รดีซ่านทรวง

    ตอนที่ 8 เชื่อใจได้ไหม

    คำพูดของเขาเชื่อได้ไหม เธอเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า เพราะประสบการณ์ที่เคยเจอ ส่งผลให้เธอเข็ดหลาบ จึงไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว“ฉันเชื่อใจคุณได้หรือเปล่า”“เรื่องอะไร” เขาย้อนถามเสียงเรียบอีกเช่นเคย“ผู้หญิง เมียน้อย”“คำพูดกับการกระทำ สิ่งไหนพิสูจน์ได้มากกว่ากัน”“การกระทำ” เสียงใสดังขึ้นอย่างแผ่วเบา“รอดูนิสัยใจคอและการกระทำของผมเถอะ”ไฟในห้องถูกปิด ชายมุ้งถูกตลบ แทนที่เขาจะออกไปข้างนอก เขากลับเข้ามานอนด้วยคนเลย แปลกมากที่ตอนนี้เธอไม่รู้สึกกลัวเขาสักนิด กลับอยากจะออดอ้อนขอความเมตตาจากเขาราวกับเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง“ฉัน...ฉันจะเป็นเมียที่ดี คุณคอยดูนิสัยใจคอและการกระทำของฉัน”เขาไม่พูดอะไรนอกจากล้มตัวลงนอน คืนนี้ยังไม่มีท่าทางที่จะโอ้โลมเธอ เพราะเธอกำลังป่วย เขาเป็นสุภาพบุรุษพอ ที่พยายามจะไม่รังแกเมียตัวเองเสียงแมลงออกหากินในยามค่ำคืนดัง หยาดน้ำค้างพร่างพรม อากาศค่อยๆ เย็นขึ้นตอนใกล้รุ่งสาง พอไก่ขันรับกันเป็นทอดๆ ร่างสูงกำยำที่อยู่ในมุ้งก็ขยับ ชายหนุ่มยันกายขึ้นนั่ง เขาสามารถมองเห็นคนข้างๆ จากแสงนีออนที่ลอดผ่านช่องเข้ามา แล้วมือหยาบกร้านก็วางลงบนหน้าผากของเธอ เพื่อดูว่าไข้ลดลงแล้วหรือยัง ตัวของเธอเย็นขึ้น แต่เขาต้องการให้กินยาซ้ำอนงค์นางตื่น พอลืมตามองอีกฝ่าย เธอเห็นเขาดึงมือกลับ“ลุกขึ้นมากินยา...จะได้หาย”“รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ”“กินยาซ้ำวันนี้อีกทั้งวัน”“ค่ะ”“สี่ชั่วโมงครั้งหนึ่ง”“ค่ะ”“จะออกไปทำข้าวต้มให้”แต่แทนที่ร่างสูงกำยำจะลุกออกไป ไออุ่นจากเรือนกายของเขากำลังคุกคามประสาทสัมผัสทั้งห้าของเธอ ใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ หายใจไม่สะดวก และดวงตาจับจ้องอยู่ที่ดวงตาของเขาเขาไม่ได้ลุกไปตามที่ปากพูด กลับเลื่อนใบหน้าลงต่ำ ปลายจมูกโด่งเป็นสันจรดแก้ม และริมฝีปากหลังหนวดเคราจรดริมฝีปากอนงค์นางกำผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่แน่น เรียวปากอ่อนนุ่มของเธอถูกปลายลิ้นของเขาซุกแทรก เขาจูบเธออย่างนุ่มนวล แต่ทำให้ผีเสื้อกระพือปีกใต้ท้องน้อยได้ ครั้นปลายนิ้วหยาบกร้านรุกเข้ามาใต้เสื้อ หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงมากกว่าเดิม และขนกายลุกเกรียว แต่แล้วเขาก็ผละออก ก่อนจะลุกออกไปจากมุ้ง เขาพูดกับเธอน้ำเสียงแหบพร่า“วันหลัง...วันหลังจะไม่หยุดเพียงแค่นี้”เธออายจนไข้แทบจะวกกลับมาอีกรอบ ดวงหน้าร้อนวูบวาบ และสองแก้มแดงก่ำ สัมผัสของเขาเมื่อกี้ยังให้ความรู้สึกวาบหวามอยู่บนริมฝีปากของเธอร่างสูงกำยำลุกออกไปแล้ว ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดลง เธอถอนหายใจเฮือกออกมา แล้วก็ยกมือขึ้นจับแก้มที่กำลังร้อนผะผ่าวความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน กับคนที่รักกันมาก่อน ก็ไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจจะเต้นแรง จนจะทะลุออกมานอกอกแบบนี้เลยเธอเริ่มคิดเปรียบเทียบความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ชายอีกคนอยู่ในใจ เขาคนนั้นทำให้หัวใจพองโต ใบหน้าคอยแต่จะมีรอยยิ้ม ยามที่ถูกจับมือและโอบไหล่ ก็จะรู้สึกเขินจนอายม้วน แต่กับสามีในนามตอนนี้ไม่ใช่ เขาทำให้เธอตื่นเต้นไปกับสัมผัสของเขา ร่างกายจึงร้อนวูบวาบและหายใจติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาร่างบางลุกขึ้นมาเป็นนั่ง จากที่กำลังสับสน ตอนนี้เริ่มรู้สึกขัดเขิน แล้วก็ลุกขึ้นเก็บมุ้ง เพราะด้านนอกห้องนอนสว่างจ้ามากขึ้นแล้วเธอเดินออกมายังโถงด้านนอก แค่เห็นแผ่นหลังกำยำของคนที่กำลังยืนอยู่ในครัว ความรู้สึกบางอย่างท่วมท้นจิตใจ แต่ใบหน้ายังมีแววครุ่นคิด แล้วก็เข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว“กินข้าว”“ค่ะ”เขากับเธอนั่งกินข้าวเงียบๆ ต่างฝ่ายต่างไม่พูด ขณะที่คนหนึ่งเอาแต่ก้มหน้า เนื่องจากไม่กล้าสบสายตาเขา อีกคนกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เธออยู่ในบ้านคนเดียวค่อนวันก่อนถึงเวลาเที่ยง อนงค์นางหยิบโทรศัพท์มือถือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าสัมภาระออกมา เมื่อลองเปิดเครื่องดู ก็เห็นว่ามีหลายคนโทร.มาหาเธอ บางคนก็ทิ้งข้อความเอาไว้ให้ฟัง รวมทั้งมารดาของเธอด้วย มารดาที่รักน้องสาวมากกว่าเธอ เพราะแทนที่จะดุด่าว่าสิริวรรณที่ทำตัวไม่ดี มีความคิดแย่งแฟนพี่สาว กลับเห็นดีเห็นงาม และขอให้เธอเป็นฝ่ายทำใจ ปล่อยผู้ชายคนนั้นให้น้องไป พร้อมกับเสนอทางแก้ปัญหาให้เธอแต่งงานผ่านแม่สื่อหญิงสาวตัดสินใจฟังข้อความที่มารดาทิ้งเอาไว้ เพราะตั้งแต่หิ้วกระเป๋าออกจากบ้านมา นี่ก็ปาไปสามวันแล้ว เสียงของแม่ท���่ฟังอยู่ ดูเป็นห่วงเธอไม่น้อย‘นาง...โทร.กลับหาแม่ด้วย แม่เป็นห่วง’เธอฟังอีกหลายข้อความที่คล้ายกันแบบนี้ของมารดา สุดท้ายก็ตัดสินใจโทร.กลับไป โดยเลือกที่จะไม่สนใจการติดต่อของอดีตคนรัก เพราะไม่อยากฟังคำพูดของเขา ซึ่งเขาฝากข้อความเอาไว้ให้เธอฟังอยู่หลายครั้ง แต่เธอไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรของเขาอีกแล้ว“คุณแม่”“โอ๊ย...นี่แกทำให้ฉันเป็นห่วงรู้ไหม นึกว่าถูกฆ่าตายไปเสียแล้ว ฉันเกือบจะไปแจ้งความแล้วนะเนี่ย ติดต่อแกไม่ได้เลย รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงมากแค่ไหน”“หนูสบายดีค่ะ เขามารับหนูที่ท่ารถ ตอนนี้หนูกับเขาจดทะเบียนสมรสกันแล้ว มีงานแต่งงานด้วยค่ะ เป็นงานเล็กๆ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้”“แล้วโทรศัพท์ของแกเป็นอะไร ทำไมถึงติดต่อไม่ได้ อย่าบอกนะว่าแบตหมด”“ค่ะ แบตหมด”คำตอบหลุดออกมาตามน้ำ ความจริงแล้วเธอปิดเครื่องเอาไว้ เพราะไม่ต้องการติดต่อกับใคร โดยเฉพาะอดีตคนรัก ที่ยังโทร.มาหา เพื่อพูดคำแก้ตัวอยู่เรื่อยๆ“แค่แกอยู่อย่างสบายดี ฉันก็โล่งใจ”“หนูสบายดีค่ะ หนูชอบที่นี่”“แล้วผัวแกดีไหม”“ดีค่ะ”“เออ...ส้มจะแต่งงานอีกสามอาทิตย์ข้างหน้านะ”“ค่ะ”“แกไม่ต้องมาหรอก”“ค่ะ”จิตใจที่แจ่มใสได้ไม่เท่าไหร่เริ่มหดหู่ น้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอดวงตา ใจเจ็บแปลบปลาบ ตอนนี้เธอรู้สึกมึนหัว แต่น่าจะเป็นเพราะไม่สบาย ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก เธอต้องตัดมันออกไปให้ได้ เธอจะต้องเป็นคนใหม่ เพราะเธอแต่งงานแล้ว ตอนนี้เขาเป็นคนในครอบครัวของเธอ ที่ต้องดูแลกันและกันไปจนแก่เฒ่า