‘บรู๊วววววววว’
มู่หยางจินลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงหอนของสัตว์ป่าที่ดังอยู่ไม่ไกลนักสัญชาตญาณบอกกับเขาว่าเสียงนี้คือเสียงของหมาป่าูเา มู่หยางจินรีบสวมใส่อาภรณ์ป้องกันความหนาวหยิบอาวุธคู่กายแล้วออกมาจากกระโจมทันที
“ท่านอ๋องน้อย”ซ่งเสวี่ยนลู่เดินเข้ามาสมทบกับนายเหนือหัวของตนเขาเองก็ตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกัน
“เสียงหมาป่าูเาใช่หรือไม่ท่านอี้หาน”มู่หยางจินถามขึ้นทันทีที่เสิ่นอี้หานเดินเข้ามาหาตอนที่เขาออกมาจากกระโจมก็เห็นว่าเสิ่นอี้หานพูดคุยอยู่กับกลุ่มทหารผู้ติดตามอยู่ก่อนแล้ว
“ใช่แล้วท่านอ๋องน้อยคนของเราติดตามออกไปแกะรอยแล้ว เราตามสัญลักษณ์ที่เขาทิ้งไว้ ก็คงพบได้ไม่ยาก”
“ไปกันเถอะ”สิ้นเสียงของมู่หยางจิน คนนำทางก็นำทางพวกเขาขึ้นเขาทันที
กลุ่มชายหนุ่มกว่าสิบคนเดินขึ้นเขามาอย่างเงียบเชียบไม่มีการจุดคบเพลิงนำทางใด พวกเขาต้องพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบข้างขณะนี้เสียงที่พวกเขาได้ยินจึงมีเพียงเสียงของสัตว์ที่ออกหากินยามค่ำคืนกับเสียงของลมพัดผ่านกิ่งไม้เท่านั้น พวกเขารู้ดีว่าการออกติดตามหมาป่าูเานั้นอันตรายเพียงใดการเคลื่อนไหวอย่างระแวดระวังจึงเป็สิ่งที่พวกเขาต้องทำเพื่อความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมทาง
มู่หยางจินมองทหารนำทางส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดนิ่งเขามองไปรอบๆบริเวณก็เห็นทหารนายหนึ่งหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ด้านหน้าเขามองเลยออกไปก็พบหมาป่าตัวเล็กตัวหนึ่งกำลังกินสัตว์ที่มันล่าอยู่เขาเดินอย่างระวังเพื่อจะเข้าใกล้มันมากขึ้น
‘แกรบ’
ทหารนายหนึ่งเหยียบเข้ากับกิ่งไม้หมาป่าน้อยใวิ่งหายไปทันทีที่ได้ยินเสียงแปลกปลอม มู่หยางจินเห็นดังนั้นก็ออกวิ่งตามมันทันที
“ท่านอ๋องน้อย!”ซ่งเสวี่ยนลู่ร้องเรียกมู่หยางจินไว้ แต่เขาก็ไม่หยุด เหล่าทหารจึงออกวิ่งตามมีเพียงซ่งเสวี่ยนลู่กับเสิ่นอี้หานที่วิ่งตามเขาทัน
“พวกเราติดกับแล้ว”มู่หยางจินชะลอฝีเท้าและหยุดวิ่งเมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองนั้นวิ่งเข้ามาในเขาลึกเรื่อยๆแล้วเขาส่งสัญญาณมือบอกให้คนที่ติดตามมาหยุดวิ่งชายหนุ่มทั้งสามยืนนิ่งเงียบฟังเสียงรอบตัวอย่างระวังพวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าสัตว์จำนวนหนึ่งเดินอยู่รอบๆบริเวณในความมืด
“ท่านอี้หาน”ซ่งเสวี่ยนลู่เรียกเสิ่นอี้หานเสียงเบาตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าพวกเขากำลังถูกกลุ่มหมาป่าูเาล้อมอยู่
“จุดไฟ”มู่หยางจินบอกคนสนิท เขารู้มาว่าพวกมันไม่ชอบแสงไฟ
“ข้าไม่ได้หยิบคบเพลิงมาท่านอี้หาน ท่านหยิบมาด้วยหรือไม่” ซ่งเสวี่ยนลู่พูดขึ้นพร้อมกับมองรอบข้างอย่างระแวดระวัง
“ข้าก็ไม่มีในมือข้ามีแต่ดาบเท่านั้น”
“เกาะกลุ่มกันไว้”พวกเขาหันหลังเข้าหากันกำอาวุธในมือแน่นเตรียมพร้อมรับการปะทะ
แล้วหมาป่าตัวใหญ่สีเทาตัวหนึ่งก็เดินออกมาจากความมืดมันตัวสูงเกือบจะเท่าเอวของพวกเขา มันค่อยๆเดินเข้ามาอย่างระแวดระวังด้านหลังของมันนั้นยังมีหมาป่าูเาตัวใหญ่อีกสามตัวมู่หยางจินจ้องมองมันตาไม่กะพริบ
“ด้านหน้าข้ามีอย่างน้อยสามตัว”เสิ่นอี้หานบอกจำนวนหมาป่าที่ซุ่มอยู่ตามที่เขาเห็น
“ข้าเห็นสองตัว”ซ่งเสวี่ยนลู่บอกสถานการณ์ด้านหน้าของเขาบ้าง
“ถ้าอย่างนั้นก็คงมีไม่ต่ำกว่าสิบตัวพวกท่านไหวหรือไม่” มู่หยางจินพูดขึ้น สายตายังคงจ้องมองที่หมาป่าตัวใหญ่นั้น
“ทุกคนระวังให้มากพวกมันเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ะโได้ไกลและสูงมาก หาตัวจ่าฝูงให้เจอหากทำให้จ่าฝูงมันถอยไปได้ เราก็จะปลอดภัย” เสิ่นอี้หานอธิบาย
“จ่าฝูงอยู่ตรงหน้าข้าข้าบอกแล้วว่าไม่คิดฆ่ามัน ท่านมีวิธีไล่พวกมันหรือไม่”มู่หยางจินชี้ปลายดาบไปที่ตัวจ่าฝูงพร้อมทั้งจ้องตามันอย่างไม่เกรงกลัว
“ท่านอ๋องน้อยไม่คิดฆ่ามันแต่มันคิดฆ่าพวกเรานะขอรับ” ซ่งเสวี่ยนลู่ประเมินสถานการณ์แล้วคิดว่ายังไงคืนนี้พวกเขาต้องปะทะกับกลุ่มหมาป่าอย่างแน่นอน
“อีกไม่นานก็จะสว่างแล้วถ้าเรายื้อเวลาไว้ได้ก็อาจจะไม่ต้องต่อสู้กับพวกมัน”
“ท่านอี้หานก็เห็นควรว่าเราต้องไม่ฆ่าพวกมันหรือ”
“หากเราฆ่าพวกมันหนึ่งตัวตัวที่เหลือก็จะจู่โจมพวกเราทันทีท่านคิดว่าเราสามคนจะสู้กับหมาป่าูเาตัวเต็มวัยเหล่านี้ได้โดยไม่าเ็เลยหรือท่านเสวี่ยนลู่มันมีมากกว่าสิบตัวเลยนะ” เสิ่นอี้หานถามขึ้นเขาไม่กลัวการสู้กับหมาป่าูเาและคิดว่ามู่หยางจินเองก็ไม่กลัวเช่นกันแต่พวกเขาทั้งสองไม่เคยสู้กับพวกมันมาก่อน อีกทั้งไม่คุ้นเคยกับเขาลูกนี้หากต่อสู้และหลบหนีอาจจะไม่รอดจากกลุ่มหมาป่าูเาเหล่านี้ได้
“ข้าเพียง้าเห็นไม่ได้้าฆ่า แต่ถ้าจะต้องฆ่าจริงๆ เราก็ฆ่าตัวจ่าฝูงมันก่อนเลยแล้วกัน”มู่หยางจินะโเข้าจู่โจมหมาป่าูเาตัวจ่าฝูงทันที มันะโหลบเขาอย่างรวดเร็วแล้วขู่กรรโชกมู่หยางจินอย่างกรุ่นโกรธ
“ท่านอ๋องน้อยท่านทำให้มันโกรธแล้วนะ” ซ่งเสวี่ยนลู่ขยับตัวป้องกันเ้านายจากทางด้านหลัง
“มันโกรธเราั้แ่นานแล้วท่านเสวี่ยนลู่ไม่ได้เพิ่งโกรธ” เสิ่นอี้หานพูดพร้อมกับขยับเข้าหาทั้งสองหนุ่มอย่างรวดเร็วช่วยป้องกันมู่หยางจินอีกด้านหนึ่ง
“ท่านเห็นหรือไม่พวกมันก็กลัวเราอยู่บ้าง มันไม่จู่โจมข้ากลับ มันกำลังประเมินสถานการณ์จ่าฝูงตัวนี้ช่างฉลาดนัก มันรู้ว่าเราไม่กลัวมัน”
“แล้วเราจะยืนจ้องมันอย่างนี้จนเช้าเลยหรือท่านอ๋องน้อย”ซ่งเสวี่ยนลู่ถามขึ้นอย่างสงสัย
“ไม่ ข้าจะไล่มันพวกท่านระวังหลังให้ข้า หากไม่สำเร็จ ก็เลือกต้นไม้คนละต้น ปีนให้สูงเราน่าจะรอดจนถึงเช้า”
“เหตุใดเราไม่ปีนต้นไม้กันตอนนี้เลยเล่าท่านอ๋องน้อย”
“ถ้าเราหนีตอนนี้มันก็จะยิ่งตามยังไงล่ะท่าน ท่านอ๋องน้อยก็เพิ่งบอกท่านไปเมื่อครู่ว่ามันกลัวเรา”
“ระวังตัวกันด้วย”มู่หยางจินพูดจบก็ะโเข้าใส่หมาป่าูเาตัวจ่าฝูงอีกครั้งเขาใช้สันของดาบฟาดเข้าใส่มันเต็มแรง กวัดแกว่งดาบหลายครั้งแต่ก็ไม่ััโดนตัวมันเลยสักครั้ง เ้าจ่าฝูงตัวนี้ก็สามารถหลบเลี่ยงได้เสมอและมันก็ได้จังหวะะโจู่โจมเข้าใส่มู่หยางจินเขาถูกมันข่วนเข้าบริเวณแขนและลำตัวหลายแห่ง และในจังหวะหนึ่งที่มันเข้าจู่โจมเขาก็ใช้สันของดาบป้องกันและถีบมันเข้าเต็มแรงจนมันกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ด้านเสิ่นอี้หานและซ่งเสวี่ยนลู่ก็กวัดแกว่งดาบคุ้มกันมู่หยางจินจากทางด้านหลังอย่างเต็มกำลังพวกเขาถูกปลายเล็บของหมาป่าูเาเ่าั้ข่วนาเ็หลายแผลแต่ไม่ร้ายแรงนักทั้งคนและสัตว์ต่างก็ต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ
“เราฆ่ามันดีหรือไม่ท่านอ๋องน้อย”ซ่งเสวี่ยนลู่ที่เริ่มหมดแรงจากการปัดป้องการจู่โจมจากหมาป่าูเาตัวเต็มวัยหลายตัวเอ่ยขึ้น
“ไม่”มู่หยางจินะโก้อง เขาะโถีบหมาป่าจ่าฝูงเต็มแรงมันกระเด็นไปกระแทกต้นไม้อีกครั้ง เขารีบวิ่งเข้าไปเตะเข้าที่ลำตัวมันอีกครั้งโดยไม่รอให้มันได้ตั้งตัวเขาถีบเข้าที่หน้ามันจนล้มลงไปกองที่พื้น มันยันตัวขึ้นสะบัดหัวไปมาจากนั้นก็ก้าวถอยหลัง แล้วหอนเสียงดังและวิ่งหนีออกไปลูกฝูงหมาป่าูเาเมื่อได้ยินเสียงของจ่าฝูงก็หยุดจู่โจมและวิ่งหายไปทันที
“ท่านอ๋องน้อยเป็อย่างไรบ้างขอรับ” ซ่งเสวี่ยนลู่กับเสิ่นอี้หานรีบวิ่งเข้ามาหามู่หยางจินซ่งเสวี่ยนลู่เดินวนรอบตัวของนายเหนือหัวอย่างเป็ห่วงมองดูว่าเขาได้รับาเ็ร้ายแรงหรือไม่
“หยุดเดินได้แล้วท่านเสวี่ยนลู่เรารีบหาทางกลับกันดีกว่า” มู่หยางจินจับไหล่ซ่งเสวี่ยนลู่ไว้รู้ว่าคนสนิทของเขานั้นห่วงใยมากเพียงใดทั้งสองคนก็าเ็ไม่น้อยไปกว่าเขาเช่นกัน