้
ชาวบ้านบริเวณนั้นต่างซุบซิบเป็นการใหญ่ นึกไม่ถึงคนชุดดำกล้าโผล่กลางถนนบีบบังคับผู้คนราวกับไม่เห็นกฎหมายบ้านเมืองอยู่ในสายตา เจียงเยี่ยนเองก็มองเหตุการณ์นี้อย่างสนใจ
คนชุดดำขยับเท้าเล็กน้อย ร่างก็คล้ายเป็นเงาดำวูบหนึ่งพุ่งเข้าหาเกี้ยวคันนั้นอย่างรวดเร็ว เหล่าสตรีรับใช้รีบขัดขวางไว้ แต่ถูกร่างคนชุดดำกระแทกจนกระเด็นไปสองข้างทาง
คนชุดดำเข้าถึงเกี้ยวคันนั้นแล้ว มันยื่นมือหมายจับตัวเหลียนจู หากแต่เหลียนจูสะบัดมืออย่างรวดเร็ว ปรากฏลูกดอกสีทองห้าดอกออกจากมือนาง ปลายลูกดอกสลักเป็นรูปดอกไม้จวี๋ฮวา (ดอกเบญมาศหนูหรือเก๊กฮวย)
ลูกดอกทั้งห้าพุ่งใส่ใบบริเวณร่างกายท่อนบนของคนชุดดำอย่างแม่นยำ คนชุดดำกระโดดม้วนตัวกลางอากาศคราหนึ่งก็หลบรอดได้
เหลียนจูซัดลูกดอกจวี๋ฮวาอีกสามดอกตามติด คนชุดดำรีบชักกระบี่จากด้านหลังสะบัดควับๆ สามครากระแทกลูกดอกทั้งสามล่วงหล่นลงพื้น
เห็นด้ามและโกร่งกระบี่ของคนชุดดำสีดำสนิท ตัวกระบี่สีแดงฉานราวถูกย้อมด้วยโลหิต น่าสะพรึงอย่างยิ่ง
“หากเจ้าไม่ยอมไปกับข้าโดยดี ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว” คนชุดดำกล่าวอย่างเย็นชา
เหลียนจูยังคงอยู่ในเกี้ยวนิ่งเงียบไม่ตอบ ตอนนี้สาวใช้ที่ยกเกี้ยวให้นางต่างวางเกี้ยวหนีเตลิดไปหมดแล้ว
คนชุดดำตวาดดังลั่นราวเสียงอัสนีบาต มันพุ่งกายเข้าหาเหลียนจูใหม่ ครานี้มันกรีดกระบี่ออกจนผ้าคลุมเกี้ยวขาดกระจุยกระจาย
เหลียนจูซัดลูกดอกออกอีกสามดอก คนชุดดำต่างปัดกระเด็นหมดสิ้น แต่ชั่วขณะนั้นเอง เหลียนจูพลันหยิบผ้าแพรสีฟ้าจากข้างกายสะบัดออกไป
คนชุดดำรีบฟันกระบี่ตัดผ้าแพรนั้น มิคาดผ้าแพรนั้นคล้ายมีชีวิตหลบรอดกระบี่คนชุดดำได้ จากนั้นพุ่งเข้าด้านหลังคนชุดดำ คนชุดดำรีบสะบัดกระบี่กลับหลัง แต่ผ้าแพรนั้นพลันถูกดึงกลับไป คนชุดดำจึงฟันพลาดผิด
เหลียนจูขยับข้อมือไปมา ผ้าแพรนั้นก็พุ่งจู่โจมใส่จุดชีพจรสำคัญของคนชุดดำ หากแต่กระบี่คนชุดดำคมกล้าอย่างยิ่ง คุณเหลียนไม่กล้าใช้ผ้าแพรจู่โจมคนชุดดำมากเกินไป นางมักดึงผ้าแพรกลับมาคุ้มครองตน ไม่เร่งจู่โจม
ทันใด เหลียนจูซัดลูกดอกออกอีกสองดอก คนชุดดำหลบหนึ่งดอก อีกดอกหนึ่งมันใช้กระบี่กระแทกทิ้งไป
มิคาด เหลียนจูกลับหันกายไป นางสะกิดเท้าคราหนึ่งก็ทะยานกายหนี วิชาตัวเบาของนางยอดเยี่ยมยิ่ง ทุกคนเห็นร่างนางลอยกลางอากาศพร้อมถือผ้าแพรไม่ต่างจากเทพธิดาบนสวรรค์ลงมาเยือนโลกมนุษย์
คนชุดดำพุ่งร่างตามติดเหลียนจูอย่างไม่ลดละ เห็นเหลียนจูสะกิดเท้าคราหนึ่งก็กระโดดขึ้นหลังคาบ้านผู้คน แต่คนชุดดำก็มีวิชาตัวเบาสูงเยี่ยม ไม่นานมันก็ตามเหลียนจูจนเกือบทัน
ทั้งสองใช้วิชาตัวเบาอันสูงส่งวิ่งไล่กันบนหลังคาบ้านผู้อื่น เห็นเงาบ้านแต่ละหลังถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว แสดงว่าทั้งสองเร่งใช้วิชาตัวเบาถึงที่สุดแล้ว!
ไม่นานคนชุดดำก็วิ่งไล่ทันเหลียนจูจนห่างกันเพียงก้าวเดียว คนชุดดำแทงกระบี่ออกดุจสายฟ้าใส่กลางหลังคุณหนูเหลียน
เหลียนจูได้ยินเสียงอาวุธแทงมาก็ก้มกายหลบ นางถีบเท้าไปด้านหลังใส่ท้องคนชุดดำ
คนชุดดำถอยกายไปสองก้าวก็หลบเท้าเหลียนจูได้ เห็นเหลียนจูหันกายมาสะบัดผ้าแพรพุ่งใส่คนชุดดำดุจอสรพิษ วิชาผ้าแพรนางลดเลี้ยวไปมา แม้คนชุดดำจะมีเพลงกระบี่สูงเยี่ยมก็มิอาจหาโอกาสตัดผ้าแพรนางขาดได้
ตัวกระบี่สีแดงของคนชุดดำพลันเปล่งแสงสีแดงพร้อมเสียงตวาดก้อง มันแทงกระบี่ออก ปรากฏเป็นคลื่นกระบี่สีแดงพุ่งใส่เหลียนจูทันที!
เหลียนจูใจสั่นสะท้าน ไม่คิดว่าคนชุดดำจะมีฝีมือถึงขั้นยิงลมปราณออกจากอาวุธได้ นางรีบสะบัดม้วนผ้าแพรเป็นรูปวงกลมป้องกันพลังกระบี่ของคนชุดดำ
ได้ยินเสียงแพรฉีกหลายครั้ง ผ้าแพรของเหลียนจูถึงกับขาดกระจุยไม่มีชิ้นดี เศษผ้าปลิวว่อนไปตามสายลม
คนชุดดำจี้กระบี่ใส่เหลียนจูอีก แต่ทันใดก็มีแสงสีขาวพุ่งใส่กระแทกกระบี่มัน ทำให้กระบี่มันเบี่ยงเบนไป
คนชุดดำและเหลียนจูหันไปมองเห็นบุรุษหน้าตาอ่อนเยาว์หล่อเหลาน่ารักผู้หนึ่ง
เป็นเจียงเยี่ยน!
เจียงเยี่ยนชมดูการต่อสู้ของคนชุดดำและเหลียนจู แม้จะไม่ทราบว่าทั้งสองมีความแค้นอย่างไรต่อกัน แต่มันก็ทนเห็นสตรีโดนรังแกไม่ได้ เมื่อเหลียนจูและคนชุดดำต่างใช้วิชาตัวเบาวิ่งทะยานบนหลังคา เจียงเยี่ยนก็ลอบติดตามมาด้วย วิชาตัวเบาของเจียงเยี่ยนความจริงก็สูงส่งอยู่แล้ว เมื่อได้รับคำชี้แนะจากไป๋เหวินโจว วิชาตัวเบาของเขายิ่งจัดอยู่ในแนวหน้าของยุทธจักร
“เจ้าทำร้ายนางทำไม?” เจียงเยี่ยนถาม
คนชุดดำแค่นหัวร่อ “เจ้าเป็นใคร? อยากตายหรือ?”
เหลียนจูรีบกล่าวว่า
“คุณชาย ท่านอย่าได้ยุ่งเกี่ยวเรื่องราวนี้ หากข้าสู้มันไม่ได้ ข้ายินยอมตายดีกว่าให้ผู้อื่นมาเสี่ยงด้วย”
ได้ยินคนชุดดำชี้กระบี่ไปที่เหลียนจูกล่าวว่า
“เหลียนจูขอเพียงเจ้าบอกที่อยู่คนแซ่ไป๋มา ข้าก็จะกลับทันที”
เหลียนจูส่ายหน้า
“ไม่มีทาง”
เจียงเยี่ยนใจหายวูบ หรือคนแซ่ไป๋ที่ว่าจะเป็นอาจารย์?
ขณะครุ่นคิด เห็นคนชุดดำพุ่งกายพร้อมกระบี่แดงจี้ใส่หน้าอกเหลียนจูทันที
เจียงเยี่ยนต้องการรู้เรื่องราว เขาต้องขัดขวางคนชุดดำให้ได้!
จบตอนที่ 24คนชุดดำและเหลียนจูเกี่ยวข้องคนแซ่ไป๋อย่างไรนะ ใช่ไป๋เหวินโจวหรือเปล่า ตอนหน้าจะมาเฉลยพร้อมเรื่องราวที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น!*ยามเซิน - เวลา 15.00 น. จนถึง 16.59 น.
ดอกจวี๋ฮวา (เก๊กฮวย) ดอกไม้ซึ่งถูกนำมาต้นแบบในการแกะสลักปลายอาวุธลับของเหลียนจู