เมษานั่งอยู่ในร้านอาหารหรูใจกลางเมือง
บรรยากาศเย็นสบายและดนตรีแจ๊ซเบา ๆ ควรจะทำให้เธอรู้สึกดี — ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอกำลังนั่งอยู่กับสามีของเธอ
ขณะที่อีกคนที่เธอ “เพิ่งจากมาไม่ถึง 2 ชั่วโมง”…ส่งข้อความเข้าเครื่องเธออีกแล้ว
> “เธอใส่ชุดเดิมที่ฉันถอดเมื่อคืนเลยนะ”
เธอกลืนน้ำลายเงียบ ๆ แววตาหลุกหลิก
ศิวะเงยหน้ามองทันที
“มีอะไรหรือเปล่าเมษา? สีหน้าเธอไม่ดีเลย”
“เปล่าค่ะ…” เธอยิ้ม แต่รอยยิ้มมันฝืนมาก
ฝืน…เหมือนทุกครั้งที่เธอต้องโกหก
ว่ารอยแดงบนต้นขาคือแมลงกัด
ว่ากลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ติดผมเธอไม่ใช่ของชายอีกคน
และว่าความเหนื่อยบนใบหน้าเธอไม่ใช่เพราะ “เธอเสร็จติด ๆ กันสามครั้งเมื่อคืน”
แต่เธอหยุดไม่ได้
หยุดตอบข้อความไม่ได้
หยุดคิดถึงเสียงหายใจหยาบกระชั้นของศานต์ไม่ได้
และยิ่งหลีก…เขายิ่งมาใกล้กว่าเดิม
> เพราะคืนนี้…ศานต์จะโผล่มางานเลี้ยงบริษัทเดียวกับศิวะ
ในฐานะ “นักลงทุนเงา” คนใหม่ที่เข้าร่วมบอร์ด
เมษาถึงกับลมหายใจสะดุดตอนรู้ข่าวจากปากสามี
“พี่จะแนะนำให้เมษารู้จักด้วย เขาชื่อศานต์...บอกตามตรง หน้าเหมือนผมมากจนบางคนเข้าใจผิดว่าเราเป็นญาติกันเลยล่ะ”
หัวใจเมษาเต้นรัว
เธอแทบลืมกลืนไวน์ในปาก
เขาจะไม่อยู่ในเงาอีกต่อไปแล้ว
ศานต์…กำลังเข้ามาอยู่ในชีวิตจริงของเธอแบบไม่มีทางเลี่ยง
คืนนั้นในงานเลี้ยง
เมษายืนจับแก้วแชมเปญแน่นจนมือสั่น
เธออยู่ในชุดเดรสสีดำเปิดไหล่ ผิวขาวนวล ภายนอกดูเรียบร้อยราวกับภรรยานักธุรกิจที่ใครก็ต้องอิจฉา
แต่ภายใน…
เธอกำลัง “ร้อน” จากสายตาที่เธอรู้สึกได้ตั้งแต่นาทีที่ศานต์ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง
เขาสวมสูทดำแบบเดียวกับศิวะ
แต่เพียงแค่แววตาเธอก็รู้—เขาไม่ใช่คนที่ใครจะเข้าใจผิดได้ง่ายอีกต่อไป
เขายิ้มให้เธอในระยะห่างพอดี ไม่มากเกิน
แต่พอให้เธอได้ยินเสียงในหัวชัดเจนว่า…
> “คืนนี้...ฉันจะได้เธออีกครั้ง แม้พี่ชายฉันจะยืนอยู่ไม่ห่าง”
มือของเมษาชื้นเหงื่อ ขณะยืนอยู่ใกล้ศิวะที่กำลังสนทนากับผู้บริหารระดับสูง
ห่างจากเธอเพียงแค่ห้าก้าว — ศานต์กำลังยืนพิงผนัง มองเธอด้วยสายตาที่เหมือนกำลังกรีดผ่านผ้าทุกชั้น
“ตามฉันมา”
เขาส่งข้อความเข้ามาเพียงสั้น ๆ
เธอกลืนน้ำลาย แล้วหันไปสบตาศิวะ “ขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนะคะ”
เธอเดินตามทางเดินแคบ ๆ ออกมาหลังครัวของโรงแรม
ข้างนอกนั้นเป็นห้องสต็อกของพนักงาน — ไม่มีคน ไม่มีเสียง ไม่มีใครสงสัย
ประตูเปิดไว้เพียงแง้มเดียว
ศานต์ยืนอยู่ข้างใน ในชุดสูทสีดำสนิท
ไม่มีคำพูดทักทาย
มีเพียงแรงกระชากข้อมือ และจูบที่บดลงมาในทันที
ริมฝีปากของเขาหนักแน่น ลิ้นแทรกเข้ามาราวกับรู้ทางทุกเส้น
มือของเขารั้งสะโพกเธอแน่นก่อนจะผลักเธอติดผนัง เย็นเฉียบจนเธอสะดุ้ง
“คิดถึงฉันมั้ย...” เขากระซิบติดริมฝีปาก
เมษาไม่ตอบ แต่ร่างกายของเธอร้อนวูบจนไม่ต้องใช้คำพูด
มือเขาล้วงเข้ามาใต้กระโปรงอย่างเร็ว
ปลายนิ้วแตะผ่านเนื้อในที่เปียกจนเธอสะดุ้ง “อ๊ะ…อย่า เดี๋ยว…คนเห็น”
“งั้นก็เบาเสียง”
เขากระซิบ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าเธอในทันที
เขาเลื่อนชุดเธอขึ้นรวดเดียว มือแหวกชั้นใน และ จู่โจมด้วยปลายลิ้น
เสียงเปียก จ๊วบ… ดังท่ามกลางห้องเก็บของ
และเสียงหอบแผ่ว ๆ ของเมษาที่พยายามกลั้นไม่ให้หลุดออกมา
“อื๊อ…ศานต์…อย่า…”
แต่มือเธอกลับจับผมเขาแน่น กดให้แนบชิดกว่าเดิม
ลิ้นของเขาลากเลีย ขบ ขยี้ซ้ำตรงจุดอ่อนไหว
นิ้วเขาสอดตามเข้าไปเพิ่มแรงกระตุ้นในจังหวะเดียว — ร่างเธอสั่นเร่งจังหวะเหมือนใกล้ระเบิด
เขาลุกขึ้นรวดเร็วในจังหวะเดียวกับที่ถอดซิปกางเกงลง
จับขาเธอยกขึ้นข้างหนึ่งพาดแขน ก่อนจะสอดตัวเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว
“อ๊าา!”
เสียงเธอหลุดออกมาทันที
แรงกระแทกแรกทะลวงลึกจนสะโพกเธอกระตุก มือคว้าเสื้อเขาไว้แน่น
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ปั่ก ปั่ก ปั่ก
เขาเร่งแรงขึ้น ขยับเป็นจังหวะที่รู้ว่าเธอแพ้ที่สุด
หน้าอกเธอกระเพื่อมตามแรงโยก สะโพกกระแทกกลับทุกจังหวะ
“อย่าร้อง…เพราะถ้าเธอเสียงดัง...พี่ชายฉันจะรู้ว่าเมียเขากำลังโดนฉันเย็ดอยู่หลังครัว”
เขากระซิบตรงหู ก่อนจะกัดติ่งหูเบา ๆ
เมษาน้ำตาคลอ
เธอกัดปากแรงจนเจ็บ แต่ร่างกายกลับกระตุกเสียวซ่านแทบขาดใจ
“ศานต์…ฉันจะ…อ๊าาาา!”
เสียงครางสุดท้ายของเธอกลืนหายไปกับริมฝีปากของเขา
เมื่อร่างเธอสั่นกระตุกอย่างแรงในจังหวะสุดท้าย — เสร็จคาอ้อมแขนของศัตรูหัวใจของสามี
เขาค่อย ๆ ถอนตัวออก เช็ดร่องรอยให้เธออย่างแผ่วเบา
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาเหมือนลมหายใจ
> “เธอกลัวเขารู้...หรือกลัวเขาจะรู้ว่าเธอเลือกฉันไปแล้วกันแน่?”
หลังกลับจากงานเลี้ยง
เมษานั่งเงียบอยู่บนรถเบาะหลัง เคียงข้างศิวะที่จับมือเธอไว้แน่นตลอดทาง
เธอหลบสายตาเขา รู้ว่าฝ่ามือนั้นอบอุ่น
แต่มันกลับรู้สึกผิดอย่างเจ็บแสบ เพราะในหัวเธอ…ยังมีเสียงของศานต์กระซิบชัดเจนอยู่
> “เธอกลัวเขารู้...หรือกลัวเขาจะรู้ว่าเธอเลือกฉันไปแล้วกันแน่?”
คำพูดนั้นไล่ต้อนเธอเหมือนเงา
กลิ่นน้ำหอมของศานต์ยังติดในจมูก
ความร้อนที่เขาฝังลึกยังไม่จางจากต้นขา
ศิวะจอดรถที่คอนโดอย่างนุ่มนวล
ก่อนจะพูดขึ้นขณะเดินเคียงกันเข้าลิฟต์
“ช่วงนี้…เมษาดูเปลี่ยนไปนะ” เขาพูดเสียงเบา
หัวใจเมษาชะงัก
“ยังไงเหรอคะ?”
“ไม่รู้สิ…เหมือนอยู่กับฉัน แต่ใจเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้”
เขาหยุดมองเธอ “มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”
เธอรีบส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ แค่งานยุ่งนิดหน่อย…”
เขาไม่ได้เซ้าซี้
แค่ยิ้มบาง ๆ
แล้วพูดเบา ๆ เหมือนรู้ว่าเธอโกหก
“ถ้าวันไหนเธออยากเล่า…ฉันยังเป็นสามีเธออยู่นะ”
คืนนั้น
เมษานอนข้างศิวะเหมือนทุกคืน
แต่เธอร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ในความมืด
ไม่ใช่เพราะเธออยากเลิกกับศานต์
และไม่ใช่เพราะเธออยากหนีจากศิวะ
แต่เพราะเธอเริ่มเข้าใจว่า…เธอกำลังรักเขาทั้งคู่
ในแบบที่ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีคำยกเว้น
และไม่มีทางออก