ความมืดภายในห้องพักศิษย์สายนอกยังคงปกคลุมหนาแน่นทว่าในโสตประสาทของหลินหยวนกลับกึกก้องไปด้วยเสียงคำรามของพลังปราณที่กำลังปั่นป่วน
ร่างของเขาขดตัวอยู่บนเตียงไม้กระด้างเหงื่อเย็นไหลโซมกายจนเปียกชุ่ม ิัของเขาบัดนี้ขึ้นสีซีดเผือดราวกับคนตายทว่าภายใต้เปลือกนอกที่ดูไร้ชีวานั้นเส้นเอ็นและจุดชีพจรนับสิบกลับกำลังถูกบีบอัดและถักทอใหม่ด้วย"เคล็ดวิชาเต่าจำศีล"
'เจ็บ...ราวกับร่างจะแตกสลาย...'
หลินหยวนกัดฟันแน่นจนเืซึมที่มุมปากเนตรวิวัฒนาการที่ยังคงทำงานอยู่เื้ักระพริบเตือนด้วยอักขระสีแดงเข้ม
[สถานะ: การหลอมรวม 'กายาหยกนพเก้า' และ 'วิถีกลืนกินเงามืด'บรรลุ 70%]
[คำเตือน:ตรวจพบไอศพตกค้างจากหอตำรา กำลังพยายามแทรกซึมเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจ]
[วิธีแก้: ใช้ 'ปราณย้อนกลับ' ขั้นสูงเพื่อบดขยี้ไอศพให้กลายเป็สารอาหารสำหรับวิวัฒนาการ]
เขาสูดลมหายใจลึกยอมเสี่ยงใช้พลังปราณที่เพิ่งกลั่นกรองได้เข้าปะทะกับไอสีเขียวคล้ำที่คืบคลานอยู่ในอกในวินาทีที่พลังสองสายปะทะกัน หลินหยวนพลันเห็น "นิมิต"บางอย่างวูบเข้ามาในหัว
มันคือภาพของสำนักเมฆาคล้อยในอีกเจ็ดวันข้างหน้า...ท้องฟ้าเหนือสำนักกลายเป็สีเื เมฆาที่เคยดูขาวสะอาดกลับกลายเป็ใบหน้าคนนับพันที่กรีดร้องด้วยความเ็ป
เหนือแท่นพิธีกลางสำนักผู้าุโฉีและคนอื่นๆยืนล้อมรอบค่ายกลั์ที่กำลังสูบเอาโลหิตและิญญาของศิษย์สายนอกนับร้อยลงสู่ใต้ดินเพื่อหล่อเลี้ยง "บางสิ่ง" ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ
และในกลุ่มศิษย์ที่กำลังถูกสูบิญญานั้น...เขาเห็นร่างของตัวเองที่ดวงตาเลื่อนลอย ไร้ซึ่งลมหายใจ!
เฮือก!
หลินหยวนสะดุ้งสุดตัวพลังปราณในร่างสงบนิ่งลงทันที ิัที่เคยซีดขาวกลับมามีเืฝาดทว่าภายในกลับแฝงด้วยกลิ่นอายที่ลึกลับและยากจะหยั่งถึงเขาบรรลุการฝึกขั้นแรกของเต่าจำศีลแล้วทว่าความเย็นเยียบจากนิมิตนั้นยังคงเกาะกินใจ
"เจ็ดวัน...ข้ามีเวลาเหลืออีกเพียงเจ็ดวัน ก่อนที่ 'งานเลี้ยง' จะเริ่มขึ้น"
เขากำหมัดแน่นบัดนี้เนตรเร้นเงาของเขาสามารถมองเห็นกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในผนังห้องพัก
เขาพบว่าแม้แต่ไม้ที่ใช้สร้างหอพักแห่งนี้ก็ยังถูกอาบด้วยอาคมดึงดูดิญญาอย่างแเี ทุกวินาทีที่ศิษย์คนอื่นๆ นอนหลับพลังชีวิตของพวกเขาจะถูกสูบออกไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
'สำนักนี้มันคือสุสานที่ยังมีลมหายใจชัดๆ'
หลินหยวนลุกขึ้นยืนแววตาของเขาเปลี่ยนเป็เด็ดเดี่ยว เขาจะไม่รอให้โชคชะตามาถึงตัว แต่เขาจะเริ่ม"ตัดเส้นด้าย" แห่งความตายนี้ทิ้งด้วยมือของเขาเอง
ท่ามกลางความเงียบสงัดที่สั่นประสาทหลินหยวนใช้เคล็ดเต่าจำศีลห่อหุ้มร่างกายจนไร้ซึ่งกลิ่นอายมวลมนุษย์เขาเร้นกายออกจากหอพักมุ่งหน้าไปยัง 'เรือนพักท้ายเขา'สถานที่ซึ่งในนิมิตระบุว่าเป็จุดที่ "ศิษย์พี่ถัง"ผู้อาภัพพำนักอยู่
ตลอดเส้นทางเนตรเร้นเงาของเขาฉายภาพความจริงที่ชวนให้สะอิดสะเอียนพื้นดินที่ดูเหมือนดินธรรมดากลับมี "รากไม้สีโลหิต"ชอนไชไปทั่วชั้นใต้ดิน
พวกมันขยับเขยื้อนอย่างหิวโหยคอยดึงดูดปราณิญญาจากศิษย์ที่เดินผ่านไปมาอย่างเชื่องช้า
เมื่อถึงเรือนพักที่ทรุดโทรมจนแทบพังทลายหลินหยวนพบร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ต้นท้อที่เหี่ยวเฉา
ิัของเขาแห้งกรังติดกระดูกดวงตาข้างหนึ่งถูกทำลายจนเหลือเพียงหลุมลึกที่ดำมืด
"ศิษย์พี่ถัง..."หลินหยวนกระซิบแ่เบาพร้อมกับคลายอำนาจพรางตัวลงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ดวงตาิญญาของอีกฝ่ายััได้
ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวมือที่สั่นเทาคว้ามีดสั้นที่บิ่นพังขึ้นมาขู่
"ใคร!ใครส่งเ้ามา... พวกเก็บเกี่ยวใช่ไหม? พวกมันยังเอาเนื้อหนังของข้าไปไม่พออีกหรือ!"
หลินหยวนก้าวเข้าไปในระยะแสงจันทร์ที่สาดส่อง
"ข้าไม่ใช่พวกมันข้าคือผู้ที่เห็น 'ความจริง' แบบเดียวกับท่าน"
เนตรวิวัฒนาการแจ้งเตือนสถานะของคนตรงหน้าทันที:
[ตรวจพบ: ถังจิ่ว -อดีตอัจฉริยะสายนอก]
[สถานะ: ิญญาแหลกสลาย80%- ถูกสูบโลหิตหัวใจไปแล้วสามส่วน]
[ความลับ: เขามี 'กุญแจ' ที่ใช้เปิดค่ายกลลับใต้สำนักซึ่งเขาแอบซ่อนไว้ในเบ้าตาที่กลวงโบ๋]
"เ้า...เ้าเห็น?" ถังจิ่วลดมีดลง น้ำเสียงสั่นเครือ
"ถ้าเ้าเห็น...เ้าจะรู้ว่าอีกเจ็ดวันโลกนี้จะกลายเป็นรกพวกมันจะใช้พวกเราเป็เชื้อเพลิงเพื่อปลุก 'อสูรา'ที่เ้าสำนักเลี้ยงไว้ใตู้เา!"
"ข้าเห็นและข้าไม่ได้มาเพื่อตาย" หลินหยวนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เหลืออยู่ข้างเดียวของศิษย์พี่
"ข้า้าวิธีทำลายค่ายกลหลัก...หรืออย่างน้อย ก็วิธีที่จะทำให้ข้ามีชีวิตรอดเพื่อฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก"
ถังจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
"ถ้าเ้าอยากรอด...เ้าต้องไปที่ 'ถ้ำน้ำแข็งทมิฬ' หลังเขาคืนนี้ที่นั่นมีศพของผู้าุโคนก่อนที่พยายามขัดขวางเื่นี้ถูกขังไว้ในกระดูกหน้าแข้งของเขามีเคล็ดวิชา 'สลายิญญา' ซ่อนอยู่...แต่นั่นคือเขตต้องห้ามที่แม้แต่แมลงสักตัวก็ยังเข้าไม่ได้!"
หลินหยวนขยับยิ้มเย็นแววตาคมปลาบ
"สำหรับคนอื่นอาจจะเข้าไม่ได้...แต่สำหรับข้า ไม่มีที่ใดที่เงามืดเข้าไปไม่ถึง"
ความหนาวเหน็บจาก 'ถ้ำน้ำแข็งทมิฬ' เริ่มแผ่ซ่านออกมาั้แ่ยังไม่ถึงปากทางเข้ายิ่งหลินหยวนก้าวลึกเข้าไปในเขตหวงห้าม
ความมืดรอบกายยิ่งทวีความเข้มข้นจนดูเหมือนของเหลวที่พยายามจะแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนเนตรเร้นเงาของเขาฉายภาพ 'ข่ายอาคมดักิญญา'ที่ซ้อนทับกันนับร้อยชั้นพวกมันขยับวูบวาบดุจใยแมงมุมที่อาบด้วยยาพิษ
[ตรวจพบ:ข่ายอาคมเหมันต์ดับชีพ]
[สถานะ: ทำงานรุนแรง]
[คำเตือน:หากััไอเย็นนี้เกิน 30 ลมหายใจเืในร่างจะกลายเป็ผลึกน้ำแข็ง และจิติญญาจะถูกแช่แข็งชั่วนิรันดร์]
หลินหยวนเร่งเร้าเคล็ดเต่าจำศีลจนถึงขีดสุดร่างกายของเขาบัดนี้ไร้ซึ่งอุณหภูมิ ไร้ซึ่งกลิ่นอายชีวิต
เขาเคลื่อนกายประดุจเงามืดที่วูบผ่านรอยแยกของอาคมไปอย่างแ่เบาทุกครั้งที่เท้าััพื้นน้ำแข็งที่เยือกแข็ง เขาจะใช้ปราณย้อนกลับสลายแรงสั่นะเืทิ้งทันที
เมื่อก้าวเข้าสู่ใจกลางถ้ำภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้หลินหยวนต้องชะงักนิ่งท่ามกลางแท่งน้ำแข็งสีดำขลับที่งอกเงยจากเพดานและพื้นถ้ำมีร่างของชายชราคนหนึ่งถูกโซ่ตรวนที่สลักอักขระสีเืล่ามไว้กับผนังถ้ำอย่างแ่า
ร่างนั้นกึ่งแห้งกรังกึ่งเป็ผลึกน้ำแข็ง ทว่าแววตาที่เหลือเพียงข้างเดียวกลับยังคงฉายประกายแห่งความอาฆาตแค้นไม่เสื่อมคลาย
"นั่นคือ...ผู้าุโคนก่อนที่ศิษย์พี่ถังพูดถึง" หลินหยวนพึมพำในใจ
เขาเดินเข้าไปใกล้ซากศพที่ยังมีไอิญญาหลงเหลืออยู่อย่างระมัดระวังเนตรวิวัฒนาการกวาดมองไปที่กระดูกหน้าแข้งตามคำบอกเล่า ทันใดนั้นแสงสีม่วงเข้มพลันสว่างวาบขึ้นมาในโสตประสาทเผยให้เห็นลายแทงอักขระที่ถูกสลักไว้ด้วยปลายนิ้วลงไปในเนื้อกระดูกโดยตรง
[วิเคราะห์วัตถุโบราณ:อัฐิสลักอักขระ]
[ตรวจพบ:เคล็ดวิชาสลายิญญา (ฉบับต้องห้าม)]
[เงื่อนไขการเรียนรู้:ต้องมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวพอจะแบกรับ 'คำสาปของผู้ล่วงลับ'ได้]
ในขณะที่หลินหยวนกำลังจะยื่นมือไปัักระดูกนั้นเองพื้นถ้ำพลันสั่นะเือย่างรุนแรง เสียงน้ำแข็งแตกดังสนั่นหวั่นไหว
เงามืดขนาดั์เริ่มก่อตัวขึ้นจากไอเย็นที่พุ่งพล่านมันคือ 'อสูรเหมันต์' ผู้พิทักษ์ถ้ำที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวิญญาของศิษย์นับพันที่เคยตายอยู่ที่นี่!
ดวงตาสีแดงฉานของมันจับจ้องมาที่หลินหยวนพร้อมกับเสียงคำรามที่ทำให้ถ้ำทั้งถ้ำสั่นคลอน
เสียงคำรามของอสูรเหมันต์ดังสะท้อนกึกก้องไปตามผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งทมิฬแรงสั่นะเืนั้นรุนแรงจนหยาดน้ำแข็งแหลมคมนับพันที่ห้อยระย้าอยู่บนเพดานถ้ำเริ่มปริแตกและพุ่งดิ่งลงมาดุจห่าฝนศัตราวุธ
ทัศนวิสัยของหลินหยวนถูกบดบังด้วยละอองน้ำแข็งสีขาวโพลนทว่าภายในโสตประสาทของเขากลับกึกก้องไปด้วยเสียงเตือนที่แหลมคมของเนตรวิวัฒนาการ
[ตรวจพบ:ขอบเขตเยือกแข็งสัมบูรณ์]
[สถานะ:ร่างกายกำลังถูกกัดกร่อนด้วยไอเย็นระดับศูนย์องศาในทุก 0.1 วินาที]
[คำแนะนำ:การป้องกันด้วยปราณระดับพื้นฐานจะยิ่งทำให้กระบวนการแช่แข็งรวดเร็วขึ้น...ทางรอดเพียงหนึ่งเดียวคือ 'การสลายตัวตน']
หลินหยวนจ้องมองไปยังเงามืดมหึมาเบื้องหน้าอสูรเหมันต์ที่ถือกำเนิดจากความแค้นของศิษย์นับพันปีบัดนี้มันกำลังง้างกรงเล็บน้ำแข็งั์ที่อาบด้วยไอสังหารสีม่วงเข้มเตรียมจะฟาดฟันลงมาเพื่อปลิดชีวิตผู้บุกรุก
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ตายนั้นเองหลินหยวนกลับกระทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดจนแม้แต่จิติญญาของผู้ล่วงลับยังต้องสั่นสะท้าน
เขาไม่เพียงไม่โคจรปราณเพื่อป้องกันตัวแต่กลับกระตุกจุดชีพจรหลักทั่วร่างเพื่อ 'สลาย'เกราะปราณทั้งหมดทิ้งไปร่างกายของเขากลายเป็เพียงเนื้อหนังมังสาที่ไร้การป้องกันยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะที่สามารถแช่แข็งิญญาได้ในพริบตา
"หากข้าหวาดกลัวต่อความตายข้าคงไม่มีวันหลุดพ้นจากกรงขังที่พวกเ้าสร้างขึ้น!"
เขาคำรามก้องพร้อมกับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงคมน้ำแข็งที่พุ่งลงมาจากเพดานกรีดผ่านหัวไหล่และสีข้างของเขาจนเืสีแดงสดกระเซ็นลงบนพื้นหิน
เืนั้นยังไม่ทันจะตกลงถึงพื้นก็กลายเป็ผลึกสีทับทิมที่งดงามทว่าน่าเศร้าใจาแที่เกิดขึ้นลึกจนเห็นกระดูก แต่หลินหยวนกลับไม่แม้แต่จะกระพริบตาแววตาของเขายังคงจดจ้องไปที่ดวงตาสีแดงฉานของอสูรตนนั้น
ทันทีที่กรงเล็บั์ของอสูรเหมันต์ัักับหน้าอกของเขาความเย็นเยียบที่ขั้วหัวใจพลันหยุดชะงักลง
ทุกสิ่งรอบกายคล้ายกับถูกหยุดเวลาไว้ภาพอสูรกายที่น่าสะพรึงกลัวเริ่มบิดเบี้ยวและสลายกลายเป็ละอองแสงสีขาวนวลก่อนจะควบแน่นกลายเป็ร่างเงาสลัวของชายชราผู้ถูกล่ามโซ่
ชายชราจ้องมองหลินหยวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเลื่อมใส
"ความตาย...สำหรับบางคนคือจุดจบ แต่สำหรับเ้า มันคือจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้"เสียงแหบพร่าดังกังวานขึ้นในห้วงจิตของหลินหยวน
"เ้ากล้าหาญพอที่จะเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าดังนั้นเ้าจึงคู่ควรกับวิถีที่ถูกสาบแช่งนี้"
กระดูกหน้าแข้งของศพที่ถูกแช่แข็งพลันปริแตกออกด้วยเสียงดังสนั่นแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะลักออกมาจากรอยแตกนั้นมันคือคัมภีร์แผ่นทองคำขนาดจิ๋วที่สลักอักขระโบราณไว้หนาแน่นจนดูเหมือนลายเส้นของจักรวาล
คัมภีร์นั้นพุ่งเข้าสู่กึ่งกลางระหว่างคิ้วของหลินหยวนทันทีความรู้มหาศาลไหลบ่าเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนที่พังทลายความเ็ปที่ได้รับรุนแรงจนเขาต้องคุกเข่าลงกับพื้นหินน้ำตาเืไหลซึมออกจากดวงตา
[กระบวนการถ่ายทอด:เสร็จสมบูรณ์]
[บรรลุ: วิชาสลายิญญา(ขั้นต้น) — พลังอำนาจที่สามารถเปลี่ยนสสารให้กลายเป็ความว่างเปล่า]
[สถานะใหม่:ปราณแท้จริงถูกย้อมด้วยสีม่วงทองมอบความสามารถในการทำลายล้างกฎเกณฑ์ของสำนักเมฆาคล้อย]
ร่างของชายชราบนผนังถ้ำเริ่มสลายกลายเป็ฝุ่นผงไปตามสายลมที่เคยหนาวเหน็บโซ่ตรวนอาคมที่เคยล่ามเขาไว้บัดนี้แตกสลายกลายเป็เศษเหล็กไร้ค่า ก่อนจะเลือนหายไปชายชราทิ้งรอยยิ้มสุดท้ายที่ดูเหมือนการหลุดพ้นไว้ให้หลินหยวน
หลินหยวนหยัดกายขึ้นอย่างช้าๆาแทั่วร่างเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็จางๆที่สื่อถึงการผ่านความตายมาได้ เขารู้สึกถึงพลังสายใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรมันเป็พลังที่เงียบเชียบทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจในการทำลายล้างที่น่าขนลุก
เขาสะบัดมือเบาๆไปยังแท่งน้ำแข็งขนาดมหึมาที่อยู่เบื้องหน้า ทันทีที่ปลายนิ้วััน้ำแข็งที่เคยแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้ากลับระเหยกลายเป็ไอในพริบตาเดียวโดยไร้ซึ่งเสียงะเิใดๆ
'อีกเพียงหกวันเท่านั้น...'หลินหยวนพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ 'พวกเก็บเกี่ยวทั้งหลาย จงเตรียมตัวให้ดีเพราะงานเลี้ยงที่พวกเ้าเฝ้ารอ... จะเป็วันตายที่ข้าเตรียมไว้ให้พวกเ้าทุกคน!'
เขาทะยานออกจากถ้ำน้ำแข็งทมิฬประดุจเงาปีศาจที่หลุดพ้นจากขุมนรกทิ้งไว้เพียงถ้ำที่ว่างเปล่าซึ่งไร้ซึ่งความหนาวเหน็บอีกต่อไป บัดนี้หลินหยวนได้กลายเป็ "ตัวแปร"ที่จะทำให้รากฐานของสำนักเมฆาคล้อยต้องสั่นะเืถึงแก่นแท้
******************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร