ผู้กล้าหญิงสุดแกร่งกับการเริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

    บทที่ 10 ด้านที่แตกต่างและการต้อนรับ

    หลังการหายไปของดาบทั้งสองเล่มอเล็กซานดร้าและเอเลน่าก็ได้สติตื่นขึ้นจากการหลับใหลขึ้นมาพวกนางหันมองหน้ากันอยู่นานก่อนที่เอเลน่าจะดึงอเล็กซานดร้าเข้ามากอด
     “ดีมากที่เจ้าไม่เป็นอะไรไป”
     อเล็กซานดร้างุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะนางเหมือนกับว่าแค่หมดสติไปเท่านั้นและก็ราวกับฝันไปว่าตนเองได้รับผลร้ายแรงจากดาบเล่มสีดำก็เป็นเอเลน่าที่กำลังคิดหาวิธีช่วยต่างๆนาๆจนกระทั่งแย่งดาบเล่มนั้นไปสภาพของนางต้องฝืนอดทนความเจ็บปวดอย่างมหาศาลที่ถูกถ่ายโอนเข้าไป ‘จากนั้นอะไรต่อนะ อืม ปวดหัวจริงๆ’
     “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”
     เอเลน่าที่ราวกับเป็นเด็กที่ขวัญอ่อนก็ได้รับการปลอบใจจากอเล็กซานดร้าจนหายเป็นปกติกลับสู่ท่าทีแบบเดิมที่เยือกเย็นสุขุม ‘แล้วที่ท่าทีเหมือนเด็กเมื่อครู่หายไปไหน ทั้งที่น่ารักขนาดนั้นแท้ๆน่าเสียดาย’
     “อะ แฮ่ม เมื่อครู่ข้าต้องขอโทษจริงๆ พอดีว่า.....”
     “เล่ามาหน่อยสิเอเลน่าข้าเป็นอะไรไป”
     “หืม! นี่จะบอกว่าเจ้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?”
     “ใช่ ข้าเหมือนว่าข้าจะหลับไปเฉยๆแล้วก็ฝันว่าเกิดเรื่องขึ้นประมาณนี้.....”
     อเล็กซานดร้าตอบเอเลน่าพร้อมเล่าเรื่องที่ตนเองราวกับหลับไปและฝันถึงบางอย่าง
     “อืม เป็นเช่นนั้นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ ข้านึกว่าเจ้าจะเป็นอะไรไปแล้วเสียอีกถ้าเจ้าบอกว่าแค่ฝันไป แล้วทั้งหมดมันคืออะไร ใช่สิข้าได้ยินเสียงของชายชราแปลกๆคนหนึ่งก่อนหมดสติไปด้วยนะแต่ไม่รู้ว่าภาษาที่ชายชราคนนั้นพูดมันคือภาษาอะไร”
     “ชายชราแปลกๆ? ที่ใช้ภาษาแปลกๆ อืม......”
     อเล็กซานดร้าครุ่นคิดอยู่ครู่ก็นึกถึงอะไรบางอย่างก่อนจะจับประเด็นความเป็นไปได้ทั้งหมดจนกระทั่งนึกอะไรขึ้นมาได้
     “ช่างเถอะซานดร้า มันคงเกี่ยวกับความลับของเจ้า ข้าไม่อยากรู้หรอกแค่เจ้าไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว”
     “ไม่หรอกเจ้าได้รู้แน่แต่แค่มันยังไม่ถึงเวลาก็เท่านั้น ถ้าต้นสายปลายเหตุที่มาถึงขนาดนี้แล้วแสดงว่าเจ้าคงโดนบททดสอบไปแล้วล่ะและเจ้าก็ผ่านบททดสอบมาด้วย ส่วนบททดสอบอะไรบางทีเจ้าอาจจะนึกได้ใช่ไหมว่าเขาทดสอบอะไรเจ้า”
     “อืม ดูท่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าคงถูกทดสอบ”
     “พักเรื่องพวกนี้ไว้ก่อนอย่าพึ่งไปคิดมากเลย รอถึงเวลาที่ได้เรียนเวทมนตร์จริงๆจังๆเวลานั้นคงรู้อะไรหลายๆอย่างล่ะนะ”
     “นั่นสินะ”
     ……
     อเล็กซานดร้าและเอเลน่าพูดคุยกันไปเรื่อยๆก่อนที่ประตูของรถม้าทมิฬปีศาจจะถูกเคาะจากด้านนอก
     ก็อกๆ
     เอเลน่าก็เดินไปเปิดประตู คนที่มาคืออัครราชทูตแทนจอมมาร ขณะที่เดินทางกลับมาเขากังวลเกี่ยวกับอเล็กซานดร้าจนกระวนกระวายไปหมดเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซานดร้าทำให้เขาวางใจไม่ได้จึงตัดสินใจมาสอบถามกับเอเลน่า
     “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทท่านหญิงเอเลน่า ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าเจ้าหญิงไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่เพราะว่าในตอนที่ออกมาข้าไม่เห็นเจ้าหญิงเลย ข้าเกรงว่า…..”
     อเล็กซานดร้ารู้ว่าใครมาหานาง นางลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ข้างกายของเอเลน่าแล้วมองไปยังอัครราชทูต
     “มีอะไรรึท่านอัครราชทูต”
      “หืม! ท่าน.....เจ้าหญิงครับท่านไม่เป็นอะไรเช่นนั้นข้าก็ขอตัวก่อนเชิญเจ้าหญิงพักผ่อนให้สบายเถิด”
     “อืม...เจ้าก็ด้วย”
     หลังจากที่อัครราชทูตจากไปเอเลน่าก็แทบจะระงับโทสะของตัวเองไว้ไม่อยู่
     “เป็นเขาใช่หรือไม่”
     “ดูท่าจะใช่นั่นแหละเอเลน่า เขาเป็นพวกที่เข้าฝั่งเดียวกับฝ่ายต่อต้านพวกเราราชวงศ์ปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์ เฮ้อ คงพูดอยากเพราะกฎตายตัวที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้เป็นอันขาดเนื่องจากสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์จะไม่มีวันขึ้นเป็นจอมมารได้เด็ดขาดถึงขึ้นไปพลังสืบทอดจอมมารก็ได้มาเพียงครึ่งเดียวไม่เหมือนสายเลือดบริสุทธิ์ที่ได้มาแบบเต็มที่ ทำให้พวกเขาเคียดแค้นราชวงศ์ปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์ ข้าที่เป็นทายาทหลักที่สืบทอดจอมมารท่ามกลางพวกสายเลือดไม่บริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมถึงจะขาดแค่สายเลือดเท่านั้นก็เถอะ คนพวกนั้นคงคิดว่าถ้าไม่มีข้าสักคนคงทำให้พวกเขามีโอกาสสืบทอดจอมมารสินะ”
     “เรื่องนี้ข้าว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะซานดร้า พวกเราควรเอาไปแจ้งแก่ท่านจอมมาร”
     “ไม่ต้องหรอกเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือของท่านลุงโนอาห์ ปล่อยพวกมันเอาไว้ก่อน”
     “ถ้าปล่อยไปแบบนั้นเจ้าจะไม่เป็นอะไรรึ”
     “เจ้านี่กังวลไม่สมเป็นเจ้าจริงๆเลยเอเลน่า ความจริงแล้วถ้าพวกมันไม่สามารถกำจัดข้าได้ตอนนี้ถ้าหากกลับไปถึงพระราชวังพวกมันก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วล่ะ เชื่อข้าเถอะรับรองไม่มีเรื่องที่ไม่ปลอดภัยแบบนี้อีกแล้ว”
     ใช่แล้วครั้งนี้อเล็กซานดร้าแค่ประมาทไปเท่านั้นไม่คิดเลยว่าพวกสายเลือดไม่บริสุทธิ์จะใจกล้ากระทั่งไปติดต่อพวกนอกเผ่ามาลงมือกันถึงขนาดนี้และมันก็ทำให้พวกนอกเผ่าสามารถหยิบยกข้อเสนอที่แสนหอมหวานมาให้พวกสายเลือดไม่บริสุทธิ์ทำให้พวกมันกล้าถึงขนาดไม่เห็นหัวจอมมาร แต่มันก็จบแล้วล่ะก็เพราะถ้าพวกมันทำอีกครั้งรับรองจอมมารต้องจับได้ลงโทษจนถึงที่สุดบางทีพวกมันอาจไม่มีที่ยืนในเผ่าปีศาจอีกต่อไป
     ทำไมอเล็กซานดร้าถึงมั่นใจขนาดนั้นก็เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่นางเดินทางมาครั้งนี้มันก็มากพอที่จะรับประกันได้เลยว่านางได้เป็นทายาทที่สืบทอดจอมมารที่แท้จริงได้เลย ทั้งการหาผลประโยชน์ให้เผ่าปีศาจ บุกถล่มฐานคนสั่งการจนสังหารหัวหน้าของแผนการสังหารตนเองได้ นำคนของเผ่าปีศาจหวนคืนเผ่า และดึงดูดกระทั่งวิหารพันธสัญญาแห่งสันติที่แทบจะไม่ยุ่งกับโลกภายนอกหากไม่เกิดสงครามขึ้นจริงๆ นี่เป็นผลงานของเด็กสาวเจ็ดขวบปี ถ้าหากมีคนหาเด็กเจ็ดขวบปีที่สร้างเรื่องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกจักรวาลแห่งนี้บางทีคงมีเพียงอเล็กซานดร้าที่ทำได้
     “ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าเจ้าว่ามาแบบนั้นข้าก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้าจะอยู่ข้างเจ้าเสมอ”
     อเล็กซานดร้ายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุดก่อนกล่าว
     “ขอบคุณเจ้ามาก”
     เอเลน่ามองอเล็กซานดร้าด้วยอาการเหม่อลอย นางราวกับเห็นเทพธิดาผู้งดงามลงมาสรวงสวรรค์เพื่อมายังที่แห่งนี้โดยเฉพาะ ‘ถ้าเกิดว่าซานดร้าโตขึ้นมาอีกสักหน่อยนางจะงดงามขนาดไหนกันนะ’ กระทั่งนางได้สติก่อนที่จะแสดงท่าทีเยือกเย็นดังเดิม
      “...อะไรกันไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกทำตัวห่างเหินไปได้เรื่องของเจ้าก็คือเรื่องของข้า”
     อเล็กซานดร้าที่เห็นท่าทีก่อนหน้าก็แสดงท่าทีกระอักกระอ่วนออกมา ‘ท่าทีแบบนี้มันน่ารักเกินไปแล้ว’ ตลอดเวลาที่อยู่กับเอเลน่าการที่นางแสดงท่าทีแบบนี้ออกมาต่อหน้าอเล็กซานดร้าแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น แต่วันนี้เห็นท่าทีแบบนี้ออกมาหลายรอบขนาดนี้หรือว่าอเล็กซานดร้าต่อจากนี้นางจะพบโชคดีครั้งใหญ่กันแน่นะ
     ....... 
    การเดินทางก็ใช้เวลาเช่นตอนมาคือสิบห้าวัน แต่ครั้งนี้แค่ไม่มีพวกมือสังหารมายุ่งวุ่นวายอีก ทำให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่าได้พักผ่อนนอนหลับกันเต็มที่
     การเดินทางกลับมาในครั้งนี้ผู้คนในเผ่าปีศาจต่างจ้องมองขบวนเดินทางมีทั้งการชื่นชม การสรรเสริญ และคำยกย่องมากมายจากผู้คนเพราะเรื่องที่อเล็กซานดร้าไปทำมันแทบจะเขย่าโลกจักรวาลแห่งนี้ไปได้เลยผลงานที่อเล็กซานดร้าทำแทบจะทุกพื้นที่รู้ข่าวกันทั้งหมด
     และปลายทางสิ้นสุดของรถม้าทมิฬปีศาจก็พบชายหนุ่มรูปงานคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าเหล่าผู้คนรอต้อนรับการมาของอเล็กซานดร้า เขาคือโนอาห์  อิซีเคียล ซอว์เยอร์ อารีอาน่า จอมมารผู้อยู่เหนือโลกทั้งปวง ท่านลุงของอเล็กซานดร้า และตามด้วยชายหญิงสองคนที่ยืนถัดไป พวกเขาคือโนแลน เอียน ซอว์เยอร์ อารีอาน่า และ เอเลียนน่า เมดิลีน เรแกน พ่อและแม่ของอเล็กซานดร้า สุดท้ายคือพ่อของเอเลน่า ท่านลอร์ดวิลเลียม เดอ เอลโกรุส ดยุกแห่งลีโอพาร์ท 
     ภาพการต้อนรับการกลับมาแน่นอนว่ามันยิ่งใหญ่มากในสายตาของอเล็กซานดร้าถึงแม้ชาติก่อนนางจะเคยเป็นเจ้าหญิงมาก่อนแต่ความยิ่งใหญ่มันต่างกันริบลับระหว่างโลกที่แสนวุ่นวายและโลกที่ใกล้เคียงคำว่าสงบสุขแค่คำนี้ก็ต่างกันมากแล้ว
     รถม้าทมิฬปีศาจเคลื่อนที่ไปจนหยุดที่ปลายทาง อเล็กซานดร้าและเอเลน่าก็ลงจากรถม้าทมิฬปีศาจเพื่อเดินเข้าไปหาโนอาห์  ทั้งสองเดินมาหยุดที่ตรงหน้าของโนอาห์ก่อนจะคำนับทำความเคารพอย่างงดงาม
     “อืม....บททดสอบทำสำเร็จอย่างงดงามและยังได้รับของแถมกลับมามากมายทั้งมิตรและศัตรูในเวลาเดียวกัน”
     โนอาห์กล่าว
                     เมื่อโนอาห์กล่าวชมอเล็กซานดร้าและเอเลน่าเป็นเวลาที่ทุกคนตกตะลึงที่สุดยกเว้นพ่อและแม่ของอเล็กซานดร้ารวมไปถึงพ่อของเอเลน่าเท่านั้นที่ไม่แปลกใจอะไร อเล็กซานดร้าและเอเลน่าแสดงท่าทีงุนงงออกมาทันที ‘เรื่องนี้มันน่าแปลกหรือ?’
                     มันก็ไม่แปลกอะไรที่ทุกคนจะตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเพราะการที่โนอาห์เอ่ยชมใครสักถ้าไม่ใช่พี่น้องร่วมเป็นร่วมตายหรือลูกน้องที่สนิทที่สุดแทบไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างว่าแต่เครือญาติเลยถ้าไม่เคยทำความดีความชอบอะไรเลยแม้แต่หางตาของโนอาห์ยังไม่มีคุณสมบัติให้เขาทำเช่นนั้น
                     “ท่านลุงนี่ล่ะก็กล่าวชมข้าเกินไปแล้วเรื่องเช่นนี้มันไม่ได้มากมายอะไรเลย แค่เผ่าของพวกเราได้ประโยชน์แค่นั้นก็ดีมากแล้ว”
                     อเล็กซานดร้ายิ้มพร้อมกล่าว
                     และมันก็ทำให้ทุกคนต่างผวากันอีกครั้งเนื่องจากอเล็กซานดร้าไม่เรียกจอมมารว่าจอมมารแบบคนอื่นทำเพื่อเป็นการเคารพจอมมารแต่กลับเรียกในฐานะที่เป็นลุงแทน
                     ‘นางทำอะไรลงไปถึงเป็นเจ้าหญิงปีศาจรัชทายาทสืบทอดจอมมารก็เถอะ แบบนี้ไม่กลัวองค์เหนือหัวจอมมารลงโทษหรืออย่างไร’
                     ‘บ้าไปแล้วแน่ๆ พึ่งทำประโยชน์กลับมาได้อย่างงดงามกลับจะได้รับโทษแทน’
                     “ดีแล้วที่เจ้าคิดเช่นนั้น มาเถอะเข้าบ้านกันก่อนพวกเรามาพูดคุยกันหน่อย”
                     โนอาห์กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้ม 
                    ‘ห้ะ องค์เหนือหัวจอมมารยิ้ม ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม” 
                    ‘เป็นไปไม่ได้องค์เหนือหัวยิ้มแล้ว’ 
                    จอมมารที่เย็นชาคนนั้นกลับยิ้มให้อเล็กซานดร้าจากใจจริงแค่นี้ก็ทำให้การต้อนรับการกลับมาของอเล็กซานดร้าวุ่นวายไปในทันทีและมันก็แทบจะกำหนดแล้วว่าจากนี้อเล็กซานดร้าจะต้องได้เป็นรัชทายาทสืบทอดจอมมารที่แท้จริงที่ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนตำแหน่งได้อีก
                     ทันใดนั้นเองเรื่องที่ทำให้ตกตะลึงต่อไปก็เกิดขึ้นเล่นกับความรู้สึกของผู้คนอีกครั้ง เป็นโนอาห์ยื่นมือมาหาอเล็กซานดร้า มันคือท่วงท่าอะไรนั้นทุกคนย่อมรู้ดีเพราะว่ามันคือท่วงท่าที่บุรุษให้เกียรติแก่สตรีนั่นเอง อเล็กซานดร้าไม่มีความลังเลอะไรยื่นมือออกไปหาโนอาห์และโนอาห์ก็จูงมืออเล็กซานดร้าก็เดินเข้าไปภายในพระราชวังพร้อมกับมีเอเลน่าเดินตามหลังเข้าไปอย่างใกล้ชิด 
                    หัวใจของทุกคนแทบจะเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะกลัวว่ามันจะหยุดเต้นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหวเนื่องจากเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันมากเกินไปแต่ก็ไม่ได้คิดหรือพูดอะไรอีกเพราะพวกเขาตกตะลึงจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว ในเมื่องานจบแล้วและเห็นสิ่งที่น่าสนใจมากในวันนี้ เหล่าขุนนางที่มาให้การต้อนรับนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปกลับยังถิ่นปกครองของตน ยกเว้นพ่อแม่ของอเล็กซานดร้าและพ่อของเอเลน่าที่เดินเข้าไปในพระราชวังต่อทันที  
                    .....................