คิมหันต์ตรงไปยังโรงอาหาร เพื่อต่อคิวซื้ออาหาร พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นออยเฟ่ย์ เหมันต์ และหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ที่ไม่คุ้นหน้านั่งทานข้าวรวมกันอยู่
คิมหันต์ยืนคิดอะไรซักครู่ ก่อนจะหยิบถาดใส่อาหารกลางวันที่เขาซื้อ และเดินตรงไปยังโต๊ะของเหมันต์
“ขอนั่งด้วยคนสิ” คิมหันต์เอ่ยถามขัดขึ้นท่ามกลางวงสนทนาของทั้งสามคน
“นั่งสิ” เหมันต์ตอบและพยักหน้าให้คิมหันต์นั่งลงที่โต๊ะ
ชายหนุ่มนั่งลงเคียงข้างเรน่า เพราะออยเฟ่ย์และเหมันต์นั่งอยู่ข้างเดียวกัน
“คิม เธอหายไปไหนมา ฉันอุตส่าห์ไปตามเธอที่ห้องเลยนะ” ออยเฟ่ย์กระเง้ากระงอดคิมหันต์เล็กน้อย
“ไปทำธุระมา”
“นี่เรน่าอะ เรน่าเป็เพื่อนของฉันกับเหมตอนเรียนปี 3 น่ะ” ออยเฟ่ย์แนะนำหญิงสาวที่นั่งเคียงข้างคิมหันต์อย่างร่าเริง
“สวัสดีค่ะ คิม” เรน่าส่งยิ้มหวานให้กับคิมหันต์ พร้อมกับทักทาย
ชายหนุ่มชะงักกับคำทักทายของเรน่า
“ฉันชื่อ ‘คิมหันต์’ กรุณาเรียกให้ถูกด้วย”
คิมหันต์บอกเรน่าเสียงเข้ม แววตาไม่พอใจ
คนที่เขายอมให้เรียกว่า ‘คิม’ นั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“เอ่อ……” เรน่าหน้าเสีย เมื่อเห็นคิมหันต์อารมณ์เสียใส่เธอ
“เออนี่……..คิม งานเต้นรำที่ทางโรงเรียนจัดน่ะ เธอจะเต้นกับใครเหรอ?” ออยเฟ่ย์รีบเปลี่ยนเื่ทันที
“ไม่รู้สิ”
“ถ้าเกิดเธอยังไม่มีคู่เต้น ก็เต้นกับเรน่าสิ” “
“ฉันไม่เต้นกับคนแปลกหน้า”
คิมหันต์ปฏิเสธด้วยเสียงเ็าอย่างไม่มีเยื่อใย ทำให้ออยเฟ่ย์หน้าเจื่อนทันที เรน่ารู้สึกเสียหน้าอย่างมากที่โดนปฏิเสธ
“งั้นปีนี้นายเต้นกับออยเฟ่ย์ละกัน”
“ไม่ล่ะ ฉันคงเหนื่อยเหมือนทุกปีน่ะล่ะ ไม่มีอารมณ์จะเต้นรำหรอก นายก็เต้นกับออยเฟ่ย์เหมือนเดิมก็ดีแล้วนี่” คิมหันต์แย้งเสียงเรียบ
“ฉันขอตัวก่อนนะ เพราะต้องไปเตรียมงานต่อน่ะ”
“ไว้คราวหน้าค่อยมาทานข้าวด้วยกันใหม่นะ เรน่า”
เหมันต์ขอตัวไปเพื่อเตรียมงานกีฬาต่อ พร้อมกับลุกขึ้นและยิ้มให้เรน่าเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ออยเฟ่ย์มองตามหลังของเหมันต์ไปอย่างน้อยใจกับท่าทีที่ห่างเหินของเขา แม้เธอจะรู้ว่าเขาชอบเซร่า แต่เธอก็คิดจะพยายามต่อไปเพื่อให้เหมันต์กลับมาชอบเธอเหมือนเดิม
คิมหันต์ก้มหน้าทานข้าวอยู่ก็จริง แต่ก็แอบสังเกตอาการและท่าทางของออยเฟ่ย์อย่างละเอียดถี่ถ้วน
ออยเฟ่ย์หันกลับมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง ก่อนจะปรับสีหน้าให้ร่าเริงและพูดคุยกับเรน่าด้วยเื่สัพเพเหระ โดยมีคิมหันต์นั่งฟังอยู่ด้วย
ซักพักเรน่าก็ขอตัวเพื่อไปหาเพื่อนๆ ของเธอก่อน จึงทิ้งคิมหันต์และออยเฟ่ย์นั่งอยู่ด้วยกันสองคนตามลำพัง
“………..…….”
“ออยเฟ่ย์ ฉันมีเื่อยากถามเธอหน่อยน่ะ”
“อะไรเหรอ?” ออยเฟ่ย์มองหน้าคิมหันต์ด้วยสีหน้าสงสัย
“เมื่อเช้าเธอไปคุยอะไรกับมิยาเกะ?”
“คุยอะไร? เธอพูดอะไรน่ะ? ฉันไม่เห็นรู้เื่เลย” ออยเฟ่ย์ปฏิเสธเสียงรัวร้อนรน ใบหน้าซีดเผือด
“ออยเฟ่ย์” คิมหันต์เรียกออยเฟ่ย์เสียงนุ่มนวล พร้อมกับยื่นมือไปจับมือของเธอมากุมเอาไว้
“เธอก็รู้ว่า ฉันอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าปิดบังฉันได้มั้ย?” คิมหันต์บอกออยเฟ่ย์เสียงอ่อนโยน
“ไม่ว่าฉันจะเป็ยังไง เธอก็ยังคงอยู่เคียงข้างฉันใช่มั้ย?”
ออยเฟ่ย์ถามคิมหันต์น้ำเสียงเครือ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกละอายใจ
“ฉันยังคงเป็คิมสำหรับเธอเสมอ ออยเฟ่ย์” คิมหันต์ตอบออยเฟ่ย์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคง ยิ่งทำให้ออยเฟ่ย์รู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น
“ฉันทำเื่ที่น่าละอายมากเลย ฉันไม่น่าจะไปพูดแบบนั้นกับมิยาเกะซังเลย ฮึก ฮึก”
ออยเฟ่ย์เม้มริมฝีปากน้ำตาคลอ ก่อนที่จะพรั่งพรูคำพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่หยุด
“ฉัน..เป็ผู้หญิงที่สิ้นคิดมากเลย ฉันไปขอร้องให้มิยาเกะเลิกยุ่งกับเหมน่ะ”
“ฉันน่ะ..ฉันบังคับให้เธอสัญญากับฉันด้วยนะ ทำไมฉันถึงได้ทำตัวเหมือนกับผู้หญิงชั้นต่ำแบบนั้นก็ไม่รู้ ฮือๆ”
ออยเฟ่ย์เล่าให้คิมหันต์ฟังถึงเื่เมื่อเช้าอย่างหมดเปลือก ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างละอายใจ
“ออยเฟ่ย์” คิมหันต์เรียกออยเฟ่ย์เสียงอ่อนโยน
“เธอก็เป็ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่นางฟ้า ดังนั้นการที่เธอไปขอร้องให้มิยาเกะทำแบบนั้น มันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร เพราะฉะนั้นเลิกโทษตัวเองเสียทีเถอะ”
คิมหันต์ปลอบออยเฟ่ย์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับเอานิ้วโป้งปาดน้ำตาให้กับออยเฟ่ย์
“มิยาเกะซัง…..เธอเป็คนดีมากเลยนะ เธอคงชอบเหม แต่เธอ….เธอก็ยังฝืนให้สัญญากับฉันน่ะ”
ออยเฟ่ย์พร่ำรำพันออกมาคำพูดนี้ทำให้คิมหันต์ชะงัก และรู้สึกหงุดหงิดในใจ
“เราเลิกพูดเื่นี้กันเถอะ”
คิมหันต์บอกออยเฟ่ย์ให้เลิกคิดเื่ที่เกิดขึ้น ออยเฟ่ย์พยักหน้าเป็เชิงตกลง พร้อมกับหยิบทิชชู่ออกมาเช็ดน้ำตาและสั่งน้ำมูก
“ร้องไห้เป็เด็กไปได้ ฮึฮึ” คิมหันต์แซวออยเฟ่ย์
“ยุ่งน่ะ” ออยเฟ่ย์ค้อนขวับใส่คิมหันต์อย่างเง้างอน
“จริงสิ แล้วผ้าเช็ดหน้าล่ะ เธอเอาไปคืนแล้วเหรอ?”
คิมหันต์แกล้งถามออยเฟ่ย์ถึงเื่ผ้าเช็ดหน้า
“คืนสิ ฉันว่าจะเอาไปซักก่อนน่ะ แล้วค่อยเอาไปคืน แต่ว่า…..” ออยเฟ่ย์บอกคิมหันต์พร้อมกับสั่งน้ำมูกครั้งสุดท้าย
“แต่อะไรล่ะ?”
“แต่ฉันไม่รู้ว่า เอาผ้าเช็ดหน้าไปวางไว้ตรงไหนน่ะสิ แหะ แหะ” ออยเฟ่ย์บอกคิมหันต์เสียงอ่อยๆ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา
“เธอนี่ จริงๆ เลย”
“เอ๊ะ! อย่ามาทำหน้าแบบนั้นนะ เดี๋ยวฉันก็คงหาเจอแล้วเอาไปคืนมิยาเกะได้เองล่ะน่า เชอะ!”
ออยเฟ่ย์สะบัดหน้าใส่คิมหันต์อย่างกระเง้ากระงอด
จะเอาที่ไหนไปคืนเล่าแม่คุณ
ในเมื่อตอนนี้ ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น
มันอยู่ในมือผู้อำนวยการแล้วน่ะ
คิมหันต์คิดอยู่ในใจอย่างอ่อนใจ เมื่อข้อมูลที่เกี่ยวกับเื่ผ้าเช็ดหน้าต้องมาขาดหายไปเสียง่ายๆ แบบนี้
เซร่าที่เดินหนีมาจากเหมันต์และออยเฟ่ย์ ก็ตรงกลับขึ้นห้องเรียน โดยไม่ลงไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร
เธอกลัวว่าจะต้องเจอกับฮิเดกิ ที่สำคัญการเผชิญหน้ากับเหมันต์และออยเฟ่ย์เป็สิ่งที่เธอไม่พึงปรารถนาในตอนนี้
การที่ต้องทำตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับออยเฟ่ย์เป็สิ่งที่ลำบากใจเธอมากเหลือเกิน
ภายในห้องเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ลงไปรับประทานอาหารกลางวันเกือบหมด เซร่าตรงไปนั่งยังที่โต๊ะเรียนของเธอ และเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างพร้อมกับครุ่นคิดถึงเื่ที่ประเดประดังเข้าหาเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
เื่ของฮิเดกิ
เื่ที่เธอโดนกล่าวหาว่าเป็คนทำร้ายแคลร์
เื่ที่เธอสัญญากับออยเฟ่ย์
เื่สุดท้ายเป็เื่ที่ทำให้เซร่ารู้สึกเจ็บแปลบในใจชอบกล
เซร่านั่งเหม่อลอยอยู่นานจวบจนกระทั่งเอริโกะเดินกลับขึ้นมาจากโรงอาหารพร้อมกับขนมปังไส้แยมลูกพีช 2 ห่อกับนมสดอีก 1 กล่อง
เมื่อเอริโกะเดินเข้ามาภายในห้องเรียน และเห็นเซร่านั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง เอริโกะยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
“มานั่งเหม่ออยู่นี่เอง”
“เอริโกะ”
“เอ้า กินซะ ยังไม่ได้กินข้าวสินะ” เอริโกะส่งขนมปังและนมสดให้กับเซร่า
“ขอบคุณนะ”
“ไม่เป็ไรหรอก ตอนปี 1 เธอก็เป็แบบนี้ประจำ”
เอริโกะหัวเราะเบาะ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาว
“แล้วเมื่อเช้าอาจารย์มาตามตัวไปทำไมน่ะ?”
“เอ่อ..เรียกไปว่าเื่โดดเรียนน่ะ”
“แล้ว?”
“ก็พอดีฉันไปกับนายคิมหันต์นั่น ก็เลย..”
“ฮะๆ เธอนี่ เสน่ห์แรงจริงๆ นะ”
“เสน่ห์แรงอะไร?”
“ก็นายคิมหันต์ คุณเหมันต์ แล้วไหนยังฮิเดกิอีก ทุกคนต่างสนใจเธอทั้งนั้นเลย”
“ไม่ใช่ซะหน่อย”
“แต่ฉันคิดว่า ชายในดวงใจเธอคือ ฮิเดกิแน่นอน เพราะเขาชอบทำตัวเป็องครักษ์พิทักษ์เ้าหญิงอยู่แล้วนี่”
“...........” เซร่ามีสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อฮิเดกิ
“อะไร? มีอะไรรึไง?” เอริโกะจับสังเกตได้
“คือ...”
“มีอะไรก็เล่ามาสิ” เอริโกะคาดคั้น
“ฮิเดกิบอกว่าชอบฉันน่ะ”
“ฮ้า!!”
“เขาสารภาพตอนไหน?”
“เมื่อเช้าน่ะ”
“ฮ่าๆ ฉันว่าละ” เอริโกะหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบใจ
“ฉันดูออกั้แ่ปี 1 แล้วว่า เขาต้องชอบเธอ”
“แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ”
“ขืนบอก ก็อดสนุกแบบนี้สิ” เอริโกะหัวเราะขำๆ
เซร่าทำแก้มป่องงอนเพื่อน ที่รู้เื่แล้วไม่ยอมบอกเธอซักนิด
“แล้วเธอไม่คบกับเขารึ?”
“ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยมองฮิเดกิแบบนั้นมาก่อน”
“นั่นสินะ หนุ่มอีก 2 คนที่มาติดพันก็หล่อใช่เล่น หัวใจดวงน้อยของเซร่า ก็ต้องหวั่นไหวเป็ธรรมดา”
“เอริโกะ!” เซร่าตีเพียะไปที่แขนของเพื่อนด้วยความเขินอาย
“เธอลองทบทวนความรู้สึกดูละกัน ว่าคิดยังไงกับฮิเดกิ แล้วก็บอกเขาไปซะ โอเค?” เอริโกะแนะนำ
“อืม..”
ออด ออด
“ว้า ขัดจังหวะจริง ไว้เลิกเรียนค่อยคุยกันนะ” เอริโกะร้องออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนจะลุกขึ้นตรงกลับไปยังที่นั่งของตนเอง
คิมหันต์เดินเข้าห้องเรียนมาพอดี และสบตากับเซร่าเล็กน้อย
ชายหนุ่มเมินหน้าหนี พร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะด้วยท่าทางเฉยเมย หญิงสาวรู้สึกขัดใจที่เขาไม่สนใจเธอ
อาจารย์กลอเรียเป็หัวหน้าอาจารย์ประจำปี 3 ได้เข้ามาแจ้งข่าวกับนักเรียนเกี่ยวกับงานกีฬาประจำโรงเรียนจะมีการจัดขึ้นในอาทิตย์หน้า
“งานกีฬาครั้งนี้มีการจัดกีฬาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นใครที่้าลงแข่ง ให้ลงชื่อกับหัวหน้าชั้นเรียนนะ”
“เอาล่ะ เดี๋ยวครูต้องไปบอกห้องอื่นต่อ พวกเธอก็จัดการเื่การส่งชื่อนักกีฬาไปละกัน”
กีฬาของโรงเรียนมีการแบ่งแยกแข่งขันเป็ปี 1-4 โดยจะมีการส่งตัวแทนประจำปีลงแข่งแทนนักเรียนทั้งปี