ตอนที่ 17
เริ่มต้นการค้าขาย (17)
กลางเดือน 5 ตอนนี้ที่เมืองหลวงของแคว้นหลิวเกิดโรคระบาดที่เรียกว่าไข้หนาวสั่น แต่สิ่งที่เป็ยารักษาของโรคชนิดนี้นั่นก็คือสมุนไพรหยางอี้ที่มีจำนวนการเพาะปลูกไม่มากนักเลยเป็ที่้าแก่ผู้คนภายในเมืองหลวงเป็อย่างมาก
โรคชนิดนี้ติดต่อกันอย่างรวดเร็วแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง การรับมือและการป้องกันก็เป็ไปได้ยากเย็น การรักษาเองก็ล่าช้าเพราะว่าสมุนไพรหยางอี้ที่เป็ตัวการหลักการขาดแคลน มันทำให้ราคาของสมุนไพรพุ่งสูงขึ้นฮ่องเต้ต้องใช้เงินท้องพระคลังออกมาเป็จำนวนมากเพื่อซื้อสมุนไพรหยางอี้เป็จำนวนมากเพื่อมารักษาเหล่าชาวเมือง
และยังต้องระวังเกี่ยวกับการติดต่อโรคชนิดนี้ไปต่างเมืองอีก ตอนนี้โรคชนิดนี้เป็เพียงแค่ภายในเมืองหลวงถ้ามันแพร่ระบาดไปตามเมืองต่างๆก็คงจะย่ำแย่
ทางด้านของเมืองชนบทอย่างเมืองอู่หนาน
จูเฟยขนสมุนไพรหยางอี้ทั้งหมดที่ตัวของนางเพาะปลูกมาได้มุ่งตรงไปยังร้านขายสมุนไพรของท่านปู่จ้าวทันทีหลังจากทันทีด้วยรถม้าที่นางจ้างวานมาต่อจากท่านยายหวังและท่านแม่ที่ไปขายผักที่ภายในเมือง
เมื่อมาถึงท่านปู่จ้าวก็ได้ออกมาช่วยขนห่อผ้ามากมายเข้าไปภายในร้าน จากนั้นจูเฟยและท่านปู่จ้าวก็ได้นั่งเจรจาการค้ากันภายในร้านสมุนไพรที่ตั้งอยู่บริเวณตรอกเล็กๆของเมืองแห่งนี้
ห่อผ้ามากมายถูกตั้งเรียงรายด้านหน้าท่านปู่ผู้เป็เ้าของร้านก็เดินเปิดห่อผ้าแล้วนั้นแล้วก็เช็คสินค้าที่ตนเองนั้นจะทำการซื้อขาย
“ เยี่ยมยอด..เยี่ยมยอด ” จ้าวหม่าฉิงเหล่าออกมาพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นสมุนไพรมากมายเหล่านี้มีคุณภาพเป็อย่างมากแถมจำนวนเองก็มากพอสมควร เมื่อหักลบจากจำนวนต้นทดสอบที่จูเฟยนำมาขายให้ตอนแรกสมุนไพรเหล่านี้มันก็มีถึงเกือบจะ 3000 ต้น
การซื้อขายเป็ไปอย่างราบรื่นเถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรอย่างท่านปู่จ้าวก็เป็คนซื่อตรงทำการค้าไม่คดโกง เขายอมจ่ายเงินมากว่า 30 ตำลึง ให้กับเด็กน้อยที่ทำการซื้อขายกับตัวของเขา
ถุงเงินที่มีเงินจำนวนมากกว่า 30 ตำลึงถูกบรรจุเอาไว้ด้านในจูเฟยรับมันเอาไว้แล้วก็มองเงินก้อนที่อยู่ด้านในด้วยสายตาที่เปล่งประกาย เงินก้อนแรก.. ความพยายามของนางด้วยตัวคนเดียวมันได้ค่าตอบแทนกลับมาเป็เงินก้อนโต
เงินจำนวนมากกว่า 30 ตำลึงพวกนี้มันได้มาจากการค้าขายสมุนไพรหยางอี้ และรวมไปถึงสมุนไพรต้นพฤกษาน้ำและต้นหญ้าเลื้อยคลานด้วย
แม้ว่าก่อนหน้านี้การพยายามหลายวันมันจะทำให้ร่างกายของนางแทบจะแตกแต่ว่าเมื่อได้มองเห็นแล้วเงินพวกนี้ก็ทำให้ตัวของนางรู้สึกชื่นใจจริงๆ
“ สายตาเป็เงินเลยนะยัยหนูจู ” ท่านปู่จ้าวกล่าวขึ้นมาทันที
“ แน่นอนสิเ้าคะ!! ก็พวกนี้มันเงินทั้งหมดเลยนี่ ” จูเฟยพูดอย่างยึดอก จะไม่ให้ตัวของนางทำหน้าตาเช่นนี้ได้เช่นไรเล่า เงินเป็สิ่งที่หอมหวานที่สุดโลกใบนี้ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ขับเคลื่อนด้วยเงินตราทั้งนั้น
นาง้าเงินเป็จำนวนมากเพื่อก่อสร้างสร้างตัว ความคับแค้นที่อยู่ภายในใจที่มีต่อตระกูลที่ขับไล่นางและมารดาออกมามันไม่ได้ทุเลาเบาบางลงจากใจของเด็กน้อยผู้นี้เลยสักนิด
จูเฟยใช้สองมือโอบอุ้มถุงเงินแล้วมาประสานกันไว้ตรงบริเวณหน้าอก ดวงตากลมโตค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆนางหวนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในอดีตอีกครั้ง
การกลั่นแกล้ง ดวงตาที่เย้ยหยัน ถ้อยคำดูถูกมากมาย ถ้อยคำต่อว่า ถ้อยคำขับไล่ ทุกอย่างมันถูกซึมซับเข้าไปภายในจิตใจของนางและหลอมรวมกายเป็หนึ่ง แม้ว่าจะมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยที่ไม่ใช่ร่างของตนเองแต่ว่าความทรงจำทุกอย่างที่หมุนเวียนอยู่ภายในหัวมันก็เป็ของจริง ความรู้สึกเ็ปที่มันอัดแน่นอยู่ภายในหน้าอก สักวัน.. สักวันตัวของนางจะกลับไปเหยียบย่ำตระกูลอย่างผู้ยิ่งใหญ่ ถ้อยคำสัญญา ถ้อยคำสาบานถูกสลักเอาไว้ภายในจิตใจของเด็กน้อยผู้นี้
“ เป็อันใดหรือเปล่ายัยหนู... ” เสียงของท่านปู่จ้าวที่อยู่ด้านหน้าดังขึ้นมา มันทำให้เด็กน้อยที่ยืนหวนคิดถึงเื่เก่าๆอยู่ได้สะดุ้งออกมาจากภวังค์แห่งความคิดของตนเอง
จูเฟยกลับมาสนใจกับท่านปู่ด้านหน้าอีกครั้ง นางแสดงรอยยิ้มแป้นอันน่าเอ็นดูก่อนที่จะตอบกลับไป“ ไม่มีอันใดเ้าค่ะ ”
“ เอ้าๆ แล้วนี่จะขายให้ข้าอีกเมื่อไหร่กัน ”
“ ถ้าคุยกับญาติของข้าเอาไว้ว่าจะขายให้ท่าน 7 วัน 1 ครั้งเป็เช่นไรเ้าคะ ” จูเฟยเสนอ
“ อึม!! ดีเหมือนกันแต่ว่าก็ต้องเร่งหน่อยนะยัยหนู ตอนนี้โรคระบาดที่เกิดขึ้นที่เมืองหลวงข่าวมันก็เริ่มแพร่กระจายไปแล้ว อีกไม่นานสมุนไพรหยางอี้คงไม่เป็ที่้าอีกเพราะมีเยอะมากเกินจนล้นตลาด ” จ้าวหม่าฉิงอธิบายออกมา
เื่นั้นจูเฟยเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าอีกไม่นานสมุนไพรมันต้องมีเกินมากความ้าจนล้นตลาดเพราะว่าผู้คนนั้นหันมาปลูกแต่สมุนไพรหยางอี้ และเมื่อเป็เช่นนั้นสมุนไพรหยางอี้ราคาของมันพุ่งขึ้นมาสูงขนาดนี้มันก็จะดิ่งลงเหว บางทีราคาของมันอาจจะตกลงไปมากกว่าตอนแรกที่รับซื้อเสียด้วยซ้ำ
“ เ้าค่ะ.. ” เด็กน้อยขานรับพร้อมกับเดินออกไปจากร้านหลังจากที่ทำการซื้อขายเสร็จเรียบร้อย จูเฟยเก็บถุงเงินเอาไว้ภายในเสื้อของนางเป็อย่างดี เงินจำนวน 30 ตำลึงมันสามารถเลี้ยงชีพไปได้หลายเดือนอย่างสุขสบายเลย นางจะทำให้มันกลายเป็เงินทุน
จูเฟยมุ่งตรงไปที่ร้านของเถ้าแก่ขายเมล็ดท่านเดิมและก็ติดต่อการซื้อเมล็ดเช่นเดิม นาง้าเมล็ดหยางอี้ และรวมไปถึงเมล็ดต้นพฤกษาน้ำรวมไปถึงต้นหญ้าเลื้อยคลานเพิ่มอีกด้วย
ครั้งนี้จูเฟยก็ติดต่อซื้อขายเมล็ดโดยที่ตัวของนาง้า 30 ถุงเช่นเดิม แล้วเถ้าแก่ร้านก็มีให้แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็สินค้าชุดสุดท้ายแล้ว โดยจากการพูดคุยเถ้าแก่ของร้านก็ยืนยันจากปากของตนเองว่าเขาจะไปหาซื้อเมล็ดสมุนไพรมาให้
หลังจากนั้นจูเฟยก็นั่งพูดคุยกับเถ้าแก่เ้าของร้านอยู่สักพัก เป็การแนะนำตัวของลูกค้าขาประจำและเ้าของร้าน โดยตัวของนางก็ได้รู้ว่าเถ้าแก่ผู้นี้มีแซ่ว่าหวง จูเฟยเลยเรียกตัวของอีกฝ่ายว่าเถ้าแก่หวง
หลังจากที่ทำการติดต่อซื้อขายเมล็ดสมุนไพรกันจนเสร็จ จูเฟยก็ได้เร่งเดินทางกลับไปที่บ้านของท่านยายหวังทันที ตอนนี้เวลาทุกวินาทีของนางมันมีค่า นางต้องใช้เวลาทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อที่จะหาเงินก้อนโตมาเปิดกิจการภายในเมือง
หลังจากนั้นนางก็ใช้ชีวิตประจำวันโดยการวนเวียนอยู่ที่สวนสมุนไพรของตนเองแทบจะทั้งวัน เนื่องจากตอนเช้าที่เดินทางมาที่บ้านของท่านยายหวังแล้วก็เริ่มทำการเพาะปลูกสมุนไพรชนิดต่างๆของนาง
ผ่านไป 2 วันที่ทำการเพาะปลูกสมุนไพรชนิดต่างๆตอนนี้มันดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาแต่มันมีอย่างเดียวที่ติดปัญหาอยู่ในตอนนี้สำหรับเด็กน้อยเ้าของแปลงสมุนไพรเล็กๆ
วันนี้เป็วันที่จูเฟยต้องเดินมาดูต้นพฤกษาน้ำแล้วต้องเก็บเกี่ยวมัน วันนี้อีกแล้วพืชสมุนไพรที่เพาะปลูกภายในน้ำและเป็ที่หมายปองกับหมู่มวลมัจฉา พวกมันทำให้ต้นพฤกษาน้ำที่เป็ผลผลิตที่นางควรจะเก็บเกี่ยวได้ถึง 10 ส่วน มันกลับสามารถเก็บเกี่ยวได้เพียงแค่ 7 ส่วน บางครั้งโชคร้ายมันก็เหลือเพียงแค่ 5 ใน 10 ส่วน
กี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้เด็กน้อยโกรธหน้าแดงก่ำ เท้าน้อยๆยกขึ้นและกระทืบลงที่พื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าผู้ใหญ่มองมันก็เป็การกระทำที่น่าเอ็นดู แต่ตอนนี้ภายในใจของจูเฟยมันกำลังโกรธจริงๆ
เ้าปลาพวกนี้มันน่าโมโหยิ่งนัก กำไลที่นางควรจะได้ 10 ส่วน มันก็หดหายไปเพราะเ้าปากพวกนี้ ยืนมองก็พยายามครุ่นคิดว่าต้องหาวิธีทางมาจัดการกับเื่นี้ให้ได้ จริงๆมันเื่นี้นางก็รู้ว่าวิธีแก้มันง่ายดายก็แค่ตีกรอบล้อมเอาไว้ทั่วบริเวณด้วยตาข่ายเพื่อไม่ให้ปลามันเข้ามาภายในเขตการเพาะปลูก แต่ว่าน่าจะไหว้วานใครดีล่ะ..
เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าของลำธารขนาดใหญ่ก็เอนตัวไปมาพลันครุ่นคิด ถ้าจะให้ท่านยายและท่านแม่มายุ่งเื่นี้ก็เกรงว่าพวกเขาจะกำลังยุ่งกับแปลงผักอยู่
จูเฟยเลยตัดสินใจด้วยแรงและกำลังของนางในตอนนี้ไม่สามารถกระทำเื่นี้ได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน ครั้นจะไหว้วานผู้อื่นก็ต้องครุ่นคิดอย่างดี
การเพาะปลูกพืชสมุนไพรเป็ไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านพ้นไปถึง 7 วันถึงเวลาการขายสมุนไพรในรอบใหม่แล้ว ตอนนี้ก็เข้าใกล้ปลายเดือน 5 อากาศไม่ร้อนไม่เย็นกำลังดี จูเฟยออกเดินทางจากบ้านของท่านยายหวังด้วยวิธีเดิมนั่นคือการเช่ารถม้าต่อจากท่านยายและท่านแม่
เมื่อมาถึงร้านของท่านปู่จ้าวแล้วทำการค้าขายสมุนไพรจนเสร็จเรียบร้อย มันปรากฏว่าครั้งนี้จูเฟยสามารถทำกำไรได้จากสมุนไพรต่างๆที่นำมาขายเป็เงินจำนวนมากกว่า 40 ตำลึง เมื่อคิดคำนวณเงินทั้งหมดที่นางสามารถเก็บได้ในตอนนี้มันมีถึงเกือบ 80 ตำลึง
มันเป็จำนวนเงินที่มากพอสมควร ด้วยจำนวนเงินประมาณนี้มันก็สามารถเปิดกิจการเล็กๆได้แล้ว แต่ว่าจูเฟยที่เห็นว่าธุรกิจนี้มันยังสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรได้ใน่นี้นางก็จะทำไปก่อน
แต่เมื่อเดินทางไปที่ร้านขายเมล็ดของเถ้าแก่หวง มันก็มีเื่นึงที่ตัวของจูเฟยคิดว่ามันน่าจะเป็ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วมันก็เกิดขึ้นใน่นี้จริงๆ
มันคือเื่ที่เมล็ดสมุนไพรเริ่มขาดตลาดกลาง ตอนนี้เถ้าแก่หวงก็เริ่มจัดหาสมุนไพรมาไม่ได้แล้วมันเป็เพราะว่าข่าวที่ผู้คนเริ่มรู้ว่าสมุนไพรหยางอี้มีราคาสูง มันอาจจะมีเศรษฐีผู้หนึ่งใช้เงินจำนวนมากซื้อเมล็ดสมุนไพรพวกนั้นเอาไว้ทั้งหมดเพื่อจะเก็บเกี่ยวและเก็งกำไรในระยะยาว
มันเป็ปัญหาที่จูเฟยคิดว่ามันควรจะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นโดยระยะเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ ตอนนี้นางเก็บเกี่ยวกำไรที่ได้มาจากสมุนไพรหยางอี้มาได้ก็ประมาณนึงแล้วแต่ถ้ามีเมล็ดนางก็คงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้อีกมาก
ภายในร้านขายเมล็ดเด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเถ้าแก่หวงทำท่าทางครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้น
เถ้าแก่หวงที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็จ้องมองเด็กน้อยผู้นี้อย่างฉงน เด็กที่ใดกันจะทำท่าทางครุ่นคิดได้เปรียบดังผู้ใหญ่เช่นนี้เขานั้นถามตัวเองในใจ ทั้งสองกำลังช่วยกันแก้ไขปัญหาในเื่นี้อยู่
จบตอน