เช้าวันถัดมาลมเย็นยามเช้าพัดผ่านม่านบางของหน้าต่าง เสียงจอแจของเมืองเริ่มขยับตัวช้า ๆ ราวกับโลกกำลังเข้าสู่วันใหม่เร็วกว่าที่พีทต้องการ
พ่อเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปสนามบินแต่ครั้งนี้ บรรยากาศระหว่างพวกเขาแตกต่างจากเมื่อวานไม่มีเงาของอดีตที่หนักอึ้งกดทับบ่าอีกต่อไปราวกับว่าความเจ็บปวดที่สั่งสมมาหลายปีได้ถูกชะล้างออกไปพร้อมกับสายฝนเมื่อคืน
ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องเขาหันกลับมามองพีท สายตาอ่อนโยนกว่าที่พีทเคยเห็นมาก่อน
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะเรื่องของไอ้หมอนั่นไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น พ่อจัดการเอง” พ่อพูด “ให้พ่อได้ปกป้องลูกของพ่อบ้างนะ”
“พ่อ...ขอบคุณครับ”พีทมีหลายต่อหลายอย่างในหัวที่จะพูดกับพ่อแต่มีเพียงแค่นี้ที่เขาพูดออกมาได้
“พีท” พ่อเอ่ยขึ้น น้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอบอุ่น “อย่าปล่อยให้คนที่นายมองและคนที่มองนายด้วยสายตาแบบนั้นหลุดมือไปได้นะนายอาจไม่มีโอกาสเจอคนแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง”
พีทขมวดคิ้วพยายามประมวลคำพูดของพ่อ “พ่อพูดถึงพี่นิว... หรือมีนา?”
พ่อหัวเราะเบาๆ ก่อนส่ายหัวช้า ๆ “พ่อหมายถึงคนที่นายยอมเจ็บมือเพราะเธอ”
ก่อนที่พีทจะทันได้ตอบพ่อเพียงแค่ยิ้ม ตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วเดินออกไปทิ้งคำพูดเหล่านั้นให้วนเวียนอยู่ในหัวของพีท
ความสัมพันธ์ระหว่างพีทกับพี่นิวหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความอึดอัดทุกข้อความที่เขาส่งไปได้รับเพียงแค่ ‘อ่านแล้ว’ เธอเงียบไปนานหลายวันและในช่วงเวลานั้นพีทรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ
เขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร เขาได้แต่ปล่อยให้ความเงียบกลืนกินทุกอย่างไปจนกระทั่งวันที่พี่นิวเรียกเขาออกมาเจอ
“พีท” เธอเอ่ยขึ้น เสียงของเธอสั่น “นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป?”
“ผมแค่พยายามปกป้องอันนา” พีทตอบ
“มันไม่ใช่แค่เรื่องนั้น” เธอแทรกขึ้น น้ำตาคลอ “มันเกี่ยวกับเราเกี่ยวกับความจริงที่ว่านายไม่เคยพูดคำนั้นออกมาเลย ไม่สักครั้ง”
พีทนิ่งงันคำพูดของเธอเหมือนรถไฟที่พุ่งชนเข้าเต็มแรง
“นายไม่เคยบอกพี่เลยว่านายรักฉัน” เธอพูดต่อน้ำเสียงแตกพร่า “แต่ในสถานีตำรวจพี่ได้ยินคำนั้นจากปากนายพูดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน นายรู้ไหมว่ามันรู้สึกยังไง?ได้ยินคำนั้นจากปากนาย แต่มันไม่ได้หมายถึงฉันเลย”
“ผมแคร์พี่นะ พี่นิว” พีทกระซิบเบา ๆเหมือนคำพูดเหล่านั้นเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถพูดได้
“แต่ไม่ใช่ความรัก” เธอกล่าวน้ำเสียงของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของพีท “และฉันไม่สามารถแกล้งทำเป็นว่ามันใช่ได้อีกต่อไป”
เธอเดินจากไปทิ้งเขาไว้กับความรู้สึกผิดและความเสียใจที่ไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้หลายวันหลังจากนั้น พีทใช้ชีวิตอย่างคนไร้จุดหมาย เขาไม่อยากเจอใครไม่อยากพูดอะไรกับใคร ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำงานจนลืมเวลากินข้าวและแทบไม่ได้นอน
แต่มีนาและอันนาไม่ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความเศร้านานเกินไปพวกเธออยู่เคียงข้างเขาเสมอ ไม่ถาม ไม่ซักไซ้แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้เขาเผชิญความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง
หลายสัปดาห์ต่อมา ขณะที่กลุ่มเพื่อน ๆกำลังนั่งดื่มด้วยกัน พีทก็เอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจมานาน
“ฉันจะลาออกจากงาน แล้วมาเปิดร้านของตัวเอง” พีทพูดขึ้นน้ำเสียงมั่นคง
เบสแทบสำลักเบียร์“อะไรนะ!? นายพูดจริงเหรอ?”
“ใช่ ฉันคิดดีแล้ว” พีทยืนยัน
อันนายกคิ้ว“แต่งานของนายก็มั่นคงนะ พีท นายแน่ใจเหรอว่าต้องการทิ้งมันไปเพื่อเปิดร้านของตัวเอง?”
“จริงจังที่สุด” พีทยืนยัน “ฉันเก็บเงินมาหลายปีและยังมีเงินที่พ่อส่งมา—ที่ฉันไม่เคยใช้เลยถึงเวลาที่จะใช้มันสร้างอะไรเป็นของตัวเองแล้ว”
“นี่มันเรื่องใหญ่นะเพื่อน” เบสพูด พลางวางแก้วเบียร์ลง“แต่เอาจริง ๆ ฉันว่ามันเป็นไอเดียที่เจ๋งมาก นายทำอาหารเก่งอยู่แล้วนี่”
“ฉันเชื่อว่านายทำได้” มีนายิ้มให้กำลังใจ “แต่เราต้องช่วยกันหาสถานที่ดีๆ ให้ได้นะ”
การหาสถานที่ที่เหมาะสมไม่ง่ายเลยพีทและเพื่อน ๆ ใช้เวลาหลายวันเดินสำรวจแต่ละย่านมองหาอาคารที่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับความฝันของเขา พวกเขาเดินเข้าออกอาคารหลายแห่งพบทั้งที่เล็กเกินไป ใหญ่เกินไป แพงเกินไป หรือไม่เหมาะกับบรรยากาศที่พีทต้องการ
แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้ทุกครั้งที่เจอที่ที่ไม่ใช่ พวกเขาจะถกเถียงกัน และเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ลดละ
ในที่สุดวันหนึ่งขณะที่พวกเขาเดินสำรวจตรอกเล็ก ๆ ในย่านเก่าของเมืองพวกเขาก็พบมัน—อาคารสามชั้นที่แม้จะทรุดโทรม สีลอก และมีร่องรอยของกาลเวลาแต่กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้
พีทยืนอยู่หน้าประตูเก่าสนิมจับเป็นคราบเล็กน้อย เขาสัมผัสมันเบา ๆ แล้วมองไปรอบ ๆโครงสร้างของอาคารยังแข็งแรง และภายในนั้นมีพื้นที่มากพอให้เขาสร้างสิ่งที่ฝันไว้
“ที่นี่พอไหวนะ” อันนาเอ่ยขึ้น พลางเดินสำรวจไปรอบ ๆ
“ต้องซ่อมแซมเยอะเลยนะ” เบสพึมพำ
“แต่มันมีเสน่ห์” มีนายิ้ม “ฉันว่าพอทำเสร็จแล้วมันจะกลายเป็นที่ที่ยอดเยี่ยม”
พีทยิ้มบางๆ มองอาคารเก่าตรงหน้า “นี่แหละ”
อาทิตย์ยามเย็นสาดแสงกระทบกระจกเก่าของอาคารที่กำลังจะกลายเป็นร้านอาหารของเขาจุดเริ่มต้นของความฝันของพีท
นี่ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นของร้านอาหารแต่มันคือจุดเริ่มต้นใหม่ของเขา—โอกาสที่สอง ไม่ใช่แค่เพื่ออาชีพ แต่เพื่อหัวใจและทุกคนที่เขารัก