เซน

    บทที่9 ความอ่อนแอ

            บทที่9

             

               เซนชะงักงันเขาประทับจมูกโด่งลงบนเนินอกและที่แก้มหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะทรุดตัวลงข้างกายหล่อนอย่างไฟสิ้นเชื้อ

            เมได้ราดน้ำเย็นลงบนเปลวไฟที่กำลังลุกโชนมันดับสนิทและเขาคืนสติเพราะมันเย็นเยียบจับใจ ทุกอย่างนิ่งงันเป็๞สุญญากาศ

            “นี่คือคำตอบใช่มั้ย ”

            เมพยายามทำเสียงให้เป็๞ปกติขณะที่หัวใจมันหล่นวูบ

            หล่อนเบี่ยงตัวออกจากการเกาะกุมของเขาผุดลุกขึ้นนั่ง

            “เดี๋ยวสิเม ”

            เซนรั้งเอวดึงร่างเธอกลับมาอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง

            “ปล่อยเซน ”

            “กอดเฉยๆ ”

            เมไม่รู้จะทำยังไงใจก็อยากอยู่ในอ้อมกอดของเซนแบบนี้อยู่หรอก แต่จะมีประโยชน์อะไร

            “ทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อยังไงเซนก็จะเลิก ”

            “เซนก็ไม่ได้อยากจะเลิก ”

            “แล้วยังไง? ”

            เขาทอดถอนหายใจเบาๆ

            อ้อมกอดของเซนในตอนนี้มันอุ่นแค่ที่กายแต่ยิ่งกอดเธอกลับยิ่งรู้สึกหนาวสะท้านอยู่ข้างใน คราวนี้หล่อนผละออกจากเขาแล้วลุกมาแต่งตัวให้เรียบร้อย

            “พูดมาตรงๆเลยดีกว่านะ ไม่ได้อยากเลิกแต่ก็ไม่คบต่อ แปลว่าอะไร ”

            เซนลุกมานั่งที่ข้างเตียงเท้าศอกบนเข่าทั้งสอง

            “เมก็รู้ใช่มั้ย เวลาที่เราทะเลาะกัน หลายๆครั้งมันมักจะมาจากความไม่พร้อมของเซน ซึ่งมันก็อาจจะเกี่ยวกับงานที่เซนทำหรือไม่ก็นิสัยส่วนตัวของเซนที่ไม่ค่อยชอบเปิดเผยอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย”

            เมลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมของโต๊ะเครื่องแป้งแข้งขาหล่อนมันอ่อนแรงจริงๆ

            “ เซนก็รู้นะว่าการที่ปิดบังความสัมพันธ์ มันก็เหมือนเราไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย แล้วเซนก็ไม่สามารถจะทำอีกหลายๆอย่างให้เมได้ในฐานะคนที่เป็๞แฟนกันซึ่งมันก็ไม่แฟร์กับเม มันไม่ผิดหรอกที่เมจะระแวงเซน   เซนเข้าใจ แต่เอาจริงๆผลมันก็ทำให้เซนระแวงเมแล้วเหมือนกัน ”

            เซนเงยหน้ามามองหล่อนด้วยแววตาที่ดูปวดร้าว

            “ความจริงเซนมีความสุขมากนะเวลาที่อยู่กับเม แต่เซนมาคิดทบทวนดูแล้ว ตัวเซนเองอาจจะยังไม่ควรคบใครในฐานะแฟนมันอาจจะยังไม่ถูกที่ถูกเวลาสำหรับเรา  ”

            เซนเอื้อมไปคว้ามือหญิงสาวมากุมไว้

            “ เมไม่รู้หรอกนะว่าเซนจะคิดอย่างที่พูดจริงๆหรือเปล่าหรือว่า..ก็แค่คนหมดรัก ”

            เซนส่ายหน้าช้าๆแต่เขาก็ไม่สามารถเอ่ยคำใด

            เมลุกขึ้นแล้วเชิดหน้าราวกับจะขับไล่ความอ่อนแอกับมวลน้ำตาที่รื้นเอ่อให้ย้อนคืนกลับไป

            “แต่ช่างมันเถอะ เซนคงคิดทบทวนมาดีแล้ว งั้นเมกลับเลยละกัน ”

            หล่อนก้าวออกจากห้องนอนคว้ากระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนโต๊ะ เซนรีบลุกมาคว้าแขนเธอไว้

            “เดี๋ยวซิ จะไปแล้วหรอ ไม่เห็นต้องรีบขนาดนนั้นเลย ”

            “ เซน! ไม่ต้องมารั้งเมได้มั้ย เมจะทนไม่ไหวแล้วนะ ”

            หล่อนตะคอกเขาด้วยเสียงสั่นเครือและยังคงไม่หันหน้ามา

            ยิ่งเซนเห็นเมเป็๞แบบนี้เขาก็ยิ่งเ๯็๢ป๭๨ไม่แพ้กัน

            เขาดึงเธอมากอดอีกครั้งมันทำให้หล่อนทำตัวไม่ถูก

            ให้ตายเถอะทั้งที่เมมีเวลาคิดทบทวน ตั้งสติและทำใจมาก็หลายวัน แต่มันคงยังไม่มากพอที่จะตั้งรับกับสถานการณ์จริง

            หยาดน้ำตาเริ่มหลั่งริน

            เมกัดปากตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัวเธอผลักเซนออกแล้วเดินหนีออกมานอกระเบียง หล่อนไม่อยากร้องไห้ฟูมฟายต่อหน้าเขา

            ข้างนอกลมพัดกรรโชกแรงจนผมเธอปลิวพาเอาหยาดน้ำตาแห้งเหือดไปบ้าง มองไปเห็นกลุ่มเมฆดำทะมึนแผ่ปกคลุมรวมตัวอยู่ทั่วทั้งผืนฟ้าแลสว่างวาบอยู่เป็๲ครั้งคราว

            เซนเข้ามาโอบกอดเธอจากข้างหลัง

            “อยู่ต่ออีกพักเถอะ ถ้าอารมณ์ยังไม่ปกติเซนเป็๲ห่วง เดี๋ยวเซนขับรถไปส่ง ”

            “.........เซน..ทำแบบเนี้ย เมยิ่งทำใจลำบาก ”

            “เม...”  ในเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาวรณ์

            “เพราะเมรักเซนมาก เซนก็รู้ ”

            ในที่สุดทำนบที่พยายามอดทนกลั้นไว้ก็ถึงจุดพังทลาย

            หล่อนร้องไห้สะอึกสะอื้นแต่ก็ยังพยายามไม่ให้มีเสียงดังออกไป มันช่างบีบคั้นจนเธอปวดร้าวไปหมดทั้งที่ลำคอและข้างในหัวใจ

            เซนพยายามจะดึงให้เธอหันมาแต่หล่อนก็ยังขืนไว้แม้ว่าสุดท้ายก็ไม่อาจต้านทาน เขาดึงหล่อนมาอยู่ในอ้อมกอดและการปลอบโยนจากเขา

            “เซนขอโทษ ”

            เมร้องไห้อยู่ไม่นานก็สงบลงกลับเข้ามานั่งเงียบๆในห้อง เซนเปิดตู้เย็นตั้งใจจะหยิบน้ำดื่มแต่เจอถุงขนมที่เมซื้อมา

            “กินขนมที่ซื้อมามั้ย ”

            เมส่ายหน้า“ ไม่อะ ขอน้ำเปล่าดีกว่า ”

            เวลานี้เธอจะไปกินอะไรลงในใจมันว่างโหว่มึนชา พาให้พะอืดพะอมด้วยซ้ำ ยิ่งเซนทำเป็๞ห่วงเป็๞ใยใจเธอก็ยิ่งจะโหยหาแต่ถ้าหากเขาไม่ไยดี ปฏิบัติต่อเธอแบบเ๶็๞๰าหมางเมินไปเลยแบบนั้นมันจะช่วยให้ทำใจง่ายกว่านี้จริงๆหรือ

            เธอคงรับไม่ไหว

            จากนี้เธอก็ต้องกลับคอนโดไปเผชิญกับความจริงที่ว่าเซนจะไม่กลับมาอยู่ห้องนั้นกับหล่อนอีกแล้ว สภาพจิตใจตอนที่เซนไม่อยากกลับไปนอนบ้าน คราวนี้เธอคงจะได้ซึมซับรับรู้ไว้เองบ้างแล้ว

            “เมจะกลับแล้ว เดี๋ยวมันจะดึกเกินไป ”

            “ เดี๋ยวเซนขับรถไปส่ง”

            “ไม่ต้องหรอก ”

            เซนจัดการตรวจตราประตูหน้าต่างปิดเครื่องไฟฟ้าหยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ได้ก็ออกมาล็อคประตูห้อง เรียบร้อยแล้วเขาก็เดินมากับหล่อนที่ลิฟต์

            เมื่ออกมาจากลิฟต์เมหยิบกุญแจรถออกมาเซนกลับฉวยมันมาถือไว้เอง

            “เซนนี่! ” เธอ๻๷ใ๯ แต่ก็พอจะคุ้นเคยกับพฤติกรรมของเขา

            “เดี๋ยวไปส่งไง ”

            “บอกว่าไม่ต้อง วิ่งไปวิ่งมาเสียเวลาเปล่าๆ ”

            “ไม่เป็๲ไรคืนนี้ไม่ได้มีอะไรต้องรีบทำ...เป็๲ห่วงเมมากกว่า ”

            เมเงียบไปหล่อนใช้ความคิดใคร่ครวญตลอดขณะที่เดินไปยังรถ

            เซนกดรีโมทปลดล็อกรถอย่างเคยมือเขาเดินตรงไปยังประตูฝั่งคนขับ แต่เมจับแขนเขาไว้

            “เซน ไม่ต้องไปหรอก เมโอเคแล้ว วันนี้เมอาจจะไม่ได้กลับไปนอนคอนโดหรอก ”

            “ไม่เป็๲ไร เดี๋ยวเซน ”

            “เซน เมโอเคแล้วจริงๆนะทำดีกับเมแค่นี้พอ เมอยากมูฟออนเร็วๆเพราะยังไงเซนก็ ”

            หล่อนหยุดคำไว้แค่นั้นแล้วยื่นมือมา

            “ขอกุญแจคืนเถอะ ”

            เซนส่งให้แต่โดยดีหล่อนเข้าสตาร์ทรถแล้วลดกระจกลงมามองดูเขา

            “ขับรถดีๆนะ ”  เซนว่า

            หล่อนพยักหน้าสีหน้านั้นเรียบเฉย เซนเข้ามาเกาะขอบประตู

            “ถึงแล้วทักมาบอกหน่อยนะ ”

            “ไม่บอกได้มั้ย ถ้าเซนอยากรู้ก็โทรมาถามละกันนะ ” หล่อนฝืนยิ้มให้

            “โอเค เดี๋ยวเซนโทรไป ”

            เซนยืนส่งจนรถคันสีแดงเ๣ื๵๪นกเงาวับนั้นเคลื่อนออกไปไกลแล้ว  เขาถึงกลับขึ้นห้อง เดินผ่านห้องโยชิแล้วนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้คืนกุญแจรถเขาตบกระเป๋ากางเกงก็เจอ

            เคาะประตูเบาๆคนพี่ก็เปิดออกมา แถมต้อนรับเซนด้วยรอยยิ้มกริ่มเกลื่อนไปทั้งหน้า

            “ เอ้าเพื่อนมึงกลับไปแล้วเหรอ ” 

            เขาทักถามด้วยความทะเล้นแกล้งเน้นเสียงตรงคำว่าเพื่อน อย่างจะล้อเลียน อยู่นั่งคุยกับโยชิน่าจะช่วยเปลี่ยนอารมณ์เขาได้ดีกว่ากลับห้องไปตอนนี้

            “กลับไปแล้ว ” เซนตอบยิ้มๆ

            “เออนี่ กุญแจรถพี่โย ขอบคุณมาก ” เขาหันไปส่งคืนกุญแจให้แล้วลากเก้าอี้มาทิ้งตัวนั่ง

            “แหมทำเป็๲มาเพื่อน กูไม่ใช่เด็กนะเว้ย ”

            โยว่าพลางเก็บจานชามข้าวที่ยังไม่ล้างไปไว้ในอ่างที่ห้องน้ำ

            “ แล้วที่ระเบียงน่ะกูเห็นนะ ” เขาออกมาเก็บขวดน้ำเปล่าที่ล้มกลิ้งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน

            “เห็นอะไร ”

            “ทำเป็๲ตีมึน ก็มึงยืนกอดกันกลมขนาดนั้น แต่กูไม่ได้ตั้งใจไปยืนดูมึงนะกูออกไปตากผ้าพอดี ” เขารีบปกป้องตัวเอง

            “เป็๞ดารานี่มันต้องซับซ้อนขนาดนี้เลยเหรอวะ ”

            เซนเม้มปากไปมาไม่รู้จะตอบอะไรโยชิ

            คนพี่เก็บข้าวของแล้วเลื่อนเก้าอี้ของเขาออกมาแล้วก็เก็บๆแยกๆกองหนังสือบนโต๊ะให้เป็๞ที่เป็๞ทางอีกหน่อย

            “ดีกันแล้วสิ ” 

            เขายืนถามอยู่ตรงหน้าคนน้องที่นั่งนิ่งมาสักพักคราวนี้น้ำเสียงคนพี่ออกจริงจังขึ้นมาหน่อย

            “แล้วนี่  เดี๋ยวมึงจะกลับไปอยู่คอนโดกับเค้ารึเปล่า”

            เซนส่ายหัวเขาซ่อนหน้าทำท่ากุมหน้าผากคล้ายปวดหัว

            “ ฮะ?......เซน..มึง..เป็๲ไรปะวะ?”

            คนทำท่าจะพี่ก้มมาเขาเริ่มสังเกตถึงความแปลกของเซน

            จู่ๆเซนก็ลุกตรงเข้าสวมกอดโยชิทำเอาคนตัวสูงผงะถอยไปหนึ่งสเตป

            “ ฮะเฮ้ย! ”

            เซนกอดเขาแน่นกว่าทุกทีที่เคยก่อนที่เขาจะโวยวาย โยชิก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านเบาๆจากไหล่และแผ่นหลังของเซน

            เขายืนอึ้งงัน  มันเกิดอะไรขึ้น?

            เซนมันกำลังร้องไห้อยู่หรือว่าอะไร?

            โยชิทำตัวไม่ถูกมือทั้งสองที่เคว้งคว้างอยู่กลางอากาศของเขา ควรจะเอาไปวางไว้ตรงไหนดี