เสียงลมต้นฤดูหนาวพัดผ่านหน้าต่างเบาๆ ั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง อาโออิลืมตาขึ้นทั้งที่นาฬิกาปลุกยังไม่ดัง ห้องทั้งห้องยังจมอยู่ในความมืดสีเทามีเพียงแสงจันทร์ที่หลงเหลืออยู่ตรงมุมหน้าต่างเท่านั้น เธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีความฝันไม่มีเสียงเรียก ไม่มีเหตุผลอะไรเป็พิเศษ แต่เธอตื่นและไม่อยากหลับต่ออีกแล้ว
หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งดึงผ้าห่มลงจากตัว อากาศเย็นจนปลายเท้าชาเล็กน้อย เธอเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียง ตีห้าสิบหกเช้าเกินไปสำหรับคนที่ไม่มีธุระอะไรแต่เธอกลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่นิดเดียว อาโออิลุกจากเตียงเดินไปเปิดม่าน ท้องฟ้ายังไม่สว่าง ูเาไกล ๆเป็เพียงเงาสีเข้มซ้อนกันอยู่เหนือหมู่บ้านที่ยังหลับใหล เธอยืนมองอยู่นานแล้วจู่ๆ ก็หันกลับมาหยิบกล้องที่วางอยู่บนโต๊ะ ปลายนิ้วลูบสายคล้องกล้องอย่างแ่เบาจากนั้นจึงกดเปิดมันหน้าจอสว่างขึ้นภาพแรกปรากฏขึ้นบนจอเป็รูปเคนจิกำลังนั่งซ่อมรั้วหลังบ้าน แสงเย็นของฤดูร้อนตกกระทบใบหน้าของพ่อพอดีเขาไม่ได้มองกล้อง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกถ่าย
อาโออิยิ้ม เธอเลื่อนไปภาพต่อไป แม่กำลังหั่นแอปเปิลในครัวคุณยายฟูมิกำลังหัวเราะ ยูโตะกำลังชูปลาตัวเล็กที่จับได้จากลำธาร ต้นแอปเปิลในวันที่หิมะแรกตกแมวลายส้มที่ชอบนอนบนม้านั่งหน้าคาเฟ่ รถไฟขบวนเย็นที่วิ่งผ่านทุ่งหญ้า ภาพแล้วภาพเล่าไหลผ่านหน้าจอเวลาที่ถูกเก็บเอาไว้วันที่ผ่านไปแล้วและไม่มีวันย้อนกลับมา ปลายนิ้วของเธอหยุดลงภาพหนึ่งปรากฏขึ้น มาซาอากิเขากำลังยกลังแอปเปิลในสวน เหงื่อเปียกหน้าผาก เสื้อเชิ้ตยับไปทั้งตัวและทำหน้าราวกับโลกกำลังกลั่นแกล้งเขาอยู่เป็รูปจากวันเก็บแอปเปิลรูปที่เธอชอบมากรูปหนึ่ง
หญิงสาวเผลอหัวเราะเบาๆ “ตอนนั้นคุณดูเหนื่อยมากเลยนะ”
ไม่มีใครตอบเธอซูมเข้าไปที่ใบหน้าของเขา ดวงตา รอยย่นเล็ก ๆ ตรงหางตา รอยยิ้มจาง ๆที่ซ่อนอยู่แม้กำลังบ่นเื่งาน เธอมองอยู่นาน นานกว่าทุกครั้งจากนั้นจึงลดกล้องลงช้าๆ ห้องยังเงียบเหมือนเดิม ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่าง เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่จู่ ๆก็รู้สึกอยากออกไปถ่ายรูป อยากถ่ายทุกอย่าง อยากเก็บทุกอย่างเอาไว้เหมือนกลัวว่าจะลืมอะไรบางอย่างหรือเหมือนกลัวว่าอะไรบางอย่างกำลังจะหายไป
อาโออิก้มมองกล้องในมืออีกครั้งก่อนจะยิ้มบางๆ “วันนี้ถ่ายเยอะหน่อยดีกว่า”
เธอพูดกับตัวเองเบาๆ แม้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น
---
ครึ่งชั่วโมงต่อมา แสงแรกของวันเริ่มปรากฏขึ้นเหนือูเาอาโออิเดินออกจากบ้านพร้อมกล้องคล้องคอ หมู่บ้านยังเงียบ ไอเย็นลอยอยู่เหนือทุ่งหญ้าเสียงนกตัวเล็กดังขึ้นจากแนวต้นไม้ เธอหยุดตรงหน้าบ้านยกกล้องขึ้น แชะ ภาพหลังคาบ้านที่มีควันบางๆ ลอยขึ้นจากปล่องไฟ เดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว แชะ ภาพถนนสายเล็กที่ยังไม่มีใครเดินผ่านแชะ ภาพดอกไม้สีเหลืองที่ยังเหลืออยู่ข้างรั้ว แชะ ภาพเงาูเาใต้แสงเช้าเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับเธอกำลังพยายามเก็บทั้งหมู่บ้านเอาไว้
เมื่อมาถึงลำธารเธอหยุดเดินอีกครั้ง น้ำใสไหลผ่านก้อนหินเหมือนทุกวัน ไม่มีอะไรแตกต่างแต่เธอกลับยกกล้องขึ้นอีกแชะ เธอมองภาพบนหน้าจอแล้วเงยหน้ามองลำธารจริง ๆ จากนั้นก็กดชัตเตอร์อีกครั้งแชะ และอีกครั้ง แชะ
“ถ่ายเยอะจังเลย” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
อาโออิหันกลับมาคุณยายฟูมิกำลังถือถุงขนมปังและยิ้มให้เธอ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“เช้าวันนี้ขยันเป็พิเศษนะ”
หญิงสาวหัวเราะเล็กน้อย“ตื่นเช้าค่ะ”
ฟูมิมองกล้องในมือเธอ“วันนี้จะถ่ายให้ครบทั้งหมู่บ้านเลยหรือ”
อาโออิยิ้ม“อาจจะค่ะ”
“มีอะไรพิเศษหรือเปล่า”
เธอชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนส่ายหน้า“ไม่มีค่ะ”
คุณยายมองเธออยู่นานนานพอที่จะทำให้อาโออิรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุเข้าไปในหัวใจแต่สุดท้ายหญิงสูงวัยเพียงยิ้ม“ถ้างั้นก็ดี”
เธอเดินเข้ามาใกล้ยื่นขนมปังก้อนเล็กให้“กินอะไรสักหน่อย เดี๋ยวเป็ลม”
“ขอบคุณค่ะ”
ฟูมิยังไม่เดินไปไหนเธอมองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง“อาโออิ”
“คะ”
“วันนี้อากาศดีนะ”
หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าเมฆสีขาวบาง ๆ ลอยอยู่เหนือูเา แสงเช้าค่อย ๆ สว่างขึ้น
“ค่ะ”
คุณยายยิ้ม“งั้นก็ถ่ายรูปให้เยอะ ๆ”
ประโยคนั้นทำให้อาโออินิ่งไปเพียงชั่วครู่เท่านั้นก่อนเธอจะยิ้มกลับ
“ค่ะ”
แต่เมื่อฟูมิเดินจากไปแล้วหญิงสาวกลับยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานกล้องยังอยู่ในมือ สายลมเย็นพัดผ่านเส้นผมและเป็ครั้งแรกของเช้าวันนี้ที่ความรู้สึกประหลาดในอกกลับมาอีกครั้งเหมือนวันนี้...เป็วันที่ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ เธอก้มมองกล้องก่อนยกมันขึ้นอีกครั้งหันไปทางหมู่บ้านที่กำลังค่อยๆ ตื่นขึ้น แชะ เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นท่ามกลางแสงเช้าอันเงียบงันและไม่มีใครรู้เลยว่าวันธรรมดาวันนี้กำลังจะกลายเป็วันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของเธอ
หลังจากแยกกับคุณยายฟูมิอาโออิเดินต่อไปตามถนนสายเล็กของหมู่บ้าน แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกิ่งไม้ที่เริ่มโปร่งขึ้นทุกวันเธอยกกล้องขึ้นอีกครั้ง แชะ ภาพป้ายรถเมล์ไม้เก่าที่ตั้งอยู่ข้างถนน แชะภาพม้านั่งตัวเล็กใต้ต้นแปะก๊วย
เมื่อเดินผ่านหน้าร้านขายของชำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“พี่อาโออิ”
หญิงสาวหันไปตามเสียงยูโตะกำลังยืนอยู่หน้าร้าน มือหนึ่งถือขนมปัง อีกมือหิ้วถุงนม
“อรุณสวัสดิ์”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
เด็กชายเอียงคอ“พี่ถ่ายรูปอีกแล้วเหรอ”
“อือ”
“วันนี้ถ่ายเยอะจัง”
อาโออิหัวเราะ“สังเกตด้วยเหรอ”
“ก็พี่ถ่ายทุกอย่างเลย”
ยูโตะมองไปรอบๆ “เมื่อกี้ยังเห็นพี่ยืนถ่ายป้ายรถเมล์อยู่เลย”
“ป้ายรถเมล์ก็ถ่ายได้นะ”
เด็กชายทำหน้างง“มันมีอะไรน่าถ่าย”
หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้ม“ก็เพราะมันอยู่ตรงนี้ทุกวันไง”
“ยิ่งไม่เห็นน่าถ่ายเลย”
อาโออิหัวเราะเสียงดัง“บางทีสิ่งที่เราเห็นทุกวัน พอวันหนึ่งมันหายไป เราจะคิดถึงมันก็ได้นะ”
ยูโตะทำหน้าเหมือนกำลังคิดตามก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
“ผู้ใหญ่ชอบพูดเื่ยาก”
“ฉันยังไม่แก่สักหน่อย”
“แต่พี่พูดเหมือนคุณยาย”
หญิงสาวหัวเราะอีกครั้ง“เอาเถอะ ยืนตรงนั้นหน่อย”
“ทำไม”
“ฉันจะถ่ายรูป”
“ผมเหรอ”
“อือ”
ยูโตะรีบจัดผมทันที
จนเธอหลุดหัวเราะ“ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้”
“เดี๋ยวรูปออกมาไม่หล่อ”
“ตอนนี้ก็หล่อแล้ว”
เด็กชายยืดตัวขึ้นทันทีอาโออิยกกล้องขึ้น แชะ เด็กชายยิ้มกว้างอยู่กลางแสงแดดยามเช้า เธอมองรูปบนหน้าจอแล้วยิ้มเบาๆ
“หล่อมาก”
“ขอดูหน่อย” ยูโตะวิ่งเข้ามาดูรูป
“โอ้ ดูดีจริงด้วย” เขายิ้มอย่างพอใจ
ก่อนหันมาหาเธอ“เดี๋ยวผมไปโรงเรียนก่อนนะ”
“ตั้งใจเรียนนะ”
“ครับ” เด็กชายวิ่งจากไป
อาโออิมองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกกล้องขึ้นอีกครั้ง แชะ ภาพเด็กชายที่กำลังวิ่งไปตามถนนในหมู่บ้านถูกบันทึกเอาไว้เธอมองภาพนั้นอยู่พักหนึ่งแล้วจึงเก็บกล้องลง ก่อนออกเดินไปทางสวนทาคาฮาชิ ลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านหมู่บ้านอย่างแ่เบา
เมื่อมาถึงสวนทาคาฮาชิแสงแดดยามสายกำลังส่องผ่านกิ่งแอปเปิลที่เหลือใบอยู่เพียงบางตา มาซาอากิกำลังยกลังไม้เข้าโกดังเขาหันมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนจะชะงักเล็กน้อย
“วันนี้คุณไปทั่วทั้งหมู่บ้านเลยหรือ”
อาโออิยิ้ม“รู้ได้ยังไง”
“ยูโตะเพิ่งปั่นจักรยานผ่านไปเมื่อกี้”
เธอหลุดหัวเราะ“หมู่บ้านนี้ความลับน้อยเกินไปแล้ว”
“เด็กคนนั้นบอกว่าคุณถ่ายทุกอย่าง”
“อือ”
“แม้แต่ป้ายรถเมล์”
“อือ”
มาซาอากิส่ายหน้า“ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมกล้องของคุณถึงมีรูปเยอะขนาดนั้น”
อาโออิยกกล้องขึ้นเล็กน้อย“ก็ทุกอย่างมีความหมายทั้งนั้น”
“แม้แต่ป้ายรถเมล์”
“แม้แต่ป้ายรถเมล์”
เธอตอบอย่างจริงจังจนเขาหลุดยิ้มออกมาหญิงสาวมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกกล้องขึ้นโดยอัตโนมัติ
แชะ
มาซาอากิขมวดคิ้วทันที“เมื่อกี้คุณถ่ายผมหรือ”
“อือ”
“ผมยังไม่ทันตั้งตัว”
“นั่นแหละดี”
“ตรงไหน”
อาโออิเดินเข้ามาใกล้พลางก้มดูรูปบนหน้าจอ “เวลาคนรู้ตัวว่าถูกถ่าย รูปจะไม่เหมือนเดิม”
เธอเงยหน้าขึ้น“ฉันชอบถ่ายตอนคนลืมตัว”
ลมเย็นพัดผ่านสวนเบาๆ มาซาอากินิ่งไปชั่วครู่ เขาเคยได้ยินประโยคนี้มาก่อนั้แ่วันแรก ๆที่รู้จักเธอแต่ไม่รู้ทำไม วันนี้มันกลับฟังดูต่างออกไปเหมือนเธอกำลังพยายามเก็บ่เวลาธรรมดาเหล่านี้เอาไว้ให้มากที่สุด
“คุณถ่ายผมไปกี่รูปแล้ว”
“ยังไม่ได้นับ”
“ผมเริ่มกังวลแล้ว”
อาโออิหัวเราะ“คุณเป็คนถ่ายรูปขึ้นนะ”
“ผมไม่เคยอยากเป็”
“แต่ฉันอยาก” เธอตอบทันที รอยยิ้มยังอยู่บนใบหน้าแต่แววตากลับอ่อนลงเล็กน้อย
มาซาอากิไม่รู้จะตอบอะไรสุดท้ายจึงหยิบลังไม้อีกใบขึ้นมา“วันนี้ต้องเก็บของในโกดังให้เสร็จ”
“รับทราบค่ะ” อาโออิยกมือทำท่าเคารพจากนั้นก็เดินตามเขาเข้าไปด้านใน
---
่บ่ายผ่านไปอย่างเงียบสงบทั้งสองจัดของพับผ้าใบ และย้ายอุปกรณ์สำหรับฤดูหนาวเข้าที่ระหว่างนั้นเสียงชัตเตอร์ยังดังขึ้นเป็ระยะ
แชะ ภาพถุงมือที่แขวนอยู่บนตะปู
แชะ ภาพลังไม้เก่า
แชะ ภาพมาซาอากิกำลังยกบันได
“อีกแล้วหรือ” เขาหันมาถาม
“รูปนี้ดีมาก”
“ผมถือบันไดอยู่”
“ใช่”
“ตรงไหนที่ดี”
อาโออิหัวเราะ“ฉันก็อธิบายไม่ถูก”
เธอมองรูปบนหน้าจอ“แต่ฉันชอบ”
มาซาอากิส่ายหน้าอย่างยอมแพ้
---
เย็นวันนั้นทั้งสองขึ้นมาที่ศาลาเล็กบนเนินเขาเหมือนทุกครั้ง ลมหนาวพัดแรงกว่าวันก่อนเล็กน้อยพระอาทิตย์ยังอยู่สูงเหนือแนวูเาแสงสีทองค่อย ๆทาบลงบนทุ่งหญ้าและหลังคาบ้านในหมู่บ้าน อาโออินั่งลงบนม้านั่งไม้ กล้องวางอยู่บนตักแต่เธอยังไม่ยกมันขึ้นทั้งสองนั่งเงียบอยู่พักใหญ่ได้ยินเพียงเสียงลมและเสียงใบไม้แห้งเสียดสีกัน
มาซาอากิมองท้องฟ้าก่อนจะหันไปมองคนข้างตัว
“วันนี้คุณดูเหนื่อย”
อาโออิหันมา“เหรอ”
“คุณตื่นเช้าเกินไป”
เธอหัวเราะเบาๆ “โดนจับได้แล้ว”
“ทำไมถึงรีบออกไปถ่ายรูปั้แ่เช้า”
คำถามนั้นทำให้เธอนิ่งไปสายตาหันกลับไปยังูเาอีกครั้งพระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ ลดต่ำลง
เธอใช้เวลาคิดอยู่นานก่อนจะตอบเบาๆ “ไม่รู้สิ”
ลมเย็นพัดผ่านเส้นผมของเธอ“จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอยากถ่าย”
“ถ่ายอะไร”
“ทุกอย่าง”
มาซาอากิหันมามองหญิงสาวยังคงมองพระอาทิตย์ตรงหน้า
“พักนี้ฉันมองผ่านช่องมองภาพไม่ค่อยชัด” เสียงของเธอเบามากเบาจนเกือบถูกลมพัดหายไป
มาซาอากินิ่งไป
อาโออิก้มมองกล้องในมือตัวเอง“บางครั้งมันเบลอ”
เธอยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นดูเหมือนคนกำลังเล่าเื่ของคนอื่น “บางครั้งก็กลับมาเป็ปกติ”
ความเงียบตกลงมาระหว่างทั้งสองพระอาทิตย์ลดต่ำลงอีกเล็กน้อย
“ไปหาหมอหรือยัง”
เธอส่ายหน้า“ยัง”
“ทำไม”
อาโออิยิ้มแต่ครั้งนี้ไม่ได้หันมา“ฉันกลัว”
คำตอบสั้นๆ ทำให้ลมหนาวเหมือนเย็นขึ้นอีกนิด มาซาอากิมองใบหน้าด้านข้างของเธอเป็ครั้งแรกในรอบหลายวันที่เธอยอมพูดเื่นี้ออกมาตรงๆ
“ถ้างั้น วันนี้ทำไมถึงถ่ายเยอะขนาดนี้”
หญิงสาวเงียบไปอีกครั้งนานกว่าครั้งก่อนก่อนจะก้มมองกล้องในมือแล้วตอบเบาๆ
“เผื่อไว้”
เพียงสองคำแต่กลับทำให้หัวใจของเขาหนักขึ้นอย่างประหลาดไม่มีใครพูดอะไรต่อ พระอาทิตย์กำลังเปลี่ยนเป็สีส้มเข้ม อาโออิค่อย ๆ ยกกล้องขึ้นจากนั้นหันมาทางมาซาอากิ
“อยู่นิ่ง ๆ นะ”
“ทำไม”
“ฉันจะถ่ายรูป”
“อีกแล้วหรือ”
เธอพยักหน้าแววตาจริงจังอย่างประหลาดมาซาอากิถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ขยับไปไหน ลมเย็นพัดผ่านเนินเขาอีกครั้ง แสงสุดท้ายของวันตกกระทบใบหน้าของเขาพอดีอาโออิมองผ่านช่องมองภาพและในเสี้ยววินาทีนั้นทุกอย่างกลับชัดเจน ใบหน้าของเขา ดวงตารอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก แสงสีส้มบนเส้นผม ทุกอย่างชัดเจนอย่างน่าประหลาด เธอนิ่งไปมองภาพนั้นอยู่นานราวกับไม่อยากกะพริบตาก่อนจะกดชัตเตอร์
แชะ
เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของยามเย็นอาโออิค่อย ๆ ลดกล้องลง ก้มมองรูปบนหน้าจอรูปสวยมากสวยจนหัวใจของเธอสั่นไหว เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งแล้วชะงักใบหน้าของมาซาอากิ ไม่ชัดเหมือนเมื่อครู่แล้ว แสงเย็นเริ่มกลืนรายละเอียดบนใบหน้าของเขาไปทีละน้อยเธอกะพริบตาหนึ่งครั้งแล้วมองใหม่ ทุกอย่างยังพร่าเลือนเหมือนเดิม หญิงสาวกำกล้องแน่นขึ้นเล็กน้อยแต่สุดท้ายกลับยิ้มยิ้มบาง ๆ เหมือนทุกครั้ง
“รูปนี้สวยจัง”
“ขอดูได้ไหม”
เธอส่ายหน้าเบาๆ “ยังค่ะ”
มาซาอากิหัวเราะ“รูปผมทุกใบเป็ความลับหรือ”
อาโออิยิ้มก่อนก้มมองรูปบนหน้าจออีกครั้งปลายนิ้วลูบผ่านภาพนั้นอย่างแ่เบาแล้วเธอก็ยกกล้องขึ้นแนบอก พระอาทิตย์ค่อย ๆลับหลังูเา ลมหนาวพัดผ่านเนินเขาอีกครั้งและไม่มีใครรู้เลยว่าภาพที่เพิ่งถูกบันทึกไว้เมื่อครู่นั้นจะกลายเป็ภาพสุดท้ายที่เธอถ่ายได้อย่างสมบูรณ์และเป็ใบหน้าสุดท้ายของมาซาอากิที่อาโออิมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ระหว่างเดินกลับลงจากเนินเขาทั้งสองแทบไม่ได้พูดอะไรกัน ลมหนาวพัดผ่านหมู่บ้านเป็ระยะ เสียงใบไม้แห้งเสียดสีกันเบาๆ อาโออิเดินช้ากว่าปกติเล็กน้อย มือทั้งสองประคองกล้องเอาไว้ราวกับกำลังถือของสำคัญบางอย่างมาซาอากิเหลือบมองเธอหลายครั้งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามอะไร เมื่อเดินมาถึงทางแยกหน้าบ้านทาคาฮาชิหญิงสาวจึงหยุดฝีเท้า
“ขอบคุณนะ”
“เื่อะไร”
เธอยิ้ม“หลายเื่เลย”
เขาขมวดคิ้ว“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
อาโออิหัวเราะเบาๆ “บางที การอยู่ตรงนี้ก็เป็อะไรบางอย่างแล้ว”
ลมเย็นพัดผ่านระหว่างทั้งสองมาซาอากิไม่รู้จะตอบอย่างไรสุดท้ายจึงพยักหน้าเบา ๆ
“พักผ่อนเยอะ ๆ”
“รับทราบค่ะ” เธอยกมือทำท่าเคารพเหมือนทุกครั้ง
ก่อนจะหันหลังเดินกลับบ้านมาซาอากิยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ครู่หนึ่งจนประตูบ้านเปิดและปิดลง เขาจึงค่อย ๆหันกลับไปทางบ้านพักโฮตารุโดยไม่รู้เลยว่าคำว่า “ขอบคุณ” เมื่อครู่นั้นมีความหมายมากกว่าที่ได้ยิน
---
คืนนั้น หมู่บ้านโคโมเระเงียบกว่าทุกวันอาโออินั่งอยู่บนเตียงในห้องของตัวเอง ไฟหัวเตียงส่องแสงสีส้มอ่อน กล้องวางอยู่บนตักเธอไม่ได้อาบน้ำทันที ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและยังไม่ได้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน สิ่งแรกที่เธอทำหลังกลับถึงบ้านคือเปิดกล้อง หน้าจอสว่างขึ้นภาพล่าสุดปรากฏขึ้นทันที มาซาอากิ กำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงเย็นของพระอาทิตย์ตกรอยยิ้มบางๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้า ดวงตาคู่นั้นมองมาทางเธอโดยตรงเป็รูปธรรมดา ธรรมดาจนเหมือนรูปอีกหลายร้อยรูปที่เธอเคยถ่ายแต่ไม่รู้ทำไมหัวใจของเธอกลับเต้นช้าลงหญิงสาวยกกล้องขึ้นมาใกล้อีกนิดปลายนิ้วกดซูมภาพช้า ๆ ใบหน้าของเขาค่อย ๆขยายใหญ่ขึ้นบนหน้าจอ ดวงตา สันจมูก รอยยิ้มจาง ๆ ทุกอย่างยังอยู่ตรงนี้ชัดเจนอย่างน่าประหลาดเธอเงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติมองไปยังหน้าต่างที่สะท้อนภาพของตัวเองจากนั้นจึงก้มกลับมามองรูปอีกครั้งปลายนิ้วค่อยๆ ลูบหน้าจอเบา ๆ เหมือนกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไป ภาพนี้จะหายไป
ลมหนาวพัดผ่านนอกหน้าต่างเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันดังแ่เบาอาโออินั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็เวลานาน นานจนไฟในบ้านหลังอื่นเริ่มดับลงทีละดวง ในที่สุดเธอก็กดปุ่มเมนูเปิดหน้าต่างสำหรับเปลี่ยนชื่อไฟล์เคอร์เซอร์เล็ก ๆ กระพริบอยู่กลางหน้าจอเธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพิมพ์ตัวอักษรช้า ๆ “วันนี้”เพียงคำสั้น ๆ ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีวันที่ ไม่มีเหตุผล เธอกดบันทึกแล้วเปิดรูปนั้นขึ้นมาอีกครั้งมองมันเงียบๆ ลมหายใจอุ่นกระทบหน้าจอเป็ฝ้าจาง ๆ
หญิงสาวยิ้มบางๆ ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ “ดีจัง”
เสียงของเธอแ่จนแทบไม่ได้ยินเธอก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วพูดต่อ“วันนี้ยังมีอยู่จริง”
นอกหน้าต่างใบเมเปิลสีแดงใบหนึ่งหลุดจากกิ่งร่วงลงสู่พื้นอย่างเงียบงันอาโออิปิดหน้าจอกล้องแล้วกอดมันไว้แนบอก เธอเอนตัวลงบนหมอนสายตายังคงมองเพดานห้อง ไม่มีน้ำตาไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงความเงียบและความรู้สึกบางอย่างที่ยังเรียกชื่อไม่ได้ ลมหนาวพัดผ่านอีกครั้งหญิงสาวหลับตาลงช้า ๆ กล้องยังอยู่ในอ้อมแขนของเธอและในความมืดของห้องนอนเล็ก ๆ มีภาพหนึ่งถูกเก็บรักษาเอาไว้เรียบร้อยแล้วภาพของชายคนหนึ่งในเย็นวันธรรมดาวันหนึ่ง