คีตา เด็กหนุ่มผิวแทน ผมดำั์ตาคมนั่งกอดอกมองเพื่อนร่วมห้องอย่างสงสัย ั้แ่ออกจากห้องประชุมผู้นำระดับสูงแล้ว อัลเลนยังไม่หยุดนั่งเหม่อและถอนหายใจ ราวกับว่าเขากำลังทุกข์ใจอย่างสาหัส
อัจฉริยะทางดนตรีผู้ไม่เคยสนใจเื่การเมืองและการใช้ความรุนแรงใดๆอย่างคีตาเริ่มรู้สึกอยากจะรับรู้ขึ้นมาบ้างแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องประชุมเมื่อครู่
ที่จริงระยะหลังๆทุกคนในฐานต่างก็รู้กันดีว่าเกิดความขัดแย้งขึ้นในหมู่ผู้นำ และทุกคนก็เบื่อหน่ายจนกลายเป็เคยชินไปแล้ว ดังนั้นถ้าจะพูดให้ถูก คีตาสนใจมากกว่า ว่าเื่อะไรกันที่ทำให้เพื่อนรักตัวโตของเขาต้องทุกข์หนักถึงเพียงนี้
“อยากจะเล่าอะไรให้ฉันฟังไหม อัลเลน”
อัลเลนถอดหายใจอีกครั้ง นอกจากคีตาและกลอเรียซึ่งเป็เพื่อนตายของเขาเขาจะบอกใครได้ยังไงว่าเขาอยากกลับบ้าน กลับไปหาพ่อ แม่ อยากออกไปจากฐานใต้ดินที่มีแต่พวกเด็กอัจฉริยะบ้าบอที่วันๆเอาแต่วางแผนจะทำโน่นทำนี่ แต่พอเอาเข้าจริงก็เอาแต่ทะเลาะทุ่มเถียงกัน จนหาข้อสรุปไม่ได้ พาลจะฟาดปากกันทุกที
เขาเบื่อและเหนื่อยเต็มทีที่จะต้องมานั่งทำหน้าที่เป็ประธานโดยที่ไม่มีใครสนใจฟังความคิดเห็นของเขาจริงจัง ทำได้จริงๆอย่างเดียวคือเป็กรรมการห้ามมวย และเขาก็เบื่อเต็มทีที่ไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆจะจบสิ้นลงเมื่อไร
“นายไม่เบื่อบ้างหรือ คีต ฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมนายยังสบายใจอยู่ได้ทั้งที่ต้องมาติดแหง็กอยู่แต่ในนี้”
อัลเลนยังคงเหม่อมองเพดาน ดวงตาจับค้างอยู่ที่ลวดลายเถาวัลย์และดอกบัวงามวิจิตร ที่อัจฉริยะทางศิลปะเชื้อสายเอเชียคนหนึ่งแวะมาสร้างสรรค์มันขึ้น
ไอกิ อัลเลนคิด ภาพของเด็กชายอายุห้าขวบตัวเล็กจ้อยผมดำกระเซอะกระเซิงผิวขาวจัด ถือกล่องสี พู่กันและเครยองก้มหน้างุดเดินท่อมๆไปตามห้องโน้นห้องนี้เป็ภาพที่ทุกคนเห็นจนเริ่มชินตา เ้าหมอนั่นที่จริงแล้วก็คงเบื่อเต็มทีเหมือนกัน เขาอยากรู้นักว่าถ้าเพดานและผนังห้องของทุกคนในฐาน เต็มไปด้วยลวดลายวิจิตรพวกนี้ทุกตารางนิ้วแล้ว เ้าศิลปินเด็กจิตไม่ว่างคนนี้จะทำยังไง
ลายดอกบัวกลีบบางสีขาวขลิบทอง อ่อนช้อยลดเลี้ยวพันเกี่ยวกระหวัดก้านใบกับเถาวัลย์ป่า สูงขึ้นไปบนฟ้าอย่างมีชั้นเชิง ดอกหนึ่งบานสล้างเลื้อยดอกเกี่ยวกระหวัดดวงจันทราที่ส่องสว่างนวลตาอยู่เื้ัชวนให้คิดถึงบทสังวาสในวรรณคดีโบราณ ฟากฟ้าสีดำสนิทที่มีดวงดาวสีทองวาววาม งดงามสมบูรณ์แบบ อย่างที่เป็ไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็จริง
คีตาลุกขึ้น เดินไปเปิดหน้าต่างจำลอง กดปุ่มเลือกวิวธรรมชาติในป่าสนดูสบายตาขึ้นมาบนจอมอนิเตอร์ นกเลเซอร์สีเหลืองตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ขอบหน้าต่าง ส่งเสียงร้องเพลงร่าเริง
เด็กหนุ่มมองมันด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นกดปุ่มปิดสวิตช์
เสียงนกนั้นเงียบลงทันที
“ฉันบอกพวกเขาหลายครั้งแล้ว ว่าให้ตั้งค่าเสียงร้องนี่ใหม่ มันเพี้ยนจากเสียงนกจริงไปตั้งหลายหน่วยฟังดูไม่เป็ธรรมชาติเลย แต่ก็ไม่มีใครยอมทำตามที่ฉันบอกเสียที ประสาทหูพวกนั้นคงพิการไปแล้ว ถึงฟังไม่ออกว่ามันเพี้ยนขนาดไหน”
ประสาทหูของอัลเลนปกติดี แต่เขาก็จับความแตกต่างของเสียงนกเลเซอร์ไม่ได้เช่นกัน
“ไม่มีเสียงดนตรีประดิษฐ์ที่ไหนในโลกที่ถูกใจนายหรอกคีตเว้นแต่ว่านายจะลงมือเองเท่านั้น”
คีตาเดินมานั่งลงข้างๆอัลเลน ร่างเด็กชายผิวสีแทนอายุ 13 ของเขาเติบโตเท่าๆกับเด็กปกติทั่วไปแต่ไม่ค่อยแข็งแรงนักเพราะยีนของเขาถูกตัดแต่งมาเพื่อเป็นักดนตรีเพียงอย่างเดียว
“ฉันหิว วันนี้มีอาหารสดรึเปล่าอัลเลน”
อัลเลนลืมไปเสียสนิท วันนี้เขาไม่ได้เข้าไปดูที่คลังอาหารเลย แต่คงไม่เป็ไรหรอก
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและสมุนไพรไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว วันนี้เขาเบื่อและเหนื่อยมากเกินไปจนไม่นึกอยากกินอะไร
“ฉันไม่แน่ใจแต่ได้ยินว่าพวกลาดตระเวนจะกลับเข้ามาเมื่อตอนสาย ไม่รู้ได้อะไรมาบ้างรึเปล่า นายลองไปดูสิ”
“แล้วนายล่ะ จะกินอะไรรึเปล่า”คีตาหันมาถามก่อนจะกดปุ่มเปิดประตู
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนประตูจะเลื่อนเปิดเล็กน้อย
“อุ๊ย!”กลอเรียร้องอุทานขึ้น ผมเปียยาวสีแดงสดทั้งสองข้างแกว่งไกวตามอาการเคลื่อนไหวรวดเร็วของเธอ เด็กสาวยิ้มร่าเริงเช่นเคย
“เปิดเร็วจัง คีต รู้ได้ยังไงว่าเป็ฉัน”
คีตายิ้มให้แล้วตอบ “ฉันจะออกไปที่คลังเสบียง เธออยากจะกินอะไรรึเปล่าจะได้หยิบมาเผื่อ”
“ขอบใจ ฉันยังไม่หิวหรอก” กลอเรียชะโงกหน้ามองเข้ามาในห้องยิ้มทักทายอัลเลน แล้วหันไปพูดกับคีตาอีกที
“แล้วรีบกลับมาล่ะ ฉันมีเื่จะคุยด้วย”
สิบนาทีต่อมา ทั้งสามก็นั่งล้อมวงกินแกงกะหรี่ราดข้าวแบบญี่ปุ่นจานเดียวกันอย่างเอร็ดอร่อย คีตาคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำจึงตักมาเผื่อเพื่อนทั้งสองด้วย
อาหารแบบเอเชียที่มีเครื่องเทศเผ็ดร้อนเป็อาหารโปรดของคนทั้งสาม เวลาที่อัลเลนได้ลงมือทำอาหารเองเมื่อไรก็มักจะเป็แกงเอเชียแปลกๆแบบที่ทั้งเผ็ดทั้งอร่อย ทำเอาคนในฐานน้ำหูน้ำตาไหลแต่ก็ติดใจไปตามๆกัน
“แหม...อร่อยจัง”เธอพูดพลางสูดน้ำมูก “ฝีมือใครล่ะเนี่ย”
อัลเลนเช็ดปากแล้วตอบแทนคีตาอย่างมั่นใจ “ให้ฉันเดานะ ฝีมือลาดีอาแน่นอน น้ำแกงออกรสหวานเด่น แล้วกลิ่นพริกไท กับผงกะหรี่ฉุนขนาดนี้ไม่มีใครอีกแล้วละ”
“ใช่...ฝีมือลาดีอาจริงๆนั่นแหละเธอตักให้ฉันเองเลยเมื่อกี้” คีตาเฉลยทั้งข้าวเต็มปาก “ว่าแต่ กลอเรีย มีเื่อะไรเหรอ”
เด็กสาวดื่มน้ำเย็นดับอาการเผ็ดร้อนแล้วลุกขึ้นไปสำรวจล็อกประตูจนแน่ใจ เธอเดินมาที่กลางห้อง มีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วสรุปออกมาว่า
“พวกเธอน่าจะตามฉันมาดูอะไรในห้องน้ำนี่หน่อยนะ ฉันว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ”
ว่าแล้วกลอเรียก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำโดยปล่อยให้ อัลเลนและคีตามองหน้ากันอย่างงุนงงอยู่อีกสักครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินตามเธอเข้าไป
“เข้าใจหน่อยเถอะนะมารีน อาหารเป็เื่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเรา ถ้าเรางดเว้นการลงโทษ มันจะเป็เยี่ยงอย่างกับคนอื่นๆ” ชาร์ล็อตพูดช้าๆอย่างใจเย็น เขาเองก็เห็นใจไอกิไม่แพ้มารีนหรือใครๆ แต่ถ้าสหพันธุ์ยอมให้ใครสักคนเริ่มละเมิดกฎได้โดยไม่ถูกลงโทษมันย่อมเป็จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายอื่นๆที่จะต้องตามมาแน่นอน
“อาจจะดูใจร้ายไปบ้างแต่เราจะรักษากฎระเบียบเอาไว้ได้ เธอต้องเข้าใจนะ”
เขากับมารีนเคยเป็พวกเดียวกันมาตลอดน้อยหนนักที่จะมีความเห็นขัดแย้งกันแบบนี้
“โอ๊ย...ไม่เอานะชาร์ล็อต...วันนี้ฉันทะเลาะกับใครต่อใครมามากพอแล้ว ฉันไม่อยากทะเลาะกับเธออีกคนนึงนะ”
มารีนพูดพลางถอนหายใจอย่างท้อแท้ วันนี้เธอเหนื่อยกับการถกเถียงจนแทบไม่อยากจะพูดอะไรกับใครอีกแล้วด้วยซ้ำ แต่เื่นี้มันเกินไปจริงๆ เ้าหนูนั่นเพิ่งอายุเพียงห้าขวบ ถ้าเทียบกับเด็กปกติทั่วไปหลายๆคนยังฉี่รดที่นอนอยู่เลย คุกมืดโสโครกนั่นแม้แต่พวกที่โตแล้วก็ยังแทบคลั่งเพราะความหนาวและความกลัว ไหนยังจะพวกหนูท่อน่าขยะแขยงพวกนั้น โทษขโมยเสบียง อย่างต่ำสุดก็หนึ่งเดือน! เขาต้องเป็บ้าแน่