บทที่27 เก็บเกี่ยวอย่างงาม
จ้าวเฟยหลงนำทุกคนกลับมาถึงหมู่บ้านในอีกสามวันต่อมาท่ามกลางแสงสีทองของวันใหม่ทำให้ทุกคนเป็เหมือนดั่งรูปปั้นทองคำเดินได้เมื่อแสงสีทองสาดส่องลงมาที่พวกเขาครอบครัวของผู้ที่ถูกจับไปยังจับกลุ่มคร่ำครวญหาอยู่หน้าหมู่บ้านแต่เมื่อเห็นเงาร่างของลูกหลานตนเองค่อยๆเดินออกมาจากชายป่าทีละคน
ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจวิ่งเข้าหาโอบกอดกันและกันหลายคนไม่อยากเชื่อว่านี่คือเื่จริงชื่อเสียงของโจรเหยี่ยวทมิฬนั้นโหดร้ายมากไม่เคยมีใครรอดกลับมาเลยสักคนหากตกไปอยู่ในมือของพวกมันตอนที่ไฉ่เฉินบอกกับทุกคนว่าจ้าวเฟยหลง ได้ออกเดินทางไปช่วยเหลือคนที่ถูกจับแล้วส่วนใหญ่เชื่อว่าจ้าวเฟยหลงเองก็จะไม่ได้กลับมาเช่นกัน
แต่ตอนนี้ได้โอบกอดลูกหลานตนเองในอ้อมแขนเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้งชาวบ้านทั้งหลายได้ยินเื่ราวความเก่งกล้าของจ้าวเฟยหลงต่างพากันเดินเข้ามาคารวะขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือลูกหลานของตนเองนับถือเป็ผู้มีพระคุณของตระกูลสิ่งนี้ทำให้จ้าวเฟยหลงได้แต่ยิ้มตอบเท่านั้น
สิ่งที่เขาทำเพราะ้าช่วยเหลือชาวบ้านจริงไม่ได้้าสิ่งตอบแทนใดๆแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธพวกเขาได้เช่นกันจึงได้เพียงยิ้มตอบเท่านั้นบางบ้านที่มีลูกสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับจ้าวเฟยหลงก็พามาให้เขาดูตัวหวังให้แต่งงานกับจ้าวเฟยหลงเป็การตอบแทนบุญคุณ แต่จ้าวเฟยหลงก็ได้ปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลทำให้เขาเ่าั้ผิดหวังกลับไป
นอกจากนี้จ้าวเฟยหลงได้มอบทรัพย์สินที่ริบมาได้จากคลังสมบัติของโจรเหยี่ยวทมิฬให้แก่ชาวบ้านทุกคนเพื่อเป็สิ่งปลอบใจและทุนรอนในการตั้งตัวใหม่อีกครั้งถึงตอนนี้ทั้งหมู่บ้านพากันยกย่องจ้าวเฟยหลงว่าเป็ดั่งเทพผู้พิทักษ์แห่งหมู่บ้านเจียวจูไปแล้วเมื่อจัดการทุกอย่างแล้วเขากับไฉ่เฉินและไฉ่เฟิน เดินกลับบ้านพร้อมกัน
เมื่อมาถึงบ้านไฉ่เฉินทรุดตัวคุกเข้าต่อหน้าจ้าวเฟยหลงทำให้เขาใเป็อย่างมากไฉ่เฟินเองก็เดินมาข้างพี่ชายแล้วคุกเข่าเช่นกัน
“ขอบคุณผู้มีพระคุณ ที่นำน้องสาวของข้ากลับมาสู่ครอบครัวอีกครั้งหากมีเื่ใดให้ข้ารับใช้โปรดสั่งการ ข้ายินดีเป็วัวเป็ควายรับใช้ท่านตลอดไป”ไฉ่เฉินกล่าวออกมาด้วยเสียงหนักแน่น จริงจัง
“ข้าก็ขอรับใช้เพื่อตอบแทนบุญคุณเช่นกัน”ไฉ่เฟิน กล่าวเสริมดวงตาแน่วแน่
“พวกท่าน!...หยุดทำเช่นนี้ได้แล้ว ใต้เข่ามีทองคำเหตุใดจึงทำเช่นนี้หรือไม่เห็นว่าข้าเป็พี่น้องอีกแล้ว”
จ้าวเฟยหลงฉุดสองพี่น้องให้ลุกขึ้น
“ต่อไปห้ามทำเช่นนี้อีกข้าคือพี่น้องของพวกท่านหากมีเื่เดือนร้อนก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้วอย่าได้เกรงใจ”
ไฉ่เฉินยิ้มจับแขนของจ้าวเฟยหลงแน่น เสร็จแล้วพากันเดินเข้าไปในบ้าน
เสียงเจื้อยแจ้วของไฉ่เฟิน เล่าเื่ราวการต่อสู้ของจ้าวเฟยหลงที่รังโจรเหยี่ยวดำเป็ฉากๆให้พี่ชายของนางฟังซึ่งส่วนใหญ่นางไม่เห็นเนื่องจากถูกพาไปหลบในถ้ำแต่ไฉ่เฉินก็ตั้งใจฟังปากก็ร้อง “ฮือ...ฮา” เป็บางครั้ง
ส่วนจ้าวเฟยหลงนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจนั่งฟังสองพี่น้องคุยกัน ภาพแบบนี้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก
จากนั้นเขาก็ขอตัวเข้าไปพักผ่อนในห้องปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันต่อไปเมื่อเข้าไปในห้องเขาตรงไปนั่งลงบนเตียงนอน มือแตะไปที่แหวนมิติทันใดนั้นแหวนมิติสี่วงที่ยึดมากจากหัวหน้า รองหัวหน้า และผู้คุมกฏทั้งสองก็ปรากฏในมือ
“อืม...แหวนอัญมณีสีน้ำเงินวงนี้น่าจะเป็ของชางเห่ยส่วนอีกสามวงเป็สีครามของพวกที่เหลือ”
จ้าวเฟยหลงเริ่มทำการค้นแหวนสีครามทั้งสามวงก่อน
เมื่อแผ่พลังจิตเข้าไปตรวจแล้วแหวนทั้งสามวงมีหินปราณระดับต่ำรวมกันหนึ่งล้านห้าแสนก้อนระดับกลางสามพันก้อน
“พวกนี้ก็รวยกันมิใช่เล่นเลย”
นอกจากนี้ยังพบยุทธภัณธ์ระดับิญญาขั้นต่ำอีกสามชิ้น ระดับปราณขั้นสูงอีกแปดชิ้น ยันต์คุ้มภัยค่ายกลระดับสองห้าชุด เม็ดยาระดับปราณขั้นสูงอีกเก้าขวดและของใช้ต่างๆมากมาย
หลังจากถ่ายเทข้าวของต่างๆเข้าไปในแหวนตนเองแล้วจ้าวเฟยหลงจึงตรวจสอบแหวนของชางเห่ย ก่อนที่จะค้นได้เขาต้องใช้เวลาสิบลมหายใจในการปลดผนึกแหวนเมื่อส่งพลังจิตเข้าไปตรวจสอบสิ่งที่อยู่ข้างใน
จ้าวเฟยหลงพบหินปราณระดับต่ำหนึ่งล้านก้อน ระดับกลางสองพันก้อน หากนับเงินในแหวนของจ้าวเฟยหลงตอนนี้นับว่าเขาเป็คลังสมบัติเคลื่อนที่เลยทีเดียว
นอกจากหินปราณแล้วก็ยังมีวิชายุทธ์ระดับจิตขั้นกลาง เพลงดาบรัศมีจันทรา สมุนไพริญญาสามต้น แร่ระดับสองอีกห้าก้อนอัญมณีมากมาย ของใช้เสื้อผ้าราคาแพง เหล้าชั้นดี ยุทธภัณฑ์ระดับิญญาขั้นกลางหนึ่งชิ้นระดับปราณสามขั้นสูงสามชิ้น เม็ดยาระดับปราณขั้นสูงอีกห้าขวด
“ชางเห่ยมันร่ำรวยจริงๆ” จ้าวเฟยหลงรำพึง
ตอนนี้ความสนใจของเข้าอยู่ที่แร่และสมุนไพริญญาที่พึ่งได้รับมา
“แร่แบ่งเป็สองประเภทคือ แร่และแร่ิญญาแต่ละประเภทมีเก้าขั้น” จ้าวเฟยหลงนึกถึงข้อความจากคัมภัร์หมื่นสมบัติจ้าวพิภพยามนั้นเองมือของเขาก็สั่นระรวย แร่ก้อนหนึ่งมันสะท้อนแสงเข้าตาราวกับจะเรียกร้องความสนใจจากเขา
“นี่มันผลึกปราณนที”
ความตื่นเต้นเอ่อล้นทั่วร่างกายจ้าวเฟยหลงกำลังกลุ้มใจเกี่ยวกับการหาแร่ไม่น้อยแต่จู่ๆแร่ที่้าก็แล่นเข้ามาสู่มือของเขาโดยไม่รู้ตัวจึงทำให้เกิดความตื่นเต้นยินดีไปยกใหญ่ แต่ความตื่นเต้นก็คงอยู่ไม่นาน
ดวงจิตโลกาทำการดูดแร่ก้อนนั้นเข้าไปในตนเองแบบที่จ้าวเฟยหลงได้แต่มอง
“เ้า....เ้าเอาไปแบบนี้แล้วข้าจะไปหามาอีกจากที่ไหนกัน”
จ้าวเฟยหลงตัดพ้อ หากเป็คนอื่นมาแย่งของไปจากมือของเขาแล้วเกรงว่าต้องเปิดศึกเป็ตายกันไปแล้วแต่นี่คือดวงจิตโลกาจึงทำได้แค่ ตัดพ้อเท่านั้น
“ข้าดูสมุนไพรแทนก็แล้วกัน”จ้าวเฟยหลงกล่าวอย่างหงุดหงิด
เมื่อมองสมุนไพริญญาทั้งสามต้นที่หากปล่อยออกไปภายนอกคงทำให้เกิดความชุลมุนไม่น้อยเลย
“แบบนี้คงขายได้ราคาดีทีเดียวเสียดายที่ไม่มีสมุนไพริญญาที่ข้า้า”
“ตอนนี้ข้ามีแร่สองชนิดและสมุนไพริญญาหนึ่งชนิดยังเหลือส่วนประกอบอีกหนึ่งอย่าง เฮ้อ! เส้นทางอีกยาวไกลกายะเทพเต่าทมิฬมีอุปสรรคในการฝึกฝนมากมายจริงๆ” จ้าวเฟยหลงพูดเบาๆ
แต่ไม่นานดวงจิตโลกา ก็ส่งผลึกปราณนทีออกมาหนึ่งก้อนให้เขา
“เ้าจะเอาไปทำไมน่ะ เอาไปแล้วก็คืน?” จ้าวเฟยหลงครางออกมาเบาๆ
จ้าวเฟยหลงสำรวจดูแหวนของชางเห่ยเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรเล็ดรอดสายตาแต่แล้วก่อนจะเลิกทำการสำรวจ เขาก็พบกับบางสิ่งที่มุมหนึ่งของมิติภายในแหวนเมื่อนำออกมาตรวจสอบดู เขาถึงกับเกือบจะร้องะโออกมาเพราะสิ่งที่เขาพบเจอครั้งนี้คือแผนที่อีกแผ่นหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกันกับแผนที่ที่ได้มาจากหุบเขาัเร้น
ซึ่งเมื่อเอามาวางต่อกันสามารถอ่านข้อความที่เก่าแก่มีตัวหนังสือโบราณที่เขาแน่ใจว่าไม่เคยพบเจอในตำราเล่มใดมาก่อนเมื่อครุ่นคิดอย่างเอาเป็เอาตายแต่ก็ไม่สามารถอ่านได้จ้าวเฟยหลงคิดจะเก็บแผนที่เอาไว้ก่อนทว่าดวงจิตโลกาถ่ายทอดภาษาโบราณนี้ให้กับเขาจึงทำให้สามารถอ่านข้อความสองแถวแรกที่มีในแผนที่ได้
“เทพปักษีคืนสู่์...เสือเทวะพลันเคลื่อนไหว...”
“นี่มันหมายความว่ายังไงนะนอกจากที่อ่านได้กับลวดลายโบราณนี้ ข้าก็ไม่อาจคาดเดาใดๆได้อีกแล้ว”
จ้าวเฟยหลงจึงล้มเลิกการขบคิด “รอให้ได้ข้อมูลมากกว่านี้ก่อนก็แล้วกัน”จ้าวเฟยหลงคิดในใจ
“ต้องขอบใจเ้าแล้วจริงๆชางเห่ยทั้งหมดนี่ หากไม่มีเ้าข้าคงต้องเหนื่อยอีกเยอะเลย”
เมื่อรวบรวมข้าวของเสร็จแล้วก็เข้านอนวันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆพอหัวถึงหมอนก็หลับไปแทบจะทันที
รุ่งเช้าเมื่อจ้าวเฟยหลงตื่นขึ้นมากลิ่นอาหารหอมกรุ่นก็ลอยเข้ามาเตะจมูกอย่างจังทำให้ท้องเ้ากรรมโอดครวญขึ้นมาทันที
“ หึๆ ่นี้ข้าอดอยากจริงนั่นแหละ”จ้าวเฟยหลงพึมพำกับตนเอง แล้วรีบทำการล้างหน้าแต่งตัว
เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ออกไปจากห้องตรงไปที่กลางเรือนสองพี่น้องตระกูลไฉ่นั่งรอเขาอยู่แล้วทั้งสองเตรียมอาหารเช้าเพื่อเป็การขอบคุณเขาเพราะนี่เป็สิ่งที่ทั้งสองแสดงออกถึงการทราบซึ้งน้ำใจของจ้าวเฟยหลงที่ดีที่สุด
จ้าวเฟยหลงเองก็ไม่ปฏิเสธน้ำใจนี้เขานั่งลงรับประทานอาหารร่วมกับทั้งสองพี่นี้องอย่างเอร็ดอร่อย บรรยากาศชื่นมื่นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข
ทุกอย่างในหมู่บ้านเริ่มกลับเข้าสู่สภาพปรกติและเป็ไปอย่างรวดเร็วเพราะของมีค่าที่จ้าวเฟยหลงมอบให้ทั้งหมู่บ้าน
“พี่เฉิน! ข้ามีของจะมอบให้แก่ท่าน”จ้าวเฟยหลงเรียกแหวนมิติวงหนึ่งขึ้นมาก่อนส่งให้กับไฉ่เฉิน
“น้องหลงของมีค่าขนาดนี้ข้ามิอาจรับได้”ไฉ่เฉินรู้สึกเป็หนี้บุญคุณต่อจ้าวเฟยหลงมากมายแล้วยังจะกล้ารับของจากเขาได้อีกอย่างไร
“พี่เฉินอย่าได้เกรงใจหากเห็นข้าเป็ดั่งพี่น้องโปรดอย่าได้ปฏิเสธเลย” จ้าวเฟยหลงย้ำต่อด้วยความจริงใจ
“ใช่แล้วท่านพี่พี่หลงมีน้ำใจรักพวกเราดั่งพี่น้อง ท่านก็อย่าได้ปฏิเสธเลย” ไฉ่เฟินพูดขึ้น
เมื่อเห็นความจริงใจในแววตาของจ้าวเฟยหลงและคำอ้อนวอนของน้องสาว ไฉ่เฉินจึงได้รับเอาแหวนมิติมาสวมเอาไว้ที่นิ้วมือของเขา
“ภายในแหวนนี้ข้าได้ใส่หินปราณเอาไว้หนึ่งแสนก้อน สมุนไพร เม็ดยา คัมภีร์ยุทธ และยุทธภัณฑ์มันคงมากพอที่จะทำให้ท่านและไฉ่เฟินบรรลุถึงระดับจอมยุทธ์”
ไฉ่เฉินและไฉ่เฟินเมื่อได้ฟังถึงสิ่งที่จ้าวเฟยหลงบอกออกมา ทั้งสองถึงกับนิ่งอึ้งอ้าปากค้างเพราะสิ่งที่จ้าวเฟยหลงมอบแก่พวกเขานั้นล้ำค่ายิ่งนัก ตระกูลใหญ่ในเมืองหนิงหลินบางตระกูลหากเห็นสมบัติเหล่านี้ต้องอิจฉาตาร้อนอย่างไม่ต้องสงสัย
“เอาล่ะ!!เลิกอึ้งกันได้แล้วอันดับแรกข้าจะสอนวิธีใช้แหวนนี้แก่ท่านเสียก่อน”จ้าวเฟยหลงจึงสอนวิธีใช้แหวนให้แก่ไฉ่เฉิน
“พี่เฉิน...ขอให้ท่านระวังด้วยสมบัติมีค่าย่อมเป็ที่้าของผู้คน หากมีใครรู้ว่าท่านแหวนมิติย่อมไม่เป็ที่ปลอดภัยต่อพวกท่าน”
“น้องหลงอย่าได้กังวลข้าจะระมัดระวังที่สุดไม่ให้ใครรู้” ไฉ่เฉินยืนยันหนักแน่น
เมื่อได้เห็นสองพี่น้องตระกูลไฉ่เป็สุขจ้าวเฟยหลงก็รู้สึกพอใจยิ่งนักแต่เขาก็รู้สึกว่าต้องไปตามทางของตนเองได้แล้วเพราะก็เสียเวลาหลายวันในการเดินทางแล้วต้องเร่งได้แล้ว
หลังจากตัดสินใจ จ้าวเฟยหลงจึงได้เอ่ยคำอำลาแก่ทั้งสองพี่น้อง
ไฉ่เฉินและไฉ่เฟินแม้จะทำใจเอาไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งจ้าวเฟยหลงต้องจากไปแต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเร็วปานนี้ แต่ทั้งคู่ก็ยังกล่าวคำอาลาจ้าวเฟยหลงด้วยใจจริง
“พี่หลง...หากท่านว่างก็มาเยี่ยมไฉ่เฟินด้วยนะเ้าค่ะ”ไฉ่เฟินอ้อนวอน
“ถ้าพี่มีเวลาก็จะมาเยี่ยม”จ้าวเฟยหลงตอบ ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจเลยว่าเขาจะมีเวลาว่างหรือไม่ในอนาคต
“น้องหลง...ขอให้เ้าปลอดภัยและสมหวังดังเ้าปรารถนา”ไฉ่เฉิน อวยพรด้วยเสียงดังหนักแน่น
“ขอบคุณพี่เฉิน...หากวันใด้าความช่วยเหลือถือป้ายหยกนี้ไปที่คฤหาสน์ตระกูลจ้าวที่เมืองตงเฟิงท่านจะได้รับความช่วยเหลืออย่างแน่นอน”จ้าวเฟยหลงยื่นแผ่นหยกที่สวยงามให้แก่ไฉ่เฉิน
“ขอบคุณ”ไฉ่เฉินกล่าวด้วยเสียงตื้นตันใจ
“ได้เวลาแล้ว ข้าต้องขอลาก่อนรักษาตัวด้วย”
จ้าวเฟยหลงประสานมือแล้วหันหลังเดินออกมาจากบ้านตระกูลไฉ่โดยไม่ได้หันหลังกลับไป เมื่อออกมาแล้วถือว่าหมดเื่ราวใดๆให้คิดถึง มีเพียงเดินหน้าต่อไปยังจุดหมายเท่านั้น