ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่41 แมงมุมเกราะสายฟ้า

         ในระหว่างที่รอเจ้าขาวผ่อง และเจ้าเด้งดึ๋งไปตามท่านพ่อ ท่านลุง และท่านป้ามานั้น สองแม่ลูกก็พากันมองผ้าพับผืนนี้อย่างหลงใหลในความงดงามอันพิเศษของมันอย่างไม่รู้เบื่อ

         “เนื้อผ้าของมันช่างนุ่มลื่น มีพลังธาตุหล่อหลอมไปทั่วทั้งผืนเลย”ท่านแม่

         “สีผ้านี้มันช่างสวยจริงๆนะเจ้าคะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ใช่จ้ะ”ท่านแม่ 

         “เหนี่ยวเหนี่ยว น้องหญิง มันเกิดอะไรขึ้น..?!”ท่านพ่อ พอมาถึงเจอลูกสาวและฮูหยินของตนก็รีบถามด้วยหน้าตาตื่น แต่ไม่กล้าส่งเสียงที่ดังมากจนเกินไป เพราะจะเป็นที่ผิดสังเกตจากผู้คนในร้านค้าขายผ้าแห่งนี้ได้

         “จริงด้วยมันเกิดอะไรกันขึ้นอีก?”ท่านลุงอี้

         “พวกท่านดูผ้าพับผืนนี้สิเจ้าคะ”ท่านแม่ และเหนี่ยวเหนี่ยว เบี่ยงตัวออกมาเพื่อให้ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือและฮูหยินของพวกท่านได้เห็นกัน

         “นะ…นี่มัน!!”ท่านพ่อ

         “ผ้าทอใยแมงมุมเกราะสายฟ้า..!??”พวกท่านพอได้เห็นแล้วก็พูดคำเดียวกันเลยอย่างตื่นเต้นตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ได้เห็นด้วยสายตาในตอนนี้

         “มันใช่อย่างที่พวกเราคิดใช่หรือไม่??”ท่านพ่อ

         “ใช่เจ้าค่ะท่านพี่”ท่านแม่

         “ไม่น่าเชื่อ”ท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองและท่านป้าทั้งสองต่างก็เหม่อลอยกันอีกครั้ง

         “มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ข้าแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าจะมีโชคที่ได้เห็นผ้าที่ทำมาจากใยแมงมุมเกราะสายฟ้าที่เขาเล่าลือกันมาช้านาน จนผ่านมาร้อยปีแล้วไม่มีใครกลับได้พบเห็นมันอีกเลยนะ”ท่านพ่อ

         “จริงดังที่เจ้าว่านั่นแหละเฒ่าหวัง”ท่านลุงฉือ

         “เอ๋….นานขนาดนั้นเชียวหรือเจ้าคะท่านพ่อ??”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ใช่จ้ะลูกรัก ผู้คนต่างกล่าวขวัญเรื่องนี้มานานมากแล้วจริงๆ ต่างก็คิดว่าพวกมันคงหายสาบสูญหรือไม่ก็ย้ายไปอยู่โลกอื่นแล้ว”ท่านพ่อ

         “แต่ว่าใยแมงมุงจากผ้าพับนี้นี่มันก็พึ่งจะชักใยมาได้ประมาณ 80 ปีที่ผ่านมาเองนะเจ้าคะไม่นานถึงร้อยกว่าปีหรอกเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “ห๊าาาาาา..”พวกท่านต่างก็พากันตกใจในสิ่งที่เหนี่ยวเหนี่ยวพูดออกมา 

         “80 ปี!!”

         เหนี่ยวเหนี่ยวนางได้เอามือไปสัมผัสมันอีกครั้งเหมือนจะต้องการตรวจสอบอะไรเพิ่มเติมอีก และแน่นอนว่าตอนนี้หัวสมองน้อยๆของนางมีข้อมูลของมันไหลเข้ามาเต็มไปหมดเลย

        “มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ??”พวกท่านพ่อ ท่านแม่เริ่มจะงุนงงเรื่องของระยะเวลากันแล้ว เพราะข้อมูลที่เคยได้รับรู้มานั้นมันผิดไปทั้งหมดเลย กลายเป็นว่าผ้าทอผืนนี้กลับพึ่งจะได้มาใน 80 ปี นั่นหมายความว่าเจ้าแมงมุมเกราะสายฟ้ามันยังมีอยู่จริงใช่ไหม??!

         “เหนี่ยวเหนี่ยว ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมนะเจ้าคะแต่ที่สัมผัสดูจากเนื้อใบแมงมุมจากผ้าผืนนี้มันบอกเหนี่ยวเหนี่ยวว่าแบบนั้นเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

          “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านป้าของเจ้านาย เชื่อเจ้านายได้เลยเจ้าค่ะ เจ้านายของข้าเก่งมากนัก”เจ้าขาวผ่อง

         “ใช่ๆ เจ้านายคือผู้รู้ และผู้เก่งกาจที่สุดเจ้าค่ะ”เจ้าเด้งดึ๋ง

         พวกท่านได้แต่หันมามองที่เหนี่ยวเหนี่ยวกัน และแน่นอนว่าพวกท่านทั้งหมดเชื่อหมดใจจริงๆ ไม่ว่าอะไรต่อจากนี้เป็นต้นไปคำพูดของเหนี่ยวเหนี่ยวคือของจริง พวกเขาจะไม่เชื่อเรื่องเล่าที่เล่าต่อกันมาอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อคนที่รู้ดีกว่าเรื่องเล่าและในตำนาน ยืนตัวเตี้ยๆ ตัวจิ๋วๆ อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้วน่ะสิ

         “แล้วนี่พวกเราจะทำอย่างไรดีกับเจ้าผ้าทอใยแมงมุมเกราะสายฟ้าพับนี้ดีเล่าเจ้าคะ ถ้าจะให้ซื้อคงจะไม่ไหวเป็นแน่ราคาคงจะแพงน่าดูเลยทีเดียวเจ้าค่ะ”ท่านแม่

         “นั่นน่ะสิ แค่มีวาสนาได้เห็นมันก็เพียงพอที่เกิดมาแล้วสำหรับข้า”ท่านลุงอี้

         “จริงเจ้าเฒ่าอี้”ท่านลุงฉือ

         “พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อกลับไปนี่เจ้าคะท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านป้า เอาไว้มีเวลาเดี๋ยวเหนี่ยวเหนี่ยวจะพาออกหาใยของมันมาทำผ้าให้พวกท่านเองนะเจ้าคะ 

         ส่วนผ้าพับนี้เราก็คงจะต้องเรียกเจ้าของร้านค้าขายผ้าแห่งนี้มาบอกตามตรงเพื่อที่พวกเขาจะได้นำมันไปใช้งานได้อย่างคุ้มค่ากับความพิเศษของมันนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “จริงสิ อย่างที่เหนี่ยวเหนี่ยวพูดนั่นแหละ”ท่านพ่อ

         “แต่มันจะหาแมงมุมเกราะสายฟ้าพวกนั้นได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอลูก”ท่านแม่

         “ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ มีข้า เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋งสบายมากๆเลยนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เฮ้อ…จ้ะแม่เชื่อ”ท่านแม่

         “ความพิเศษของมันเหนี่ยวเหนี่ยวพอจะบอกพ่อกับคนอื่นๆเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ลูกรัก เผื่อว่าสิ่งที่พวกพ่อรับรู้มาอาจจะไม่หมดหรือผิดไปก็ได้”ท่านพ่อ

         “อ้อ…ได้เลยเจ้าค่ะความพิเศษของมันนั้นถ้าใช้ใยแมงมุมเกราะสายฟ้าไปเพียงเล็กน้อยก็พอที่จะช่วยป้องกันการโดนทำร้ายจากฝ่ายตรงข้ามได้นั่นก็คือสามารถสะท้อนพลังธาตุที่มาทำร้ายผู้ที่ใส่มันได้อย่างดี และสัตว์อสูรที่ต่ำกว่าเจ้าแมงมุมเกราะสายฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถทำร้ายได้เช่นกันเจ้าค่ะ

        แต่ถ้าทำได้เต็มผืนเหมือนผ้าพับนี้ล่ะก็ยิ่งกว่าสบายหายห่วงเป็นปลิดทิ้งเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านป้า”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “โอ้..!!”พวกท่านทั้งหมด ได้ฟังก็ตาโตตกใจกับความพิเศษสุดๆของมันจริงๆ คำว่าทั้งผืนถึงแม้เหนี่ยวเหนี่ยวไม่ได้อธิบายละเอียดยิบย่อยขนาดนั้นพวกท่านเองก็เดาได้ว่ามันหมายถึงแม้จะมีพลังธาตุที่ระดับต่ำกว่าเจอคนที่มีพลังธาตุที่มีระดับสูงกว่าหลายเท่าตัวทำร้ายก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้หรือทำร้ายคนผู้ที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำมาจากแมงมุมเกราะสายฟ้าได้เลย

        สมแล้วกับการที่มันมีชื่อว่าผ้าทอใยแมงมุมเกราะสายฟ้า เพราะมันเป็นเกราะป้องกันภัยได้เป็นอย่างดีนี่เอง

         “แต่ก่อนอื่นพวกเราก็ตามพวกพี่ชาย พี่สะใภ้ หลานๆ หลานสะใภ้ และพวกเหลนๆได้มาเห็นมันก่อนนะเจ้าคะก่อนที่เจ้าของร้านจะมาเก็บไป”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “จริงสิ เดี๋ยวลุงจัดการเองนะเหนี่ยวเหนี่ยว”ท่านลุงฉือ ท่านลุงอี้ ก็รีบปลีกตัวไปตามพวกลูกๆหลานๆเหลนๆทั้ง 3 ตระกูลมาแต่ก็ให้แบบทยอยเข้ามาเป็นกลุ่มย่อยๆเพื่อไม่ให้คนอื่นๆภายในร้าค้าขายผ้าได้แตกตื่นกันว่ามันเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นมา 

         เพราะจำนวนคนของพวกเรานั้นมีมากเกินครึ่งร้อย ถ้ามามุงดูอะไร ส่งเสียงฮือฮาไปย่อมไม่ดีเป็นแน่

         แน่นอนเมื่อท่านลุงทั้งสองได้ไปบอกพวกพี่ชายก่อน แต่ละคนก็มีสีหน้าตื่นเต้นตกใจกันไปหมด กับสิ่งใหม่ที่พึ่งเกิดล่าสุดสดๆร้อนๆภายในร้านค้าขายผ้าแห่งนี้ ฝีมือจากเหนี่ยวเหนี่ยวอีกเช่นเคย 

         ทุกๆคนได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาดูและสัมผัสเป็นวาสนากันแล้ว ก็พากันกลับไปที่เดิมเพื่อพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น แต่ต้องให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมันก็อึดอัดน่าดูเหมือนกัน

         “ดีจังพวกท่านไม่มีใครโลภ หรืออยากได้ของผู้อื่นเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งๆที่เจ้าผ้าพับผืนนี้มันมีคุณสมบัติที่วิเศษมากๆเลยถ้าได้มันไป”เหนี่ยวเหนี่ยว มองพวกท่านด้วยความภูมิใจและนับถือมากๆ แม้พวกข้าจะจนแต่ก็ไม่เคยมีความคิดที่เห็นแก่ตัวละชั่วร้ายกัน

         และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าร้านขายผ้าและเสื้อผ้าอาภรณ์ที่นี่นั้นก็เป็นพันธมิตรกับ ตระกูลซูร้านค้าซื้อขายสัตว์อสูร ตระกูลเหลียง ร้านค้าขายอาหารสด อาหารแห้งต่างๆ และตระกูลฝู่แห่งนี้ พวกเขาคือผู้ที่รู้จักกันมานานหลายต่อหลายรุ่น  

         “ก่อนที่พวกเราจะแจ้งทางเถ้าแก่ร้านค้าขายผ้าและเสื้อผ้าอาภรณ์แห่งนี้ จะบอกว่าเป็นผู้ใดดีกว่าที่เห็นผ้าผืนนี้กัน?และเป็นผู้ชำระล้างเนื้อใยแมงมุมของเกราะสายฟ้าตามที่เหนี่ยวเหนี่ยวได้บอกกล่าวอีกด้วย”ท่านพ่อ

         “นั่นน่ะสิ”พวกท่านต่างก็พากันกลุ้มแทนแล้วในตอนนี้ถึงคนตระกูลนี้จะซื่อสัตว์ มีคุณธรรมแต่พวกท่านก็ยังอยากปกปิดความสามารถของเหนี่ยวเหนี่ยวเอาไว้ก่อนอยู่ดี

         “เหนี่ยวเหนี่ยว แม่ขอถามอะไรเจ้าหน่อยได้หรือไม่”ท่านแม่

         “ได้สิเจ้าคะท่านแม่ ถามข้ามาได้เลย”เหนี่ยวเหนี่ยว หันมามองท่านแม่ของนาง

         “การชำระล้างใยแมงมุมเกราะสายฟ้าด้วยพลังธาตุที่บริสุทธิ์นั่นมีเพียงแค่เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น หรือผู้อื่นที่มีพลังธาตุอื่นๆก็สามารถทำได้แบบเดียวกับเจ้าหรือไม่อย่างไร??ลูกรัก”ท่านแม่

         “อ้อ…เรื่องเพียงเท่านี้เองหรือเจ้าคะที่พวกท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ต่างกลัดกลุ้มกันอยู่ตอนนี้”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ใช่จ้ะ”พวกท่านพากันตอบออกมา

         “การใช้พลังธาตุที่จะชำระล้างให้เส้นใยของแมงมุมเกราะสายฟ้านี้ใช้งานได้ดีมีประสิทธิภาพของมันเต็มที่นั้นก็เพียงแค่ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามขอแค่มีพลังธาตุ และทำตามที่ข้าบอก็สามารถทำได้เจ้าค่ะ แต่ผ้าพับผืนนี้มันค่อนข้างมีจำนวนที่ผืนใหญ่น่าจะใช้คนที่มีพลังธาตุระดับ 2 แบบท่านพ่อ ท่านแม่จำนวน 9 คนมาช่วยกันส่วพลังชำระล้างเนื้อใยให้สะอาดบริสุทธิ์เท่านั้นเองไม่เกี่ยว่าจะเป็นพลังธาตุใดก็ตามเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “นี่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆเลยลูก”ท่านพ่อ

         “ถือว่ามันเป็นความรู้ใหม่มากสำหรับพวกเราทุกๆคนเลยนะเนี่ย”ท่านลุงฉือ

         “เหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเราช่างเก่งกาจจริงๆ”ท่านลุงอี้

         “ใช่ๆ”ทุกๆคน

         เมื่อรับรู้วิธีการใช้พลังธาตุในการชำระล้างเส้นใยแมงมุมเกราะสายฟ้าให้สะอาดบริสุทธิ์พร้อมที่จะใช้งานแล้ว พวกท่านก็ไม่รอช้า รีบติดต่อเถ้าแก่ร้านค้าขายผ้า และเสื้อผ้าอาภรณ์ตระกูฝู่อย่างรวดเร็วทันที

    *****

         “ข้าคือเจ้าของร้านค้าแห่งนี้เองขอรับ”นายท่านตระกูลฝู่ที่ได้รับข่าวจากเด็กที่ดูแลในร้านรีบเดินเข้ามาทางด้านหน้าร้านอย่างรวดเร็ว

         “ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ”ท่านพ่อ และท่านลุงทั้งสอง

         “นี่มัน..ช่างยอดเยี่ยมอะไรขนาดนี้ข้าไม่คิดเลยว่าร้านค้าขายผ้าของข้าจะมีได้อีกครั้งหนึ่ง ต้องขอขอบคุณพวกท่านทุกๆคนจริงๆที่บอกข่าวนี้แก่ข้า ถ้าเป็นผู้อื่นเห็นทีพวกเขาคงจะซื้อไปในสภาพแรกที่เห็นและข้าก็มิรู้เลยจริงๆว่ามันจะต้องผ่านการชำระล้างด้วยพลังธาตุอีกรอบหนึ่งแบบนี้ ถือว่าเป็นความรู้ใหม่สำหรับตระกูลค้าขายผ้ามาช้านานอย่างพวกข้าจริงๆ”นายท่านใหญ่ตระกูลฝู่

         “นายท่านตระกูลฝู่อย่าได้เกรงใจไปเลย เพียงแต่พวกข้าได้จำมาจากนายผู้เฒ่าผู้หนึ่งเคยเล่าให้ฟังเพียงเท่านั้นเองขอรับ พวกท่านเป็นนักเดินทางและนักล่า

         ในบางครั้งเจอะเจอบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดจากตำรา จากเรื่องเล่าที่มีมาช้านานต่างก็จดจำและมาบอกเล่าลูกๆหลานๆ และคนงานของท่านได้รับฟังโดยมิห่วงความรู้แต่อย่างใด

         เพียงแต่พวกข้ามีวาสนาที่ดีที่เคยได้พานพบประสบเจอกับผู้ที่มีความรู้กว้างขวางและใจกว้างแบบนั้น”ท่านพ่อ 

         ที่แต่งเรื่องราวเพิ่มเติมจากความรู้ที่พึ่งได้มาจากเหนี่ยวเหนี่ยว เพราะคนที่นี่อย่างไรก็เชื่อถือคนเฒ่าคนแก่ผู้มีพลังธาตุสูงๆที่มีอายุมากๆยิ่งเป็นนักเดินทางและนักล่าที่ต้องออกผจญโลกกว้างใหญ่ในทวีปเฟยเทียนแห่งนี้ด้วยแล้ว น้ำหนักในใจความเชื่อยิ่งมีมากล้นเหลือเฟือเลยทีเดียว

         “จริง อย่างที่พวกท่านว่าประสบพบเจอกันล้วนแต่มีวาสนาต่อกันจริงๆ อย่างข้าที่ตอนนี้พวกพวกท่านที่มีความจริงใจ ซื่อสัตย์และมีคุณธรรม”เถ้าแก่ใหญ่ตระกูลฝู่

          “ไม่เป็นไรจริงๆขอรับ เรื่องเพียงเท่านี้เอง”ท่านพ่อ

          “ถ้าอย่างนั้นแล้ว ในวันนี้พวกท่านได้โปรดรับสินค้าจากทางร้านไปโดยไม่ต้องจ่ายเงินตำลึงให้ข้าแม้แต่อิแปะเดียว พวกท่านอย่าได้ปฎิเสธเลยนะ

         สิ่งที่พวกท่านให้คืนกับข้ามาอย่างผ้าพับผืนนี้ ราคาไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียว มันมีค่ามหาศาลมากมายจริงๆ ได้โปรดถือว่าเป็นของขวัญพบหน้าระหว่างพวกเราตระกูลฝู่กับพวกท่าน..เอ่อ..ข้านี่เลอะเลือนจริงๆไม่ได้เอ่ยถามนามของพวกท่านเลย”นายท่านใหญ่ตระกูลฝู่

         “ข้าหวังเหวินจึ”ท่านพ่อ

         “ข้าอี้หนิงเจี้ยน”ท่านลุงอี้

         “ข้าฉือเนี่ยนเจิ้น”ท่านลุงฉือ

         “ได้ๆท่านหวัง ท่านหนิง ท่านฉือ ข้ายังขอยืนยันคำเดิมข้าวของที่พวกท่านจะหาซื้อในวันนี้ถือว่าเป็นของขวัญพบหน้าจากข้า”นายท่านใหญ่ตระกูลฝู่

         “ถ้าอย่างนั้นข้าขอรับไว้ แต่คราวหน้าข้าคงจะต้องซื้อนะขอรับแค่ครั้งนี้เท่านั้น ข้าขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง”ท่านพ่อ

         “ขอบคุณ”ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ

         “มิได้ มิได้..”นายท่านใหญ่ตระกูลฝู่

         พวกท่านพูดคุยกันครู่ใหญ่ ก็เตรียมตัวขอออกจากร้านเพื่อเดินทางพาครอบครัวกลับหมู่บ้านกันเลย พวกผู้หญิงและพวกเด็กๆมาทักทายนายท่านตระกูลฝู่แค่พอเป็นพิธีการและออกไปรอด้านนอกร้านกันเลย 

         “พวกข้าคงต้องขอลานายท่านใหญ่ฝู่ ตรงนี้เลยขอรับ”ท่านพ่อ

         “ได้ๆ เดินทางดีๆนะ”นายท่านใหญ่ตระกูลฝู่

         “ขอรับ ลาก่อน”ท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสอง
     

     

    แมงมุมเกราะสายฟ้า

    สัตว์อสูรระดับ - ???

    พลังธาตุ - พลังสายฟ้า ในตำนานที่สูญหาย

    ระดับพลังธาตุ - ???

    ความเก่งกาจเฉพาะตัว

    1.พ่นใยได้มาก และระยะไกลหลายลี้

    2.ด้วยที่มีเกราะใยของที่มันเองมีประกายสายฟ้าฟาด ไม่มีผู้ใดสามารถจับต้องมันได้ ถ้าไม่มีระดับพลังธาตุที่สูงที่สุดกว่ามัน

    3.ตัวสามารถเรืองแสงเองได้ในเวลากลางคืน

    4.ยิ่งช่วงฤดูฝน พายุกระหน่ำ สายฟ้าฟาดในตอนนั้นจะช่วยยิ่งให้มันชักใยที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

    5.ใยของมันเหนียวทนทานมากๆ 

    ลักษณะของแมงมุมเกราะสายฟ้า

    1.ตัวสีดำเหมือนแมงมุมทั่วๆไป แต่ว่าจะมีประกายสายฟ้าฟาดระยิบระยับตลอดทั่วทั้งตัวของมัน

    2.ใยแมงมุงของมันมีสีใสประกายแวววับพร้อมด้วยประกายสายฟ้าฟาดเช่นเดียวกัน

    3.ดวงตาของมันมองได้ไกล และมีดวงตาที่มีสีแปรเปลี่ยนได้หลายสีอีกด้วย

    *****หมายเหตุ***** ถ้านำใยของมันมาทอเป็นผ้าสวมใส่ จะต้องนำผู้ที่มีพลังธาตุระดับสูงใสบริสุทธิ์ส่งพลังชะล้างใยของมัน เพราะว่าถ้ามันไม่ต้องการให้ใช้ใยแมงมุมของมันด้วยการยอมรับไม่ว่าผู้ใดก็จะเห็นเป็นเพียงใยแมงมุมที่มีพลังธาตุทั่วไปที่นำมาทำกันเท่านั้นเอง

    ************

         เหนี่ยวเหนี่ยวกับครอบครับนำความโชคดีสู่ตระกูลฝู่แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย ผ้าผืนนี้จริงๆแล้วพวกเขาเก็บกันไว้จนลืมเลย ในบางครั้งทางร้านค้าขายผ้าก็จะนำมาขายราคาถูกๆ และนำไปบริจาคให้กับชาวบ้านที่ยากจนอีกด้วย 

         ถ้าผ้าผืนนี้ติดไปแน่นอนว่าพวกเขาก็ย่อมไม่มีทางรับรู้เป็นแน่แท้ว่ามันคือผ้าทอจากใยแมงมุมเกราะสายฟ้า และคนที่ได้รับไปเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้งานได้อย่างเต็มที่

         เรียกได้ว่าจากของวิเศษจะกลายเป็นของไร้ค่าภายในพริบตา ถ้าคนถือไม่รู้จักคุณค่าและวิธีใช้งานจากมันนั่นเอง

         แต่ตอนนี้เหนี่ยวเหนี่ยว กับทุกๆคนก็ได้ผ้าไปตัดเสื้อผ้าใส่ฟรีๆอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นในผ้ากองนี้พวกท่านยังเผื่อแผ่ไปถึงคนในหมู่บ้านเช่นกัน