อูจิน เหม่อมองโทรศัพท์มือถือในมือก่อนแค่นหัวเราะ
“กล้าดีนี่หว่า”
ตั้งใจบอกเบอร์ปลอมให้อย่างนั้นเหรอ...
ถึงอย่างไรเขาก็รู้ที่อยู่บ้านอีกฝ่ายแล้วดังนั้นจึงไม่ใช่เื่ใหญ่ว่าจะขอติดหนี้บุญคุณสักสองสามวันแต่ตอนนี้ทำตัวหน้าด้านสักหน่อยก็ไม่น่าเป็อะไรหรอกมั้ง
เขาคิดหาข้ออ้างดีๆ ได้แล้ว
อูจินก้าวเนิบ ๆไปยังที่พักของแจมิน
“เฮ้อ”
แจมินถอนหายใจหลังเห็นนักเรียนคนอื่นเอาแต่ลอบมองเขาแล้วรีบหลบสายตาไปการที่ไม่มีพวกเด็กอันธพาลมาคอยก่อกวนมันก็ดีอยู่หรอกแต่เพื่อนคนอื่น ๆกลับพลอยหลบเลี่ยงไปด้วยนี่สิ
เว้นอยู่คนหนึ่ง
ถาดอาหารวางลงตรงหน้าแจมินที่นั่งกินข้าวอยู่คนเดียวบนโต๊ะสำหรับหกคน
“นี่ได้ยินว่าพี่คนนั้นคนเดียวซัดเ้าอันธพาลพวกนั้นจนน่วมหมดเลยเหรอ จริงหรือเปล่า”
แจมินถอนหายใจกับคำถามของอีซึลกิที่เป็ต้นตอของเื่นี้ซึลกิเป็คนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมองว่าสวย
แต่การไม่ใส่ใจการเรียนแล้วไปให้ความสนใจกับเื่รักๆ ใคร่ ๆถือเป็การทรยศต่อพี่สาวที่กระทั่งเวลานี้ก็ยังคงตรากตรำทำงานอย่างยากลำบาก
“กินข้าวไปเฉยๆ เถอะ”
“เห็นเขาว่าพี่คนนั้นเป็ลูกพี่ลูกน้องนายด้วยจริงไหมน่ะ”
ดูเหมือนข่าวลือจะแพร่ออกไปแบบแปลกๆ แล้วสิ ยังไม่ทันที่แจมินจะได้อธิบายอะไร ซึลกิก็หัวเราะคิกคักออกมาเสียก่อน
“ฮิ ๆนึกว่าจะหล่ออย่างเดียวซะอีก นี่มีแบ็กดีด้วยเหรอเนี่ยจากนี้อีซูฮยอกคงไม่มีหน้ามากวนนายแล้วละ”
การที่เขาพยายามอยู่ห่างๆ จากซึลกิไม่ใช่แค่เพราะรู้สึกผิดต่อพี่สาวเท่านั้นทั้งโรงเรียนแทบไม่มีใครไม่รู้ว่านักเลงอย่างอีซูฮยอกแอบชอบซึลกิข้างเดียวอยู่
ซึลกิไม่แม้แต่จะชายตามองอีซูฮยอกเลยสักนิดแถมยังเอาแต่มาคอยตอแยแจมินที่หน้าตาหล่อเหลาแน่นอนว่าอีซูฮยอกไม่มีทางมองแจมินในแง่ดีอยู่แล้ว
สาเหตุที่แจมินตั้งกำแพงใส่ซึลกินั้นจึงเป็เพราะการจับตามองของอีซูฮยอกด้วยเหมือนกัน
แต่ตอนนี้ไม่จำเป็ต้องใส่ใจแล้วก็ได้นี่นา
แม้ว่าอูจินจะไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องของเขาจริงๆ ก็ตาม แต่การที่ข่าวลือแพร่ไปอย่างนั้นก็ไม่ใช่เื่แย่อะไรพวกนักเรียนอันธพาลก็คงไม่พยายามจะหาเื่เขาอีกแล้ว
แจมินคิดว่านั่นเป็เื่ดีเขาไม่จำเป็ต้องสนใจสายตาใครแล้ว
“นายก็ชอบฉันใช่ไหมล่ะ”
แจมินมองซึลกิสีหน้าเหลือเชื่อหลังได้ยินเธอยิงคำถามตรงๆ ใส่เขาผู้หญิงอะไรใจกล้าได้ขนาดนี้นะ
คิ้วบนหน้าผากเนียนสวยของซึลกิมุ่นเป็ปมเธอทำปากยื่นแล้วพูด
“ทำไมอะฉันไม่สวยหรือไง”
สวยสิแต่การที่โพล่งออกมาจากปากของตัวเองแบบมั่นใจขนาดนั้นก็ออกจะน่าขำอยู่นะ
“อะแฮ่มกินข้าวสักทีเถอะ”
การเรียนย่อมสำคัญกว่าเื่รักๆ ใคร่ ๆ อยู่แล้ว ความรักไว้ค่อยมีหลังหางานทำได้แล้วก็ยังไม่สายแม้เวลาพักกลางวันจะจบลงแล้ว แต่ซึลกิก็ยังตามตอแยเขาอยู่พักใหญ่หลังปลีกตัวออกมาได้แจมินก็มุ่งหน้าไปยังสถาบันกวดวิชา
ตริ๊ง ตริ๊ง
“อือ พี่”
ระหว่างทางกลับจากโรงเรียนเพื่อมุ่งหน้าไปสถาบันกวดวิชามักเป็่เวลาที่โดจีวอนพี่สาวของเขาจะโทร.มาหา
“ไม่มีเื่อะไรใช่ไหม”
“จะไปมีเื่อะไรได้ล่ะจริงสิ เมื่อวานผมเจอพี่ผู้ชายแปลก ๆ คนหนึ่งเขาบอกว่าเป็รุ่นพี่โรงเรียนเราห้าปีพี่รู้จักไหม เขาบอกว่าชื่อคังอูจินน่ะ”
พี่สาวเขาก็เป็รุ่นพี่โรงเรียนมัธยมปลายมีโดเหมือนกันมาคิด ๆ ดูแล้วพี่สาวก็เป็รุ่นพี่เขาห้าปีแสดงว่าอาจจะเคยเป็เพื่อนร่วมรุ่นของอูจินก็ได้
“เอ๋?อูจินเหรอเขาคือคนที่หายสาบสูญไปก่อนเกิดเหตุดันเจี้ยนอุบัตินี่...”
จีวอนก็จำอูจินได้เช่นกันแต่ก็เป็เพราะเขาหายตัวไป ทั้งโรงเรียนจึงรับรู้การมีตัวตนของเขาเพียงเท่านั้นสมัยเรียนเขาก็ไม่ใช่คนที่เธอสนิทสนมอะไรถึงขนาดนั้นด้วย
“อือพี่ก็รู้จักเขางั้นสินะ ถ้าสุดสัปดาห์นี้พี่กลับบ้านผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังพอดีพี่คนนั้นเขาช่วยผมเอาไว้นิดหน่อยน่ะ”
“โอเคแจมิน หมดเวลาพักของพี่แล้วละ ตั้งใจเรียนแล้วก็กินข้าวให้ครบทุกมื้อด้วยนะ”
พี่สาวทำงานที่โรงงานด้วยตารางที่อัดแน่นถึงสามกะ
เป็เพราะพี่สาวของเขาทำให้แจมินสามารถไปโรงเรียนได้โดยไม่ต้องกังวลเื่ค่าใช้จ่ายประจำวันใด ๆและยังไปเรียนเสริมที่สถาบันกวดวิชาได้อีกด้วยพี่สาวที่อายุมากกว่าห้าปีคนนี้เป็ทั้งพ่อและแม่สำหรับเขา
ทั้งยังเป็แรงกระตุ้นที่ทำให้เขาตั้งใจเรียนด้วย
“จริงสิเขาบอกว่าจะเอาเงินมาให้แล้วค่อยไป ก็ดันไปซะเฉย ๆ เลยแฮะ”
พอนึกถึงอูจินแจมินก็หัวเราะออกมาเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว
แม้จะดูเหมือนคนบ้าไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรขนาดนั้นตอนที่ซัดพวกเด็กอันธพาลจนน่วมดูน่ากลัวก็จริงแต่อีกฝ่ายก็ยังดีกับเขานี่นา
แค่ช่วยจัดการกับพวกอันธพาลพวกนั้นให้ก็มีค่ามากกว่าเจ็ดพันสามร้อยวอนแล้วตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะเอาเงินคืนหรอก แต่เ้าตัวยืนกรานว่าจะใช้คืนให้ได้แต่แล้วก็ดันจากไปซะเฉย ๆ อย่างนั้น พอคิดได้แบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมา
ติริริ้ง
หลังเรียนพิเศษเสร็จแจมินก็ลากสังขารอ่อนล้ากลับมาบ้าน แต่แล้วตาทั้งสองข้างก็ต้องเบิกโพลง
“เอ๊ะ?”
มีรองเท้าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนวางอยู่ในห้องและมีคนคนนั้นกำลังนั่งแกะส้มกินอยู่บนเตียง
“มาแล้วเหรอแจมิน”
“พะ...พี่พี่รู้รหัสผ่านเข้าบ้านผมได้ยังไงกันครับ”
“ก็เห็นตอนนายกดน่ะสิ”
“นะ...นี่มันบุกรุกที่อยู่อาศัยนะครับ”
“อ้อ จริงๆ ก็โทร.บอกก่อนมาแล้วน่ะนะ แต่ดันเป็คนอื่นรับสายนี่สิ”
“คะ...คือว่าเื่นั้น”
“ก่อนหน้านี้นายบอกว่ามาได้ตลอดนี่ที่ว่าจะให้นอนค้างด้วยน่ะ”
“นั่นผมแค่...”
แจมินที่มีชนักติดหลังเกิดพูดตะกุกตะกักขึ้นมาตอนนั้นเขากลัวว่าจะถูกไถเงินและถูกอัดจนน่วมขึ้นมาจริง ๆเลยให้เบอร์โทรศัพท์ปลอมไป...
“ไอ้น้องใครจะไปทำอะไรนาย มานี่ให้ไวเลย ฉันมีเื่จะถามน่ะ”
แจมินเดินไปนั่งตัวแข็งทื่อด้วยใจตุ้มๆ ต่อม ๆ เกิดเป็ภาพแปลก ๆราวกับสลับตำแหน่งเ้าของบ้านอย่างไรอย่างนั้นอูจินหยิบส้มที่ปอกไว้เข้าปากชิ้นหนึ่งแล้วเอ่ยถาม
“นายบอกว่าผู้ปลุกพลังหาเงินได้เยอะเหรอ”
“ชะ...ใช่ครับ”
“จากที่ลองหาข้อมูลมาไม่ว่าจะกิลด์หรือสมาคมอะไรก็เถอะสังกัดเยอะแยะไปหมด แล้วดันเจี้ยนก็มีทั้งแบบสาธารณะและก็แบบผูกขาดอธิบายให้ฟังหน่อยสิ”
แจมินเอียงศีรษะเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่คาดคิด
“ทำไมอยู่ๆ ถึงถามเื่นั้นล่ะครับ”
“ฉันว่าจะลองเคลียร์ดันเจี้ยนดูหน่อยน่ะ”
“พี่เป็ผู้ปลุกพลังเหรอครับ”
แจมินถามออกไปด้วยความใก่อนจะนึกตำหนิตัวเองขึ้นมาคนตรงหน้าคืออูจินที่ล้มพวกนักเรียนอันธพาลกว่ายี่สิบคนได้ในชั่วพริบตาถ้าไม่ใช่ผู้ปลุกพลังละก็คงไม่มีทางอธิบายการเคลื่อนไหวที่ราวกับภูตผีนั่นได้แน่
เขาก็บ้าคิดไปได้ว่าอีกฝ่ายฝึกศิลปะการต่อสู้มาจากูเาจีรี
“ฉันจำเป็ต้องใช้เงินน่ะช่วยเล่าเท่าที่นายรู้ให้ฟังหน่อย”
“ก่อนอื่นถ้าจะลงดันเจี้ยนสาธารณะพี่ต้องลงทะเบียนเป็ผู้ปลุกพลังกับทางสำนักงานบริหารจัดการผู้ปลุกพลังนะครับ”
แจมินมีความสนใจเกี่ยวกับกิลด์และผู้ปลุกพลังมากเป็ทุนเดิมไม่สิเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขาก็เป็แบบนี้เหมือนกันหมด
อูจินนั่งฟังอีกฝ่ายอธิบายด้วยความกระตือรือร้นอย่างเงียบๆ พลางแกะส้มกินไปด้วย
“แค่ไปลงทะเบียนผู้ปลุกพลังแล้วเคลียร์ดันเจี้ยนด้วยตัวเองคนเดียวก็น่าจะเป็วิธีที่ทำเงินได้มากที่สุดสินะ?”
แจมินทุบหน้าอกราวกับหงุดหงิดกับคำถามของอูจินนี่ฟังคำอธิบายของเขาไปอีท่าไหนกันเนี่ย
“ในแง่สัดส่วนการคำนวณตัวเงินจะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับแต่แบบนั้นมันอันตรายเกินไป การเข้ากิลด์เป็วิธีที่ดีที่สุดครับหรือจะเข้าทำงานที่สมาคมผู้ปลุกพลังไม่ก็สำนักบริหารจัดการแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน”
“นายบอกว่ากิลด์มีการสอบเข้าด้วยนี่ฉันไม่มีเวลารอจนกว่าผลจะออกหรอกนะแถมสมาคมกับสำนักบริหารจัดการก็เป็ระบบเงินเดือนหมดเลยไม่ใช่เหรอจะรอได้ยังไงตั้งเป็เดือน”
แจมินส่ายหน้า
“ถ้างั้นอย่างน้อยก็ต้องตั้งกลุ่มขึ้นมาครับดันเจี้ยนเป็ที่ที่อันตรายจริง ๆ นะครับ จริงสิ เห็นว่าซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วใช่ไหมครับงั้นพี่ต้องโหลดแอปนี้ไว้นะครับ”
“แอป?”
แจมินจึงจัดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันให้แทนอูจินที่ยังไม่คุ้นเคยกับสมาร์ตโฟน
“ผมดาวน์โหลดให้ก็แล้วกันเอ๋? กาแล็กกี้หนึ่งนี่นา ว้าวยังใช้ของแบบนี้อยู่เหรอครับเนี่ย คงจะเป็เครื่องที่คนที่บ้านเคยใช้ใช่ไหมครับ”
“นะ...นั่นมันมือถือรุ่นล่าสุดไม่ใช่เหรอ”
“ครับ?นี่น่ะตกรุ่นไปร่วมสี่ปีได้แล้วละครับอย่าบอกนะว่านี่พี่ซื้อเครื่องใหม่มาเลย?”
พอเห็นปฏิกิริยาของแจมินอูจินถึงได้รู้ว่าตัวเองถูกหลอกขายเข้าให้แล้ว
ไอ้คนขายโทรศัพท์นั่น พ่อจะฆ่าทิ้งแน่!
ไม่มีอะไรทำถึงขนาดมาหลอกสุดยอดเนโครแมนเซอร์ผู้นี้เลยอย่างนั้นเหรอถ้าเป็ที่ดาวอาร์เฟนละก็ นี่เป็เื่ที่ใครก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดเชียวละ
“อา...อืดสุดๆ เลยแฮะ เอาเถอะ อันนี้เป็ดันเจี้ยนฟอรัมครับ เดิมทีเป็แอปแนะนำสถานีรถไฟใต้ดินแต่หลังจากถูกทางสมาคมผู้ปลุกพลังซื้อไปจัดการยกเครื่องใหม่ตอนนี้กลายเป็แอปพอร์ทัลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับดันเจี้ยนไปแล้วละครับ”
แจมินพรั่งพรูสิ่งที่ตัวเองรู้ออกมาไม่หยุดดันเจี้ยนฟอรัมเป็แอปพลิเคชันที่รวมทุกอย่างเอาไว้ครบถ้วนจริง ๆมีั้แ่การประกาศรับสมัครสมาชิกเข้าร่วมการพิชิตรวมถึงฟังก์ชันค้นหาดันเจี้ยนที่กำลังอยู่ใน่เปิดให้เข้าพิชิตไปจนถึงฟังก์ชันแจ้งเตือนที่คอยแจ้งถึงดันเจี้ยนอันตรายซึ่งใกล้จะเกิดดันเจี้ยนเบรกเพื่อให้รีบอพยพได้ทันท่วงทีอีกด้วย
“ถ้าพี่ลงทะเบียนผู้ปลุกพลังแล้วล็อกอินด้วยไอดีผู้ปลุกพลังจะมีบันทึกประวัติให้ดูหมดเลยครับว่าในบรรดาดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกพิชิตมีใครเข้าไปแล้วบ้างหรือใครที่พิชิตไม่สำเร็จบ้าง”
“หืม”
หลังเรียนรู้วิธีใช้งานหน้าจอและลองแตะแอปพลิเคชันดูคร่าวๆ อูจินก็เอ่ยขึ้น
“เอาเถอะถ้าฉันใช้เ้านี่ลองหาแล้วไปลุยดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกพิชิตก็น่าจะได้สินะ?”
“เพื่อความปลอดภัยผมว่าเหมืองที่มีคนพิชิตไปแล้วน่าจะดีกว่านะครับ”
เหมืองซึ่งเป็ดันเจี้ยนที่ถูกพิชิตไปแล้วจะมีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆออกมา ซึ่งจะง่ายต่อการรวมกลุ่ม และปลอดภัยกว่ามากเพราะสามารถรู้ข้อมูลจำพวกตำแหน่งของศิลาย้อนกลับซึ่งเป็สิ่งสำคัญที่สุดหรือมอนสเตอร์ที่จะปรากฏตัวออกมา เป็ต้น
กิลด์หรือผู้ปลุกพลังที่พิชิตดันเจี้ยนสำเร็จเป็รายแรกจะได้ส่วนแบ่งของไอเท็มที่พบในดันเจี้ยนนั้นๆ ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้
นี่เป็การจ่ายค่าธรรมเนียมตามจำนวนที่กำหนดให้แก่สมาคมผู้ปลุกพลังและเป็ค่าธรรมเนียมบางส่วนสำหรับผู้ที่พิชิตสำเร็จคนแรกด้วย
สำหรับอูจินที่ยังฟื้นฟูพลังที่มีก่อนหน้านี้กลับคืนมาได้ไม่สมบูรณ์การเข้าไปยังเหมืองซึ่งเป็ดันเจี้ยนที่ถูกเคลียร์ทางสำหรับการสำรวจไว้เรียบร้อยแล้วก็นับว่าเป็ตัวเลือกที่ไม่เลวนัก
ปัญหาคือเหมืองแบบนั้นต้องจ่ายค่าเข้าสำหรับการเข้าครั้งแรกซึ่งถือเป็จำนวนเงินที่น่าหนักใจมากสำหรับอูจินในตอนนี้
ดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกพิชิตนั้นฟรีหมดทุกอย่างเนื่องจากเป็การท้าทายที่เอาชีวิตเป็เดิมพันส่วนเหมืองนั้นเปรียบเสมือนเหมืองทองคำที่แค่เข้าไปค้นหาไอเท็ม ซากมอนสเตอร์หรือบลัดสโตนก็คุ้มแล้ว ดังนั้นจึงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าเข้าจำนวนมหาศาล
“ดันเจี้ยนที่ทำเงินได้ดีนี่แค่ค่าเข้าก็เกินแสนวอนแล้วงั้นเหรอ”
“ชะ...ใช่ครับ”
ดันเจี้ยนที่ค่าเข้าสูงกว่านั้นมีอยู่เกลื่อนไปหมดแต่กลับไม่มีดันเจี้ยนที่ค่าเข้าตํ่ากว่านั้นเลยต่อให้มีดันเจี้ยนที่เข้าได้ฟรีเนื่องจากไม่ทำเงินจนถูกทิ้งร้างเอาไว้เหมือนสถานีกวาชอนทางออกหมายเลข 1 ก็ตาม
อูจินลังเลจะลองลุยดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกพิชิตสักตั้งดีไหมหรือจะไปลุยดันเจี้ยนที่ถูกพิชิตแล้วแม้ว่าจะได้รับผลตอบแทนน้อยแต่ก็ปลอดภัยดีล่ะ
ถึงจะลังเลแต่เขาก็มีคำตอบในใจแล้วพอคิดว่าจะเข้าไปเสี่ยงด้วยความห้าวหาญ เขาก็ฉุกคิดถึงครอบครัวขึ้นมาเสียก่อน
เขาไม่ได้เป็สาวกผู้ยึดถือความเที่ยงธรรมอะไรขนาดนั้นและเขาไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อจัดการดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกพิชิต
แต่จะบากหน้ากลับบ้านไปขอค่าเข้าดันเจี้ยนจากแม่ก็กระไรอยู่...
“ขอยืมเงินหน่อยสิ”
“...”