ตอนที่ 2 เ้าเป็ใคร
“ว๊าก...ๆๆๆ” สายลมดูดรุนแรงดั่งพายุคลั่ง ดึงร่างเขาขึ้นสูง พัดปั่นหมุนวนอย่างร้ายกาจราวจะแยกร่างเขาออกเป็ชิ้นๆ สายฟ้าฟาดเสียงดังลั่นอยู่รอบกายเกรี้ยวกราดปายอสูรร้ายคลั้ง
วรารินรู้สึกเหมือนเวลาแห่งนรกร้ายนั้นยาวนานแต่แท้จริงแล้วสั่นเพียงเท่า่รถไฟเหาะตีลังกา ร่างอันเปียกโชกของเขาจมลงไปในพื้นน้ำฝนที่เจิ่งนองบนหน้าหินขรุขระ ความสากแข็งและเย็นเฉียบ เข้าแผ่ปกคลุมทั่วผิวเนื้อััทำให้ขนลุกซู่ไปทั่วร่าง เขานอนสั่นคู้ขดตัวไปมาด้วยความทรมาน ลมหายใจติดขัดท้องไส้ปั่นป่วนและมองเห็นภาพที่อยู่โดยรอบเลือนรางราวคนสายตาสั้นที่ไม่ได้สวมแว่นตอนดูหนังสามมิติ
“เ้าเป็ใคร” ทันใดนั้นก็ปรากฏสายเสียงหนึ่งที่เด่นชัดออกมา เป็เสียงของชายหนุ่ม วรารินแน่ใจอย่างนั้น เขาพยายามส่ายสายตาไปตามต้นทางของเสียงแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อภาพที่เห็นไม่ได้เป็อย่างที่คิด
ฟ้าร้องคำรามดังสนั่น สายฟ้าแยกพื้นนภาสีดำออกเป็แฉกน้อยใหญ่ตามเส้นทางที่ฟาดลงมาเป็รูปรากไม้ เม็ดฝนขนาดเท่าหัวนิ้วก้อยพุ่งตกกระทบใส่ใบหน้าอย่างต่อเนื่องราวห่าเข็มหมื่นเล่มที่พุ่งจากฟ้าในแดนนรก
วรารินพยายามลุกขึ้นแต่ความวินเวียนทำให้โลกทั้งใบรอบตัวของเขาบิดเบี้ยว เขาพยายามตะเกียกตัวลุกขึ้นแต่ก็เสียหลักล้มถไลลงไป จากนั้นก็อ๊วกเอาน้ำสีเหลืองที่อยู่ในท้องพุ่งออกมา เขาพยายามจะเงยหน้าขึ้นมองไปที่ชายคนนั้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องกระตุกตัวขึ้นอ๊วกออกอีกรอบใหญ่ ก่อนจะนอนแผ่หงายเงยหน้าขึ้นฟ้าอย่างอ่อนแรงเมื่อไม่เหลืออะไรในท้องให้อ๊วกออกมาอีกแล้ว
….นี่เราตกนรกเหรอ....
ความคิดแวบแรกของวรารินเมื่อเห็นชายผู้นั้น เขาก็นึกถึงยมทูฑแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะยมทูฑที่เขาเห็นกลับมีลักษณะคล้ายจอมเวทย์ในหนังที่เขาเคยดู ผ้าคลุมไหมงดงามคลิบลายทองวิจิตรยาวลากมาถึงข้อเท้า ร้องเท้าหนังหุ้มส้นยาวขึ้นไปครึ่งแข่ง ไม้ฆทาทองคำที่ปลายประดับด้วยอัญมณีสีแดงเม็ดใหญ่
“ระวัง..พวกมันมาแล้ว ส๊วบ..อ๊าก...” ลูกธนูพุ่งเข้าปักที่ลำคอของชายผู้นั้นทะลุออกไปพร้อมกับกระดูกต้นคออีกด้าน เขาล้มลงชักกระตุกหายใจผงาบๆ อยู่ข้างวราริน เหมือนปลาที่ถูกพาขึ้นมาจากน้ำ
“เชี่ย..นี่มันนรกแบบไหนกันวะ” วรารินใสุดขีดขณะกำลังพลิงตัวดันร่างของเขาขึ้นและใช้เท้าทั้งสองทีบพื้นดันร่างถอยห่างออกมาจากชายตาเลือกที่กำลังจะกลายเป็ศพ
ชายผู้นี้ตายตาไม่หลับ แววตาของเขาปูดโปนเปี่ยมไปด้วยความแค้น ความเ็ปและความสิ้นหวัง เขากำลังจะขาดใจตาย “จะๆเ้า เป็ใคร...” เขาพูดยังไม่ทันจบก็สิ้นใจตายซะก่อน
วรารินแทบช๊อก ห้วใจของเขาเกือบจะวายตายเมื่อเห็นภาพอันน่าขนลุกนั่น เพราะเมื่ออ๊วกเอาเบียร์ออกจนหมดก็ทำให้ความมึนเมาหายไปด้วย เขาเริ่มตระหนักแล้วว่าเขากำลังตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ลำบากและแปลกประหลาดสุดในชีวิต มันยากที่จะเชื่อว่าเป็เื่จริงและยากยิ่งกว่าที่จะหาสาเหตุของเื่ที่เกิดขึ้น
ความรู้สึกอยากตายหายไปหมดแล้วพร้อมกับความมึนเมาที่ทะลักออกมากับอ๊วก แม้เื่การมาถึงสถานที่แห่งนี้ของเขาจะดูเหลือเชื่อแต่เขาก็ต้องเก็บความสงสัยในเื่นี้ไว้ก่อน เพราะตอนนี้ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าคนที่ฆ่าชายผู้นี้จะฆ่าเขาด้วยรึเปล่าว....
“ระวัง!” เสียงแหบกร้านของนักเวทเฒ่าผู้หนึ่งดังขึ้น
ทำให้วรารินที่นั่งเหยียดขาเหม่อลอยอยู่รู้สึกตัว และบิดกายหลบปลายหอกดำอันแหลมคมที่พุ่งลงหมายจะเจาะหน้าอกของเขาได้
“เฮ้ย..”
“แกร๊ง ” เสียงคมหอกกระทบหินพร้อมกับเกิดประกายไฟขึ้นวูบหนึ่ง
“ดะเดี๋ยว เดี๋ยวก่อน.” เขายกมือขึ้นและพยายามพูดกับชายร่างใหญ่ในชุดเกราะที่เดินเข้ามาหา
“ย๊าก..” ชายผู้นั้นแยกเขี้ยวร้องคำรามพลางง้างหอกขึ้นเตรียมแทงซ้ำลงไปอีก
“เฮ้ยๆๆ”
“แกร๊ง”
วรารินกลิ้งหลบไปอีกหลายเมตรจนเกือบจะตกหน้าผา ชายผู้นั้นก็เดินตามเขามาติดๆ
วรารินพยายามจะคิดหาคำพูดเพื่อจะหยุดชายผู้นั้นไว้ แต่สมองของเขาตอนนี้ก็ทึบตันเกินกว่าจะคิดอะไรออก
“ตาย” ชายร่างใหญ่ในชุดเกราะหนังร้องะโขึ้นพร้อมกับง้างหอกสุดก่อนจะแทงตรงลงมายังกลางอกของวรารินที่นอนหงายอยู่
“เฮ้ย..อ๊าก..ซี๊ดด”
วรารินกำใบหอกนั้นไว้ได้ทันด้วยมือเปล่าว ปลายแหลมของมันจ่อลงที่กลางอกของเขาพอดีดูคล้ายฉากต่อสู้ที่เขาเคยเล่นในละคร ต่างกันก็แค่ตรงที่คมหอกนี้คือของจริงและตอนนี้เขาก็รู้สึกเจ็บที่มือจริงๆ พร้อมกับเืที่ไหลออกมาไม่หยุด
“ย๊าก..” ชายผู้นั้นออกแรงกดเพิ่มขึ้น แต่วรารินก็ไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันทนเจ็บจับใบหอกอันคมกริบนั้นแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแก ความเย็นเยือกอันโหดร้ายของเนื้อเหล็กค่อยๆ จมลึงผ่านเนื้อมือเข้ามาถึงกระดูก
วรารินรู้สึกได้ถึงคมหอกที่กำลังขบเนือกระดูกนิ้วของเขา แม้จะออกแรงต้านไว้สักเท่าใดก็ไม่อาจสามารถต้านทานผู้กระทำร่างใหญ่ในชุดเกราะนั้นได้ ปลายหอกจจึงค่อยๆ ไหลปักลงกลางอกของเขาอย่างช้า ๆ
“อ๊าก..” วรารินร้องลั่นด้วยความเ็ปแสนสาหัส เขาจิกปลายนิ้วออกแรงบีบปลายหอกนั้นอีกครั้ง ครั้งนี้ทุ่มสุดแรงและไม่คิดจะเสียดายนิ้วพวกนั้นเลยถ้ามันจะขาดออกจากมือ ก่อนจะรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงมันออกไปด้านซ้ายมือและเหวี่ยวงตัวเตะเข้าที่ขาของชายร่างใหญ่นั้นอย่างแรง
เขาเคยทำท่านี้มาหลายครั้งแล้ว ตอนเข้าฉากบู๊ แต่ทุกครั้งก็เป็การเตะแบบออมแรงไม่ได้เตะจริง ครั้งนี้จึงเป็ครั้งแรกที่เขาออกแรงเตะจริง และเตะไปแรงสุดเท่าที่สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้จะทำได้
“ปึก.โอ๊ย..” ชายหุ่นหมีร่างใหญ่เสียหลักล้มลงและทำหอกหลุดมือ วรารินได้โอกาสพลิกตัวลุกขึ้นและคว้าเอาหอกด้ามเดียวกันนั้นกลับไปปักลงที่คอของชายผู้คิดจะฆ่าเขาอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่เสั้ยววินาทีเดียว “ส๊วบ”
แม้ไอ้หนุ่มหุ่นหมีหนวดเครารกรุงรังผู้นั้นจะไม่ยินยอมและพยายามจะยกมือขึ้นมาจับขวางปลายหอกนั้นไว้ แต่ก็ช้าไป วรารินแทงปลายหอกลงไปตรงคอหอยของเขาอย่างรวดเร็วรุ่นแรง “.อ๊าก..” เืสีแดงพุ่งกระฉูดขึ้นสูง นันย์ตาตี๋เล็กของชายในชุดเกราะปูดโปนจนแทบจะทะลักออกมา
“นี่มันเื่อะไรกัน..” วรารินหายใจหอบด้วยความตื่นเต้นมือของเขาสั่นแรงจนแทบจะจับหอกนั้นไม่ไหว นี่คือการฆ่าคนจริงๆ ครั้งแรก มันน่าสอิดสะเอียนทำท้องไส้ให้ปั่นป่วนจนคิดอยากจะอ๊วกอีกรอบแต่ในท้องก็ไม่มีเหลืออะไรให้อ๊วกอีกแล้ว เขาจึกทำได้เพียงคะย่อนลมเปล่าๆ ออกมาพร้อมกับน้ำลาย
เขายืนนิ่งใช้หอกเป็เครื่องพยุงร่างที่อ่อนล้ากวาดสายตามองผู้คนมากมายที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็เอาตายกับั์สีดำตัวหนึ่ง และนักเวทย์อีกหกคน ท่ามกลางสายฝนและเสียงฟ้าร้องคำราม เห็นได้ชัดว่ามีคนสองกลุ่มกำลังสู้กัน กลุ่มหนึ่งคือนักเวทย์และเ้าตัวั์สีดำและฝูงกองทัพผีดิบ พวกเขาปล่อยสายฟ้า ปล่อยลูกไฟ ปล่อยพลังแสงต่างๆ ใส่ทหารชุดเกราะดำหลายร้อยนายที่กำลังวิ่งกรูกันขึ้นพุ่งหอกใส่เ้าั์สีดำที่มีอาวุธเป็ค้อนเหล็กอันใหญ่
วรารินทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนแรง มือของเขาเริ่มเจ็บและมีอาการปวดตุบๆ ขึ้นมารุนแรงราวน้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้สูงจากใต้เปลือกโลก
ลานหินผาตอนนี้เต็มไปด้วยศพของทหารจำนวนมาก สายเืสีแดงหลังรินลงจากศพทหารคนแล้วคนเล่าที่ถูกเ้าั์นั่นฟาดร่างจนแหลกเหลว แล้วศพทหารพวกนั้นก็ถูกปลุกเสกให้เป็ผีดิบไล่ฆ่าเพื่อนของเขาโดยฝีมือของนักเวทย์พวกนั้น วรารินสังเกตุการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายอย่างเงียบๆ เขารู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนรถเมล์ที่เต็มไปด้วยเด็กช่างกลต่างสถาบันยกพวกมาตีกันอยู่ การนั่นเงียบจึงเป็การดีที่สุดเพราะเขาก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายไหนเลย
“เ้าเป็ใคร..ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่” เสียงแหบกร้านของนักเวทหัวหงอกหลังค่อมคนหนึ่งดังขึ้นมาจากปากถ้ำ