ช่อผกาตื่นแต่เช้า ปลุกไตรภพั้แ่ 7.00 น.เพื่อที่จะเดินทางเข้าไปยังอำเภอเมือง เพราะ้าที่จะไปดูตึก 2 คูหาไตรภพแม้จะไม่ได้หลับเลยแม้แต่ชั่วโมงเดียว แต่ก็ไม่ได้มีความอ่อนเพลียให้เห็นเพลงเทพอสูรยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ความเข้าใจของชายหนุ่มมีมากกว่าสามส่วนแล้ว
ไตรภพอาบน้ำแต่งตัว ลงมาด้านล่างวันนี้ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวธรรมดา กางเกงยีนส์ ยิ่งขบเน้นผิวกายของมันให้ขาวยิ่งขึ้นผมของไตรภพเริ่มขาวขึ้นมาเนื่องจากจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาแล้วชายหนุ่มจึงปัดผมไปด้านข้าง ผมที่ยุ่ง ๆ ถูกปัดให้เป็ทรงทำให้ไตรภพดูดีเป็อย่างมาก
“แต่งตัวแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ชอบใส่เสื้อยืดกางเกงบอล รองเท้าแตะ แม่บอกกี่ครั้งแล้วเนี่ยว่าอย่าใส่ออกไปข้างนอก”
“ก็มันสะดวกดีนี่ครับแม่ จะลุก จะนั่งจะนอนก็สบาย”
“เรานี่จริง ๆ เลย รีบกินข้าวได้แล้วจะได้ออกไปแต่เช้า”
ช่อผกาเอ็ดลูกชายตรงหน้า ทั้ง ๆที่มีใบหน้าหล่อเหลาอยู่แล้ว แต่ชอบแต่งตัวเซอร์ ๆ ปอน ๆ ธรรมดาไม่ได้ใส่ใจเื่การแต่งตัวเลย
สองแม่ลูกรับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว หลังจากปิดบ้านเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มเดินเข้าไปที่รถเมอร์ซิเดสเบนซ์ E Couple สีดำสตาร์ทรถยนต์ทันที
“แม่ว่า เราไปรถแม่ดีกว่านะ ถ้าเราไปรถดี ๆ เ้าของตึกอาจจะโก่งราคาก็ได้”
ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง ไตรภพได้แต่ยิ้มในความช่างคิดของผู้เป็แม่จึงขึ้นรถ Toyota Viosออกจากหมู่บ้านไป ซึ่งช่อผกาได้ให้ไตรภพเป็คนขับเนื่องจากชายหนุ่มพึ่งสอบได้ใบขับขี่เมื่อเดือนที่แล้วนอกจากนี้เธอยัง้าที่จะเห็นการขับรถของไตรภพด้วย
Toyota Vios สีขาวมุกเลี้ยวออกมาจากหมู่บ้านขับด้วยความเร็ว 40กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพราะอยู่ในซอยไตรภพพูดคุยกับผู้เป็แม่ถึงเื่ร้านอาหารที่กำลังจะเปิดในอนาคต ทันใดนั้นเอง
โครม
รถยนต์ของไตรภพชนกับร่างของเด็กสาวอย่างจังเธอกลิ้งหลายตลบ ไตรภพรีบเบรก ถอดเข็มขัด ก่อนที่จะลงมาด้านนอกรถพร้อมกับช่อผกา
“หนู หนูเป็อะไรไหม”
ช่อผกาเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าทันทีเธอไม่ดุด่าเด็กสาวตรงหน้าสักคำทั้ง ๆ ที่เด็กสาวตรงหน้าเดินออกมาอย่างไม่ระวังตัดหน้ารถในระยะกระชั้นชิด
“หนูเจ็บ ช่วยหนูด้วย”
เด็กสาวร้องโอดโอยในขณะที่ช่อผกามีใบหน้าซีดเผือด ผิดกับไตรภพที่มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่สงสัยในเวลาเดียวกันได้มีชายฉกรรจ์ห้าคนและหญิงวัยกลางคนเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นรีบเข้าไปประคองเด็กสาวในทันที
“พวกแกขับรถประสาอะไรกันถึงชนลูกฉันวะ”
“ใช่ เด็กตัวเล็กแท้ ๆ แกยังชนลง นี่ถ้าเด็กตายขึ้นมาฉันจะทำใจยังไง”
เสียงด่าทอของผู้ออกมาจากบ้านด่าทอไตรภพและช่อผกาด้วยความเกลียดชังไม่เว้นช่องให้พวกเขาได้กล่าวอะไรเลย
“ฉันยินดีที่จะพาไปโรงพยาบาลและจะออกค่ารักษาให้ทั้งหมดค่ะ”
ช่อผกาเอ่ยขึ้นแม้จะรู้ว่าลูกชายตนเองไม่ได้ผิดก็ตาม หากย้อนกลับไปดูกล้องหน้ารถที่ติดเอาไว้จะปฏิเสธการรับผิดชอบก็ได้ แต่เมื่อเห็นเด็กสาวบอบบางตรงหน้า ความรู้สึกสงสารจึงมีมากกว่าเื่อื่นๆ
“ฉันไม่้า พวกแกเอาเงินมาให้ฉัน สองแสนบาทแล้วฉันจะพาลูกฉันไปเอง”
สองแสน !
ช่อผกาตกตะลึง มองไปที่ร่างกายของเด็กสาวตรงหน้าที่ถูกพยุงขึ้นมาาแเล็กน้อยเกิดจากการลื่นล้มต่อให้รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนที่แพงที่สุดในจังหวัดยังเสียค่าทำแผลไม่กี่พันบาทเท่านั้น แต่กลับถูกเรียกค่าเสียหายมากถึงสองแสนบาท
“พวกแกคงไม่ได้ทำแบบนี้ครั้งแรกสินะ”
ไตรภพพูดขึ้นมาเสียงดัง พลางมองไปที่เด็กสาวตรงหน้าที่มีท่าทางหวาดกลัวจากััพิเศษของพลังลมปราณบวกกับประสบการณ์ที่มีมาในโลกก่อนจึงคาดเดาเื่ราวตรงหน้านี้ไม่ยาก
“แกพูดอะไรของแก ถ้าแกไม่จ่ายฉันจะไปแจ้งตำรวจ”
ชายที่ฉกรรจ์ใบหน้าเข้มไว้หนวดไว้เคราเฟิ้มกล่าวขึ้น ถมึงตามองไตรภพราวกับจะกินเืกินเนื้อเด็กสาวยิ่งตัวสั่นเทามากขึ้นเหมือนจะกลัวเสียงของมัน
“หนูน้อย หนูไม่ใช่ลูกของพวกนี้ใช่ไหม บอกพี่มาสิพี่ช่วยหนูได้นะ”
ไตรภพเอ่ยเสียงอ่อนโยน มองไปที่ตาของเด็กสาวทันทีที่ไตรภพพูดออกมา ทุกคนล้วนตกตะลึงไม่เว้นช่อผกา เด็กสาวสะบัดมือจากหญิงวัยกลางคนวิ่งไปหาไตรภพในทันที
“ช่วยด้วยค่ะ หนูถูกบังคับให้ทำ พวกเขาบังคับหนู”
เด็กสาวสั่นกลัวชี้ไปทางชายฉกรรจ์และหญิงวัยกลางคน ช่อผการีบกอดเด็กสาว อุ้มขึ้นมาเธอรู้เื่ราวตรงหน้าแล้วว่ากลุ่มคนตรงหน้า น่าจะเป็พวกมิจฉาชีพ
“ลูกพูดอะไรออกมา”
“แกไม่ใช่พ่อฉัน แกอุ้มฉันขึ้นรถตู้มาแล้วบังคับให้ฉันออกไปโดนรถชนเพื่อเรียกเงินจากคนที่ผ่านทางมา”
เด็กสาวในอ้อมกอดของช่อผกาะโไปทางชายฉกรรจ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ช่อผกาลูบหัวของเด็กสาวให้สงบลงพลางมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเป็ห่วง ซอยนี้เป็ซอยแคบเธอมักจะผ่านซอยนี้เพราะเป็ซอยลัด ตัดไปถนนใหญ่เพื่อไปอำเภอเมืองจึงไม่ค่อยมีใครสัญจรผ่านทางนี้มากนัก
“ไอเด็กบ้าในเมื่อพวกแกสองคนรู้แล้วคงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ จับตัวพวกมันมา”
สิ้นคำสั่งของชายฉกรรจ์ที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าชายฉกรรจ์ที่เหลือพุ่งเข้าหาไตรภพและช่อผกาอย่างดุร้ายช่อผกามีหลับตาอย่างหวาดกลัว
โครม โครม โครม โคม
อ๊าก อ๊าก
เสียงดังโครมครามพร้อมเสียงกรีดร้องของชายฉกรรจ์ดังขึ้นพวกมันทั้งสี่คนโดนไตรภพถีบกระเด็นไปชนรั้วไม้หน้าบ้านพังทะลายลงมาทั้งแนวกระอักเืด้วยความเ็ป เหม่อมองชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา
ฟึบ
“ต่อสู้เก่งนี่ ถึงจะมีวิชามวยอยู่บ้างแต่ลองลิ้มรสมีดดูหน่อยไหม”
ชายฉกรรจ์ที่เหมือนจะเป็หัวหน้าควักมีดออกมาจากข้างตัวมองไตรภพด้วยความแค้นเคืองวิ่งเข้าหาไตรภพพร้อมทิ่มมีดที่อยู่ในมือไปกลางทางของไตรภพอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่มันประชิดตัวไตรภพชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย มือซ้ายจับมือที่ถือมีดเอาไว้ส่วนมือขวาชกไปที่ใบหน้าของมันอย่างรุนแรง
“อ๊าก”
ร่างกายใหญ่โตของมันปลิวไปราวกับสายป่านว่าวขาดรุนแรงยิ่งกว่าชายฉกรรจ์ทั้งสี่ก่อนหน้า กระอักเืออกมาคำโต สลบไปในทันที
“ฉันยอมแล้ว ๆ”
หญิงวัยกลางคนรีบยกมือไหว้ไตรภพขนาดชายฉกรรจ์ทั้งห้าที่มีอาวุธยังโดนจัดการอย่างราบคาบเธอเองเป็แค่คนธรรมดาจะสามารถต่อสู้กับชายหนุ่มได้อย่างไร
“พวกแกเป็ใครกันแน่”
“ถ้าฉันยอมบอกคุณจะปล่อยเราไปได้ไหม”
“แกไม่มีสิทธิต่อรอง”
ไตรภพแผ่พุ่งจิตสังหารด้วยประสบการณ์การฆ่าคนในตอนที่เป็จักรพรรดิเทพแม้จะใช้ออกด้วยพลังลมปราณระดับชนชั้นสีม่วงเท่านั้นแต่ก็ทำให้คนธรรมดาต้องหวาดกลัวราวกับเห็นนรก หญิงวัยกลางคนเหงื่อแตกพลั่กหอบหายใจรุนแรง ราวกับไม่มีอากาศหายใจ
“พวกเราเป็หนึ่งในแก๊งเชิ๊ตดำ มาประจำที่ตำบลนี้คอยส่งเงินไปที่สาขาหลักอีกที”
“เชิ๊ตดำ!”
ไตรภพที่ฟังข้อมูลจากหญิงวัยกลางคนเริ่มประมวลความรู้ในหัวสมองแก๊งเชิ๊ตดำนี้เป็หนึ่งในแก๊งใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในจังหวัดลือกันว่าแม้แต่ตำรวจยังไม่กล้าที่จะจับกุม ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความเกี่ยวพันด้านผลประโยชน์ระหว่างแก๊งเชิ๊ตดำและหน่วยงานภาครัฐแต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน
จำนวนเด็กที่ถูกลักพาตัวในบันทึกคดีของสถานีตำรวจทั่วจังหวัดน่านสูงถึงปีละหลายสิบคนนอกจากนี้เมื่อเด็กสาวโตขึ้นพวกมันยังบังคับให้ขายบริการ เป็พฤติกรรมที่เลวร้ายและเป็ที่สาปแช่งของคนทั้งเมือง
“ไตรภพ แม่ว่าเราแจ้งตำรวจเถอะ”
“ไม่ต้องหรอกครับแม่ บอกตำรวจไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น แม่ก็รู้ข่าวนี่ครับ”
ช่อผกาพยักหน้าราวกับเห็นด้วยในคำพูดของไตรภพความคลุมเครือเื่ความสัมพันธ์ของแก๊งเชิ๊ตดำและตำรวจในจังหวัดสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนธรรมดาหากแจ้งความไปพวกมันเหล่านี้คงไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ
“ถ้าฉันเห็นพวกแกทั้งหกคนยังทำพฤติกรรมบัดซบอย่างนี้อยู่ฉันจะไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่”
ไตรภพขู่หญิงวัยกลางคนด้วยรังสีอำมหิตยิ่งกว่าเก่าทำให้หญิงวัยกลางคนสลบหมืดลงไปในทันที ชายหนุ่มเดินขึ้นไปในใรถยนต์พร้อมกับช่อผกาที่พาเด็กสาวขึ้นรถไปด้วย
“หนูชื่ออะไร แล้วบ้านหนูอยู่ไหนเดี๋ยวป้าจะไปส่งหนู”
ช่อผกาเอ่ยถามเด็กสาว รถค่อย ๆ แล่นออกไปเธอเองย้ายมานั่งเบาะหลังเพื่อที่จะได้คุยกับเด็กสาวตรงหน้าที่ยังไม่หายหวาดกลัว
“หนูชื่อมะลิค่ะส่วนบ้านของหนูอยู่จังหวัดแพร่ค่ะ หนูอยู่กับพี่สาวสองคน”
“แล้วพี่สาวหนูชื่ออะไรหละลูก”
“หนูรู้แต่พี่สาวหนูชื่อ กาน ค่ะส่วนชื่อจริงหนูจำไม่ได้ เพราะหนูถูกลักพาตัวมาั้แ่สามขวบ”
ช่อผกายิ่งฟังเื่ราวของเด็กสาวตรงหน้ายิ่งเอ็นดูจับใจหากถูกลักพาตัวั้แ่สามขวบ เด็กคนไหนบ้างจะอ่านออกเขียนได้ทั้งยังรู้ชื่อจริงและนามสกุลตนเอง
“งั้นหนูมาอยู่กับป้าก่อนนะลูกแล้วป้าจะช่วยตามหาพี่สาวของหนูให้”
มะลิร้องไห้สะอื้นออกมาหลังจากได้ยินช่อผกาพูดเธอเองต้องอยู่กับนรกบนดิน ถูกใช้งานเยี่ยงทาส บังคับให้ทำงานสารพัดทั้ง ๆที่เป็เด็ก ดีที่ยังไม่ถูกล่วงเกินใด ๆเพราะยังมีหญิงวัยกลางคนคอยห้ามปรามอยู่บ้าง
ไตรภพมองผ่านกระจกหลัง ถอนหายใจด้วยความสงสารมะลิหากไม่ได้มากับช่อผกาแล้ว พวกมันทั้งหกคนคงไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อนี่ถือว่าชะตาของพวกมันยังไม่ถึงฆาต
รถยนต์แล่นออกมาบนถนนใหญ่ไตรภพขับรถอย่างระมัดระวัง ส่วนมะลิได้หลับไหลคาอกของช่อผกาด้วยความเหน็ดเหนื่อยช่อผกาได้แต่ยิ้มและลูบหัวของมะลิไปมา
“มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกกันแน่ลูกไปเรียนการต่อสู้มาจากไหน ทำไมลูกสามารถจัดการอันธพาลทั้งห้าคนได้อย่างง่ายดายบอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ”
“แม่ครับ เื่นั้นเอาไว้ผมค่อยเล่าให้ฟังนะครับแต่ดูเหมือนรถจะไม่ปกตินะครับ”
“ทำไมหละลูก”
ไตรภพจอดข้างทาง เป็หน้าโชว์รูม Toyota พอดีชายหนุ่มลงจากรถเปิดฝากระโปรง มองดูที่หม้อน้ำที่รั่วซึมทั้งสายพานหน้ารถยังคงมีรายบิ่น ราวกับกำลังจะขาด
“หม้อน้ำแตกสายพานน่าจะต้องเปลี่ยนแล้วหละครับแม่”
“โชคดีที่เราเสียหน้าศูนย์รถพอดีเราขับเอาไปซ่อมก่อนก็ได้ลูก”
ไตรภพขับรถอย่างประคองอาการเข้าไปที่ศูนย์รถยนต์ในทันทีไตรภพ ช่อผกา และมะลิ นั่งในห้องรับรองแขก ระหว่างรอการตรวจอาการของช่างชายหนุ่มหยิบแซนวิชที่จุดบริการลูกค้าให้กับมะลิพร้อมน้ำดูเหมือนว่าเด็กสาวจะหิวเป็อย่างมาก
“ขอเชิญคุณช่อผกาที่ช่อง 3ด้วยค่ะ”
เสียงเรียกของพนักงานดังขึ้น ช่อผกาเดินไปที่ช่องสามทันทีเป็พนักงาน Toyotaในชุดฟอร์มบริษัทยื่นเอกสารประเมินรายการซ่อมให้กับช่อผาดู
“รายการซ่อมทั้งหมด 4รายงาน เป็หม้อน้ำ สายพาน นอกจากนี้ยังพบอาการเสื่อมของเกียร์และเครื่องหากซ่อมทั้งหมดค่าซ่อมประมาณ 12x,xxx บาทค่ะ”
ช่อผกาฟังอย่างตะลึง ค่าซ่อมรถยนต์แพงเป็อย่างมากแถมยังเสียหลายรายการอีกรถคันนี้ได้รับมาจากแม่ของเธอเองที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งอายุรถน่าจะเกือบยี่สิบปีช่อผกาถอนหายใจ มองไปที่รถด้านนอกสลับกับใบประเมินค่าซ่อมไปมา
“ผมว่าแม่อย่าซ่อมเลยครับ รถคันนี้ขายไปคงไม่ถึงห้าหมื่นบาทซ่อมไปไม่คุ้มหรอกครับแม่”
ไตรภพเดินเข้ามายืนข้างผู้เป็แม่หลังจากได้ยินค่าซ่อมของรถยนต์ จึงแสดงความคิดเห็นของตนออกไปถ้าซ่อมรถเก่าที่มีมูลค่าไม่ถึงค่าซ่อม มันเหมือนเอาเงินไปทิ้งมากกว่า
“แต่มันเป็รถที่คุณยายให้มานะไตรภพ”
ช่อผกาอธิบายเหตุผลที่อยากจะซ่อมรถคันนี้เพราเป็มรดกที่ผู้เป็แม่ให้กับเธอเอาไว้ พร้อมกับร้านขายสมุนไพรพื้นบ้านราวกับเป็ห่วงลูกสาวคนนี้ลำบาก
“งั้นแม่ก็ซ่อมรถคันนี้แล้วซื้อรถคันใหม่ดีไหมครับ”