“ตามธรรมเนียมการแยกบ้านนั้น จำต้องระบุไว้ว่าคนเป็ลูกจะต้องแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดาด้วยนะพี่ใหญ่” แม่เฒ่าเซี่ยยังหมายหวังผลประโยชน์จากเด็กทั้งสาม
“เ้ายังมีหน้ามาพูดเื่นี้อีกหรือจิ่วเม่ยเ้าขายอาซือไปแล้วจะให้นางเอาอันใดมาตอบแทนบุญคุณเ้านางกลายเป็คนบ้านอื่นไปแล้ว อาซานก็ป่วยติดเตียงซือหยางยังเป็เด็กเล็ก จิ่วเม่ยไหนเ้าลองบอกพี่ใหญ่คนนี้ให้กระจ่างซิเ้ายัง้าสิ่งใดจากเด็กน่าสงสารพวกนี้อีก !”
เซี่ยคุนทั้งโกรธทั้งอยากทุบตีน้องสะใภ้คนนี้เหลือเกินหากน้องชายของเขายังอยู่ เด็กทั้งสามไม่มีทางวันได้รับความคับข้องใจแบบนี้เป็แน่
“ข้าเห็นด้วยกับท่านผู้นำตระกูล แม่เฒ่าเซี่ยเ้าอย่าได้คิดเอาเปรียบเด็กๆ เหล่านี้เลย ไม่เพียงแค่นั้นเ้ายังต้องมอบธัญพืชให้เด็ก ๆไว้สำหรับเลี้ยงชีพอีกด้วย” อวี่กังออกความเห็นช่วยเด็กบ้านสาม
“อันใดกัน ! พวกนางอยากแยกบ้านออกไปเอง มีสิทธิ์อันใดมาขอธัญพืชจากข้าอีก”
“จิ่วเม่ยนั่นหลานของเ้าเองนะ เป็สายเืของเ้าแท้ๆ แค่ให้ธัญพืชพวกเขาไว้กินสักสองสามวันจะเป็อันใดไป ยังมีบ้านกับที่นาอีก เ้าต้องแบ่งให้คนบ้านสามด้วย”
“พี่ใหญ่ท่านเลอะเลือนเกินไปแล้วก่อนหน้าท่านบอกว่าเด็ก ๆ พวกนี้ยังเล็ก ไม่จำเป็ต้องกตัญญูต่อข้ามาตอนนี้จะให้ข้าแบ่งที่นาให้อีก ท่านคิดว่าข้าโง่งมเพียงนั้นเลยหรือ ข้าไม่มีวันแบ่งที่นาให้คนบ้านสามเด็ดขาดให้ได้แค่บ้านหลังที่พวกเขาอยู่เท่านั้น หากอยากได้ธัญพืชข้าสามารถแบ่งธัญพืชหยาบให้ได้ราวหนึ่งชั่ง[1]”
“หนึ่งชั่ง ! เ้านี่มันเกินจะเยียวยาจริง ๆ” เซี่ยคุนชี้นิ้วใส่แม่เฒ่าเซี่ยก่อนจะสะบัดแขนเสื้อไปอีกทาง พ่นลมหายใจดังฟืดฟาดออกมา
เซี่ยซือซือกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ธัญพืชหยาบแค่หนึ่งชั่งจะไปทำอันใดได้ท่านย่าของนางใจไม้ไส้ระกำจริง ๆ ในใจคงไม่คิดว่านางกับน้อง ๆ เป็เืเนื้อเชื้อไขของตัวเองด้วยซ้ำ
“เอาเถอะเ้าค่ะ หากท่านย่าเมตตาพวกข้าสามพี่น้องเพียงธัญพืชหยาบหนึ่งชั่งเช่นนั้นวันข้างหน้า หากพวกข้าคนบ้านสามมีอันจะกินขึ้นมา ข้าจะแบ่งปันท่านย่าด้วยธัญพืชหยาบเพียงหนึ่งชั่งเช่นเดียวกันท่านปู่ใหญ่ท่านลุงผู้ใหญ่บ้าน พวกท่านเห็นควรว่าอย่างไร”
“ดี !ข้ากับผู้ใหญ่บ้านจะเป็พยานเื่นี้เอง หากวันข้างหน้าพวกเ้าบ้านสามมีกินมีใช้ขึ้นมาก็ตอบแทนท่านย่าของพวกเ้าด้วยธัญพืชหยาบหนึ่งชั่งนั่นแหละ” เซี่ยคุนถูกใจคำพูดนี้ของเซี่ยซือซือยิ่งนัก
“เฮอะ ! ยังไม่ทันไรเ้าก็ฝันหวานว่าจะได้อยู่ดีกินดีเสียแล้ว ไม่มีแม่เฒ่าอย่างข้าพวกเ้าจะอยู่รอดถึงสองวันหรือเปล่าก็ไม่รู้ข้าไม่กล้าหวังสูงให้พวกเ้ามาตอบแทนบุญคุณข้าหรอก แค่ไม่มาขอข้าวข้ากินเป็พอ”
“ท่านย่าหากวันข้างหน้าพวกข้าบ้านสามไม่มีอันจะกินจริงๆ พวกข้าจะไม่มาขอข้าวท่านกินหรอกเ้าค่ะ ท่านเองก็เหมือนกัน หากวันข้างหน้าไม่มีอันจะกินก็ไม่ต้องไปขอพวกข้าคนบ้านสามนะเ้าคะ”
“นังเด็กอกตัญญู ! เ้ารีบไสหัวออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้ พ่านเอ๋อพรุ่งนี้เ้ารีบให้เ้าใหญ่ไปก่อกำแพงกั้นบ้านสามออกไปเลยข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกมันอีก !”
“เ้าค่ะท่านแม่ ท่านพี่กลับมาเมื่อใดข้าจะรีบบอกให้ไปจัดการเ้าค่ะ” นางหลินรีบรับปากในทันที กั้นกำแพงย่อมดีเด็กป่วยติดเตียงจะได้ไม่มารบกวนพวกนางได้ นางไม่มีวันเชื่อว่าเด็กบ้านสามจะเอาตัวรอดได้
เมื่อจัดการกับเอกสารการแยกบ้านเสร็จเรียบร้อยแม่เฒ่าเซี่ยก็ขับไล่เซี่ยซือซือกลับบ้านนางในทันที เซี่ยซือซือจดจำบุญคุณของท่านปู่ใหญ่กับท่านลุงผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ในใจวันข้างหน้านางต้องหาโอกาสตอบแทนบุญคุณทั้งสองอย่างแน่นอน ส่วนคนที่ทำไม่ดีกับนางและน้องนางจำจารึกไว้ในใจเช่นเดียวกัน
ในบ้านใหญ่แม่เฒ่าเซี่ยกำลังสืบสาวหาเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจึงได้รู้ความจริงว่ายังมีคนร่วมลงมือทำร้ายเซี่ยซานซานอีกสองคน
“เ้านี่มันอย่างไรนะฮุ่ยหนิง ทำไมไม่พูดออกมาั้แ่แรกว่าไป๋ชิงกับเยี่ยนเอ๋อก็มีส่วนร่วมในเื่นี้” แม่เฒ่าเซี่ยบ่นหลานสาวที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย
“หากรู้ก่อนหน้าว่าเด็กสองคนนั้น มีส่วนทำให้อาซานเป็เช่นนี้จะได้ให้คนพวกนั้นมาช่วยจ่ายค่าหมอค่ายาให้”
“ท่านย่าเ้าคะ ข้าก็บอกอยู่ว่าข้าไม่ได้ทำแต่ไม่มีใครเชื่อข้าเลยเ้าค่ะนังตัวดีอาซือก็เอาแต่ป่าวประกาศว่าข้าทำอาซานตายอยู่นั่นแหละ พวกชาวบ้านเลยเชื่อนางกันหมดพอกลับถึงบ้านไป๋ชิงกับเยี่ยนเอ๋อก็หายหัวไปเลยเ้าค่ะ”
เซี่ยฮุ่ยหนิงเอยอย่างเคียดแค้นใจในสายตาของชาวบ้านนางกลายเป็คนผิดไปแล้ว แค่จะเอ่ยปากแย้งก็ถูกมองด้วยสายตาจ้องจับผิดทำให้นางไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมา ได้แต่ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยกันเอาเอง
“เ้าไม่ได้ทำเลยหรือฮุ่ยหนิงถ้าไม่ได้ทำจริงพวกชาวบ้านจะยืนกรานว่าเป็เ้าได้อย่างไรกัน”
นางจงเบ้ปากไม่เชื่อเด็ดขาด นิสัยใจคอหลานสาวคนนี้มีหรือนางจะไม่รู้งานหนักไม่เอางานเบาไม่สู้ วัน ๆเอาแต่แต่งเนื้อแต่งตัวเดินกรีดกรายไปมา เห็นใครสวยกว่าหน่อยไม่ได้เป็อันต้องเข้าไปหาเื่เขาก่อนกระทั่งเซี่ยยวี่เฟยลูกสาววัยแปดขวบของนาง ยังเคยถูกเซี่ยฮุ่ยหนิงเล่นงาน เหตุเพราะสวมใส่เครื่องประดับงดงามกว่า
แม่เฒ่าเซี่ยมีหรือจะไม่เข้าใจเหตุการณ์ลำพังเสื้อผ้าหน้าผมของหลานสาวตนเองยับเยินจนดูไม่ได้ก็พอเป็หลักฐานได้เป็อย่างดี ว่าเซี่ยฮุ่ยหนิงเป็คนลงไม้ลงมือกับเซี่ยซานซานจริงเพราะเหตุนี้นางจึงไม่อาจปฏิเสธความผิดของหลานสาวได้
“ท่านแม่ท่านอย่าถือโทษโกรธฮุ่ยหนิงเลยเ้าค่ะนางยังเด็กคงใที่เห็นอาซานสลบไปแบบนั้น เลยทำตัวไม่ถูกเ้าค่ะ”นางหลินรีบดึงมือลูกสาวมาลูบปลอบเบา ๆ
เด็กมารดาเ้าสิ !นางจงส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย เคราะห์ดีที่ลูกสาวนางตามสามีของนางเข้าไปในอำเภอเจียงจึงไม่ต้องมาอยู่ในเหตุความวุ่นวายนี้
“ว่าแต่เ้าไปทำอีท่าไหนล่ะฮุ่ยหนิง ทำไมนังเด็กตายยากอย่างอาซานถึงได้กลายเป็แบบนั้นไปได้”
“ท่านย่าข้าแค่จับหัวนางกระแทกคันนาดินเองนะเ้าคะใครจะไปคิดว่านางจะบอบบางปานนั้น”
จนป่านนี้เซี่ยฮุ่ยหนิงยังไม่เข้าใจเหตุใดเซี่ยซานซานถึงยังไม่ฟื้นขึ้นมาอีก มิหนำซ้ำพี่สาวของนางยังปั้นเื่ว่านางจับเซี่ยซานซานกระแทกก้อนหินไปอีกยิ่งทำให้นางดูแย่ในสายตาทุกคน
“เื่มันเกิดไปแล้วก็ช่างมันเถอะท่านแม่ข้าว่าเช่นนี้ก็ดีแล้วล่ะเ้าค่ะขืนท่านไปตามครอบครัวเด็กสองคนนั้นมาช่วยรับผิดชอบ พวกเขาต้องบ่ายเบี่ยงหาเื่พวกเราสกุลเซี่ยแน่อีกอย่างอาซือก็เขียนใบค้างชำระกับท่านหมออวี่ไปแล้วต่อไปหนี้ก้อนหนี้ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราอีก”
นางหลินพยายามหาข้อดีของเื่นี้มาลดหย่อนความผิดของลูกสาว
“จะว่าไปจริงอย่างพี่สะใภ้พูดนะเ้าคะนอกจากหนี้ก้อนนี้บ้านเราไม่ต้องจ่าย ยังไม่ต้องเปลืองข้าวเปลืองธัญพืชเลี้ยงพวกเด็กไร้ประโยชน์สามคนนั้นอีกเื่นี้ถือว่าเป็เื่ดีนะเ้าคะท่านแม่”
“จริงของพวกเ้า บ้านสามแยกบ้านออกไปแล้วต่อให้อดตายอยู่ข้างนอกก็ไม่เกี่ยวกับข้าอีกต่อไปใครหน้าไหนมันจะกล้ามาเอาเื่ข้าอีก” แม่เฒ่าเซี่ยหัวเราะออกมาอย่างสบายอกสบายใจก่อนหน้าคิดหาหนทางกำจัดเด็กบ้านสามแทบตาย ท้ายที่สุดวันนี้หญิงชราก็สมดังปรารถนา
ครอบครัวใหญ่ของแม่เฒ่าเซี่ยกำลังยินดีปรีดากับการแยกบ้านสามออกไปได้ขณะที่คนบ้านสามเองก็รู้สึกมีความสุขไม่น้อยไปกว่ากัน ทว่าความสุขนั้นกลับตามมาด้วยปัญหาอีกอย่างหนึ่ง
“อาซานลำบากเ้าแล้ว” เซี่ยซือซือกระซิบบอกน้องสาวเบาๆ
“ท่านพี่เป็อย่างไรบ้างเ้าคะข้าเกือบถูกน้องเล็กจับได้ตั้งหลายครั้ง เด็กนี่เอานิ้วมาจิ้ม ๆ ข้าด้วยเ้าค่ะ”เซี่ยซานซานรีบฟ้องพี่สาวทันที หันไปมองค้อนน้องชายที่หลับไม่ได้รู้เื่ราวอยู่ด้านข้าง
ได้ยินแล้วเซี่ยซือซือก็อดขำไม่ได้น้องชายของนางยังเด็กนัก ยังมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่ไม่น้อย เอื้อมมือไปจับมือน้องสาวเข้ามากุมไว้“พวกเราแยกบ้านได้แล้วล่ะอาซาน”
“จริงหรือเ้าคะ!”
“ซู่ววเบา ๆ สิ เ้ายังต้องเล่นละครนอนไม่ได้สติอยู่รู้ไหม”
“นี่ข้ายังต้องแสดงต่ออีกหรือเ้าคะข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้วท่านพี่”
“เป็เช่นนั้น หากเ้าฟื้นขึ้นมาตอนนี้เกรงว่าแผนการที่ข้าวางไว้ทั้งหมดคงพังครืนลงมาไม่เป็ท่า ตอนนี้พวกเราแยกบ้านออกมาแล้วท่านย่าไม่มีสิทธิ์เอาเ้ากับน้องเล็กไปขายให้ใครได้อีก ยิ่งไม่มีสิทธิ์บังคับพวกเ้าทำงานรับใช้พวกเขาอีกต่อไป”
“ข้าไม่ต้องทำงานให้คนบ้านใหญ่แล้วจริงหรือเ้าคะ”ความทุกข์ทรมานจากการถูกใช้งานหนัก ทำให้เซี่ยซานซานเ็ปจนฝังใจ
“จริงสิอาซาน วันข้างหน้าพวกเราจะมีครอบครัวของเราเองเพียงแต่ว่าข้ามีเื่ไม่สบายใจอยู่บ้าง”
“เื่อันใดหรือเ้าคะ”
“ท่านย่าจะให้ท่านลุงใหญ่มากั้นกำแพงบ้านสามกับบ้านใหญ่”
“แล้วไม่ดีหรือเ้าคะ”
“ลืมไปแล้วหรือว่าข้าต้องไปอยู่บ้านท่านป้าถาน”
“โอ๊ะ จริงด้วยเช่นนั้นข้าต้องอยู่บ้านหลังนี้กับน้องเล็กแค่สองคนหรือเ้าคะ”หน้าของเซี่ยซานซานซีดเซียวหนักกว่าเดิม นางไม่เคยห่างพี่สาวเลยสักวัน แค่เพียงคิดน้ำตาก็คลอเบ้า
เดิมทีเซี่ยซือซือคาดการณ์ไว้ว่าหากนางเข้าไปอยู่ในบ้านสกุลถานแล้ว ให้น้องทั้งสองอยู่บ้านหลังเก่าไปก่อนชั่วคราวถึงอย่างไรยังมีผู้ใหญ่อยู่ในบ้านบริเวณเดียวกัน แต่เมื่อแม่เฒ่าเซี่ย้ากั้นกำแพงความหวังของนางจึงพังทลายลง ยามค่ำคืนหากมีโจรผู้ร้ายบุกเข้าบ้านสามคนบ้านใหญ่คงไม่ปีนกำแพงมาช่วยน้อง ๆ ของนางแน่
ใจจริงนางไม่้าแยกจากน้องทั้งสองคนแต่นางไม่รู้ว่าบ้านสกุลถานเป็มาอย่างไร คนในบ้านยินดีต้อนรับนางหรือไม่ยังไม่รู้นิสัยใจคอของท่านป้าถาน และยิ่งไม่รู้ว่าสามีพิการของนางเป็คนแบบไหน เื่จะพาน้องๆ ไปฝากตัวขออาศัยนั้น คาดว่าเป็ไปได้ยากยิ่ง
[1] หนึ่งชั่ง คือ600กรัม