ตอนที่ 8: แต้มวิวัฒนาการและสายตาของแม่ทัพ
ควันไฟยังคงลอยกรุ่นเหนือซากปรักหักพังของเมืองผิงหยาง แต่เสียงการสู้รบได้เงียบลงแล้ว แทนที่ด้วยเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะของกองทัพเยี่ยน
ธงรบสีดำรูปพยัคฆ์ถูกปักลงบนยอดหอคอยบัญชาการ แทนที่ธงของแคว้นจ้าวที่ถูกเผาทำลาย
ในขณะที่ทหารส่วนใหญ่กำลังฉลองชัยชนะ หรือพักผ่อนด้วยความเหนื่อยล้า ลี่หยางกลับกำลังเดินวนเวียนอยู่ในลานจัตุรัสกลางเมือง ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดรวมศพชั่วคราว
"ขยันจริงนะเจ้าหนู" นายทหารแก่คนหนึ่งทักทายด้วยความเคารพ เมื่อเห็นลี่หยางก้มๆ เงยๆ จัดการศพ
"เพื่อให้ดวงวิญญาณผู้กล้าได้ไปสู่สุขคติขอรับ" ลี่หยางตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและเปี่ยมเมตตา
แต่ในความเป็นจริง...
ติ๊ง! [สัมผัสศพนายกองร้อย: ได้รับพละกำลัง +2] ติ๊ง! [สัมผัสศพทหารม้าเกราะหนัก: ได้รับความทนทาน +1.5]
เขากำลังกอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากกองภูเขาศพเหล่านี้ต่างหาก! หลังจากแตะศพทหารเลวไปนับร้อย ลี่หยางก็เดินมาหยุดอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่บนแคร่ไม้ ร่างของชายชราผมขาวโพลนในชุดเกราะแม่ทัพที่เต็มไปด้วยรอยบาก มีดาบสั้นปักคาอยู่ที่คอ... 'ฮู่เจ๋อ' แม่ทัพผู้รักษาเมืองผิงหยาง ที่เลือกปลิดชีพตนเองดีกว่ายอมจำนน
"นับถือใจท่านจริงๆ ท่านแม่ทัพเฒ่า" ลี่หยางพึมพำ ก่อนจะวางมือลงบนหน้าอกของศพ
วูบ...
แสงสีทองจางๆ ที่ไม่มีใครเห็นนอกจากลี่หยางวาบขึ้น
[สัมผัสศพแม่ทัพผู้ภักดี (ระดับตำนาน): ได้รับจิตวิญญาณ +50] [ได้รับทักษะ: บัญชาการรบ (ขั้นกลาง)] [ได้รับรัศมี: ขวัญกำลังใจกองทัพ (เมื่อนำทัพ ทหารใต้บังคับบัญชาจะมีกำลังใจเพิ่มขึ้น 20%)] [ได้รับ: พลังปราณภายในบริสุทธิ์ 30 ปี]
ตูม!
คลื่นพลังร้อนระอุไหลทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนของลี่หยางราวกับเขื่อนแตก พลังปราณ 30 ปีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันหมุนวนและควบแน่นจนลมหายใจของเขาพ่นออกมาเป็นไอร้อน เขาต้องรีบโคจรพลังเพื่อปรับสมดุลร่างกายอยู่นานเกือบหนึ่งก้านธูป
'สุดยอด... พลังวัตรระดับนี้ ถ้าเป็นชาวยุทธ์ทั่วไปต้องฝึกกันค่อนชีวิต' ลี่หยางกำหมัดแน่น รู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นจนแทบระเบิด
แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่พลังปราณ แต่เป็นรางวัลพิเศษที่เขาได้จาก 'ถูบาท' เมื่อตอนบ่าย [แต้มวิวัฒนาการ: 1 แต้ม]
เขาหลบมุมเข้าไปในซอกตึกที่พังถล่ม เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา
"ระบบ แต้มวิวัฒนาการใช้ทำอะไร?" เขาถามในใจ
[ตอบ: แต้มวิวัฒนาการใช้สำหรับยกระดับทักษะ (Skill) หรือ ขีดจำกัดทางร่างกาย (Body Trait) ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์มนาสู่ระดับที่สูงขึ้น]
ลี่หยางตาลุกวาว เขากวาดตามองรายการทักษะของตัวเอง
วิชาดาบพื้นฐาน
วิชาเกาทัณฑ์ร้อยก้าว
เนตรอินทรี
ย่างก้าวไร้เสียง
ผิวกายทองแดง
สายตาของเขามาหยุดอยู่ที่ [ผิวกายทองแดง] ในสนามรบ พลังโจมตีสำคัญก็จริง แต่การ 'ไม่ตาย' สำคัญที่สุด ถ้าเขาทนทานจนดาบแทงไม่เข้า ธนูยิงไม่ระคายผิว เขาก็จะสามารถเดินเก็บศพได้อย่างสบายใจเฉิบ
"ระบบ! ใช้แต้มวิวัฒนาการกับ 'ผิวกายทองแดง'!"
วิ้ง!
[ยืนยันการวิวัฒนาการ... เริ่มต้นกระบวนการผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นและกระดูก]
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง ลี่หยางกัดฟันกรอดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เขารู้สึกเหมือนกระดูกทุกชิ้นในร่างกายกำลังถูกบดขยี้และหลอมสร้างใหม่ ผิวหนังร้อนผ่าวราวกับถูกนาบด้วยเหล็กไฟ
กระบวนการกินเวลาเพียงชั่วอึดใจ แต่สำหรับลี่หยางมันยาวนานเหมือนทั้งปี เมื่อความเจ็บปวดจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งดุจหินผา
[วิวัฒนาการสำเร็จ!] [ผิวกายทองแดง (ขั้นต้น) -> เปลี่ยนเป็น -> กายาเหล็กไหล (ขั้นที่ 1)] [คุณสมบัติ: ผิวหนังมีความแข็งเทียบเท่าเหล็กกล้าชั้นดี ทนทานต่ออาวุธทั่วไปโดยสมบูรณ์ ต้านทานความร้อนและความเย็น พลังป้องกันภายในเพิ่มขึ้น 200%]
ลี่หยางยกแขนขึ้นมาสำรวจ ผิวของเขาดูเหมือนเดิมทุกประการ แต่เมื่อเขาลองหยิบเศษดาบหักที่พื้นขึ้นมา แล้วออกแรงกรีดลงไปที่แขนตัวเอง ครืด... เสียงเหมือนโลหะขูดกัน ปรากฏเพียงรอยขาวจางๆ ไร้ซึ่งรอยแผลหรือเลือด
"ฮ่ะๆๆ... นี่ข้ากลายเป็นมนุษย์เหล็กไปแล้วหรือนี่?" ลี่หยางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจ "ทีนี้ใครจะฆ่าข้าได้อีก!"
...
"ลี่หยาง! อยู่นี่เอง!"
เสียงเรียกของกัวเหมิงดังขึ้นขัดจังหวะความสุข ลี่หยางรีบโยนเศษดาบทิ้ง ปรับสีหน้าให้ดูปกติ "หัวหน้ากัว มีอะไรหรือขอรับ? ข้ากำลัง... เอ่อ... ปลดทุกข์"
"ปลดทุกข์บ้านเจ้านานขนาดนี้! ท่านแม่ทัพหวังเปินเรียกพบด่วน! ที่จวนเจ้าเมือง!" กัวเหมิงสีหน้าตื่นเต้น "รีบไปล้างหน้าล้างตา แล้วตามข้ามา!"
...
ณ จวนเจ้าเมืองผิงหยาง (กองบัญชาการชั่วคราว)
แม่ทัพหวังเปินนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน เบื้องหน้าคือเหล่าแม่ทัพนายกองระดับสูงของกองทัพเยี่ยน บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและน่าเกรงขาม
เมื่อลี่หยางเดินเข้ามาพร้อมกัวเหมิง สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่เขา สายตาเหล่านั้นไม่ได้มองเด็กหนุ่มผอมแห้งอีกต่อไป แต่มอง 'ปีศาจ' ที่สังหารแม่ทัพจ้าวไปแล้วถึงสามคน (รวมจ้าวคั่ว) ในเวลาไม่กี่วัน
"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่!" ลี่หยางคุกเข่าประสานมือ
หวังเปินวางถ้วยชาลง จ้องมองลี่หยางด้วยแววตาลึกล้ำ "ลุกขึ้นเถอะ"
"ลี่หยาง... ข้าอ่านรายงานการรบแล้ว การที่เมืองผิงหยางแตกได้ในครึ่งวัน เจ้ามีความชอบใหญ่หลวงที่สุด การสังหารถูบาทและเปิดประตูเมือง เป็นวีรกรรมที่แม้แต่ขุนพลชั้นยอดก็ยังทำได้ยาก"
"ข้าน้อยเพียงแต่โชคดี และได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องทหารขอรับ" ลี่หยางตอบอย่างถ่อมตัว (สูตรสำเร็จการเอาตัวรอด)
"ถ่อมตัวเกินไปแล้ว" หวังเปินยิ้มมุมปาก "คนโชคดีฆ่าจ้าวคั่วไม่ได้ คนโชคดีปาหอกสังหารจางเฟยไม่ได้ และคนโชคดีไม่มีทางล้มยักษ์ถูบาทได้"
หวังเปินลุกขึ้นเดินลงมาหยุดตรงหน้าลี่หยาง "ข้าไม่ชอบคนอ้อมค้อม ลี่หยาง... เจ้ามีฝีมือระดับนี้ ทำไมถึงยอมจมปลักอยู่กับหน่วยเก็บศพมาตั้งนาน?"
คำถามนี้ทำเอาห้องประชุมเงียบกริบ ลี่หยางเหงื่อตกในใจ 'ซวยแล้ว จะตอบยังไงดีว่าข้าแค่ขี้เกียจและกลัวตาย'
"เรียนท่านแม่ทัพ..." ลี่หยางเงยหน้าขึ้น สบตาหวังเปิน "ข้าน้อยเป็นเพียงเด็กบ้านนอก ไม่รู้วิชาการรบ สิ่งที่ข้าทำไป ล้วนทำไปเพื่อเอาชีวิตรอด... ข้าเพียงแค่อยากมีชีวิตกลับไปดูแลแม่และน้องสาวเท่านั้น"
คำตอบที่ซื่อตรง (และจริงใจที่สุด) ของลี่หยาง ทำให้หวังเปินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีมาก! ซื่อสัตย์ดี!"
"เพื่อเอาชีวิตรอด จึงต้องแข็งแกร่ง... นั่นคือกฎที่แท้จริงของสนามรบ!" หวังเปินตบไหล่ลี่หยางอย่างแรง "แต่ในเมื่อเจ้าแข็งแกร่งแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นด้วย"
หวังเปินหันกลับไปประกาศก้อง "ถ่ายทอดคำสั่ง! แต่งตั้งลี่หยางขึ้นเป็น 'นายกองพัน' (คุมทหาร 1,000 นาย) สังกัดพิเศษ ขึ้นตรงต่อข้าโดยตรง!"
"หา!?" ลี่หยางตาโต "ทะ... ท่านแม่ทัพ นายกองพันเลยหรือขอรับ? ข้ายัง..."
"ไม่ต้องปฏิเสธ!" หวังเปินตัดบท "และข้ามีภารกิจแรกให้เจ้า กองพันของเจ้าจะมีชื่อว่า 'หน่วยพยัคฆ์ทมิฬล่าวิญญาณ' เจ้ามีสิทธิ์คัดเลือกคนจากกองทัพได้ตามใจชอบ 1,000 คน"
"ภารกิจของเจ้าคือ... เป็นทัพหน้า ล่วงหน้าไปสำรวจเส้นทางสู่ 'เมืองหานตาน' และกวาดล้างค่ายโจรหรือกองกำลังลับของจ้าวที่ซ่อนอยู่ตามหุบเขาให้สิ้นซาก ก่อนที่ทัพใหญ่จะเคลื่อนผ่าน"
ลี่หยางอ้าปากค้าง ทัพหน้า? สำรวจเส้นทาง? กวาดล้าง? นี่มันงานเสี่ยงตายชัดๆ!
แต่ก่อนที่เขาจะหาข้ออ้างปฏิเสธ เสียงระบบก็ดังขึ้น ติ๊ง! [ภารกิจระบบ: เส้นทางสู่ราชันย์] [รายละเอียด: รับตำแหน่งนายกองพัน และนำทัพสู่เมืองหานตาน] [รางวัล: ช่องเก็บของมิติเพิ่มขึ้น 10 เท่า และ ปลดล็อคฟังก์ชั่น 'ร้านค้าแต้มบุญ'] [บทลงโทษหากปฏิเสธ: ระดับค่าสถานะทั้งหมดลดลงครึ่งหนึ่ง]
ลี่หยางกลืนน้ำลายลงคอ ลดสเตตัสครึ่งหนึ่ง? นั่นมันฆ่ากันชัดๆ!
"ข้าน้อย... น้อมรับคำสั่ง!" ลี่หยางตะโกนตอบรับทั้งน้ำตา(ตกใน)
"ดี!" หวังเปินพยักหน้าพอใจ "อีกสามวันทัพใหญ่จะเคลื่อนพล เจ้ามีเวลาสามวันในการจัดตั้งกองพันของเจ้า... ไปได้!"
...
เมื่อเดินออกมาจากจวนเจ้าเมือง ลี่หยางถอนหายใจยาวเหยียด กัวเหมิงที่เดินตามมา หัวเราะร่าเริง "ยินดีด้วยท่านนายกองพันลี่! ฮ่าๆๆ เลื่อนยศเร็วยิ่งกว่าจรวด ข้ายังเป็นแค่นายกองร้อยอยู่เลย เจ้าแซงหน้าข้าไปแล้ว"
"พี่กัว... ท่านมาเป็นรองนายกองให้ข้าเถอะ" ลี่หยางหันไปเกาะแขนกัวเหมิง "ข้าคุมคนไม่เป็น ข้าต้องการคนช่วย"
"แน่นอน! ข้าจะไปกับเจ้าอยู่แล้ว" กัวเหมิงตอบรับทันที "ว่าแต่... เจ้าจะเลือกใครเข้ากองพันบ้าง? เราต้องการคนเก่งๆ นะ"
ลี่หยางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นภายใต้ผ้าปิดหน้า "คนเก่งๆ เหรอ? ไม่จำเป็น..."
"ข้าจะไปคัดเลือกคนจาก 'คุกทหาร' และ 'หน่วยพลาธิการ'"
"หา!?" กัวเหมิงร้องเสียงหลง "คุกทหาร? กับหน่วยเก็บศพเนี่ยนะ? เจ้าจะบ้าเหรอ!"
"พี่กัว..." ลี่หยางตบไหล่ชายร่างยักษ์ "คนในคุก คือคนที่ดุร้ายจนกองทัพคุมไม่อยู่... ส่วนคนเก็บศพ คือคนที่เห็นความตายจนชินชาที่สุด"
"กองพันล่าวิญญาณของข้า... ไม่ต้องการทหารที่ระเบียบจัด แต่ต้องการ 'ผีร้าย' ที่พร้อมจะกัดคอศัตรูเพื่อแลกกับอิสรภาพและเงินทองต่างหาก!"
ลี่หยางมองออกไปที่ค่ายทหาร แววตาของ 'ราชันย์เก็บศพ' ฉายชัด ในเมื่อต้องสร้างกองทัพ... เขาก็จะสร้างกองทัพที่แปลกประหลาดที่สุด และน่ากลัวที่สุดในแผ่นดิน!