“มีเื่ส่วนตัวนิดหน่อยน่ะครับ” ลู่ซือหย่วนพยักหน้ารับ
“ผู้เฒ่าลู่่นี้ยังสบายดีไหม”
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยครับ คุณปู่ท่านยังแข็งแรงดี” น้ำเสียงราบเรียบไม่กระตือรือร้นมากไปหรือเ็าเกินไป
หลิวเหว่ยหมินยกยิ้ม กับนายกเทศมนตรีหนุ่มที่ไม่ถือว่าสนิทกันมากคนนี้ เขาชื่นชมอย่างมากและยินดีจะผูกมิตรด้วย ในเมื่อสายงานเดียวกันยังต้องทำงานร่วมกัน เงยหน้าไม่เจอก้มหน้าก็ต้องเจอ
“หัวเป็อะไรเหรอ”
“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ” ลู่ซือหย่วนตอบเสียงเรียบอีกประโยค ไม่มีท่าทีอยากต่อบทสนทนาไปมากกว่านี้
หลิวเหว่ยหมินพยักหน้ารับ
“เอ๊ะ นายกลู่ พอดีเลย นี่หัวเป็อะไรเหรอครับ” ผู้อำนวยการกรมศุลกากรที่ร่วมมื้ออาหารด้วยเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ เห็นหลิวเหว่ยหมินกับลู่ซือหย่วนยืนอยู่บนทางเดินพอดี มองแวบเดียวก็สังเกตเห็นผ้าก๊อซสีขาวตรงหน้าผากของลู่ซือหย่วนเพราะเตะตาเหลือเกิน
ลู่ซือหย่วนยังคงตอบด้วยเสียงเรียบนิ่งสุขุม ไม่มีกลิ่นอายทะนงตัวตามประสาวัยที่เขาควรมี “อุบัติเหตุเล็กน้อยน่ะครับ”
“กำลังจะกลับเหรอ สนใจมานั่งร่วมโต๊ะกันหน่อยไหม”
“ขอโทษด้วย ่นี้ผมไม่ค่อยได้พักผ่อนเลยอยากขอตัวกลับก่อน เชิญตามสบายเลยครับ” ลู่ซือหย่วนส่ายหน้า
“มาด้วยกันสิ มีแต่คนคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น” หลิวเหว่ยหมินเชิญชวนด้วยอีกทาง
“ไม่ละ ท่านอธิบดีหลิว ตามสบายเลยครับ ไว้วันหลังแล้วกัน คุณหมอกำชับให้ผมพักผ่อนให้ดี” ลู่ซือหย่วนตอบปัดคำเชิญครั้งนี้อย่างใจเย็นไร้ซึ่งความรู้สึกกดดัน
“ก็ได้ ไม่ฝืนแล้วกัน พักผ่อนให้ดีนะ มีแผลติดตัวอย่าโหมงานเกินไปละ” หลิวเหว่ยหมินชี้ตรงหน้าผากตัวเองเป็เชิงให้เขาระมัดระวังตัว
“ครับ ขอตัวก่อน”
ทักทายเสร็จลู่ซือหย่วนก็หมุนตัวเดินไปที่ลิฟต์ หลิวเหว่ยหมินเองก็หันหลังเตรียมกลับเข้าไป กลับเห็นเว่ยตงยืนอยู่ตรงประตู และดูท่าทางจะยืนได้สักพักแล้ว
“ดูอะไรน่ะ”
“คนเมื่อกี้คือใครเหรอครับ” เว่ยตงชี้ไปยังคนที่เดินเข้าลิฟต์ คนนั้นก็คือนายกเทศมนตรีหนุ่มที่เพิ่งขับรถชนกันเมื่อสองวันก่อนไม่ใช่เหรอ
แต่ตอนนี้เขายังสงสัยอยู่นิดๆ ว่าคนหนุ่มขนาดนี้เป็นายกเทศมนตรีจริงเหรอ
“เหอะๆ เสี่ยวเว่ย เธอยังไม่รู้สินะ นี่คือนายกเทศมนตรีเมืองปินไห่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของเราเลยละ” ผู้อำนวยการกรมศุลกากรพูดกลั้วหัวเราะ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่โชเฟอร์วันนั้นที่ภาคภูมิใจกับนายกเทศมนตรีที่ยังหนุ่มเกินความเป็ไปได้คนนี้ แม้แต่เพื่อนร่วมสายงานตำแหน่งสูงตรงหน้ายังรู้สึกภูมิใจเลย
“นายกเทศมนตรีอายุแค่นี้น่ะเหรอ” เว่ยตงเลิกคิ้ว
หลิวเหว่ยหมินฟังจากเว่ยตงพูดก็รู้ว่าอีกคนคิดอะไรอยู่ “ใช่แล้ว อายุน้อยกว่าใคร ถึงจะมีคนหนุนหลังแต่ก็มีความสามารถเป็ที่ประจักษ์ ไม่งั้นจะนั่งตำแหน่งนี้ไหวเหรอ”
เมืองปินไห่เป็เมืองที่บ่อโคลนลึกเกินจะคาดไหว เื้ัของกลุ่มอิทธิพลต่างทับซ้อนกันไปมา สามารถปักหลักยืนอยู่ตรงนี้ได้ด้วยวัยเท่านี้ ใครจะกล้าบอกว่าคนคนนี้ไร้ความสามารถกันล่ะ
“นายกเทศมนตรียังหนุ่มขนาดนี้ พบเห็นได้ยากจริงๆ” เว่ยตงยักไหล่ จะโทษเขาว่าคิดมากไม่ได้ เส้นทางการเมืองมีกฎที่รู้กันดีว่าหากไม่สั่งสมประสบการณ์จนอายุประมาณหนึ่ง หรือไม่ผ่านการลับฝีมือมาั้แ่ขั้นต่ำสุดก่อนไต่เต้าขึ้นทีละชั้นนั้น ย่อมไม่มีทางไปถึงจุดสูงสุดได้
โบราณกล่าวไว้ว่า คนวัยเด็กพึ่งพาไม่ได้ ไม่มีหนวดรอบปากสักชั้นหนึ่งยากจะมีคนเชื่อใจ
กลุ่มวัยรุ่นเป็กลุ่มพลังใหม่ของทุกสายอาชีพ เว้นแต่เพียงเส้นทางการเมือง สายงานนี้้าการฝึกฝน ต้นทุน รวมถึงวันเวลาสั่งสมประสบการณ์ ไม่อย่างนั้นลำพังแค่น้ำลายของคนวิพากษ์วิจารณ์ก็เยอะจนถมให้มิดหัวได้
อายุน้อย คือความเสียเปรียบบนเส้นทางการเมือง
“นานทีจะมีให้เห็นจริงๆ”
เว่ยตงไม่ใช่คนแรกที่ทึ่งกับเื่นี้ และแน่นอนว่าไม่ใช่คนสุดท้ายเช่นกัน เนื่องจากนายกเทศมนตรีหนุ่มคนนี้โดดเด่นสะดุดตามากจริงๆ