ปัง ! เสียงปืนดังออกจากปากกระบอกปืนที่เทพลองยิง ะุพุ่งเข้าเป้าใหญ่
แต่ยังไม่เข้าจุดศูนย์กลาง แต่แค่นี้ก็ทำให้ มาร์กู ฌอตา อาจารย์ที่ฝึกสอนก็ภูมิใจนักหนา ที่เทพยิงเข้าเป้าได้ ขณะที่เพิ่งจับปืนเป็ครั้งแรก
“ เก่งมากแล้ว ไม่น่าเชื่อนี่จะเป็ครั้งแรกสำหรับเ้า” มาร์กูฌอตาเอ่ยกับเทพ
“ ศูนย์ปืนแบบนี้มันไม่ค่อยตรงเท่าไร ลำกล้องน่าจะไม่ค่อยเสมอกัน ขอให้ข้าลองอีกสักสองสามครา น่าจะแม่นยำกว่านี้” เทพเอ่ยกับมาร์กู ฌอตาเป็ภาษาโปรตุเกส องค์าานั่งฟังเทพพูดโปรตุเกส บางทีก็อดหมั่นไส้ ไม่ได้ ทั้งที่ มาร์กู ฌอตามันก็พูดภาษาไทยได้ชัดเจน ดันพูดเป็ภาษาโปรตุเกสต่อหน้าพระองค์
เทพลองยิงปืนอีกสองสามครั้ง ก็สามารถยิงได้ตามอย่างที่พูดเอาไว้ ทำเอามาร์กู ฌอตาส่งเสียงร้องดีใจเป็อย่างยิ่ง ส่วนองค์าาก็ลองยิงบ้าง ได้แต่ถูกเป้าใหญ่แต่ไม่ถูกจุดศูนย์กลางเหมือนของเทพแม้แต่น้อย
เหตุการณ์ทั้งหมดไม่รอดสายตาขององค์ไล ที่กำลังยืนอยู่กับเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ยืนมองดูอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้
“ ดูมัน เสด็จพ่อถึงกับพระราชทานปืนคาบศิลาให้มัน พวกเราเป็โอรสแท้ๆ ต้องไปหาซื้อมาใช้กันเอง องค์ไล ศิษย์พี่ของเอ็งช่าง มีบุญใหญ่นัก” องค์ชายสิทธิเดช คู่แค้นกับเทพเอ่ยกระแทกใส่องค์ไลที่ยืนมองด้วยความอิจฉาเช่นกัน
“ กระหม่อมเป็มหาดเล็กหลวง ติดตามใกล้ชิดที่ห้องทรงงานตลอด ก็มิเห็นจะเอ่ยอะไรเช่นนี้กับกระหม่อมเลยสักครั้ง” องค์ไลเอ่ยด้วยความน้อยใจเช่นกัน
“ ฮึ่ม คอยดูสักวันหนึ่ง ข้าต้องหาทางจัดการกับแกให้ได้” องค์ชายสิทธิเดชสะบัดแขนแล้วเดินออกไปทันที
“ ข้าจะคอยดู “ องค์ไลเอ่ยแล้วยิ้มที่มุมปาก
ห้องทรงงานขององค์าา พระองค์กำลังอ่านรายงานอย่างเคร่งเครียด
” เ้าไลเอ็งว่าข้าควรจะทำอย่างไรกับพวกขุนนางพวกนี้ ปล่อยมันเอาไว้เช่นนี้สักวันหนึ่งมันมีอำนาจขึ้นมา คงได้แว้งกัดลูกหลานของข้าแน่” องค์าาหลังจากเห็นรายงานว่า ทีเหล่าขุนนาง ต่างรับสินค้ามาขายกับพวกต่างชาติ ไม่ผ่านทางการเป็จำนวนมาก และแต่ละคน ยังสะสมทาสไว้กับตัวเป็จำนวนมากเกินไป บางคนมีทาสเกือบ 500 คน ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินที่พวกขุนนางแอบค้าขายโดยไม่ผ่านทางการอีกมหาศาล
“ อันดับแรกต้องควบคุมทาสไม่ให้ขุนนางมีมากเกินไป ต่อมาควรจะออกฏหมายให้ยึดทรัพย์มรดก ของขุนนางที่ตามควรตกเป็ของหลวงครึ่งหนึ่งไปเลย แล้วใครทำผิดไม่ใช้ฟัง ก็ให้ริบทรัพย์สมบัติทั้งหมดเป็ของแผ่นดิน มิเช่นนั้นปล่อยไว้ เป็อันตรายต่อลูกหลานพระองค์ภายหน้าแน่” องค์ไลเอ่ยออกมา
“ ความคิดนี้พระศรีสุธรรมพ่อเอ็ง หรือ พระพิมลเป็คนบอกมาล่ะ” องค์าาเอ่ยอย่างรู้ทัน เพราะไม่คิดว่าเด็ก 10 ขวบจะคิดได้เช่นนี้
“ พระองค์ทายถูกแล้ว เป็พระพิมลธรรมทรงเอ่ยออกมา ให้ฟังนานแล้ว พระพุทธเ้าค่ะ”
“ ควบคุมทาสต้องทำทันที ส่วนเื่ยึดทรัพย์เอาแค่หนึ่งในสามก็พอ เอ็งไปเตรียมราชโองการ พรุ่งนี้ค่อยป่าวประกาศออกไป” องค์าาออกคำสั่งทันที
ในสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ ได้มีการออกกฏหมายควบคุมทาสของพวกขุนนางทั้งเก่าและใหม่ ไม่ให้มีมากจนเกินไป และออกกฏหมายยึดทรัพย์มรดกหนึ่งในสามของขุนนางที่เสียชีวิตให้มาเป็ของหลวง เพื่อเป็การตัดกำลังไม่ใครขุนนางยุคนี้มีอำนาจเหนือกษัตริย์ในอนาคต แต่ทำเช่นนี้ก็กลายเป็ดาบสองคม ทำให้กองกำลังต่างชาติ กองอาสาต่างๆ กลับมีกำลังของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น ได้มีกองกำลังที่หนีากลายเป็โรนิน ได้เข้ามาอยู่ในกองอาสา ทหารรับจ้างเกือบพันคน
ส่วนขุนนางก็รู้ทันไม่ยอมสะสมทรัพย์สินที่เป็ที่ดิน และไม่ยอมสร้างบ้านเรือนใหญ่โตมากนัก เพราะจะกลายเป็ภัยแก่ตัวเอง จึงได้แต่สะสมเงินทอง แล้วนำไปไว้ต่างเมืองกันเป็จำนวนมาก ทำให้พวกต่างชาติที่เข้ามาตั้งสถานีการค้า กลับสร้างบ้านเรือนของตัวเองใหญ่โต และจ้างคนกรุงศรีมาเป็ทาสมากกว่าคนกรุงศรีจ้างกันเองเสียอีก สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดเป็มรสุมภายในเมืองกรุงศรีเริ่มไม่พอใจ ในการตัดสินพระทัยขององค์าา ในครั้งนี้ จึงมีการรวมกลุ่มกันประชุมลับกันมากขึ้น
ส่วนใหญ่แสร้งมาทำบุญที่วัด ที่จำพรรษาของพระพิมลธรรม แล้วพูดคุยโดยผ่านองค์ไลแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ฐานกำลังเวลานี้ของ องค์ไลนั้นเริ่มกระจายไปมากขึ้น
ณ วังหลวง องค์าากำลังนั่งสมาธิทำจิตให้บริสุทธิ์ ทำตามอย่างเ้าเทพที่พระองค์เห็นมันทำทุกวันไม่มีวันหยุด ซึ่งก็ทำให้พระองค์มีสุขภาพดีขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ เ้าเทพพรุ่งนี้จะมีงานประจำปีที่วัดพนัญเชิง ข้าอยากจะไปเที่ยวงานนี้ เอ็งไปบอกหัวหน้าองค์รักษ์วายุให้มันเตรียมตัวไว้ ข้าจะไปวันแรกของงาน แต่อย่าให้มีใครรู้เื่นี้เป็อันขาด” เทพรับคำสั่ง แต่ยังสงสัยพระองค์จะไป เที่ยวงานประจำปีเพื่ออะไรกัน หัวหน้าองครักษ์วายุพอทราบคำสั่งก็ใ
“ นี่ท่านจมื่นเทพ พระองค์จะไปงานประปีมีจุดประสงค์อะไรพิเศษหรือไม่"
“ ไม่รู้ ข้าไม่ได้ถาม”
“ โอ้ แล้วนี่ต้องจัดองครักษ์ไปกี่คน ถึงจะพอ งานใหญ่แบบนั้น ต้องแจ้งให้กองอาสาต่างชาติไปด้วยไหม” องครักษ์วายุถาม
“ คงไม่ต้อง เพราะหนทางไม่ได้ไกล คนที่มาเที่ยวงานก็แค่เป็ชาวบ้าน หากเห็นกองอาสาต่างชาติ จะไม่เป็การไปส่วนพระองค์ ท่านเตรียมองครักษ์ ไปแค่ 30 คนก็พอ ปลอมตัวเป็ชาวบ้านไป กระจายตัวไปรอบๆ พระองค์ ท่านกับข้า และคนสนิทอีก 2 คน คอยตามพระองค์อย่างใกล้ชิดแค่นั้นก็พอ” เทพสั่งการตามที่องค์าาทรงรับสั่งออกมา
พอถึงกำหนดการ องค์าาทรงแต่งองค์เป็สามัญชน แล้วออกจากวังนั่งเรือมาขึ้นที่ท่าน้ำ วัดพนัญเชิง ทรงบอกให้องครักษ์เรียกพระองค์ว่าท่านขาว แล้วให้เทพเรียกท่านว่า อาขาว พระองค์เดินชมงานไปทั่วเหมือนกับมาเพื่อรำลึกความหลังบางอย่าง
“ เอ็งรู้ไหมว่า ทำไมข้าถึงอยากมาที่งานวันนี้” องค์าาเอ่ยถามเทพ ที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองไปที่เวทีมวย ที่กำลังจะมีการชกกัน
“ ไม่ทราบขอรับ” เทพพูดคำทั่วไปไม่ใช่คำาาศัพท์
“ สมัยข้ายังเด็ก รุ่นเดียวกับเ้าในตอนนี้ มีครั้งหนึ่งเสด็จพี่ ได้กลับมาจากหงสา พวกเราสองคนได้ปลอมตัวมาแบบนี้ ส่วนเ้าพี่ ได้ไป เปรียบมวย แล้วขึ้นชก เวทีแห่งนี้ ไม่มีใคร สามารถชกเ้าพี่ได้สักคน สุดท้ายพระองค์เป็ผู้ชนะ ได้เงินมา 10 ตำลึง และผ้ายันต์ของพระครูเ้าอาวาสมาอีก 1 แผ่น จนป่านนี้ข้ายังเก็บไว้อยู่เลย” พรงองค์พูดไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เทพได้แต่ยิ้มตามไปด้วย
“ ไอ้เทพ เอ็งไปเปรียบมวย ขึ้นชกให้ข้าดูฝีมือสักหน่อย ดูว่าศิษย์พี่ของเอ็งเคยเอาชนะมาแล้ว มาถึงรุ่นเอ็ง จะสู้ได้ไหม” องค์าานึกขึ้นได้ว่า เทพก็เป็ศิษย์ของมหาเถระคันฉ่องเช่นกัน เลยอยากรู้ว่า วิชามวยของเทพนั้นเป็เช่นไร
เทพเลยต้องเดินไปเปรียบมวย โดยมีองครักษ์คนหนึ่งเดินตามไปด้วยเพื่อเป็พี่เลี้ยง เทพเวลานี้เข้าวัย 11 ปีแต่ร่างกายยังไม่โตเต็มที่นักและยังดูตัวเล็กไม่สูงใหญ่ ล่ำสัน เหมือนพวกนักชกโดยทั่วไป เลยหาคู่ชกยาก
“ เ้าหนู ตัวเอ็งมันเล็กเกินไป ไม่มีคู่เปรียบ แต่ถ้าไปเกี่ยงเื่รูปร่าง ก็มีอยู่” คนเปรียบมวยเอ่ย
“ ไม่เป็ไร ใครก็ได้เรียกมาได้เลย” เทพบอกออกไป ไม่นานก็ชายร่างใหญ่กว่า เทพ 2 เท่า ทั้งสูงทั้งหนากว่า เทพพยักหน้าตกลง คนเปรียบมวยบอกให้รออีก 2 คู่ ค่อยขึ้นเวที ด้านหน้าเปรียบมวยขึ้นป้ายชื่อ เทพ กับ เสือดำ ขึ้นชก คู่ที่ 3
ราคาต่อรอง 5 ต่อหนึ่ง เทพมารายงานให้พระองค์ทรงทราบ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า 5 ต่อหนึ่งเชียวหรือ รูปร่างอย่างเองคงไม่มีใครเชื่อขี้หน้า ว่าจะไปชนะไอ้เ้าเสือดำั์นั่นได้ ไอ้วายุ เอ็งเอาอัฐไปเดิมพันแทนข้าที ข้าเดิมพันข้าง ไอ้เทพ 100 ตำลึง องครักษ์วายุรีบไปเดิมพันทันที คนรับพนัน เห็นแล้วรับพนันทันที คิดว่างานนี้กินหมูอีกแล้ว พอจบ สองคู่ผ่านไป ถึงเวลาที่เทพต้องขึ้นชก
องค์าา ขึ้นไปบนเวที แล้วเป็ถอดมงคลที่หัวเทพให้ แล้วทรงเป่ากระหม่อมแบบที่เทพเคยทำ แต่พระองค์เป่ามนต์ให้เป็สิริมงคลเท่านั้น ทำให้หัวของเทพเย็นวาบมาถึงตาตุ่มทันที เทพเดินขึ้นไปที่กลางเวที เทียบร่างกาย ทั้งสองคน
เหมือนเด็กกับผู้ใหญ่ เลย เทพมองตาคู่ต่อสู้ไม่กระพริบ ส่วน คู่ต่อสู้เหมือนส่งสายตาสมเพชเมื่อมองมาที่ เทพ คล้ายจะบอกว่าเอ็งไม่รอดยกแรกแน่ๆ
เสียงระฆัง ดังขึ้น เสือดำเดินหน้าเข้าใส่เทพทันทีไม่ให้เสียเวลาเขวี้ยงหมัดขวาเข้าใส่หน้าเทพแบบตั้งใจให้โดนหมัดเดียวจอดไปเลย แต่ว่าเทพที่เตี้ยกว่า เห็นหมัดที่มาจากระดับสูงก็ไม่ได้ถอยแต่หลบฉากไปทางซ้ายนิดเดียว แล้วเหวี่ยงหมัดขวาเข้าสวนกลับเช่นกัน หมัดของเสือดำเฉียดหูขวาของ เทพไป แต่หมัดของเทพเข้ากระแทกที่ปลายคางเสือดำ เปรี้ยง ! เสียงดังสนั่น เ้าเสือดำยืนนิ่งกลางเวทีไม่ขยับ เทพกลับมายืนที่มุมของเขา กรรมการมองด้วยความสงสัย ไม่ต่อยกับแล้วหรือ เลยกำลังจะเข้าไปถาม ร่างของเสือดำที่สลบกลางอากาศไปแล้วก็หงายหลังลงไปนอนกับพื้นแน่นึ่งไปทันที เทพชนะ องค์าาตบเข่าฉาด
“ ต้องให้มันได้อย่างนี้ซิ” องค์าาและทหารองค์รักษ์ ส่งเสียงเฮกันลั่นไปหมด
เทพเดินลงมาจากเวที ก็มีคนเปรียบมวยเดินมาทาบทามต่ออีก เทพกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ แต่องค์าาอยู่ด้วยบอก
“ ได้เลย “ ทำให้เทพต้องสู้อีกรอบ รอให้พักอีกคู่ค่อยขึ้นชกต่อเลย คราวนี้ฝ่ายตรงข้ามให้ราคา ต่อให้อีกเหลือ 2 ต่อ 1 พระองค์สั่งให้ องครักษ์วายุแทงให้หมดเลย
บนเวที คู่ต่อสู้คนนี้ชื่อ ว่าเสือสมิง มันมีรอยสักเสือเผ่นอยู่เต็มตัว ดูแล้วถ้ามันคงจะมีของแน่ พอระฆังดัง มันพุ่งเข้ามาเหมือนเสือ เทพถีบเสยเข้าไปคางลงไปนอนติดเสา มันใช้มือตีไปที่พื้น ร่างมันลอยขึ้นมาอีก มันเดินหน้าเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้มันใช้หมัดขวาเขวี้ยงมาแต่ไกล เทพดีดขาซ้ายเข้าก้านคอขวาของมันทีเดียวร่างถลาลงไปที่พื้น คอเอียงไปในทันที แต่มันไม่ร้องสักคำมันจับคอหมุนกลับเข้าที่
คราวนี้เทพ มองเห็นิญญาเสือสมิงติดอยู่ที่ตัวของมัน ดี ต่อไปข้าจะได้ไม่ต้องยั้งมืออีก เทพเดินหน้าเข้าหาอย่างเร็ว พุ่งร่างเข้าใช้เข่ากระทุ้งเข้าหน้าอกอย่างแรงร่างมันกระเด็นไปติดที่มุม เทพพุ่งเข้าไปต่อยรัวๆ ที่ใบหน้าทั้งซ้ายและขวาไปไม่ตำกว่า 20 หมัด หน้ามันบวมเป็หัวหมู แล้วกระชากหัว เข้ามากกระแทกเข่าอัดไปอีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จนร่างมันค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้น ิญญาเสือที่สิงร่างอยู่เผ่นหนีหายไปทันที เพราะแต่ละหมัด ที่อัดไปมียันต์เสาร์ห้าใส่เข้าไปด้วย
เทพชนะอีก คราวนี้หาคู่ชกไม่มีแล้ว องค์าาเลยให้คนเปรียบมวยประกาศไปว่า
หากใครชนะเทพได้ จะยกรางวัล 2 พันตำลึงที่มีอยู่ให้ไปเลย เทพอยู่บนเวทีสะดุ้งเลย เท่านั้นเอง มีคนไม่กลัวเจ็บกลัวตายมากันเต็มรอบเวทีไปเลย
เทพได้แต่รวบรวมกำลังจากใต้ท้องน้อย แล้วปล่อยออกมาทั่วร่างกาย ซึ่งวิธีเก็บแล้วปล่อยพลัง ที่เคยฝึกเอาไว้เมือชาติก่อนเตรียมนำออกมาใช้ แต่เพื่อมิให้คนธรรมดาทั่วไปเกิดร่างะเิตาย จึงต้องฝึกควบคุมพลังหมัดให้ได้ก่อน โดยใช้หมัดลองต่อยไปบนพื้น หลายสิบหมัด ไม่นานก็ควบคุมได้ คราวนี้มีคนขอต่อสู้ด้วยทั้งหมด 30 คน เพื่อหวังเงินรางวัล 2 พันตำลึง
คนแรกชายร่างกระทัดรัด ท่าท่างเป็มวยเชิง คือตั้งรับและค่อยตอบโต้ เทพปล่อยหมัดเข้าใส่ 5 ใน 10 เปรี้ยง ร่างลอยออกนอกเวที่ไปเป็คนแรก
คนที่สองเริ่มใจคอไม่ดี แต่ถึงคิวก็ต้องสู้ สุดท้ายก็โดนหมัดลอยออกนอกเวทีสลบตามกันไปอีกคน คนที่สาม คนที่ สี คนที่ ห้า จนถึงคนที่ สิบ ไม่มีใครรอดสักคน
เทพเลยบอกให้ลงมาทีเดียว 5 คนเลย สุดท้ายก็โดนเทพใช้วิธี ะโหมุนตัวแล้วแตะเข้าไปทั้ง 5 ร่วงเวทีไปกันหมด ที่เหลือ อีก 15 คนไม่ไหว ยอมแพ้ไม่กล้าขึ้นเวที เทพกำลังจะลงจากเวที ก็มีฝรั่งตัวใหญ่ พูดเป็ภาษาอังกฤษ บอกว่า “แน่จริงล้มข้าให้ได้อีกซิ”
เทพเลยยังไม่ลง เตรียมสู้กับั์ใหญ่ชาวอังกฤษอีกคน ั์อังกฤษดึงเสื้อตัวเองขาดกระจุยเผยร่างกำยำมีแต่มัดกล้ามสวมกางเกงขาสั้น มีชุดเสื้อกล้าม คล้ายกับบอดี้สูท เหมือนชุดนักมวยปล้ำ เดินเข้าใส่เทพ เวลาก้าวเท้าเข้ามาบนเวทีถึงกับะเื เทพใช้พลังขึ้นมา 8/10 ใช้มือบีบหมัดเข้าหากันที่ละข้าง แล้วตั้งท่ามวยเดินเข้าใส่ไม่ถอยเช่นกัน ทั้งสองต่างง้างหมัดต่อหมัด เข้าปะทะกันตรง เปรี้ยง ร่างของนักมวยั์ ถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว เทพพุ่งเข้าะโเข่าลอยเข้าใส่ตามไป ปึก ! เข้าที่ลิ้นปี่พอดี แล้วใส่ฟันศอกตรงที่กลางหน้าผาก ฉัวะ ! เกิดแผลเปิดเข้าที่หน้าผาก
เ้าั์ถึงกับทรุดลง เทพใช้เข่าขวาเสยเข้าที่ปลายคางอีก พลั่ก ! ร่างั์อังกฤษหงายหลังสลบไปในทันที เทพมองร่างที่นอนนิ่งดูว่ามันยังมีปัญญาลุกขึ้นมาอีกได้ไหม กรรมการไม่รอช้า รีบมายกมือให้เทพชนะทันที
เสียงเฮดังไปทั่วเวทีมวย จากนั้นก็ไม่มีใครกล้าขึ้นมาท้าต่อสู้ด้วยอีก องค์าาเลยสั่งกลับวังด้วยความรู้สึกว่าวันนี้สนุกอย่างยิ่ง ส่วนทหารตามเสด็จก็ต่างตื่นใไม่หาย ที่เห็นเชิงชกมวย ของจมื่นเทพในครั้งนี้ โดยเฉพาะหัวหน้าองครักษ์จง แทบจะเอ่ยปากขอเป็ศิษย์ จมื่นเทพเลยทีเดียว....