เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 24 ท่องยุทธจักร



    ข้าต้องไปจากที่นี่!!
    เจียงเยี่ยนครุ่นคิดด้วยความตื่นตระหนก ที่แท้ไป๋เหวินโจวพร่ำสอนวิทยายุทธให้เขา เพื่อให้เขาดึงพลังเทพดับสูญออกมาได้อย่างเต็มที่ จากนั้นค่อยหาโอกาสดูดลมปราณเทพดับสูญจากเขา ซึ่งสามารถดูดพลังได้เต็มที่กว่า
    นี่ก็คล้ายกับการกินเนื้อ หากท่านกินลูกวัวก็จะได้เนื้อไม่มากนัก หากท่านกินแม่วัวก็จะได้เนื้อมากมายกว่าหลายเท่า
    เจียงเยี่ยนวิ่งออกจากห้องไป๋เหวินโจวอย่างรวดเร็ว ข้าวของที่โต๊ะไป๋เหวินโจวตกหล่นกระจาย โดยเฉพาะกระดาษเกลื่อนกลาดเต็มห้อง

    เจียงเยี่ยนทะยานกายดุจสายลมพัด ร่างเขาราวกับลอยล่องไปในอากาศ เดือนหนึ่งมานี้เขาได้รับการชี้แนะวิชาตัวเบาเพิ่มเติมจากจากไป๋เหวินโจว ทำให้วิชาตัวเบาซึ่งแต่เดิมเป็นปมเด่นของเขาอยู่แล้วยิ่งโดดเด่นยิ่งขึ้น
    ด้านวิชาตัวเบาเจียงเยี่ยนเริ่มสามารถเคียงบ่าเคียงไหล่กับยอดคนในยุทธจักรแล้ว
    เจียงพุ่งกายผ่านลานกว้างซึ่งเป็นทุ่งหญ้า เข้าไปในถ้ำเล็กๆ ซึ่งดำมืด จากนั้นออกผ่านปลายถ้ำไปสู่ช่องแคบของหุบเขาอภิรมย์ เมื่อออกจากช่องเขาแล้วเขาอดคิดถึงไป๋เหวินโจวไม่ได้
    หากไป๋เหวินโจวมิได้คิดจะดูดพลังเขาเล่า เขาหนีออกมาโดยพละการเช่นนี้ ไม่เป็นการเสียน้ำใจไป๋เหวินโจวซึ่งดูแลเขามาตลอดหรือ
    เจียงเยี่ยนสับสนอย่างยิ่ง แต่เขาเคยถูกเทพสันโดษโอวหยางฉิวซึ่งแกล้งทำเป็นดีด้วยอาสาคุ้มครองเขา สุดท้ายโอวหยางฉิวก็เผยธาตุแท้ออกมาหาทางดูดพลังเขา ประสบการณ์นี้ยังจำฝังใจเจียงเยี่ยนมิรู้ลืม
    ยุทธจักรโหดร้ายนัก หาดพลาดท่าเพียงนิดเดียวเขาต้องตายแน่นอน

    เจียงเยี่ยนออกจากหุบเขาอภิรมย์ ระหว่างทางก็พักดื่มน้ำจากลำธาร เขาเดินไปตามทิศตะวันออก จวบจนถึงยามเซิน* เขาก็ออกจากหุบเขาอภิรมย์ได้สำเร็จ
    เจียงเยี่ยนเดินทางต่อผ่านถนนใหญ่ไปยังเมืองน้อยแห่งหนึ่งที่ชื่อเมืองอู่โจว เมื่อเข้าถึงในเมืองก็เริ่มค่ำมืดแล้ว
    แต่เดิมเจียงเยียนอาศัยอยู่ที่ทะเลสาบซีหูในเมืองหังโจว ซึ่งเป็นแห่งรวมอารยธรรมแดนใต้ มีความงดงามจับตา แต่เมืองอู่โจวกลับแตกต่างไป บ้านเรือนที่นี่ปลูกสร้างอย่างธรรมดาไม่มีสิ่งใดสะดุดตาเป็นพิเศษ
    เจียงเยี่ยนเดินทางทั้งวันรู้สึกหิวโหยยิ่ง เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อเพื่อหาเงิน แต่เขารีบเร่งออกมาจากหุบเขาอภิรมย์ทำให้ลืมพกเงินติดตัวมา
    เจียงเยี่ยนอดตบศีรษะตัวเองเบาๆ บ่นพึมพำมิได้
    “เจ้าโง่ เมื่อต้องเข้าเมืองก็ต้องใช้เงิน ไฉนจึงลืมนำมาได้”
    เจียงเยี่ยนหิวโหยอย่างยิ่งมิทราบจะทำอย่างไรดี เขาตกลงใจว่าอาจจำเป็นต้องหางานทำ แต่เขาใช้ชีวิตอย่างคุณหนูตระกูลใหญ่มาโดยตลอด จึงไม่ทราบจะต้องทำงานอะไร
    เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามีสองวิธีที่เจียงเยี่ยนคิดได้ หนึ่งคือขโมย สองคือขออาหารเขา
    หากแต่เจียงเยี่ยนไม่มีนิสัยขโมยของผู้อื่นมาก่อน จะให้ลดตัวเป็นขอทานเขาก็ไม่ยินดี
    ขณะลำบากยากใจ เขาก็เห็นคนจำนวนมากก็เดินมาชุมนุมกันที่ด้านซ้ายขวาของถนน เจียงเยี่ยนรู้สึกประหลาดใจ
    “มาแล้ว” บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งตะโกนขึ้น

    ไม่นานเจียงเยี่ยนก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินมา ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสตรีสาวสวมชุดสีชมพูอ่อนมีราวสิบกว่าคน สตรีสาวเหล่านั้นมีสี่คนแบกเกี้ยวหลังหนึ่ง เกี้ยวนั้นมีลักษณะพิเศษต่างจากเกี้ยวทั่วไป คือด้านข้างของเกี้ยวล้วนเป็นผ้าแพรสีขาวมิใช่ทำจากไม้เหมือนเกี้ยวทั่วไป มีเสาสีแดงสี่เสาค้ำหลังคาเกี้ยวไว้
    สตรีนางหนึ่งสวมชุดสีฟ้ามีผ้าคลุมหน้าสีขาว มิอาจเห็นใบหน้าชัดตานั่งอยู่ในเกี้ยว สีหน้านางสงบเรียบเฉย เจียงเยี่ยนไม่เคยเห็นเกี้ยวลักษณะเช่นนี้มาก่อนก็สนใจขึ้นมา
    ผู้คนต่างมองสตรีในเกี้ยวนางนั้น โดยเฉพาะบุรุษต่างสนใจนางเป็นพิเศษ ทุกคนต่างอยากเห็นโฉมหน้านางให้ชัดตากว่านี้

    ทันใดนั้น พลันปรากฏเงาสีดำวูบลงมาหน้าเกี้ยว คนชุดดำผู้หนึ่งใบหน้าผอมซูบ แววตาเย็นชา อายุประมาณสี่สิบ ด้านหลังสะพายกระบี่เล่มหนึ่งยืนขวางเกี้ยวไว้
    “บังอาจ กล้าขวางเกี้ยวของคุณหนูหรือ?” สตรีเสื้อชมพูนางหนึ่งตวาดใส่ชายชุดดำ
    “เจ้าคือคุณหนูเหลียนจูแห่งสกุลเหลียน?” บุรุษชุดดำถาม
    “เจ้ารู้แล้วยังกล้าขวางเกี้ยวอีก” สตรีเสื้อชมพูดตวาดอีกครั้ง
    “ลงจากเกี้ยวแล้ว ตามข้ามา” บุรุษชุดดำกล่าวเสียงเย็นชา
    เหล่าสตรีนับสิบคนต่างมีสีหน้าไม่พอใจ บุรุษชุดดำเป็นใครกล้าสั่งคุณหนูของนางเช่นนี้
    ชาวบ้านบริเวณนั้นต่างซุบซิบเป็นการใหญ่ นึกไม่ถึงคนชุดดำกล้าโผล่กลางถนนบีบบังคับผู้คนราวกับไม่เห็นกฎหมายบ้านเมืองอยู่ในสายตา เจียงเยี่ยนเองก็มองเหตุการณ์นี้อย่างสนใจ
    คนชุดดำขยับเท้าเล็กน้อย ร่างก็คล้ายเป็นเงาดำวูบหนึ่งพุ่งเข้าหาเกี้ยวคันนั้นอย่างรวดเร็ว เหล่าสตรีรับใช้รีบขัดขวางไว้ แต่ถูกร่างคนชุดดำกระแทกจนกระเด็นไปสองข้างทาง
    คนชุดดำเข้าถึงเกี้ยวคันนั้นแล้ว มันยื่นมือหมายจับตัวเหลียนจู หากแต่เหลียนจูสะบัดมืออย่างรวดเร็ว ปรากฏลูกดอกสีทองห้าดอกออกจากมือนาง ปลายลูกดอกสลักเป็นรูปดอกไม้จวี๋ฮวา (ดอกเบญมาศหนูหรือเก๊กฮวย)
    ลูกดอกทั้งห้าพุ่งใส่ใบบริเวณร่างกายท่อนบนของคนชุดดำอย่างแม่นยำ คนชุดดำกระโดดม้วนตัวกลางอากาศคราหนึ่งก็หลบรอดได้
    เหลียนจูซัดลูกดอกจวี๋ฮวาอีกสามดอกตามติด คนชุดดำรีบชักกระบี่จากด้านหลังสะบัดควับๆ สามครากระแทกลูกดอกทั้งสามล่วงหล่นลงพื้น
    เห็นด้ามและโกร่งกระบี่ของคนชุดดำสีดำสนิท ตัวกระบี่สีแดงฉานราวถูกย้อมด้วยโลหิต น่าสะพรึงอย่างยิ่ง
    “หากเจ้าไม่ยอมไปกับข้าโดยดี ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว” คนชุดดำกล่าวอย่างเย็นชา
    เหลียนจูยังคงอยู่ในเกี้ยวนิ่งเงียบไม่ตอบ ตอนนี้สาวใช้ที่ยกเกี้ยวให้นางต่างวางเกี้ยวหนีเตลิดไปหมดแล้ว
    คนชุดดำตวาดดังลั่นราวเสียงอัสนีบาต มันพุ่งกายเข้าหาเหลียนจูใหม่ ครานี้มันกรีดกระบี่ออกจนผ้าคลุมเกี้ยวขาดกระจุยกระจาย
    เหลียนจูซัดลูกดอกออกอีกสามดอก คนชุดดำต่างปัดกระเด็นหมดสิ้น แต่ชั่วขณะนั้นเอง เหลียนจูพลันหยิบผ้าแพรสีฟ้าจากข้างกายสะบัดออกไป
    คนชุดดำรีบฟันกระบี่ตัดผ้าแพรนั้น มิคาดผ้าแพรนั้นคล้ายมีชีวิตหลบรอดกระบี่คนชุดดำได้ จากนั้นพุ่งเข้าด้านหลังคนชุดดำ คนชุดดำรีบสะบัดกระบี่กลับหลัง แต่ผ้าแพรนั้นพลันถูกดึงกลับไป คนชุดดำจึงฟันพลาดผิด
    เหลียนจูขยับข้อมือไปมา ผ้าแพรนั้นก็พุ่งจู่โจมใส่จุดชีพจรสำคัญของคนชุดดำ หากแต่กระบี่คนชุดดำคมกล้าอย่างยิ่ง คุณเหลียนไม่กล้าใช้ผ้าแพรจู่โจมคนชุดดำมากเกินไป นางมักดึงผ้าแพรกลับมาคุ้มครองตน ไม่เร่งจู่โจม
    ทันใด เหลียนจูซัดลูกดอกออกอีกสองดอก คนชุดดำหลบหนึ่งดอก อีกดอกหนึ่งมันใช้กระบี่กระแทกทิ้งไป
    มิคาด เหลียนจูกลับหันกายไป นางสะกิดเท้าคราหนึ่งก็ทะยานกายหนี วิชาตัวเบาของนางยอดเยี่ยมยิ่ง ทุกคนเห็นร่างนางลอยกลางอากาศพร้อมถือผ้าแพรไม่ต่างจากเทพธิดาบนสวรรค์ลงมาเยือนโลกมนุษย์
    คนชุดดำพุ่งร่างตามติดเหลียนจูอย่างไม่ลดละ เห็นเหลียนจูสะกิดเท้าคราหนึ่งก็กระโดดขึ้นหลังคาบ้านผู้คน แต่คนชุดดำก็มีวิชาตัวเบาสูงเยี่ยม ไม่นานมันก็ตามเหลียนจูจนเกือบทัน
    ทั้งสองใช้วิชาตัวเบาอันสูงส่งวิ่งไล่กันบนหลังคาบ้านผู้อื่น เห็นเงาบ้านแต่ละหลังถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว แสดงว่าทั้งสองเร่งใช้วิชาตัวเบาถึงที่สุดแล้ว!
    ไม่นานคนชุดดำก็วิ่งไล่ทันเหลียนจูจนห่างกันเพียงก้าวเดียว คนชุดดำแทงกระบี่ออกดุจสายฟ้าใส่กลางหลังคุณหนูเหลียน
    เหลียนจูได้ยินเสียงอาวุธแทงมาก็ก้มกายหลบ นางถีบเท้าไปด้านหลังใส่ท้องคนชุดดำ
    คนชุดดำถอยกายไปสองก้าวก็หลบเท้าเหลียนจูได้ เห็นเหลียนจูหันกายมาสะบัดผ้าแพรพุ่งใส่คนชุดดำดุจอสรพิษ วิชาผ้าแพรนางลดเลี้ยวไปมา แม้คนชุดดำจะมีเพลงกระบี่สูงเยี่ยมก็มิอาจหาโอกาสตัดผ้าแพรนางขาดได้
    ตัวกระบี่สีแดงของคนชุดดำพลันเปล่งแสงสีแดงพร้อมเสียงตวาดก้อง มันแทงกระบี่ออก ปรากฏเป็นคลื่นกระบี่สีแดงพุ่งใส่เหลียนจูทันที!
    เหลียนจูใจสั่นสะท้าน ไม่คิดว่าคนชุดดำจะมีฝีมือถึงขั้นยิงลมปราณออกจากอาวุธได้ นางรีบสะบัดม้วนผ้าแพรเป็นรูปวงกลมป้องกันพลังกระบี่ของคนชุดดำ
    ได้ยินเสียงแพรฉีกหลายครั้ง ผ้าแพรของเหลียนจูถึงกับขาดกระจุยไม่มีชิ้นดี เศษผ้าปลิวว่อนไปตามสายลม
    คนชุดดำจี้กระบี่ใส่เหลียนจูอีก แต่ทันใดก็มีแสงสีขาวพุ่งใส่กระแทกกระบี่มัน ทำให้กระบี่มันเบี่ยงเบนไป
    คนชุดดำและเหลียนจูหันไปมองเห็นบุรุษหน้าตาอ่อนเยาว์หล่อเหลาน่ารักผู้หนึ่ง
    เป็นเจียงเยี่ยน!

    เจียงเยี่ยนชมดูการต่อสู้ของคนชุดดำและเหลียนจู แม้จะไม่ทราบว่าทั้งสองมีความแค้นอย่างไรต่อกัน แต่มันก็ทนเห็นสตรีโดนรังแกไม่ได้ เมื่อเหลียนจูและคนชุดดำต่างใช้วิชาตัวเบาวิ่งทะยานบนหลังคา เจียงเยี่ยนก็ลอบติดตามมาด้วย วิชาตัวเบาของเจียงเยี่ยนความจริงก็สูงส่งอยู่แล้ว เมื่อได้รับคำชี้แนะจากไป๋เหวินโจว วิชาตัวเบาของเขายิ่งจัดอยู่ในแนวหน้าของยุทธจักร

    “เจ้าทำร้ายนางทำไม?” เจียงเยี่ยนถาม
    คนชุดดำแค่นหัวร่อ “เจ้าเป็นใคร? อยากตายหรือ?”
    เหลียนจูรีบกล่าวว่า
    “คุณชาย ท่านอย่าได้ยุ่งเกี่ยวเรื่องราวนี้ หากข้าสู้มันไม่ได้ ข้ายินยอมตายดีกว่าให้ผู้อื่นมาเสี่ยงด้วย”
    ได้ยินคนชุดดำชี้กระบี่ไปที่เหลียนจูกล่าวว่า
    “เหลียนจูขอเพียงเจ้าบอกที่อยู่คนแซ่ไป๋มา ข้าก็จะกลับทันที”
    เหลียนจูส่ายหน้า
    “ไม่มีทาง”
    เจียงเยี่ยนใจหายวูบ หรือคนแซ่ไป๋ที่ว่าจะเป็นอาจารย์?
    ขณะครุ่นคิด เห็นคนชุดดำพุ่งกายพร้อมกระบี่แดงจี้ใส่หน้าอกเหลียนจูทันที
    เจียงเยี่ยนต้องการรู้เรื่องราว เขาต้องขัดขวางคนชุดดำให้ได้!
    จบตอนที่ 24คนชุดดำและเหลียนจูเกี่ยวข้องคนแซ่ไป๋อย่างไรนะ ใช่ไป๋เหวินโจวหรือเปล่า ตอนหน้าจะมาเฉลยพร้อมเรื่องราวที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น!*ยามเซิน - เวลา 15.00 น. จนถึง 16.59 น.

    error loadedดอกจวี๋ฮวา (เก๊กฮวย) ดอกไม้ซึ่งถูกนำมาต้นแบบในการแกะสลักปลายอาวุธลับของเหลียนจู