หลังจากปรับความเข้าใจกันเป็ที่เรียบร้อยแล้วสองหนุ่มสาวก็ดูจะสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนทำให้ตลอดการเดินทางมีทั้งเสียงพูดคุยหัวเราะกระเซ้าเย้าแหย่กันตลอดทาง
ทินกรเดินมาส่งแพรวายังห้องทำงานพร้อมกับดอกกุหลาบช่อโตในมือ ด้วยคิดว่าชายหนุ่มที่เป็เ้านายของหญิงสาวคงยังไม่กลับมาหรือคงไม่เข้ามาอีกแล้ว เมื่อมาถึงเขาจึงผลักประตูห้องทำงานใหญ่เข้าไปทันที
“เห้ย! โทษที ฉันนึกว่าแกจะไม่เข้ามาแล้ว”
ทินกรใที่เห็นเพื่อนรักนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานแต่มีสาวร่างอวบแสนเซ็กซี่นั่งอยู่บนตักและกำลังแลกจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม
“ว๊าย!”
สาวร่างอวบที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจุมพิตอันเร่าร้อนหันมาตามเสียงประตูที่เปิดออกเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาจึงใรีบลุกขึ้นจากตักของชายหนุ่ม
“อ้าวคุณกร สวัสดีค่ะ นี่ออกไปทานข้าวกลางวันกันมาหรือคะ แหม๋... มีดอกกุหลาบช่อโตด้วย...โรแมนติกจัง”
เมธินีกล่าวทักทายสองหนุ่มสาวผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มที่แสนเบิกบานเมื่อเห็นอย่างนี้แล้วทำให้เธอยิ่งมั่นใจว่าทั้งคู่จะต้องเป็คู่รักกันแน่ๆไม่งั้นคงไม่โรแมนติกขนาดนี้ผิดกับชายหนุ่มเ้าของห้องที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับเหมือนโกรธใครมาเป็สิบชาติแต่ใครเลยจะรู้ว่าภาพของสองหนุ่มสาวตรงหน้าพร้อมด้วยดอกกุหลาบช่อโตนั้นสร้างความหงุดหงิดเคืองใจให้เขาแค่ไหน
“สวัสดีครับคุณเมนี่” ทินกรยิ้มตอบทักทายหญิงสาวแสนเซ็กซี่ที่กำลังเดินตรงมาทางเขา
“สวัสดีค่ะคุณแพรวา เมนี่ต้องขอโทษด้วยนะคะเื่เมื่อวานที่เมนี่เข้าใจผิดน่ะค่ะ”
เมธินีพาร่างอวบอัดที่ดูเย้ายวนเดินเข้ามาหาหญิงสาวร่างบางที่าเ็เพราะเธอ
“คะ ค่ะๆ สวัสดีค่ะคุณเอ่อ...” แพรวาอึกอักเพราะไม่มั่นใจว่าจะทักทายคนตรงหน้าอย่างไรดี
“เมนี่ค่ะ คุณแพรวา”
“ค่ะคุณเมนี่ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
แพรวาส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็มิตรแม้ในใจจะยังใไม่หายกับภาพที่เพิ่งเจอเมื่อครู่
“เมนี่ต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้คุณแพรเจ็บตัวมากขนาดนี้”
สาวร่างอวบยังคงออดอ้อนคว้ามือบางของคนตัวเล็กมาจับไว้อย่างคนสำนึกผิด
“ไม่เป็ไรค่ะคุณเมนี่ แพรไม่ได้เป็อะไรมาก”
“แกเป็อะไรวะธีร์ ดูทำหน้าอย่างกับโมโหใครซะนักหนาอย่าบอกนะว่าแกโกรธฉันกับคุณแพรที่เข้ามาขัดจังหวะ”
ทินกรหันไปเย้าแหย่คนที่นั่งไม่พูดไม่จาทำหน้าบึ้งตึงอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่
“ไม่เกี่ยวกับแก” คนไม่พอใจตอบเสียงแข็ง
“ไม่เอาน่า... ธีร์ เดี๋ยวเย็นนี้ธีร์ไปหาเมนี่ที่คอนโดก็ได้นี่คะอย่าโกรธเลย นะๆ ยิ้มหน่อยสิคะ”
สาวร่างอวบทำเสียงออดอ้อนคิดว่าธีรพัฒน์ไม่พอใจที่เพื่อนเข้ามาขัดจังหวะจริงๆ
คำพูดของเมธินีทำให้หญิงสาวอีกคนรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกน้อยใจแล่นขึ้นมาจุกที่คอจนเกินทน ใบหน้าหวานหันมองชายหนุ่มที่เป็เ้าของหัวใจอย่างตัดพ้อแต่ก็ได้รับเพียงแววตาเ็าหมางเมินกลับมา ‘ใช่สิ...เธอไม่เคยมีความหมายอยู่ในสายตาของเขาเลย ไม่เคยแม้แต่น้อย’ เพียงแค่คิดก็พลันให้น้ำตาที่พยายามสกัดกั้นไว้จวนเจียนจะเอ่อล้นออกมาประจานตัวเองเสียให้ได้
“ผมจะทำงาน คุณกลับไปก่อนเถอะเมนี่” ธีรพัฒน์บอกเพื่อนสาวคนสนิทที่เขาชวนเธอออกไปทานข้าวกลางวันมา
“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าเย็นนี้ธีร์ต้องไปหาเมนี่ที่คอนโดนะคะ เมนี่จะรอค่ะ”
เมธินีเดินไปหาชายหนุ่มในดวงใจพร้อมทั้งก้มลงจุมพิตที่แก้มสากก่อนจะหันไปกล่าวลาบุคคลที่ยืนอยู่ในห้องอีกสองคน
“เมนี่ต้องขอตัวก่อนนะคะคุณกรคุณแพร ขอให้หายไวๆ นะคะ”
เมธินียิ้มหวานให้กับสองหนุ่มสาวที่เธอเข้าใจว่าเป็คู่รักกันก่อนจะเดินออกไปจากห้องด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขเต็มใบหน้า
“แกไม่มีงานทำหรือไงวะไอ้กร”
ชายหนุ่มเ้าของห้องเอ่ยปากไล่เพื่อนรักด้วยความหมั่นไส้ยืนยิ้มอยู่ได้ไม่รู้จะยิ้มอะไรนักหนากลัวใครจะไม่รู้หรือไงว่ามีความสุขดูท่าการสารภาพรักของทินกรที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าจะประสบความสำเร็จเพราะไม่งั้นสองคนคงไม่กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเสียงหัวเราะและดอกกุหลาบสีสวยช่อนั้นหรอกยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดรู้สึกไม่พอใจอะไรสักอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้
“ก็มี... แต่ยังไม่ว่างไปทำ ตอนนี้ขอทำอะไรที่หัวใจมันเรียกร้องก่อน”
ทินกรตอบเพื่อนรักพร้อมหันมาหัวเราะให้กับหญิงสาวซึ่งกำลังยิ้มขบขันในคำยอกย้อนของเขา
“ไร้สาระ” ธีรพัฒน์เบ้ปากปรายตามองหญิงสาวอย่างนึกโมโหตอนเช้าจูบกับเขาทำเป็ไร้เดียงสาพอตกตอนบ่ายไปรับรักกับผู้ชายอีกคนอย่างหน้าไม่อาย
“เออ ธีร์ ทำไมแกต้องให้คุณแพรเธอเข้ามานั่งทำงานในนี้ด้วยวะเวลาใครจะมาติดต่อก็ลำบากน่ะสิ”
ทินกรถามเป็การเป็งานขึ้นมาทันทีเพราะเขาสงสัยั้แ่เมื่อเช้าแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสจะถาม
“ก็ฉันรำคาญคนที่มายืนหน้าหม้อชวนเลขาของฉันคุยจนไม่ได้ทำงานทำการแบบนี้นี่ไง”ธีรพัฒน์สวนกลับอย่างไม่ค่อยพอใจ
“อ้าว ฉันถามดีๆ อย่างนี้มันหลอกด่ากันนี่หว่า”
“ไม่ได้หลอกด่า แต่ฉันด่าจริงๆ ก็ดูสิ วันๆ เลขาฉันได้ทำงานไหมเดี๋ยวแกก็มายืนคุย เดี๋ยวก็มาลากตัวออกไป”
ธีรพัฒน์ทำเสียงเข้ม หันไปมองหน้าคนตัวเล็กอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“เออๆ ฉันจะพยายามมารบกวนคุณแพรให้น้อยลง”
“...ดี!”
“ว่าแต่จะให้คุณแพรเธอทำงานในห้องนี้กับแกจริงๆ เหรอ” ทินกรถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ก็เออน่ะสิ! แกมีปัญหาอะไร หรือว่าเ้าตัวเขาไปเป่าหูแกล่ะ”
‘ฮึ! ไม่ทันไรก็ฟ้องกันขนาดนี้แล้วเหรอแล้วถ้าเขาทำมากกว่าเมื่อเช้านี้ล่ะเธอจะกล้าฟ้องนายกรหรือเปล่า ยัยแม่มดเ้ามารยา’ธีรพัฒน์ต่อว่าหญิงสาวในใจพร้อมทั้งมองเธอด้วยสายตาอาฆาต
“ไม่เกี่ยวกับคุณแพร แกอย่าหาเื่น่า... ธีร์ฉันก็แค่จะหาคนมานั่งหน้าห้องของแกแทนคุณแพรเธอไม่งั้นใครจะมาจะไปก็โผล่พรวดพราดเข้ามาแบบเมื่อกี้อีกหรอกแล้วอีกอย่าง่นี้คุณแพรเธอแขนเจ็บคงพิมพ์หนังสือให้แกไม่สะดวกนักหาใครมาทำแทนเธอดีกว่า คุณแพรก็แค่ตรวจทานแล้วส่งให้แกเซ็น” คนมีหน้าที่ผู้จัดการอธิบายยืดยาว
“อือก็ดี แกก็จัดการตามที่เห็นสมควรละกัน ฉันไม่มีปัญหา”
‘ห่วงกันจริงนะ แค่เจ็บแขนไม่ได้เป็ง่อยสักหน่อย’ ธีรพัฒน์แอบเหน็บแนมหญิงสาวในใจ
“โอเค งั้นเอาตามนี้แล้วกันนะครับคุณแพร เดี๋ยววันสองวันนี้ผมจะจัดการให้”ทินกรหันไปยิ้มหวานให้กับหญิงสาวข้างกาย
“ขอบคุณค่ะคุณกร ที่จริงไม่ต้องลำบากหาใครมาช่วยก็ได้ค่ะ แพรพอทำได้”
“เธอพิมพ์งานมือเดียวได้หรือไง อย่าทำเป็อวดเก่งหน่อยเลยน่ะ” คนปากจัดอดไม่ได้ที่จะเหน็บหญิงสาวออกมา
“เอาตามนี้แหละครับคุณแพร เดี๋ยวผมจัดการให้ไม่ต้องกังวลนะครับ” ทินกรหันมาย้ำ
“ค่ะ” เมื่อไม่รู้จะคัดค้านยังไงหญิงสาวจึงจำเป็ต้องตอบรับ
“งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปทำงานก่อน ผมวางดอกไม้ไว้ตรงนี้นะครับแล้วตอนเย็นผมจะมารับ”
ทินกรวางช่อดอกไม้ไว้ที่โต๊ะข้างเก้าอี้ที่หญิงสาวนั่งแล้วเดินออกไปจากห้อง
หลังจากทินกรออกไปแล้วสองหนุ่มสาวเ้านายจอมเอาแต่ใจกับเลขาหน้าหวานก็ต่างคนต่างหันมาสนใจกับงานของตัวเองโดยไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาแต่คนที่ไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังว้าวุ่นใจเอกสารที่ถืออยู่ในมือแม้จะเป็สิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้แต่ก็ไม่สำคัญเท่ากับเื่ราวของหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ตรงหน้ากับเพื่อนสนิทของเขาที่แอบไปเปิดเผยความในใจกันแล้วกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขแถมยังตอกย้ำความสำเร็จด้วยดอกกุหลายช่อโตนั่นอีก
‘แกตกหลุมพรางของยัยแม่มดนี่แล้วหละนายกรแกคงไม่รู้สินะว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจเ้ามารยาแค่ไหน’ ธีรพัฒน์นั่งต่อว่าหญิงสาวอยู่ในใจจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงจนรู้สึกว่าเขาควรจะไปให้พ้นจากตรงนี้ดีกว่า ไม่งั้นเขาคงต้องฟุ้งซ่านกว่านี้แน่
“มีเอกสารให้คุณแม่เซ็นหรือเปล่า ฉันจะกลับแล้ว” ธีรพัฒน์ลุกขึ้นยืนเอ่ยถามหญิงสาวที่ดูเหมือนจะจริงจังกับงานจนลืมเ้านาย
“ไม่มีค่ะ” แพรวาตอบเพียงสั้นๆโดยไม่เงยหน้าจากเอกสารในมือ ซึ่งนั่นทำให้คนถามเกิดอาการหงุดหงิดขัดใจเป็ที่สุดทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแล้วก้าวเท้าหนาออกไปจากห้องด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธทันที
เมื่อคนใจร้ายออกไปจากห้องแล้ว แพรวาปล่อยลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะไม่รู้ว่าเ้านายเอาแต่ใจจะหาเื่อะไรเธออีกหรือเปล่า ‘เขาคงรีบไปหาคนรักของเขาที่นัดไว้สินะ’ จู่ๆภาพของชายหนุ่มในดวงใจที่กำลังจุมพิตอย่างดูดดื่มกับสาวคนรักก็ฉายชัดขึ้นมาในความคิดความรู้สึกเ็ป น้อยใจ แล่นขึ้นมาจุกอกของหญิงสาวจนแทบหายใจไม่ออกในเมื่อเขามีคนรักอยู่แล้วจะมาทำแบบนี้กับเธอทำไมมาใกล้ชิดเธอให้หวั่นไหวทำไมในเมื่อเขาเกลียดเธอนักหนา
แพรวานั่งเหม่อลอยคิดถึงเื่ราวของชายหนุ่มในดวงใจจนไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหนมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นชายหนุ่มแสนดีของเธอมายืนอยู่ตรงหน้า
“อ้าว คุณกร มาั้แ่เมื่อไรคะ” เธอกระพริบตาถี่ๆเพื่อมองหน้าชายหนุ่มให้ชัดขึ้น
“ผมเคาะประตูห้องสองสามครั้ง เห็นข้างในยังเงียบก็เลยเปิดเข้ามาเห็นคุณแพรนั่งเหม่ออยู่นี่แหละครับ” ทินกรตอบหญิงสาวยิ้มๆแม้จะมีความสงสัยอยู่บ้างว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่แต่เขาก็ทำเป็ไม่สนใจ
“อ่อ ขอโทษค่ะ แพรกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลยไม่ทันได้ยิน”
“ปะ งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ”
ทินกรส่งยิ้มอบอุ่นให้กับหญิงสาวแม้ลึกๆ ภายในใจเขาจะยังเสียใจอยู่บ้างแต่เขาก็เลือกที่จะซ่อนมันไว้ในใจให้ลึกที่สุดมากกว่า
“นี่เลิกงานแล้วเหรอคะ”
คนตัวเล็กเผลอยกข้อขึ้นมาหมายจะดูนาฬิกาแต่ก็นึกขึ้นได้ว่านาฬิกาของเธอคงจะหลุดหายไปตอนที่เธอล้มแน่ๆ
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณแพร” เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งไปชายหนุ่มจึงเอ่ยทัก
“อะ เอ่อ ปะ เปล่าค่ะ ขอแพรเก็บของแป๊บนึงนะคะ”
มือบางหยิบของจำเป็ใส่กระเป๋าพลางคิดว่านาฬิกาของเธอที่หล่นตอนเธอล้มนั้นหายไปไหนหรือว่าแม่บ้านที่มาทำความสะอาดจะเก็บไป พรุ่งนี้คงต้องมาถามดูสักหน่อย เพราะนาฬิกาเรือนนี้สำคัญกับเธอมากเป็ของที่คุณหญิงเพ็ญพักตร์มอบให้กับเธอในวันเกิดเมื่อ 2ปีก่อน
“มาครับ เดี๋ยวผมช่วยถือ”
ทินกรยื่นมือไปรับกระเป๋าสะพายพร้อมกับช่อดอกไม้ของหญิงสาวมาถือไว้พร้อมทั้งเปิดประตูแล้วพาหญิงสาวออกไปยังลานจอดรถ
รถคันหรูของทินกรพาหญิงสาวออกมาจากบริษัทด้วยความเร็วไม่มากนักเนื่องจากเป็เวลาเลิกงานทำให้การจราจรค่อนข้างติดขัดยังไม่ทันที่สองหนุ่มสาวจะได้เอื้อนเอ่ยอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือของแพรวาก็ดังขึ้น
“สวัสดีจ้ะมล”
[จ้ะแพร ตอนนี้ออกมาหรือยัง มลจะได้แวะรับมาเลย คืนนี้มลจะไปนอนกับแพรด้วย]
ปลายสายตอบเสียงเจื้อยแจ้วจนชายหนุ่มผู้มีหน้าที่ขับรถต้องหันมามองต้นเสียงที่อยู่ในสายโทรศัพท์ของหญิงสาว ‘ผู้หญิงอะไรเสียงดังชะมัด โวยวายเป็เจ๊กตื่นไฟไปได้’ ทินกรส่ายหน้าแอบบ่นในใจถึงหญิงสาวในสายโทรศัพท์ พลันให้คิดไปถึงผู้หญิงที่เขาขับรถไปชนท้ายรถของเธอเมื่อคืนก่อนจะว่าไปเขายังไม่ได้คิดบัญชีกับยัยหมวยปากจัดนั่นเลยนี่นา ่นี้เขาก็มัวแต่ยุ่งๆซะด้วยเลยยังไม่ได้สนใจเอารถไปเข้าอู่
“แพรออกมาแล้วจ้ะมล พอดีคุณกรมาส่งน่ะ” หญิงสาวตอบเพื่อนรักแล้วหันมายิ้มให้กับชายหนุ่มแสนดีที่ขับรถมาส่งเธอ
[คุณกร คนที่คุณป้าจะให้แพรไปทำงานด้วยน่ะเหรอ]
“ใช่จ้ะ”
[โอเคๆ งั้นเจอกันที่ล็อบบี้ก่อนขึ้นลิฟต์นะจ๊ะตอนนี้มลผ่านบริษัทแพรมาแล้วหละ เดี๋ยวคงถึง]
“จ้า แล้วเจอกัน”
จะว่าไปนายกงนายกรอะไรนั่น ก็เป็คนดีเหมือนกันแฮะ ดูสิยังอุตส่าห์ขับรถมาส่งเพื่อนเธอทั้งๆ ที่เ้านายตัวต้นเหตุกลับไม่เหลียวแลพิชามลคิดในใจหลังจากวางสายของเพื่อนรักไปแล้ว
ไม่นานทินกรก็พารถมาจอดที่คอนโดของหญิงสาวในดวงใจที่ตอนนี้กลายเป็เพื่อนสนิทของเขาไปแล้ว
ชายหนุ่มลงจากรถแล้วอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวตัวเล็กอย่างเบามือและหันไปเปิดประตูหลังเพื่อหยิบดอกกุหลาบช่อโตลงมาด้วยก่อนจะเดินตามหญิงสาวไปที่ล็อบบี้
“ขอบคุณค่ะคุณกร” หญิงสาวหันมาบอกชายหนุ่มที่เดินมาส่งเธอถึงล็อบบี้
“เดี๋ยวผมนั่งรอเป็เพื่อนนะครับ” คนไม่อยากกลับแสดงความมีน้ำใจ
“ไม่เป็ไรค่ะคุณกร เพื่อนแพรขับรถตามหลังเรามานี่เอง เดี๋ยวคงถึงแล้ว”
“ก็เพราะไม่นานไงครับ ผมถึงจะอยู่เป็เพื่อน”
“งั้นเชิญนั่งก่อนค่ะ” แพรวายิ้มหวานเป็การขอบคุณผายมือเชิญชายหนุ่มให้นั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ
ระหว่างที่นั่งรอเพื่อนของหญิงสาวอยู่นั้นทินกรเหลือบไปเห็นรถที่เข้ามาจอดฝั่งตรงข้ามกับทางขึ้นล็อบบี้ที่เขานั่งอยู่
หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถคนนั้นด้วยท่วงท่าที่งดงามชวนมองขาเรียวยาวขาวเนียนสะอาดตาขับกับชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินเข้มสะดุดตาทำให้เธอดูสง่าน่ามองไม่น้อยผู้หญิงคนนี้ทำไมช่างเย้ายวนจริงๆ ในสายตาเขาและเมื่อผู้หญิงที่เขากำลังมองอยู่นั้นกำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆทินกรมองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักนั่นอย่างใช้ความคิดจมูกที่เชิดรั้นนั้นน่ามันเขี้ยวจนน่าหยิกทำไมเขาถึงยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้จังเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนทินกรคิดในใจพยายามทบทวนเื่ราวที่ผ่านมาเพื่อค้นหาคำตอบให้กับตัวเองและคำตอบก็ชัดเจนขึ้นทันทีที่หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าของแพรวา
“เอ๊ะ! เธอ” ทินกรอ้าปากค้างทำตาโตเหมือนเจอสิ่งแปลกประหลาด
“นี่! นาย” พิชามลยกมือขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มตรงหน้าทันทีที่จำได้
“ยัยหมวยปากจัด” คนรู้สึกตัวก่อนเอ่ยปากเรียกฉายาของหญิงสาวที่เขาตั้งให้หลังจากได้ปะทะคารมกับเธอวันนั้น
“นาย! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” พิชามลตะคอกเสียงใส่อย่างเอาเื่
“อะ เอ่อ... นี่สองคนเคยพบกันแล้วหรือคะ” แพรวาซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยขัด
“ใช่แพร ก็นายเฮงซวยนี่แหละที่ขับรถชนท้ายรถมลคืนนั้นที่มลโทรหาแพรเสร็จน่ะ”คนใจร้อนหันไปบอกเพื่อนสาวที่ยืนทำหน้างงอยู่
“ครับคุณแพร ยัยหมวยปากจัดคนนี้ก็เลยลงมาต่อว่าผมทั้งๆที่เป็ความซุ่มซ่ามของตัวเอง” ชายหนุ่มหันไปยียวนหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนชี้หน้าว่าเขาฉอดๆ
“แล้วใครใช้ให้นายขับรถเร็วขนาดนั้นล่ะ เบรกไม่ทันเองแล้วจะมาโทษฉันได้ไงเป็ผู้ชายซะเปล่าไม่มีความเป็สุภาพบุรุษ”
“แล้วใครใช้ให้คุณเบรกรถกะทันหันล่ะ ผมก็ขับของผมมาดีๆ”
“เอ่อ แพรว่าใจเย็นๆ กันก่อนดีกว่านะคะ” คนที่ดูเหมือนจะเป็กรรมการรีบห้ามทัพเพราะไม่อยากจะตกเป็เป้าสายตามากไปกว่านี้
“เย็นได้ยังไงแพร ก็นายนี่มาว่ามลปากจัดและซุ่มซ่ามน่ะ”
“ก็มันจริงนี่” ชายหนุ่มยียวนลอยหน้าลอยตาใส่คนตัวเล็กให้ยิ่งโมโห
“เอ๊ะ! นาย” คนถูกต่อว่าทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ
“คุณกรคะแพรขอร้องละค่ะ” แพรวาเอ่ยเสียงเบาขอร้องชายหนุ่มที่กำลังกวนประสาทเพื่อนสาว
“ครับคุณแพร” ทินกรยอมลงให้กับผู้หญิงปากจัดด้วยเกรงใจหญิงสาวที่เขาแคร์ความรู้สึกของเธอมากกว่า
“มล นี่คุณทินกร เป็ผู้จัดการและทนายความประจำบริษัทแล้วก็เป็หลานของคุณท่านด้วย”
แพรวาแนะนำเพื่อนสาวให้รู้จักกับผู้ชายแสนดีของเธอตรงหน้า
“นายเนี่ยนะเป็ทนายความ” คนไม่พอใจเบ้ปากใส่พร้อมกับยกมือชี้หน้าชายหนุ่มอย่างเย้ยหยัน
“ทำไม! ผมเป็ทนายแล้วยังไง และช่วยกรุณาลดมือลงด้วยคุณไม่มีสิทธิ์จะมาชี้หน้าผมแบบนี้ ผมสามารถฟ้องเอาผิดกับคุณข้อหาิ่ประมาทได้นะยัยหมวยปากจัด”ทินกรปรายตามองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“อี๋... ไอ้ผู้ชายเฮงซวย บ้าอำนาจถือว่ารู้กฎหมายแล้วจะรังแกคนอ่อนแอกว่าหรือไงยะ”
“นี่! บอกว่าอย่าชี้หน้าไงล่ะ ระวังเถอะจะได้สามีเป็คนที่เธอชี้หน้าด่านี่แหละ”ชายหนุ่มตะคอกใส่อย่างเหลืออดแกมหมั่นไส้
“ว๊าย! หยาบคาย ใครอยากได้นายเป็สามีกันยะถ้าทั้งโลกเหลือผู้ชายแบบนายแค่คนเดียว ฉันยอมกัดลิ้นตายดีกว่า” คนชี้หน้ารีบหดมือลงทันควัน ใช้หางตาจิกมองชายหนุ่มอย่างประเมินค่า
“เชิญเลยแม่คุณ แล้วอย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกันเดี๋ยวจะสำลักจุกอกตายซะก่อนจะได้กัดลิ้น”
ทินกรยังคงยียวนหญิงสาวตรงหน้าให้ยิ่งโกรธจนลมออกหูรู้สึกชอบใจเวลาเห็นหญิงสาวตรงหน้าโกรธเป็ฟืนเป็ไฟดูแล้วน่ารัก น่าหยิกดี
“อ๊าย... อะ อะ ไอ้...” หญิงสาวเจ็บจุกจนไม่รู้จะหาคำใดมาด่าชายหนุ่มตรงหน้าให้สาแก่ใจได้
“หยุด! ถ้าด่าผมอีกคำเดียวผมจูบคุณตรงนี้จริงๆ ด้วย เอาสิ”
ทินกรขู่พร้อมชี้หน้าตอกกลับหญิงสาวที่กำลังคิดจะด่าเขาส่งผลให้คนโดนขู่ต้องรีบเอามือปิดปากตัวเองทันควันแล้วรีบไปหลบอยู่ข้างหลังของเพื่อนสาวแต่ก็ไม่วายหันมาถลึงตาใส่เขาอย่างแค้นเคือง
“แพรเราขึ้นห้องกันเถอะ มลหิวข้าวจะแย่อยู่แล้ว” เมื่อสู้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้จึงหันไปชวนเพื่อนรักขึ้นห้อง
“ไปเถอะครับคุณแพร คุณจะได้พักผ่อนด้วย” ทินกรเห็นหญิงสาวลังเลเพราะเกรงใจเขาจึงเป็ฝ่ายเอ่ยปากเสียเอง
“ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณกร แล้วก็ขอโทษแทนยัยมลด้วยที่เสียมารยาท” แพรวาส่งสายตาขอโทษไปให้ชายหนุ่มที่มาส่งเธออย่างจริงใจ
“ครับ ไม่เป็ไร”
ทินกรยิ้มหวานส่งให้แพรวาจนตาหยีทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างกายหญิงสาวต้องเบ้ปากล้อเลียน ‘ชิ!ทีกับยัยแพรทำเป็สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ครับ ครับตลอด ทีกับเธอคำก็ยัยซุ่มซ่ามสองคำก็ยัยหมวยปากจัด ฮึย! คิดแล้วมันน่าโมโหนัก’
“เอามาให้ฉันทำไมยะ” พิชามลมองดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่ชายหนุ่มส่งมาให้กับเธอ
“ผมไม่ได้ให้คุณ ผมให้คุณแพรแต่เธอแขนเจ็บถือไม่ได้ผมก็เลยจะให้คุณถือไปให้ด้วย” น้ำเสียงยียวนปนหยอกล้อของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวคว้าดอกไม้ในมือของเขามาถือแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจในลำคอก่อนจะรีบเดินฉับๆ ไปกดลิฟต์
“แพรขอตัวก่อนนะคะคุณกร”
“ครับ เชิญครับ พรุ่งนี้เจอกัน” ทินกรกล่าวจบก็หันหลังเดินออกไปจากล็อบบี้เพื่อตรงไปที่รถของตัวเอง
ก่อนจะขึ้นรถทินกรยืนมองหน้ารถของตัวเองที่มีลอยยุบไปเล็กน้อยแล้วคิดถึงหญิงสาวตัวต้นเหตุที่เพิ่งปะทะคารมกันเมื่อครู่ ‘ฮึโลกกลมจริงๆ ยัยหมวยปากจัด’ ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ชายหนุ่มหยักยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัยแล้วะโขึ้นรถของตัวเองขับออกไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
เมื่อสองสาวขึ้นมาถึงห้องพัก พิชามลเป็ฝ่ายทำอาหารเย็นแบบง่ายๆที่เธอถนัดสองสามอย่างจากอาหารสดที่เธอซื้อมาไว้ในตู้เย็นั้แ่เมื่อวาน
ส่วนแพรวาเนื่องจากแขนเธอเจ็บจึงทำได้แค่หยิบจับจานชามแก้วน้ำเตรียมตั้งโต๊ะรออาหารจากเพื่อนสาวที่กำลังทำอยู่ในครัว
“อีตากรนี่น่ะเหรอแพร ที่คุณป้าจะให้แพรไปทำงานด้วยน่ะ” พิชามลถามเพื่อนรักขณะตักอาหารคำโตใส่ปากด้วยความหิว
“อืม ใช่จ้ะ”
“ดีแล้วที่แพรปฏิเสธไปน่ะ เพราะดูท่าอีตานี่ทั้งหัวงู มือไว ปากจัดและไม่เป็สุภาพบุรุษด้วย”
สาวหมวยได้ทีต่อว่าผู้ชายที่เธอไม่ชอบหน้าให้เพื่อนฟัง
“หือ... คุณกรเขาไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย มลน่ะคิดมากไปแล้ว”
“ไม่มากหรอก ดูสายตาที่เขามองแพรสิ หวานหยดจนน่าขนลุกและไหนจะดอกไม้นั่นอีก บอกมานะว่าคุณกรจีบเธออยู่หรือเปล่า”
พิชามลจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างจับผิด ถ้าเป็อย่างที่เธอสงสัยจริงละก็พี่วิทของเธอต้องแย่แน่ๆ เฮ้อ... หรือรักแท้จะแพ้ใกล้ชิดซะแล้วนะเนี่ยแต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเศร้าใจยังไงไม่รู้เมื่อคิดว่าผู้ชายเฮงซวยคนนั้นจีบเพื่อนของเธอจริงๆ
“ไม่ใช่นะ คุณกรเขาไม่ได้จีบแพร เราเป็แค่เพื่อนกัน ดอกไม้นั่นก็แค่มิตรภาพดีๆที่คุณกรเขามีให้แพรแค่นั้นเอง”
แพรวาอธิบายให้เพื่อนรักฟังตามความจริงส่งผลให้คนฟังรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างประหลาด ‘นั่นสิทำไมเธอต้องดีใจด้วยนะ พิลึกจริง หรือว่าเธอดีใจแทนพี่ชายตัวเองที่อย่างน้อยตอนนี้พี่วิทก็ยังมีความหวัง นั่นไง... เธอดีใจแทนพี่วิทต่างหากล่ะไม่ใช่ดีใจเพราะตานั่นไม่ได้จีบเพื่อนเธอ’พิชามลคิดในใจพลางส่งยิ้มให้เพื่อนสาวตรงหน้า
“เดี๋ยวมลเก็บล้างเอง แพรเข้าห้องไปอาบน้ำเถอะจะได้รีบดูหนังกันวันนี้มลซื้อหนังมาด้วย”
“จ้ะ ขอบใจมากนะมล ถ้าไม่ได้มลแพรคงลำบากแน่ๆ”
“ไม่เป็ไรจ้ะ ดีซะอีกที่มลได้มานอนกับแพรเราจะได้นอนคุยกันเหมือนตอนสมัยเรียนไง”
สาวหมวยใจดีส่งยิ้มให้เพื่อนรักก่อนจะลุกขึ้นเก็บจานชามไปล้างทำความสะอาดตามหน้าที่
ทางด้านคนที่ออกจากบริษัทั้แ่บ่ายสามโมง ธีรพัฒน์ไม่ได้ไปตามนัดที่หญิงสาวร่างอวบแสนเย้ายวนบอกไว้แต่เลือกที่จะไปเตร็ดเตร่ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังเพื่อหาของบางอย่างที่คิดว่าเขาจำเป็ต้องรับผิดชอบให้กับหญิงสาวที่ได้รับาเ็จากเหตุการณ์เข้าใจผิดครั้งนั้น
ธีรพัฒน์หยิบกล่องนาฬิกาเรือนสวยสไตล์เรียบง่ายแต่ดูหรูหราขึ้นมาดูขณะนั่งเอนหลังพิงพนักหัวเตียงภายในห้องนอนของเขาที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะซื้อของราคาแพงขนาดนี้ให้กับหญิงสาวที่เขาให้ฉายาว่าผู้หญิงหิวเงินแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงถูกใจนาฬิกาเรือนนี้และที่สำคัญเขาคิดว่ามันเหมาะกับข้อมือบางของเธอมากจู่ๆ ใบหน้าหวานล้ำของหญิงสาวที่รบกวนจิตใจของเขาตลอดทั้งวันก็ฉายชัดขึ้นมากลิ่นกายที่หอมกรุ่น เนื้อตัวนุ่มนิ่มน่ากกกอดเรียวปากอวบอิ่มดูเย้ายวนเกินห้ามใจที่เขาเคยได้ลิ้มรสความหวานจนติดตรึงไม่รู้ลืมทุกอย่างที่รวมเป็เธอล้วนทำให้เขาแทบคลั่ง
แต่ทำไมเขาถึงเป็ฝ่ายเดียวที่อยากจะััอยากพูดคุยอยากอยู่ใกล้เธอนะทำไมไม่เป็เธอบ้างที่อยากจะมาวนเวียนใกล้ชิดเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆหรือเธอจะมีใจให้กับเพื่อนรักของเขาจริงๆภาพของเพื่อนรักที่หยอกล้อพูดคุยกับเลขาของเขารวมถึงช่อดอกไม้นั่นอีกทำให้เขาคิดเป็อื่นไปไม่ได้ นอกจากสองคนนั้นตกลงปลงใจที่จะคบกันธีรพัฒน์คิดในใจอย่างหงุดหงิด ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเขาต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยนะหัวใจดวงแกร่งรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างประหลาด ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลยสักนิดเธอจะไปคบกับใครก็เื่ของเธอสิ ในเมื่อเธอไม่สนใจเขา เขาก็ไม่จำเป็ต้องสนใจเธอเหมือนกัน
ชายหนุ่มกระชากลิ้นชักข้างหัวเตียงแล้วยัดกล่องนาฬิกาที่เขาเพิ่งรู้สึกว่ามันสวยลงไปก่อนจะกระแทกปิดอย่างใส่อารมณ์ เหมือนกับว่านาฬิกาเรือนนั้นไม่สวยสำหรับเขาอีกแล้ว
................................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)