ถังปิงหยุนหันมาตบหน้าเขาเต็มแรง มือเล็กๆ ของเธอกลายเป็สีแดง แต่ใบหน้าของหยางจื่อกลับไม่สั่นไหวคล้ายกับมันทำมาจากเหล็ก
“คุณหนู! ตบผมทำไม” หยางจื่อจับหน้าของตัวเอง เขาไม่รู้สึกเจ็บ ด้วยความที่เป็ผู้ฝึกวรยุทธสิบปีแรงของผู้หญิงคนหนึ่งจะทำอะไรได้ ไม่งั้นจะฝึกยุทธไปเพื่ออะไรใช่ไหม
“ฉันตบนายทำไม นายยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ!” ถังปิงหยุนพ่นลมหงุดหงิด “กล้าดียังไงมาสกัดจุดฉัน แถมยังขับรถของฉันไปลงแข่ง และทำมันพัง! นายจะชดใช้ยังไงฮะ”
“เดี๋ยวก่อนสิ คุณหนูหลุดจากการสกัดจุดได้ยังไง ใครเข้ามาคลายจุดให้คุณหนู” หยางจื่อเพิ่งรู้ตัว ก่อนหน้านี้มัวแต่กังวลเื่ของคนรวยรุ่นที่สอง จึงมองข้ามว่าเธอควรจะขยับร่างกายไม่ได้
“ฉันเป็เ้านายของนาย กล้าดียังไงมาแตะต้องตัวฉัน พ่อของฉันสั่งให้นายมาเป็บอดี้การ์ดไม่ใช่พวกขี้เสือก คิดว่าตัวเองเป็ใคร เก่งมากนักหรือไง!” ถังปิงหยุนตบไปอีกหนึ่งฉาด ต่อให้มือเธอเจ็บแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้ทำกับเธอมันคือเื่ที่ไม่น่าให้อภัย
“คุณหนู...ผม..ผมแค่เป็ห่วงความปลอดภัยของคุณหนู กลัวว่าคุณหนูจะได้รับอันตราย นอกจากนั้นหลินอู๋เฉินยังดูไม่น่าไว้ใจ เ้าเย่ฟานเองก็เหมือนกัน สิ่งที่ผมทำลงไปก็เพราะปกป้องคุณหนู ซึ่งไม่ใช่เื่ที่ผิด!” หยางจื่อหาข้อแก้ตัว โดยยกเหตุผลความเลวร้ายของคนรวยรุ่นที่สองมาอ้าง
ถังปิงหยุนกรอกตา “ไม่จำเป็ต้องห่วงฉัน ฉันชื่นชอบในความเร็ว ดังนั้นฉันจึงชอบขับรถ นอกจากนั้นหลินอู๋เฉินก็ไม่ใช่คนเลวร้าย หากเทียบกับนายเขาดีกว่าเป็ร้อยเท่า!”
กล่าวจบหล่อนเดินไปโดยไม่หันมามอง
หยางจื่อกัดฟันกรอด “หลินอู๋เฉินนะหลินอู๋เฉิน นายทำให้ฉันดูแย่ กล้าดียังไงมาแย่งผู้หญิงของฉันไป อภัยให้ไม่ได้เด็ดขาด!”
“โฮ่ นึกว่าใครที่ไหนยืนบ่นอยู่ ที่แท้ก็สุนัขตัวหนึ่งนั่นเอง”
หยางจื่อเหลือบมองเ้าของเสียงเย้ยหยัน สีหน้าพลันบิดเบี้ยวเมื่อเห็นว่าเป็เย่ฟาน
ลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง!
“ทำไม...? ฉันพูดแทงใจดำหรือไง หรือนายกำลังจะบอกว่าไม่ใช่สุนัข หึหึ แต่สำหรับฉันนายมันก็แค่สุนัขขี้เรื้อน” เย่ฟานหัวเราะเยาะขบขัน เขาไม่สามารถชนะหลินอู๋เฉินได้ ทำให้ความโกรธทั้งหมดถูกยกมาที่หยางจื่อ
หมอนี่เป็เพียงบอดี้การ์ดธรรมดา
เป็กระโถนชั้นดีสำหรับเขาที่จะดูถูกและถ่มน้ำลายลงไป
“นายอยากตายหรือเปล่า เชื่อไหมว่าฉันสามารถฆ่านายได้เพียง 'หนึ่งวินาที' จากนั้นนายจะกลายเป็ศพ ถึงตอนนั้นนึกเสียใจขอโทษฉันก็ไม่ทันแล้ว”
ในฐานะผู้ฝึกวรยุทธสิบปี หยางจื่อมีความลำพองหลายส่วน
โดยส่วนตัวเขามองว่า คนรวยรุ่นที่สองนอกจากเงินแล้วด้านกายภาพนั้นอ่อนแอ ไม่ต่างจากผัก จะเอาไปต้มยำทำแกงอะไรก็ได้สุดแต่ใจอยาก
“หา...นี่ฉันได้ยินเื่ตลกอยู่หรือไงเนี่ย” เย่ฟานมีท่าทีไม่แยแส
“ฉันเตือนนายแล้วนะ!”
“หึหึ งั้นนายก็ต้องทำให้ได้ แต่ว่านะฉันเป็ลูกหลานตระกูลเย่ คิดว่านายจะทำอะไรได้ละไอ้สุนัขขี้เรื้อน!” เย่ฟานถ่มน้ำลายใส่เท้าของหยางจื่อ หลังจากระบายความโกรธเล็กน้อยเขาก็กลับไปขึ้นรถ
“ดี! งั้นวันนี้แกจะต้องตาย” ั์ตาคู่นั้นของหยางจื่อแผ่รังสีสังหารอันเข้มข้น แต่เขาไม่โง่พอที่จะลงมือที่นี่ ต้องเลือกสถานที่ไร้ผู้คน ต้องทำให้แเีที่สุด
.........
หลินอู๋เฉินมองดูยอดเงินที่เข้ามาในบัญชีสามล้านหยวนด้วยความสุขใจ
นี่คือเงินเดิมพันจากส่วนกลางที่มาจากเหวินจิง
ก่อนหน้านั้นทุกคนได้วางเดิมพันไว้แล้ว โดยเก็บไว้กับเธอ
ส่วนเขามาทีหลังไม่ได้วางเงิน แต่ถึงกระนั้นด้วยสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยผ่านซูเปอร์คาร์ เป็เื่เข้าใจได้ไม่ยากว่าเหวินจิงจะคิดว่าเขาไม่เบี้ยวเงินหากแพ้พนัน
“ลูกพี่ เราจะไปไหนกันต่อดีครับ” เย่หานถาม ดูเหมือนเขาอยากขับ Lamborghini อีกเต็มแก่
“วันนี้เราต้องฉลอง” เกาหยุนเซียวเสนอ
“ใช่ๆ ลูกพี่ชนะการแข่งซูเปอร์คาร์ ต้องฉลองสักหน่อยแล้ว ใช่ไหมครับลูกพี่” ฉุนเซียวเห็นด้วย
หลินอู๋เฉินเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า ตามด้วยยิ้ม
“แน่นอนว่าฉลอง ไปที่โรงแรมการ์เด้นกรีน วันนี้เราจะฉลองที่นั่นกัน”
ทันที่ที่พวกเขาได้ยินชื่อโรงแรม เนื้อตัวถึงกับสั่นเป็เ้าเข้า ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลก
โรงแรมดังกล่าวอาจจะไม่ใช่ที่หนึ่งในชุนเหลียนแต่ก็ถือว่าเป็โรงแรมระดับไฮเอนด์
มีเพียงคนร่ำรวยเท่านั้นที่จะได้เข้าไปกินดื่ม
วันนี้หลินอู๋เฉิน้าฉลองที่นั่น ถือเป็ลาบปากของเย่หานสามคน
“ฉันไปด้วยสิ” เหวินจิงยังไม่ได้ขับรถออกไป หล่อนแค่ร้อนเลยเข้าไปตากแอร์ในรถเท่านั้น
ด้วยการมาของหญิงสาว เธอเหมือนกับสายลมอุ่นๆ ที่พัดโชย ทำให้สามหนุ่มจ้องตาเป็มันส์ แต่ไม่สามารถคิดเกินเลยมากไปกว่านี้
เหวินจิงเป็ลูกหลานคนร่ำรวย ไม่มีใครเหมาะสมกับเธอมากไปกว่าหลินอู๋เฉิน และพวกเขาก็สนับสนุนอย่างเต็มที่
“ได้สิ แต่เธอต้องขับตามมาเองนะ เพราะรถของฉันนั่งได้แค่สองคน” หลินอู๋เฉินหัวเราะว่า
เกาหยุนเซียวกลายเป็โง่งมเมื่อตกเป็เป้าสายตา
ความจริงมีผู้หญิงจ้องก็ดีอยู่หรอก แต่แบบนี้มันแปลกๆ นะ
“แน่นอนฉันจะขับไปเอง ใครอยากนั่งกับนาย นอกจากนั้นมื้อนี้นายต้องเลี้ยงฉัน” เหวินจิงกรอกตา ผู้ชายคนนี้ไม่อ่อนโยนบ้างเลย
“ได้สิ แต่ขับตามมาให้ทันล่ะ เพราะถ้าเธอขับช้าเกินไปก็คงได้แต่โทษว่าเธออ่อนหัด” หลินอู๋เฉินยิ้มยียวน หลังจากนั้นจึงขับรถออกไป ปล่อยให้หล่อนเจ็บใจอยู่ตรงนั้น
......
โรงแรมการ์เด้นกรีน ไม่ว่าจะมาอีกสักกี่ครั้งมันก็หรูหรา แสดงถึงความร่ำรวยของชนชั้นสูงอย่างแท้จริง
เหวินจิงขับตามมาถึงโดยช้าไปหนึ่งนาที
ส่วนเ้าโง่เย่หานขับช้าเป็เต่า ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลกเพราะมันไม่ใช่รถเขา
หลินอู๋เฉินนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดซื้อบัตรทานอาหารสำหรับหนึ่งท่านที่โรงแรมการ์เด้นกรีนไป 4 ใบ
ต่อให้เขาร่ำรวยมีเงินหลายล้าน ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องฟุ่มเฟือยจนโง่เขลา
การใช้เงินต้องใช้อย่างประหยัด โดยเฉพาะเมื่อมีบัตรกินฟรีร้อยหยวน ทำไมถึงต้องเสียเงินจ่ายค่าอาหารเป็แสนหยวน มันคงมีเพียงพวกโง่เท่านั้น ไม่ก็พวกอวดรวยแต่รวยไม่จริง
แม้พวกเขาจะแปลกใจที่หลินอู๋เฉินยังไม่สั่งอาหาร แต่ทุกคนก็ไม่รีบร้อน
เนื่องจากที่นี่หรูหราเกินไป มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อเลย
อย่างรวดเร็วพนักงานขนส่งสินค้าได้เข้ามาหา พร้อมกับยื่นพัสดุให้ชายหนุ่ม
หลินอู๋เฉินเซ็นรับและพยักหน้าขอบคุณเล็กน้อย เสร็จแล้วพนักงานคนนั้นก็เดินจากไป
“อะไรเนี่ย ที่นายนั่งรอตั้งหลายนาที ก็เพราะกล่องใบเดียวเนี่ยนะ” เหวินจิงย่นจมูก ท่าทางดูน่ารักเป็พิเศษ
“ใช่” เขาผงกศีรษะว่า “มันอาจดูไม่มีราคา แต่ของข้างในมีมูลค่ามากเลยนะ เธออยากรู้หรือเปล่าว่ามันคืออะไร”
“ฉันไม่อยากรู้!” เหวินจิงเตะเท้าเขาไปทีหนึ่ง “อย่าได้ใจ ยังไงซะแพ้ชนะไม่ได้ตัดสินที่ครั้งเดียว คราวหน้าไม่แน่นายอาจต้องแพ้!”
หลินอู๋เฉินอมยิ้มมุมปาก
“ยิ้มอะไรของนาย”
“ก็ยิ้มที่เธอคิดว่าตัวเองยังมีโอกาสชนะไง แต่จะลองดูก็ได้นะ เพราะฉันเองก็ไม่ขัดอยู่แล้ว”
“ชิ! รีบสั่งอาหารได้แล้ว”
เหวินจิงไม่โง่พอจะตกหลุมพราง อาศัยฝีมือตอนนี้แข่งอีกครั้งเกรงว่าเป็เื่ยากหาก้าชนะ
นอกจากนั้นหล่อนไม่มีเงินมาเดิมพัน
เงินหนึ่งล้านคือเงินค่าขนมที่เก็บไว้หลายเดือน พอเสียไปก็ทำให้กระเป๋าเบาไปเลย
หลินอู๋เฉินไม่ได้พูดอะไรต่อ เรียกบริกรมาแล้วเริ่มสั่งอาหาร
........
เวลาสามทุ่มโดยประมาณ
เย่ฟานดื่มหนักจนหน้าแดงก่ำ กำลังขับรถผ่านหุบเขาหยงเหมินยามค่ำคืนกับหญิงสาวหนึ่งคนที่หิ้วมาจากบาร์ราคาถูก
ด้วยความเสียใจที่แพ้ให้กับหลินอู๋เฉิน จึงระบายความโกรธลงกับผู้หญิงที่หิ้วมา และมันก็ได้ผลดี ตอนนี้เขาเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“อะไรวะเนี่ย!” เย่ฟานเบรกรถกะทันหัน ข้างหน้าปรากฏท่อนไม้ขวางถนน ไม่สามารถขับผ่านไปได้
“เวรเอ้ย ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีรถวิ่งตอนกลางคืนด้วยสิ แล้วฉันจะกลับบ้านยังไง”
เย่ฟานลงมาจากรถ เขาไม่สามารถยกท่อนไม้ขึ้นมาได้ ส่วนผู้หญิงที่พามาก็ไร้ประโยชน์ และหล่อนไม่สามารถออกความคิดเห็นได้
“นายจะกลับบ้านไปทำไม คืนนี้นายต้องเป็ผีเฝ้าที่นี่!”
“นั่นใคร!” เย่ฟานตวาด หลังชุ่มด้วยเหงื่อ แต่พอเห็นใบหน้าคนที่ออกมาจากเงามืด ใบหน้าก็ผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน “สุนัขของถังปิงหยุนนี่เอง เป็ฝีมือแกเหรอ ไอ้เวรเอ้ย!”
หยางจื่อไม่ตอบคำถาม อาศัยระดับฝีมือผู้ฝึกยุทธสิบปีเข้ามาล็อกคออีกฝ่ายได้ไม่ยาก แล้วเดินไปใกล้ขอบผา เนื่องจากเป็เส้นทางลงเขา ไม่แปลกหากจะมีหน้าผาสูงชัน
เย่ฟานดิ้นรนด้วยกำลังทั้งหมดแต่มันกลับเปล่าประโยชน์ เขาถูกโยนลงจากหน้าผา ล่วงลงสู่เบื้องล่าง ไม่รู้ว่าเป็หรือตาย แต่ด้วยความสูงขนาดนี้เกรงว่าคงมีชีวิตรอดยาก
“นี่คือบทเรียนที่แกกล้าดูถูกฉัน” หยางจื่อมองดูเงามืดในหุบเขา มองไม่เห็นร่างเย่ฟาน จิตใจสงบลงเล็กน้อยเมื่อกำจัดหนึ่งในเสี้ยนหนาม
“ส่วนเธอ...” หยางจื่อหันไปหาหญิงสาวที่ถูกเย่ฟานพามา รอยยิ้มมุมปากชั่วร้ายยกขึ้นช้าๆ