หลังจากการประลอง หลินฟางกลับมาที่โรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อน แต่ยังไม่ทันได้ลิ้มรสอาหารที่สั่งไว้ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
"ใคร?" หลินฟางถามเสียงเข้ม
"ข้ามาส่งสารจากกลุ่มเงาพยัคฆ์ ผู้นำของเราอยากพบเ้า" เสียงชายหนุ่มดังจากนอกประตู
"กลุ่มเงาพยัคฆ์?" หลินฟางขมวดคิ้ว เขาเคยได้ยินชื่อกลุ่มนี้ กลุ่มนักสู้ลึกลับที่ทรงอิทธิพลในสนามยุทธ์ซิงเถียน
หลินฟางเปิดประตู ชายในชุดคลุมสีดำยื่นคำเชิญในซองสีแดงให้
"ผู้นำของเรา้าพบเ้าในคืนนี้ที่ลานประลองลับ ใต้ร้านน้ำชาชิงหลง"
"เหตุใดข้าต้องไป?"
ชายคลุมดำยิ้ม "เพราะกลุ่มเงาพยัคฆ์สามารถมอบพลังและโอกาสที่เ้า้า"
แม้หลินฟางจะสงสัยในจุดประสงค์ แต่เขาก็ตัดสินใจไปตามคำเชิญ
เมื่อมาถึงร้านน้ำชาชิงหลง หลินฟางถูกพาไปยังทางลับใต้ดิน ที่นั่นคือลานประลองลับที่ยิ่งใหญ่ ผู้คนมากมายล้อมรอบสนาม ทุกคนดูแข็งแกร่งและมีออร่าที่ไม่ธรรมดา
ชายหนุ่มที่พาหลินฟางมาโค้งตัว "นี่คือหลินฟาง ข้าพาเขามาพบกับผู้นำแล้ว"
ผู้นำของกลุ่มเงาพยัคฆ์ปรากฏตัว เขาคือชายวัยกลางคนรูปร่างสง่างาม แต่ั์ตาเต็มไปด้วยความเฉียบแหลม
"ยินดีที่ได้พบเ้า หลินฟาง ข้าได้ยินถึงความสามารถของเ้าในสนามยุทธ์ซิงเถียน และข้าอยากให้เ้ามาร่วมกับเรา"
"ร่วมกับพวกเ้าทำไม?" หลินฟางถาม
"กลุ่มเงาพยัคฆ์ไม่เพียงแต่ปกครองลานประลองลับ แต่เรายังมีข้อมูลและทรัพยากรมากมาย หากเ้าเข้าร่วมกับเรา เ้าจะมีพลังและทรัพย์สมบัติที่เพียงพอเพื่อไต่เต้าสู่จุดสูงสุดในยุทธภพ"
หลินฟางนิ่งคิด "แล้วข้อแลกเปลี่ยนล่ะ?"
"เพียงแค่เ้าสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อเรา และช่วยเหลือกลุ่มเงาพยัคฆ์ในยามจำเป็"
หลินฟางมองไปรอบๆ เขาััได้ถึงความมุ่งร้ายที่ซ่อนอยู่ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะดูน่าสนใจ แต่เขาก็ไม่ไว้ใจกลุ่มนี้
"ข้าขอเวลาคิด" หลินฟางตอบ
ผู้นำเงาพยัคฆ์หัวเราะเบาๆ "ข้าให้เวลาเ้า แต่จำไว้ว่าทางเลือกนี้จะเปิดไว้ไม่นาน"
เมื่อหลินฟางกำลังจะเดินทางกลับ เขาสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ ชายหนุ่มที่พาเขามากลับสะกดรอยตาม
"ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ให้ข้าคิดนานนัก" หลินฟางคิดในใจ
ทันใดนั้น ชายชุดดำสองคนพุ่งออกมาจากเงามืด พวกเขาถืออาวุธในมือและจ้องหลินฟางด้วยแววตาเยือกเย็น
"เ้าคิดจะปฏิเสธคำเชิญของกลุ่มเงาพยัคฆ์งั้นหรือ? เช่นนั้นข้าคงต้องกำจัดเ้าเสีย"
หลินฟางะโหลบการโจมตีครั้งแรก ก่อนจะใช้ ก้าวเงาั เข้าประชิดศัตรู เขารู้ว่าศัตรูเหล่านี้ไม่ใช่คนธรรมดา พลังปราณที่พวกมันปล่อยออกมาหนักหน่วง
"อย่าคิดว่าเ้าจะหนีรอดได้!" หนึ่งในนั้นะโ
หลินฟางใช้ คลื่นพลังัเงา โจมตีศัตรูระยะไกล พลังปราณสีฟ้าพุ่งกระแทกศัตรูจนกระเด็นไปชนกำแพง
"เ้าคิดว่ากลุ่มเงาพยัคฆ์จะปล่อยเ้าไปง่ายๆ หรือ?"
หลินฟางยิ้มเย็น "ข้าไม่เคยคิดว่าจะหลบเลี่ยง ข้าจะเอาชนะพวกเ้า และสร้างเส้นทางของข้าเอง"
หลังจากจัดการศัตรู หลินฟางตัดสินใจแน่วแน่
"กลุ่มเงาพยัคฆ์อาจทรงอิทธิพล แต่ข้าไม่มีวันเป็เพียงเบี้ยในเกมของพวกมัน ข้าจะสร้างชื่อด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพากลุ่มใด"
หลินฟางมุ่งหน้ากลับไปยังโรงเตี๊ยม เตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
รุ่งเช้าในโรงเตี๊ยม หลินฟางตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงผู้คนพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นในห้องโถงด้านล่าง เขาเดินลงมาและพบว่ามีผู้คนจับกลุ่มพูดถึงเื่เดียวกัน
"เ้าได้ยินข่าวหรือไม่? สมบัติโบราณในหุบเขาเฉียนหลงกำลังถูกค้นพบ!"
"ว่ากันว่ามันเป็ของตระกูลโบราณที่ล่มสลาย ผู้ใดได้ไป จะสามารถครองยุทธภพได้!"
คำพูดเหล่านี้ทำให้หลินฟางหูผึ่ง "สมบัติโบราณ? ดูเหมือนนี่จะเป็สิ่งที่ข้าต้องเข้าไปเกี่ยวข้องเสียแล้ว"
หลินฟางนั่งฟังข่าวจากพ่อค้าเร่ที่เดินทางมาจากหมู่บ้านใกล้หุบเขาเฉียนหลง
"เมื่อคืนนี้ มีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปที่หุบเขาเฉียนหลง กลุ่มใหญ่อย่างนิกายเพลิงสุริยันและสำนักจันทร์เหมันต์ก็เข้าร่วม ข้าได้ยินมาว่าสมบัติถูกปิดผนึกไว้ในค่ายกลโบราณ ไม่มีใครสามารถเปิดได้จนถึงตอนนี้"
"ค่ายกลโบราณงั้นหรือ?" หลินฟางคิดในใจ "ดูเหมือนนี่จะเป็เื่ใหญ่จริงๆ"
หลินฟางตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังหุบเขาเฉียนหลง ระหว่างทาง เขาพบกับกลุ่มนักเดินทางที่ถูกซุ่มโจมตีโดยโจรป่า
"ช่วยพวกเราด้วย!" หญิงสาวในกลุ่มร้องขอ
หลินฟางมองดูสถานการณ์ ก่อนจะตัดสินใจเข้าช่วยเหลือ เขาใช้ หมัดเงาั จัดการโจรป่าได้อย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณมาก ท่านจอมยุทธ์!" หญิงสาวกล่าวด้วยความขอบคุณ
"ไม่เป็ไร ข้าก็แค่ผ่านมา" หลินฟางตอบ แต่คำพูดของกลุ่มนักเดินทางทำให้เขาสนใจ
"พวกเรากำลังเดินทางไปหุบเขาเฉียนหลงเช่นกัน สมบัติโบราณนั้นมีค่ายกลที่ไม่ธรรมดา ผู้ที่สามารถทำลายมันได้ต้องเป็ผู้ที่มีพลังปราณสูงส่ง"
เมื่อมาถึงหุบเขาเฉียนหลง หลินฟางพบว่ามีผู้คนจำนวนมากจากนิกายและสำนักต่างๆ รวมตัวกันอยู่ ทุกคนต่างเฝ้าดูค่ายกลโบราณที่ตั้งตระหง่านกลางลานกว้าง
"ผู้ใดสามารถเปิดค่ายกลนี้ได้ จะได้เป็เ้าของสมบัติ!" ชายผู้หนึ่งจากนิกายเพลิงสุริยันประกาศ
หลินฟางแอบสังเกตการณ์ เขารับรู้ได้ถึงความรุนแรงของปราณที่แผ่ออกมาจากค่ายกล และความอันตรายของผู้คนรอบตัว
หลายคนพยายามเข้าทำลายค่ายกล แต่ล้มเหลว ค่ายกลตอบโต้ด้วยพลังปราณที่ทำให้ผู้ท้าทายาเ็
"ดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถเปิดมันได้" หลินฟางพึมพำ แต่ในขณะเดียวกัน ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนในหัวของเขา
"ระบบ เ้าบอกว่าข้าสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้งั้นหรือ?"
หลินฟางพยักหน้า "ข้าจะลองดู"
หลินฟางเดินออกจากเงามืด ผู้คนต่างหันมามองเขา
"ใครกัน? ขยะจากตระกูลหลินงั้นหรือ?"
"เ้าคิดจะลองเปิดค่ายกลนี้หรือ? อย่าตลกไปหน่อยเลย!"
หลินฟางไม่ตอบคำท้า เขารวบรวมพลังปราณไว้ที่มือและใช้ คลื่นพลังัเงา โจมตีค่ายกล
พลังปราณสีฟ้าส่องสว่างทั่วบริเวณ ค่ายกลสั่นะเืก่อนจะแตกออก เสียงะเิดังสนั่น และภายในปรากฏหีบสมบัติขนาดใหญ่
"เขาทำได้จริงๆ!" ผู้คนต่างตะลึง
ขณะที่หลินฟางกำลังจะเข้าไปใกล้สมบัติ ผู้คนรอบข้างก็เริ่มเคลื่อนไหว
"สมบัตินั่นเป็ของข้า!" ชายจากนิกายเพลิงสุริยันพุ่งเข้ามาโจมตีหลินฟาง
หลินฟางหลบหลีกและใช้ หมัดเงาั สวนกลับ การต่อสู้ครั้งใหญ่เกิดขึ้นท่ามกลางความโลภของทุกคน
นขณะที่การต่อสู้กำลังเข้มข้น ผู้นำของสำนักจันทร์เหมันต์ปรากฏตัวพร้อมกับพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัว
"สมบัตินี้เป็ของสำนักจันทร์เหมันต์ ใครกล้าขัดขวาง จะต้องตาย!"
หลินฟางจ้องเขม็ง "ดูเหมือนนี่จะเป็บททดสอบที่แท้จริงของข้า"