ขณะที่ดวงตาของชู หยาง เปล่งประกายราวกับว่าเด็กคนหนึ่งได้เจอของเล่นใหม่เท่านั้นมันไม่เชื่อในโชคชะตาแล้วเนื่องจากครั้งที่วันที่กำลังจะก้าวผ่านขั้นมหาเซียนจักรพรรดิเราผู้อยู่เบื้องบนด้านไม่้าให้มันขึ้นมายันอยู่จุดเดียวกับตนอย่างแน่นอนมันไม่เชื่อในโลกของโชคชะตาอีกต่อไป
โชคชะตามันเป็เพียงเื่เล่าเื่ความกล่าวขานลวงหลอกของพวกเ้าเท่านั้น
อย่างไรก็ตามลู่ เม่ยเม่ยมองมามองหาก็พบว่าชู หยาง เหม่อลอยโดยไม่ใส่ใจว่าข้างบนเป็อะไรสงสัยถ้าจะคิดมากเกินไปแล้วกังวลแทนเขามากเกินไปว่าเขาจะเป็อันตรายเมื่อเข้ามาในช่องว่างมิตินี้เป็บุรุษที่น่าสนใจจริงๆ
เมื่อกลไกของขั้นบันได์ฟ้าทำงานถ้ามีช่องว่างให้ผู้คนเริ่มทยอยแย่งกันเข้าไปขั้นบันไดเพื่อโอกาสในการรับสิ่งของหรือสมบัติโชคชะตา
ขณะเดียวกันชู หยางเริ่มบ่มเพาะพลังเพราะเขากำลังจะทะลวงขั้นจิติญญาขั้นต้นดังนั้นแล้วเขาจึงไม่ใส่ใจหรือเร่งร้อนเพื่อจะรีบขึ้นบันไดเพื่อไปหาสมบัติที่อยู่ตามขั้นบันไดเพราะลมปราณในบริเวณช่องมิตินี้เหมาะสมสำหรับการบ่มเพาะพลังมากกว่าด้านนอก ชูหยางนั่งใช้ทักษะวิชากลืนกินทุกสรรพสิ่ง กำลังดูดพลังลมปราณโดยรอบ อย่างมหาศาล โดยไม่สนใจปฏิกิริยาของผู้คนโดยรอบ เพราะมีบางคนที่นั่งดูดพลังลมปราณเหมือนกัน แต่เพราะทักษะนี้น่ากลัวอย่างมากทันทีเริ่มดูดบริเวณบรรยาศเกิดลมปราฯคลั่งจากทุกทิศหลั่งไหลเข้าหาชูหยางทันที เป็จุดเดียวกันทำให้บริเวณอื่นๆลมปราณแทบไม่ได้รับลมปราณอีก ตู้มมม
ชูหยางทะลวงเข้าสู่พลังขั้นจิติญญา ขั้นต้น 1 แต่ไม่หยุดเพียงเท่ากันยังคงยกระดับต่อเนื่องตามพลังลมปราณช่องมิติของูเาทมิฬ ชูหยางสังเกตเห็นเ้าดวงจิญวาณสีดำกำลังพยายามหลบเลี่ยงการสื่อจิตกับชูหยางทันที แต่ชูหยางมิได้สนใจที่จะรีบโคจรสื่อสารหรือทำพันธะกับสิ่งประหลาดสีดำแต่อย่างใด
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็ใช้ทักษะวิชากลืนกินทุกสรรพสิ่งอีกครั้งทันที่ ตู้ม บรรยากาศโดยเริ่มลมปราณเริ่มหายไปจนหมด ขั้น 2-3-4 ทันที ชูหยาง ยิ้มอย่างพอใจ เนื่องจากเขาไม่ได้ใช้ยาหรืออื่นๆช่วยในการยกระดับพลัง แต่ก็สามารถขึ้นมาสู่ขั้นที่ 4 ของพลังขั้นจิติญญา เท่านี้ก็เป็กำไรต่อตนเแล้ว
จากนั้นเขาเริ่มสื่อสารกับจิตวิญญาญสีดำทันที ว่ามันคือตัวตนใด เหตุใดมันถึงไม่ยอมรับเขาเป็พันธะ
(จิตวิญญาญของผู้ฝึกตนหรือคนที่พร์ระดับสูง สามารถรับได้เพียง 1 ตนเท่านั้นเพราะคือโ๙คชะตาของคนนั้นผูกไว้กับจิติญญาแต่กำเนิดหรือถ้า้าพันธะเพิ่มต้องเสี่ยงเขาช่องว่างมิติสุ่มเข้าไปในหุบเขาปริศนาแห่งโลกเผ่าอสูรต่างๆตามดวงชะตาโชค ถ้าเข้าไปแล้วไม่มีใครยอมรับจะต้องตายทันที กฎแห่งการยอมรับชะตา จะกลับมาได้นั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากจิติญญาต่างๆโดยการทำพันธะผู้ติดตามได้เท่านั้นถึงจะกลับมาได้)
ชูหยางสื่อสารกับจิติญญาสีดำและกล่าว เหตุใดเ้าถึงไม่ยอมรับข้า แล้วเ้าจิติญญาเแบบใด ตอบข้ามา ชูหยางเริ่มสงสัยและไม่พอใจ ปกติแล้วทั้งสองสิ่งเกิดมาคู่กันตามโชคชะตาต้องยอมรับพันธะกับตนแต่นี้มันไม่ยอมแม้กระทั่งพูดคุยใดๆต่อให้เป็อสูรระดับสีส้ม(าา)ยังต้องพูดกับมันแน่นอนแล้วมันคือสิ่งใดกันแน่
จิติญญาสีดำมันยังเงียบและกำลังคิดเหตุใดตัวมัน ถึงต้องมันทำพันธะกับมนุษย์อ่อนแอเช่นนี้มันไม่ยอมรับแน่ ตัวตนของข้าเป็ถึงบุตรจักพรรดิแห่งโลกอสูรทั้งปวง เหตุใดใยข้าถึงต้องเจอสถานะการณ์ที่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ (อสูรจิติญญาแต่ละตนจะมีพลังขึ้นอยู่กับการฝึกของผู้มีชาตะร่วม ต่อให้มีพลังมากมายมหาศาลในขณะนั้นหรือแม้่ไหนก็ตามแม้กระทั่งทารก เมื่อถึงเวลาคู่กำหนดชะตาต้องย้ายจิติญญาหายไปเข้าสู่จิติญญาผู้ถูกลิขิต ถึงจะเริ่มฝึกพลังกับคนที่ถูกกำหนดชะตาร่วมกัน มันเป็กฎของเอกภพ) มันไม่คิดเลยว่าจะมีใครในโลกมนุษย์สามารถมีชะตาร่วมกันมันได้