ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 บทที่ 105 จัดเตรียม

            “เฮ้อ น้องสะใภ้ เจ้านี่ช่าง…เอาเช่นนี้ น้องสะใภ้ถือหุ้นสี่ส่วน ข้าจะมาเอาเปรียบเจ้าไม่ได้หากน้องสะใภ้ตกลง ธุรกิจนี้ย่อมสามารถทำได้”

            “ก็ได้เจ้าค่ะเช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเรามาทำสัญญากันเหลียงต้าเกอเตรียมการเสร็จแล้วช่วยบอกวันเปิดร้านให้ข้าทราบข้าจะได้เตรียมส่วนผสมไว้” หลินหวั่นชิวรู้สึกว่าเหลียงหู่นิสัยดีไม่ได้คิดแต่จะเอาเปรียบก็สบายใจ

            ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจจึงถูกตกลงบนโต๊ะอาหาร

            ส่งแขกกลับไปเจียงหงหย่วนตามหลินหวั่นชิวไปที่ห้องนาง พูดอย่างคับแค้นใจว่า “ภรรยาจ๋าเหมือนว่าเจ้าจะหาเงินเก่งกว่าข้านะ”

            กระไรกัน ภรรยาตัวน้อยทั้งหาเงินจากน้ำพะโล้ได้ทั้งคัดหนังสือหาเงิน…เจียงหงหย่วนรู้สึกถึงวิกฤตอย่างรุนแรง

            “ท่านไม่สงสัยบ้างหรือว่าข้าเอาสูตรพวกนี้มาจากที่ใด?” หลินหวั่นชิวหันไปถามเขา

            “ซือไท่สอนให้อีกล่ะสิ!” เจียงหงหย่วนพูด ในใจเขาไม่เชื่อนาง แต่กระนั้นก็เคารพในความลับของภรรยาตัวน้อย

            หลินหวั่นชิว “…”

            ขนาดนางฟังเองยังไม่เชื่อ!

            แม่ชีที่ใดจะมีสูตรทำเนื้อสัตว์เยอะขนาดนี้

            แต่เจียงหงหย่วนเชื่อก็พอนางจะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างมาอธิบายให้ยุ่งยาก

            “ท่านไม่ชอบให้ข้าหาเงิน?” หลินหวั่นชิวถาม

            เจียงหงหย่วนส่ายหน้า “ไม่ใช่ ข้าไม่มีกระไรขัดข้องที่เจ้าหาเงินส่วนตัว” แต่เขาต้องพยายามมากขึ้นเสียแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจโดนภรรยาตัวน้อยดูถูกเอาได้

            “รีบไปที่บ่อนเถิดไปสายระวังจะโดนหักเงิน” หลินหวั่นชิวโดนสายตาเป็นประกายของเจียงหงหย่วนจ้องจนทำตัวไม่ถูกจึงเร่งให้เขารีบไปทำงาน

            ช่วยไม่ได้ เจียงหงหย่วนทำได้เพียงออกไปทำงานเท่านั้น

            หลินหวั่นชิวหลับไปงีบหนึ่งก็ตื่นมาซื้ออุปกรณ์วาดภาพหนึ่งชุดจากเสียนอวี๋จากนั้นตัดกระดาษเป็นสี่เหลี่ยมสีขาว ขีดเขียนวาดๆ กระไรลงไป

            นางจะวาดสูตรอาหารออกมาบ้านหลังนี้มีหน้าร้านสองห้อง หลินหวั่นชิววางแผนว่าจะเปิดเป็นร้านหนังสือ

            นางไม่ได้จะเปิดร้านหนังสือธรรมดาทั่วไปแต่เป็นร้านหนังสือที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นบรรดาสตรีหรือฟู่เหรินที่แต่งงานแล้วโดยเฉพาะจะบอกว่าเป็นหนังสือยุคใหม่ย่อมได้เช่นกัน

            แนวคิดดีก็จริงแต่จะหาเงินได้จริงหรือไม่คงต้องลองดูเสียก่อน

            สูตรอาหารนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่นางจะสร้างชื่อให้ร้านหนังสือ

            นางคิดไว้หมดแล้วว่าจะขายหนังสือกระไรบ้าง ช่วงแรกยังไม่ต้องมีหนังสือหลากหลากมากนักมีแค่หนังสือสูตรอาหาร หนังสือความงาม หนังสือนิทานภาพที่เหมาะกับสตรี และหนังสือเกี่ยวกับเสื้อผ้า…

            หนังสือพวกนี้ล้วนไม่ยาก แค่ซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องกันมาจากเสียนอวี๋จากนั้นวาดตามออกมาหนึ่งเล่ม ที่เหลือมอบให้เป็นหน้าที่ของห้องหัตถการทำซ้ำออกมาก็เอาไปขายได้แล้ว            

            ภายในเวลาสั้นๆ สมองของหลินหวั่นชิวมีความคิดต่างๆผุดขึ้นมานับไม่ถ้วน แรงบันดาลใจพรั่งพรูจนหยุดไม่อยู่

            นางเคยเรียนวาดภาพประกอบฝีมือในการวาดภาพจึงถือว่าดี ภาพประกอบสูตรอาหารที่นางวาดออกมาดูเข้าใจง่ายมากใช้สีสันสดใส ดูแล้วมีชีวิตชีวา มองเพียงแวบเดียวก็เข้าใจ

            หนังสือตำรับอาหารเช่นนี้ยังไม่มีในยุคต้าโจวไม่ใช่แค่ตำรับอาหารเช่นนี้ที่ไม่มี นางเข้าร้านหนังสือมาหลายแห่งแค่ตำรับอาหารปกติทั่วไปก็ยังไม่มี

            อาหารที่นางทำออกมามีแต่อาหารที่กินกันเป็นปกติในบ้านแต่สำหรับยุคต้าโจว อาหารในบ้านที่นางรู้จักพวกนี้เป็นอาหารจานใหญ่ที่ขึ้นโต๊ะ

            อาหารในประเทศจีนยุคปัจจุบันพัฒนาไปหลายแขนงมีนักธุรกิจออกมาแนะนำอาหารใหม่ๆ ทุกปี สามารถพูดได้ว่าอาหารอร่อยคือสิ่งที่อยู่ยงคงกระพันบนโลกมาทุกยุค

            หากนำอาหารเหล่านั้นมาทำในยุคต้าโจวที่ยุคสมัยแตกต่างกันมากมันย่อมต้องกลายเป็นของที่สุดยอดมากเช่นกัน

            หลินหวั่นชิวใช้เวลาทั้งบ่ายวาดสูตรอาหารปึกใหญ่เพียงสองวัน สูตรอาหารเล่มแรกของนางก็วาดเสร็จแล้ว

            นางตั้งชื่อให้สูตรอาหารเล่มนี้ว่า ‘รวมสุดยอดตำรับ’  นี่เป็นเล่มแรก มีทั้งหมดสิบรายการ มีทั้งแบบร้อนแบบเย็นรวมถึงปลากระรอกที่เหลียงหู่สองสามีภรรยาชมไม่หยุดปากหลินหวั่นชิววางแผนว่าถ้าขายดีจะออกเล่มสองติดต่อกันเลย

            นางวาดภาพหน้าปกของ ‘รวมสุดยอดตำรับ’ เป็นรูปอาหารแบบการ์ตูนภาพเสมือนจริงมองแล้วเจริญอาหารยิ่งขึ้น

            นางวาดภาพใบเฟิงไว้บนหน้าปกเพื่อเป็นตัวแทนของชื่อผู้แต่งเขียนราคาไว้ด้านหลัง ‘สิบตำลึง’

            ราคาค่อนข้างแพงแต่หลินหวั่นชิวไม่อยากขายตำรับอาหารพวกนี้ในราคาถูก

            เหตุผลก็ง่ายมาก หากหนังสือถูกเกินไปย่อมหมายความว่าสูตรอาหารด้านในราคาถูกเช่นกันเช่นนี้แล้วคนมีเงินจะไม่อยากซื้อ

            เวลาครอบครัวคนธรรมดาทำอาหารล้วนไม่กล้าใส่น้ำมันและเกลือยิ่งไม่ต้องพูดถึงเครื่องปรุงอื่นๆ สูตรอาหารของนางใช้วัตถุดิบหลายอย่างอีกทั้งครอบครัวคนธรรมดาก็ไม่ซื้อสูตรอาหารอยู่แล้ว

            อย่างไรเสียนางก็แค่ลองดูร้านที่นางเปิดมุ่งเน้นเรื่องความเลิศล้ำ ไม่ได้หวังว่าต้องขายได้มากแค่มีเงินเข้าทุกวันเป็นพอ

            ตอนที่หลินหวั่นชิวใส่สูตรอาหารกับหมึกกระดาษต่างๆลงในห้องหัตถการเสียนอวี๋ นางตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าตรงจุดที่ไม่สะดุดตานักมีปุ่มเล็กๆ อยู่หนึ่งปุ่ม ด้านบนเขียนว่าระดับความคล้ายคลึงด้านหลังเป็นช่องว่าง

            นางคิดไปคิดมาแล้วใส่คำว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เข้าไปในช่องจากนั้นเลือกทำซ้ำหนึ่งชุด ตอนที่ของทำเสร็จออกมา

            โอ้โห ใช้ได้เลยอักษรและภาพทุกหน้าล้วนมีจุดต่างกันเล็กน้อย แต่ดูโดยรวมแล้วไม่ต่างกันมากไม่มีผลต่อความรู้สึก

            นางดีใจ

            ขณะเดียวกันก็ด่าช่องใส่ตัวเลขไปด้วย จะเล็กกระไรเช่นนั้นทำให้ครั้งก่อนนางไม่ทันเห็น

            นางลองทำซ้ำสองสามครั้งจนเข้าใจหากไม่ใส่ระดับความเหมือนลงในช่อง เช่นนั้นระบบจะทำแบบร้อยเปอร์เซ็นต์โดยอัตโนมัติ

            แต่การใส่ระดับความคล้ายคลึงเพื่อทำซ้ำหนึ่งเล่มต้องจ่ายเงินเพิ่มต่างหากสิบหยวน

            หลินหวั่นชิวตั้งราคาขายไว้ที่เล่มละสิบตำลึงดังนั้นนางจึงไม่กังวลเลยสักนิด

            นางทำซ้ำตั้งแต่ระดับความคล้ายคลึงที่แปดสิบไปจนถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ทำออกมาได้ร้อยเล่มจึงหยุดมือ

            หลังทำสูตรอาหารเสร็จ นางลุกขึ้นเดินวนรอบห้องนำสมุดบันทึกออกมาเขียนแผนการ จดหนังสือที่อยากทำลงไปทั้งหมดแบบนี้จะได้ง่ายต่อการจัดการ

            จากนั้น นางวัดขนาดหน้าร้านให้เรียบร้อยวางแผนว่าจะตกแต่งอย่างไร

            หลินหวั่นชิวยุ่งอยู่เช่นนั้นสองสามวัน เจียงหงหย่วนกลับไปที่หมู่บ้านเค่าซานอีกครั้งพาหนิงผานสองพี่น้องไปส่งฝากให้พวกฟู่กุ้ยช่วยสร้างกระท่อมไม้สองหลังให้สองพี่น้องอยู่ชั่วคราว

            บอกกับคนนอกว่าพวกเขามาช่วยเฝ้าที่ก่อสร้าง

                        

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน