ชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s

    เศรษฐีหมื่นหยวน




             ผ่านมาจนถึงวันที่15 กันยายน ร้านฮุ่ยเหมยบูติกเปิดมาได้ครึ่งเดือนแล้ว วันนี้หลังจากปิดร้าน ชิงเหมยนัดให้ทุกคนมาตรวจดูบัญชีกัน    หลังจากกินข้าวแล้วก็อาบน้ำเสร็จ

     

            คณะของร้านฮุ่ยเหมยบูติกจึงอยู่ในห้องของชิงเหมย

     

             "วันนี้อย่างที่บอกนะคะ ว่าจะมาตรวจบัญชีกัน เดือนละสองครั้ง  ส่วนเงินนั้นอยู่ที่ธนาคารนะคะ จะมีก็แต่เงินของวันนี้ ที่ยังไม่ได้เอาไปฝาก"

     

            ชิงเหมยกับหลี่หลิงพาแม่โจวไปเปิดบัญชีของร้านเป็นชื่อของแม่โจวเมื่อสามวันที่แล้ว  ตอนแรกเอาแบบนี้ไปก่อน  หลังจากนี้อาจจะจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนยังไงค่อยว่ากันอีกที

     

            แม่โจวตกใจกับจำนวนเงินฝากที่มีกว่า สองหมื่นห้าพันหยวน  ยังไม่รวมกับที่ชิงเหมยเก็บไว้ซื้อผ้ากับจ่ายค่าแรงคนที่บ้านยายโจวอีกกว่า4000หยวน  

     

             ตอนนี้ชิงเหมยกลายเป็นเศรษฐีเกินหมื่นหยวนไปแล้ว

     

               "นี่นะคะรายละเอียดรายรับรายจ่ายของทุกวัน  ร้านเราสามาถขายได้วันละไม่ต่ำกว่า2,000หยวนเลยค่ะ  ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ จะอยู่ที่ประมาณ 3,000กว่าหยวน" 

     

               "ส่วนนี่ รายจ่ายของการซื้อผ้ากับด้ายสีต่างๆนะคะ  แล้วก็นี่รายจ่ายค่าแรงของทางบ้านยายโจว" 

       

                ค่าแรงของบ้านยายโจวกับเพื่อนๆ15วันที่ผ่านมา จ่ายไป2ครั้ง ครั้งนึงรวมแล้ว

    กว่า1500-1,700หยวน  

     

               "นี่สมุดบัญชีธนาคารของร้านเรานะคะ  ตอนนี้หนูให้แม่ไปทำไว้ก่อน หลังจากนี้เราค่อยไปจดทะเบียนการค้า  แล้วค่อยทำบัญชีเป็นของร้านอีกทีนะคะ  ในนี้มีเงินอยู่ทั้งหมด25,000หยวน" 

     

                สิ้นคำว่า25,000หยวน  ฮุ่ยหลิงหงายหลังตึง ลงไปบนเตียงของชิงเหมยทันที  

     

                 "พี่ฮุ่ยหลิงๆๆ" ชิงเหมย กับหลี่หลิง พยุงฮุ่ยหลิงขึ้นมานั่ง

     

                  "สงสัยพี่จะได้ยินผิดไปจ้ะ เท่าไหร่นะจ้ะ"  

     

                   "สองหมื่นห้าพัน..หยวนค่ะ"  

     

                   "แต่แบ่งกันตามหุ้นส่วนที่มีแล้ว  จะเป็นของหนู 12,500หยวน  ของพี่ฮุ่ยหลิงกับพี่ฮุ่ยหลิน8,750หยวน  ส่วนของพี่อี้เฟย 3,750หยวนค่ะ" 

     

                    คราวนี้ทั้งฮุ่ยหลิงกับฮุ่ยหลิน ต่างหงายหลังไปทั้งคู่  เงินจำนวนขนาดนี้ ในชีวิตของพวกเธอ ไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าจะมีได้

     

                  เหลียนอี้เฟย แม้จะไม่หงายหลังไปเหมือนกับสองฝาแฝด  แต่ตอนนี้กลับร้องไห้ออกมาซะงั้น...

      

                  "ฮึก......ฮึก.....ฮืออออออ"

     

                 ลำบากชิงเหมยกับหลี่หลิงต้องไปปลอบอีก 

     

                  เหลียนอี้เฟย  จากที่ลงทุนแค่100หยวนในตอนแรก  และหลังจากนั้นก็เป็นร้อยหยวนแรกนี่แหละที่เพิ่มพูนมา  จนวันนี้ แค่ครึ่งเดือน  แค่ครึ่งเดือนเองนะ...

     

            

         "ฮืออออออออ"  เหลียนอี้เฟย ร้องไห้อีกรอบ

     

             

         "โอเคๆค่ะๆๆ ใจเย็นๆนะคะ แบบนี้หนูก็คุยไม่เสร็จกันพอดี"

     

           

            ทุกคนเลยระงับอารมณ์ของตัวเองไว้ก่อน

     

            

          "เงินจำนวนนี้ ใครจะเบิกออกมาใช้ก่อนก็บอกหนูนะคะ  หนูจะให้แม่ไปเบิกออกมาให้  หรือถ้าจะเก็บไว้แบบนี้ก่อนก็ได้ค่ะ "

     

          

            สรุปยังไม่มีใครจะเบิกก่อน  มีเพียงแต่เหลียนอี้เฟยที่บอกว่า อาจจะเบิกตอนสิ้นเดือน เพราะจะเอาไปสร้างบ้านให้แม่กับน้องชาย

     

        

            ตอนนี้เหลียนอี้เฟยบอกน้องชายไปแล้วว่า ปีหน้าจะให้ไปเรียนหนังสือ  ถึงว่าเหลียนคุนจะอายุ12แล้ว ยังไม่เคยเรียนหนังสือเลย ก็ไม่เป็นไร ให้เริ่มที่ชั้นประถมก่อน เรียนได้แค่ไหนก็ไม่ว่ากัน

     

        

          ฮุ่ยหลิงกับฮุ่ยหลินได้ยินดังนั้นก็มองหน้ากันแล้วก็พยักหน้า  ทั้งคู่มีความคิดเดียวกันคือจะให้โจวหวงเข้าเรียนด้วยในปีหน้า

     

        

          "ต่อไปนะคะ  หนูจะเอาแบบเสื้อกันหนาวให้เย็บกันแล้วนะคะ  อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว  เย็บรอไว้ก่อนน่าจะดีกว่าค่ะ  นี่ค่ะพี่ฮุ่ยหลิง ฮุ่ยหลิน แบบเสื้อกันหนาวนะคะ ส่วนผ้าที่จะเย็บ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะไปซื้อที่ต่งต้ามาให้ค่ะ"

     

              "พี่ฮุ่ยหลิงกับพี่ฮุ่ยหลินเปลี่ยนมาเย็บชุดกันหนาวกันเลยนะคะ  ส่วนชุดกระโปรงกับชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์น ให้ทางบ้านยายโจวกับเพื่อนๆเป็นคนจัดการ  เราจะต้องให้หน้าหนาวนี้ ทำให้ร้าน ฮุ่ยเหมยบูติก   ดังกระฉ่อนไปเลยค่ะ!

     

     

               เสร็จจากการประชุม ทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอน

     

                แต่หลี่หลิงก็ยังคงอ่านหนังสือเหมือนเดิม  

     

                อาทิตย์หน้าก็จะเปิดเรียนเทอมสองแล้ว ชิงเหมยกับหลี่หลิงจะได้เรียนห้องเดียวกัน  ชิงเหมยคิดว่าปีหน้า หลี่หลิงจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้อย่างแน่นอน  

     

                "หลิงเอ๋อ  ถ้าน้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปักกิ่งได้ น้องจะไปอยู่เรียนที่นั่นไหมจ้ะ"

     

                 "พี่ชิงเหมยไปด้วยกับหนูไหมล่ะคะ  ถ้าพี่ไปด้วยหนูก็ไป แต่ถ้าพี่ไม่ไป หนูก็ไม่อยากไปค่ะ"

     

               ชิงเหมยคิดในใจว่า สงสัยต้องได้ไปอยู่ปักกิ่งแหงๆแล้ว

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s ที่คุณอ่าน