บทที่ 5
แรงโทสะที่เผาผลาญทุกสิ่ง
การกลับมาของอวี๋ซุนเย่ทำเอามารระดับสูงหลายฝ่ายต่างหวั่นวิตกไปตาม ๆ กัน เพียงแค่เื่ที่จอมมารหลงเฟยิหลุดออกมาจากผนึกสิบสังเวยเมื่อ ‘ห้าปีก่อน’ ก็ทำเอาผู้ที่สร้างความแค้นให้กับจอมมารสูญเสียกันไปมากมายหลายชีวิตแล้ว! คราวนี้ยังมีมารเกอที่สามารถใช้เพลิงทมิฬเหมือนจอมมารที่กลับมาจากดินแดนแห่งความว่างเปล่าอีก!
ชีวิตนิรันดร์ที่ฆ่าไม่ตาย หากอีกฝ่ายเลือกซ้ำรอยร่วมมือกับจอมมารหลงเฟยิ แดนมารคงได้พินาศในเร็ววันเป็แน่แท้! ขณะที่เหล่าผู้ปกครองต่างเคร่งเครียดและพยายามหาเส้นทางที่จะเจรจาให้ได้อยู่นั้น ผู้ที่กำลังเป็หัวข้อสนทนาอย่างซุนเย่ บัดนี้กำลังนอนแช่น้ำอย่างสบายใจอยู่ในจวนตระกูลอวี๋ แน่นอนว่ามารในจวนต่างหวาดกลัวกันจนขนหัวลุกไปหมด
“ข้าไม่ชอบสีขาว ไปเอาสีฟ้ามา”
“จะ จะ เ้าค่ะ” หญิงรับใช้ที่ถูกส่งมาปรนนิบัติรับใช้ตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เดี๋ยวก่อน ข้าจำได้ว่าพี่ชายใหญ่เคย ‘ยืม’ ชุดของข้าไป ช่วยไปทวงคืนมาให้หน่อยสิ ทุก-ตัว!”
“เ้าค่ะ! รับทราบเ้าค่ะ!” นางรีบวิ่งออกไปอย่างว่องไว แรงกดดันขนาดนี้ นางไม่อาจรั้งอยู่ได้นานกว่านี้แล้ว!
เพล้ง! ขณะที่กำลังแช่น้ำอย่างสบายใจก็มีตัวโง่งมเข้ามาหมายจะโจมตีเขา แต่ดันเป็ฝ่ายที่กระบี่แตกละเอียดไปเสียเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็พี่ชายรองของเขาเอง นามว่า ‘อวี๋เยว่จิน’ เป็พี่น้องที่ชอบกลั่นแกล้งเขามากที่สุด ตัวขี้อิจฉา ตัวปัญหา ตัวโง่งม
“เ้าไม่ใช่มารอีกต่อไป! เ้าต้องถูกกำจัด!”
“ห้าวหาญจริง ๆ เลยนะพี่รอง เอาสิ ทำเท่าที่ท่านอยากจะทำเลย”
“อย่ามาท้าทายข้า!” ตู้ม!! การโจมตีระลอกที่สองเริ่มขึ้น แต่กลับกลายเป็อวี๋เยว่จินที่กระเด็นไปกระแทกกับผนังเสียเอง!!
แค่ก! เสียงไอของตัวโง่งมไม่ได้ทำให้เขาละความสนใจจากการแช่น้ำหันไปมองเลย แม้ว่ามันกำลังจะไอเป็เือยู่ก็ตาม
“อวี๋ซุนเย่!! เ้ากล้าดีอย่างไรมาทวงข้าวของจากข้า!?” ตัวโง่งมตัวที่สองมาแล้ว ‘อวี๋เยว่เทียน’ พี่ชายใหญ่ที่ชอบยึดเอาข้าวของของเขาไปตอนยังเป็เด็ก
“ข้าแค่อยากได้ของของข้าคืนเท่านั้นเองนะ เสื้อผ้าของข้า เครื่องประดับของข้า เบี้ยหวัดของข้า ข้าบันทึกมันไว้ทุกสิ่งในหัว รึว่าพี่ใหญ่หยิบยืมเอาของของคนอื่นมามากมายหลายคนจนทำให้เลอะเลือนจำอะไรไม่ค่อยได้?”
“เ้า!” ด้วยความโทสะ ในมือจึงปรากฏกระบี่โจมตีมาทางเขา ทว่าเขาโบกมือเพียงครั้งเดียว ร่างของอีกฝ่ายก็ลอยหวือไปกระแทกทับที่เดียวกันกับพี่รองเสียแล้ว ตึง!
“พี่ใหญ่! ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้วท่านยังมาทับข้าอีก!”
“เ้าก็อยากมาเกะกะข้าสิ! แค่ก! แค่ก!”
“น่าเบื่อสิ้นดี” เขาคร้านจะใส่ใจ ลุกขึ้นออกจากถังน้ำแล้วจากไปทั้งที่ร่างกายเปลือยเปล่า
สาวใช้ที่สั่งให้ไปทวงชุดมาจากพี่ใหญ่ดูเหมือนจะรักตัวกลัวตายเป็ จึงได้หยิบฉวยมาให้เขาได้ตามคำสั่ง รีบนำมาสวมใส่ให้เขาในทันที
หากเป็แต่ก่อน แม้จะแค้นเคืองมากเพียงใดก็คงไม่กล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้หรอก ต้องขอบคุณเหตุการณ์เมื่อห้าวันก่อน ไม่สิ เมื่อห้าปีก่อนที่ช่วยจุดประกายไฟแค้นของเขาขึ้นมาอีกครั้ง! และต้องขอบคุณจิตใจที่เข้มแข็งของตัวเองจริง ๆ ที่ทำให้สามารถออกมาจากดินแดนแห่งความว่างเปล่าได้อย่างง่ายดายทั้งยังมีพลังเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว!
“เ้าจะไปไหน!? ข้ายังคุยกับเ้าไม่จบนะ!!” พี่ใหญ่รีบเข้ามาขวางทางเอาไว้ เขาเพียงจ้องมองดวงตาของอีกฝ่าย ใช้จิตสังหารแรงกล้าในการข่มขู่
ตึง! ร่างใหญ่โตก็หวาดกลัวจนล้มลงไปอย่างน่าสมเพช! พี่รองที่ตามหลังมาก็เริ่มไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม เขาหันไปแสยะยิ้มให้ทีหนึ่งก่อนจะเดินจากไป
เคยเตือนไปแล้วแท้ ๆ ว่าอย่าให้วันใดเขาโมโหขึ้นมา กล้าที่จะทำก็ต้องเจอแบบนี้แหละ!
ซุนเย่เดินอย่างสบายอารมณ์ตรงไปยังห้องอาหาร สมาชิกครอบครัวนั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเชียว ทั้งท่านพ่อ ท่านแม่ สารพัดเมียคนอื่น ๆ ของท่านพ่อ พี่ชายสาม แล้วก็น้องชายกับน้องสาวอีกสองคน ดูจากสีหน้าแล้วคงรู้ดีว่าไม่ควรยุแหย่เขาในยามนี้เป็การดีที่สุด
“ขออภัยที่ทำให้รอ เผอิญว่าพี่ใหญ่กับพี่รองมีเื่อยากสนทนากับข้าเป็การส่วนตัวจึงคุยกันนานไปหน่อย เผลอเพียงครู่เดียวกระบี่ของพี่รองถึงกับแตกหักไปเลย”
“!!!” เหล่าผู้ได้ฟังต่างพูดอะไรไม่ออก ถึงจะเป็ตระกูลพ่อค้า วิชาการต่อสู้ไม่ได้ดีเด่นอะไรมาก แต่กระบี่ของคุณชายรองย่อมไม่ใช่ของเด็กเล่น! อวี๋จื่อถงซึ่งเป็รองแม่ทัพมารเขตห้าคือผู้ที่มอบให้กับมือ
“มะ มาแล้วก็นั่งเถอะ เ้าห่างหายจากบ้านไปเสียนานหลายปี มารดาคิดถึงเ้าจะแย่” เสแสร้งสิ้นดี เขาอยากจะรู้จริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้ใช่ผู้ที่คลอดเขาออกมาจริงรึไม่!? เพราะนางไม่เคยรักและดูแลอะไรเขาเลย จะตบตีกันเขาก็ไม่ว่า อย่างน้อยก็ยังสนใจ แต่นี่อะไร! จำไม่ได้แม้แต่วันเกิดของลูกตัวเองด้วยซ้ำ!
“อันที่จริง ข้ายังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ข้าอยากจะเจอหน้าท่านอาของข้ามากกว่า”
“!!!”
“ซุนเย่! บิดาอธิบายได้นะ เมื่อห้าปีก่อนบิดาไม่ได้สั่งจื่อถงให้ตามไปสังหารเ้าจริง ๆ ดีร้ายอย่างไรเ้าก็คือบุตรของข้าซ้ำยังเป็เกอ” เพล้ง! จานบนโต๊ะถึงกับแตกกระจายไปหลายใบ!
“ข้าไม่ได้มีค่าแค่เป็เกอ! อย่ามาเสแสร้งกับข้าเพียงเพราะข้าเป็เกอต่อหน้าข้า!”
“เช่นนั้นก็ไม่จำเป็ต้องปรานีอีกต่อไป!” ไม่ใช่ผู้ที่นั่งฟังอยู่แต่อย่างใด แต่เป็อวี๋จื่อถงที่เดินเข้ามาใหม่ต่างหาก
ไม่รอช้ารีบตวัดกระบี่เข้าโรมรันอย่างรวดเร็ว! ตู้ม!! พื้นที่ห้องอาหารกลายเป็สนามประลองไปในทันที! เหล่าอนุภรรยาของท่านพ่อต่างหนีตายกันออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวเขาก็สวนกระบี่ของตัวเองกลับไปที่แขนซ้ายของมันจนได้เื! ฉัวะ!
“ลงมือกับข้าก่อนแท้ ๆ แต่กลับได้แผลไปก่อน จะว่าอย่างไรดีเล่า?”
“สามหาว! เ้ามันเป็เด็กจากความผิดพลาด ไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่อไป!” กล่าวจบก็ใช้วิชาเรียกน้ำเรียกดินเข้ามาโจมตีอย่างรุนแรง แต่เกราะป้องกันของเขานั้นสุดยอดกว่าเห็น ๆ สามารถป้องกันได้เต็มส่วนทั้งยังสะท้อนกลับได้เป็เท่าทวีคูณ!
ตู้ม! ร่างของอวี๋จื่อถงกระเด็นออกนอกตัวเรือนไปไกลเลยทีเดียว นี่น่ะหรือ? ระดับรองแม่ทัพ ช่างอ่อนแอสิ้นดี! เขาประเมินพวกทหารสูงเกินไป!
เขาเดินไปดูซากร่างของอวี๋จื่อถงใกล้ ๆ แต่ก็ถูกหอกแทงสวนมาเสียก่อน เขาะโหลบออกมาได้ทันแล้วใช้วิชาเรียกหอกออกมาสามด้ามโจมตีกลับไป อีกฝ่ายหลบทันแต่หอกชุดละสามด้ามก็ยังโจมตีอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้โอกาสก็สวนพลังปราณเข้าใส่เต็ม ๆ !
ตู้ม! เกิดแรงปะทะอย่างหนักระหว่างปราณกับเกราะของเขา เกิดรอยร้าวเล็กน้อยแต่ไม่ได้เป็ปัญหามากนัก
“อยากสังหารข้าหรือ? ต่อให้ตัดหัวข้าไปโยนลงบ่อลาวาเืมันก็งอกออกมาใหม่อยู่ดีนั่นแหละ”
“เ้ามันตัวประหลาด!”
“โฮ่! แล้วมารไม่ใช่ตัวประหลาดรึ!? พวกมนุษย์ที่เคยมีชีวิตอยู่ก็เคยเรียกขานพวกเราอย่างนั้นนี่! พอ์เข้าข้างเสียหน่อยก็ทำเป็ได้ใจทั้ง ๆ ที่์ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย สังหารมนุษย์นับล้านคนจนสูญพันธุ์ นี่สินะ ์สีขาวสะอาดที่น่านับถือ! เหอะ!”
“เ้ามันเป็ตัวผิดพลาด!”
“ผิดพลาดอย่างไรก็บอกมาสิ! ถ้ามันผิดพลาดแล้วพี่ชายเ้าจะทำให้ข้าเกิดมาทำไม!? ทำให้ข้าเกิดมาแล้วก็มาทอดทิ้งกัน ไม่ต้องทำแต่แรกยังดีเสียกว่า!”
“ก็เพราะท่านพี่ไม่ได้ให้กำเนิดเ้า! นั่นแหละความผิดพลาดที่น่าอับอายแก่วงศ์ตระกูลมากที่สุด! มารดาเ้าไม่ได้คลอดเ้าออกมาด้วยซ้ำ!”
“!!!”
“เหอะ! ยังจะเถียงอะไรอีกเล่า!?”
“งั้นรึ ค่อยสบายใจหน่อย”
“หมายความว่าอะไร!?”
“อันที่จริงก็แอบสงสัยมานานแล้ว ว่าข้าเป็ลูกหลานตระกูลอวี๋จริงรึเปล่า? ถึงได้ทอดทิ้งกันรังแกกันขนาดนี้ ที่แท้ก็ไม่ใช่จริง ๆ เสียด้วย ว่าจะไม่ฆ่าเพราะเห็นแก่ที่เป็สายเืเดียวกันเสียหน่อย แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะได้ลงมือเต็มที่!”
ฟู่! อ๊ากกกก เพลิงทมิฬตรงเข้าไปเผาใบหน้าของอวี๋จื่อถงในทันที! มันลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน เพียงไม่นานก็สิ้นใจตายอยู่แทบเท้า ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหนีจากเพลิงมรณะนี้ได้พ้น!
เขาหันกลับไปมองท่านพ่อและท่านแม่ที่ยืนมองอยู่ ทั้งสองต่างมีสีหน้าหวาดกลัวและพยายามจะวิ่งหนี ตึง! แต่เขาก็สร้างกำแพงสีดำมาขวางกั้นไว้เสียก่อน
“อย่าทำอะไรข้าเลยนะซุนเย่! เห็นแก่ที่ข้าเลี้ยงดูเ้ามาเถอะนะ!” มารดา ไม่สิ ‘อวี๋ลี่หลิน’ อดีตมารดาของเขาพยายามขอร้องอ้อนวอน
“เลี้ยงดู? อยากจะหัวเราะให้ดัง ๆ หากสิ่งที่ท่านทำเรียกว่าเลี้ยงดู มารดาคนอื่นคงเลี้ยงว่าเทิดทูนถวายหัวเลยกระมัง! ตอบข้ามาว่าไปเก็บข้ามาจากไหน!?”
“ข้าไม่ใช่นะ! เป็นายท่านอวี๋ต่างหาก!” นางรีบชี้ไปทางสามีของตนทันที ผู้ที่ถูกโยนมาส่งสายตาอาฆาตไปให้อนุของตน ก่อนจะหันกลับมามองบุตรเกอของตนด้วยสายตาหวาดหวั่น!
“ขะ ข้า ข้าไม่ได้เก็บเ้ามา ซุนเย่ ข้าขโมยมา” ด้วยความกลัวจนตั้งสติไม่อยู่ นายท่านอวี๋จึงเผลอหลุดปากพูดความจริงออกไปโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ดี
“ขโมยมารึ!?” ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกโมโห! ทั้ง ๆ ที่เขามีโอกาสที่จะได้มีบิดามารดาที่ดีกว่านี้ แต่กลับขโมยเขามาเพื่อหล่อหลอมตัวตนเช่นนี้ให้แก่เขา!
“ข้าขอโทษ! ข้าขอโทษ! ข้าขโมยเ้ามาจากอาณาเขตของจอมมารตนปัจจุบัน วันนั้นข้าไปทำการค้าขายที่แดนมนุษย์แผ่นดินหาน ข้าเห็นเ้านอนอยู่คนเดียวในถ้ำบนแท่นสีมรกตสวยงาม นักทำนายที่เดินทางไปด้วยกันบอกว่าภายภาคหน้าเ้าจะนำพาแต่โชคลาภและความมั่งมีมาให้ ข้าคิดว่าเ้าน่าจะเป็เพียงลูกของคนรับใช้ของท่านจอมมารตนปัจจุบันที่ถูกทอดทิ้งก็เลยเก็บเ้ามา”
“เด็กถูกทิ้งที่นอนอยู่บนแท่นสีมรกตสวยงามสินะ”
“ข้าผิดไปแล้ว! ข้าผิดไปแล้ว! พอขโมยเ้ามาข้าก็เพิ่งได้เห็น”
“เห็นอะไร!?”
“เอ่อ ข้า ข้าเห็นกำไลที่ข้อมือเ้าในห่อผ้า มันสลักชื่อของเ้ากับบิดาเ้าเอาไว้ ข้าเองก็รักตัวกลัวตายเลยไม่กล้าเอาไปคืน!”
พลั่ก! ซุนเย่หวดขาเตะใส่หน้ามันอย่างแรง เพราะรักตัวกลัวตายก็เลยไม่กล้าเอาไปคืนสินะ แต่กลับทำให้ชีวิตเขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง!
“ซุนเย่! ข้าจะนำกำไลข้อมือมาคืนเ้าแล้วเ้าไปหาบิดาของเ้าก็ได้ แต่ละเว้นพวกเราไว้ด้วยเถอะนะ!!” อวี๋ลี่หลินพยายามกอดขาอ้อนวอนต่อเขา
“แล้วทำไมต้องทอดทิ้ง? ทำไมต้องปล่อยให้ถูกรังแก? ทำไมถึงไม่ใส่ใจ!? วันนั้นที่ข้าถูกใส่ร้ายท่านยังสาปส่งให้ข้าไปตาย!” เขาพยายามอย่างมากในการะระงับอารมณ์ของตนเองเอาไว้ มือกำหมัดไว้แน่นมากจนห้อเื
“ข้าขอโทษ! ข้าขอโทษ!! ข้าแค่ไม่อยากให้เ้ารับรู้โลกภายนอก เ้าจะได้ไม่ต้องรับรู้ข่าวเกี่ยวกับบิดาที่แท้จริงของเ้า! เพราะข้ากลัวบิดาของเ้า!”
นางถูกความหวาดกลัวเข้าครอบงำจึงพยายามเขย่าขาเขาหวังจะให้ไว้ชีวิต! ให้ต่อกรกับผู้ใช้เพลิงทมิฬที่ฆ่าไม่ตายน่ะหรือ!? นางไม่กล้า!!
“ไปเอาของมา”
“ได้ ๆ ข้าจะไปเอามันมาเดี๋ยวนี้!!” อวี๋ลี่หลินรีบวิ่งเข้าไปเอากำไลวงนั้นมาให้ทันที รออยู่ประมาณจิบชาหนึ่ง กำไลสีทองลายราชสีห์สีดำก็มาอยู่ในมือเขา
ช่างสวยงามเหลือเกิน มันมีกระดิ่งที่มีเสียงไพเราะจับใจ ข้างในยังสลักชื่อ ‘ซุนเย่’ เอาไว้ และยังมีชื่อที่พวกมันบอกว่าเป็ชื่อบิดาของเขา นามว่า ‘จิวซือ’
“เพียงแค่ชื่อที่ไร้สกุล ยังอุตส่าห์รู้จักบิดาข้าทั้งยังหวาดกลัว”
“หละ หลังจากนั้นบิดาเ้ายังออกตามหาเ้าอย่างเอาเป็เอาตาย ข้าจึงได้รู้-”
พลั่ก!
เขาหวดขาครั้งที่สองเข้าไปที่หน้าของนายท่านอวี๋อย่างแรง! บิดาที่ออกตามหาเขา ดีร้ายอย่างไรย่อมไม่นิ่งดูดายในตัวเขา แต่พวกมันกลับพรากสิ่งที่เขาควรจะได้ พรากเขามาจากบิดาที่รักเขา!
“กลัวถูกบิดาข้าสังหาร ก็ต้องเรียนรู้ที่จะกลัวถูกข้าสังหารด้วย!”
“อย่า! อย่า! เมตตาข้าด้วย!”
ฟู่! อ๊ากกกก กรี๊ดดดด
เพลิงทมิฬเผาพวกมันอย่างโเี้เฉกเช่นเดียวกับอวี๋จื่อถง เขาไม่สนใจพวกมันอีกต่อไปและตามเข้าไปเก็บกวาดพวกที่มันเคยทำกับเขาเอาไว้เรียงตัว!
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วทั้งจวน พวกมันหนีเขาอย่างเอาเป็เอาตายแต่กำแพงสีดำก็ขวางกั้นทางหนีเอาไว้พร้อมจุดไฟครอกพวกมันให้ตายทั้งจวน!
เหล่าผู้ที่ได้พบเห็นสภาพของจวนตระกูลอวี๋ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายด้วยเลยสักคน กลับกัน พวกมันรีบหนีออกไปให้ไกลที่สุดเพราะกลัวจะถูกลูกหลงจากเพลิงทมิฬ!! พวกทหารที่พยายามเข้ามาระงับเหตุการณ์เองก็ไม่อาจต่อกรกับเพลิงทมิฬที่กำลังพิโรธได้เช่นกัน!
“ต่อไปก็เป็ตระกูลหม่าสินะ” ไม่รอช้า เขารีบตรงไปหาบัญชีหนี้แค้นอีกตระกูลที่รอเขาอยู่ทันที เมื่อมาถึงก็พบว่าอดีตสามีกับอนุภรรยาเตรียมจะหนีออกจากแดนมารเขตห้าแล้ว
“สายันห์สวัสดิ์ จะรีบไปเที่ยวที่ไหนกันงั้นหรือ?”
“ซะ ซุนเย่!” อดีตสามีในนามดูใมากเมื่อเห็นหน้าของอดีตภรรยา
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เอาชีวิตท่านหรอก ท่านไม่ได้ทำให้ข้าเจ็บช้ำน้ำใจปานนั้นทั้งยังไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวข้า แต่กระนั้นเื่ราวเมื่อเจ็ดปีก่อนย่อมไม่อาจลบล้าง! ตนเป็พ่อค้า ลองจนดูบ้างดีหรือไม่เล่า!?”
“หยะ อย่านะซุนเย่! เื่วันนั้นข้าขออภัยด้วย! ได้โปรดละเว้นพวกข้าไปเถอะ! ‘อี้เหมย!’ นางคือคนที่ใส่ร้ายเ้า เ้าไปเอาคืนกับนางสิ!”
“……” ซุนเย่คร้านจะเสวนาใด ๆ ให้เปลืองน้ำลายอีก ย่างเท้าไปหาช้า ๆ แล้วก็เดินผ่านหน้านายท่านหม่าไปราวกับมองไม่เห็นจนมาหยุดอยู่ที่ขบวนขนสินค้า
ฟู่!!!! แล้วก็จัดการเผามันจนสิ้น!!
“ไม่!” นายท่านหม่าดูจะสติแตกไปแล้ว เมื่อเห็นว่าทรัพย์สินของตนกำลังถูกเผาไหม้
หากเป็เพลิงธรรมดาก็แล้วไป ยังพอมีทางกู้คืนมาได้ แต่กับเพลิงทมิฬ จนกว่าผู้ใช้จะพอใจไม่ว่าใครก็ดับมันไม่ได้!! เส้นทางพ่อค้าของตระกูลหม่าจบสิ้นแล้ว!!
“ข้ายังใจดีเหลือจวนไว้ให้เ้าอยู่ แต่เ้ามีตำลึงมากพอดูแลหรือไม่เล่า? หึหึ” กล่าวเยาะเย้ยจบก็จากไปทันที ไม่นั่งดูพวกมันร้องไห้ปานใจจะขาดให้เสียสายตาหรอก พวกทหารก็ดูจะตามการเคลื่อนไหวของเขาไม่ทัน กว่าจะมาถึงตระกูลหม่า เขาก็บินไปถึงกรมอาญาเขตห้าแล้ว!
ตู้ม!! ไม่คิดเสียเวลาใด ๆ อีกต่อไป จัดการกระแทกปราณใส่พวกยามเฝ้าประตูให้เปิดทางให้เขาอย่างรวดเร็ว! ตลอดเส้นทางการเดินเข้าไปหาอดีตฮูหยินใหญ่ก็มีทั้งอาวุธและพลังปราณมากมายเข้ามาโจมตี เขาทำเพียงกางม่านพลังป้องกันเอาไว้แล้วสะท้อนกลับไปทั้งหมด ต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนที่แม่ทัพมารเขตห้าจะมา!
“สายันห์สวัสดิ์ อดีตฮูหยินใหญ่”
“นี่เ้า! ผ่านมาตั้งห้าปีแล้วเพิ่งจะมาชังน้ำหน้าข้าหรืออย่างไร!?” ท่าทางจะไม่ได้รับรู้เื่ราวภายนอกใด ๆ เลย ยามนี้ถึงได้ปากดีเหลือทน
“คงเป็เช่นนั้นกระมัง เดิมทีไม่คิดแค้น แต่พวกตระกูลอวี๋กลับผลักไสให้ข้าไปตายทั้งยังกล่าววาจาจาบจ้วงจอมมารหลงเฟยิว่าเป็มารร้ายสมควรตาย! หากอยากจะกล่าวโทษก็ไปกล่าวโทษตระกูลอวี๋ในนรกโทษฐานที่จุดไฟแค้นในใจข้าให้ลุกโชนเสียเถอะ!”
ฟู่! กรี๊ดดดด! เพลิงทมิฬยังคงถูกใช้ในการกำจัดศัตรูคู่แค้นจนถึงรายสุดท้าย ไม่คิดรอดูยามที่มันสิ้นใจ เขารีบเดินออกมาจากกรมอาญาในทันที ทว่าไม่ทัน! แม่ทัพมารเขตห้า ‘หวังลู่เหอ’ มาดักรอเขาที่ด้านหน้าเสียแล้ว!
“ข้าขอให้เ้าพอเท่านี้เถอะ ความผิดเ้ามากมายเกินไปแล้ว คงไม่อยากถูกจับตัวไปผนึกเหมือนจอมมารหลงเฟยิหรอกนะ?”
“ทำมาเป็ปากดี! ตอนที่ข้าถูกข่มเหงไม่เคยคิดห้ามปรามพวกมัน แต่พอข้ามาเอาคืนกลับคิดกำจัดข้า! พวกเห็นแก่ตัว!”
“ใจเย็น ๆ ก่อน ข้าเข้าใจดีว่าเ้าแค้นใจ แต่ทุกอย่างต้องเป็ไปตามกฎ”
“กฎบัดซบล่ะสิ!? กฎที่สร้างความแค้นให้กับผู้อื่นได้แต่เอาคืนไม่ได้!! เหมือนกับจอมมารหลงเฟยิในอดีต พวกท่านว่ากล่าวว่าเขาคือผู้ผิด ทั้ง ๆ ที่ทุกชีวิตที่เขาพรากไปคือผู้ที่ก่อสร้างความแค้นเอาไว้กับเขา ไม่เคยเห็นบุญคุณและแผ่นดินที่เขาเคยสร้างเอาไว้ให้อยู่ในสายตา!”
“นั่นมันสองล้านปีมาแล้วนะ เ้าอย่าคิดกล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามอยู่ฝ่ายเดียวเลย ข้าจะไม่ทำร้ายเ้าแต่เ้าไปกับข้าเถอะ”
“หึ! สองล้านปีมาแล้ว? แต่ยามนี้ท่านหลงเฟยิหลุดออกมาจากผนึกแล้ว ข้าได้ยินข่าวว่ากวาดล้างไปหลายศพเลยหนิ ความแค้นที่ยาวนานมาถึงสองล้านปี แสดงว่าฝั่งท่านคงถูกมากเลยกระมัง! หลีกไป! หนี้แค้นของข้าจบลงแล้ว จากนี้ไปข้าจะไปตามหาบิดาที่แท้จริงของข้า! ท่านอย่าเข้ามายุ่ง!”
“แม่ทัพใหญ่แดนมารอยากพบเ้า พวกเขาไม่ปรารถนาจะเป็ศัตรูกับเ้าเลย ได้โปรดไปด้วยกันเถอะ เราอยากเจรจากับเ้าจริง ๆ ” น้ำเสียงของแม่ทัพลู่เหอไม่ได้มีความแข็งกร้าวเลย เพราะเขารู้ซึ้งแล้วถึงความน่ากลัวของเพลิงทมิฬ
เมื่อห้าปีก่อน หลังเกิดเหตุการณ์พบผู้ใช้เพลิงทมิฬคนที่สองได้เพียงสองวัน ผนึกสิบสังเวยก็แตกออก! จอมมารหลงเฟยิกล่าวโทษทหารมารทุกตนอย่างรุนแรงว่าผลักไสอวี๋ซุนเย่ไปตายในดินแดนแห่งความว่างเปล่า!
เขาจึงไม่ต้องเสียเวลาออกตามหามารเกอตนนั้นอีกต่อไป แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือเพลิงทมิฬที่คร่าชีวิตแม่ทัพมารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างผนึกทุกตน!
แม่ทัพมารใช่ว่าจะอ่อนแอแต่กลับพ่ายแพ้ภายในเค่อเดียว ทั้งยังสร้างาแใหญ่เอาไว้ที่แผ่นหลังของเขาด้วย ยามนี้จอมมารหลงเฟยิยังไม่หมดหนี้แค้นไปโดยง่าย ตรงขึ้นไปยังแดนมนุษย์เพื่อตามล่าศัตรูทั้งหมดและอาจจะขึ้นไปถึงแดน์เลยด้วยซ้ำ!
“การเจรจาไม่มีทางสำเร็จเพราะข้าไม่คิดผูกมัดตัวเองกับสิ่งใดอีกต่อไป ไสหัวไป!” คำตอบของซุนเย่ทำให้หวังลู่เหอถึงกับคิดหนัก
“แค่ลองพูดคุยสักครั้งไม่ได้หรือ?” แม้จะกล่าวเช่นนั้นแต่มือก็จับกระบี่ไว้แน่นพร้อมป้องกันตัว โทสะของซุนเย่ไม่อาจมอดดับลงได้ง่าย เขาไม่อาจปล่อยอีกฝ่ายให้หนีไปแต่ก็ต้องยอมรับผลของมันเช่นกัน
“ท่านช่างเป็มารที่ดีเสียจริงนะ รู้จักพูด รู้จักฟัง ไม่บุ่มบ่ามใช้กำลัง เช่นนั้น ข้าไม่สู้กับท่านก็ได้” ซุนเย่คิดจะหนีั้แ่แรกแล้วต่างหาก!
เขายังไม่อาจเอื้อมไปถึงระดับแม่ทัพมาร ยังต้องใช้เวลาอีกมากในการแข็งแกร่งให้ได้มากกว่านี้ พวกแม่ทัพล้วนถูกคัดเลือกมาจากตระกูลขุนนางทหารที่รับใช้จอมมารตนปัจจุบัน ไม่ได้เหมือนกับรองแม่ทัพที่ได้มาจากการไต่ตำแหน่ง เขาจึงสามารถสังหารอวี๋จื่อถงได้ง่ายอย่างไรเล่า!
แม่ทัพลู่เหอตั้งท่าเตรียมรับการโจมตี ซุนเย่ที่ไม่คิดต่อสู้ั้แ่แรกจึงแผ่ขยายพลังออกไปเป็บริเวณกว้าง ปราณสีดำทมิฬครอบคลุมพื้นที่จนมองไม่เห็นอะไรเลยทั้งยังมีพิษอ่อน ๆ ผสมอยู่ด้วย ผู้ที่ได้รับมันเข้าไปย่อมมีอาการสับสนมึนงง
รู้ตัวกันอีกที......ซุนเย่ก็หนีหายไปจากสายตาแล้ว