“หนุ่มหล่อคนเมื่อกี้แฟนเราหรือเปล่าน้อง”พี่ลิลลี่ที่เดินผ่านมาที่โต๊ะของฉันถามขึ้น
“บัดดี้ค่ะพี่ลิลลี่”ฉันก็อยากให้เขาเป็แฟนฉันเหมือนกันนะ แต่เขาเ้าชู้เกินไปฉันยังไม่พร้อมเสี่ยง
“หนุ่มวิศวะนี่ พี่จำได้แล้ว มีเพื่อนหล่อขนาดนี้ไม่แนะนำให้พี่รู้จักบ้างเลยนะ”
“อยากรู้จักจริงๆหรอคะพี่ลิลลี่”ฉันมองหน้าพี่ลิลลี่อย่างไม่แน่ใจนักว่าเธอ้าแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า
“ถ้าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่าง”เธอจีบปากจีบคอพูดอย่างน่ารัก
“เอายังไงคะพี่ น้องงงนะ จะให้แนะนำหรือเปล่า” ฉันยิ้มแกล้งไม่เข้าใจความ้าของพี่สาขา เธอตีฉันเบาๆที่แขนทีหนึ่งเมื่อรู้ว่าฉันแกล้งเธอ
“ก็แบบว่าแนะนำก็ได้ พี่เป็พวกอัธยาศัยดีชอบรู้จักคนเยอะๆ” พี่ลิลลี่จีบปากจีบคอพูดกับฉันเช่นเคยเธอคงอยากรู้จักแดนเข้าแล้วจริงๆ แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ถ้าขอให้เขามาทำความรู้จักพี่สาขาของฉันเขาจะยอมมาไหมนะฉันสอดส่องสายตามองหาเขาไม่นานก็พบว่าเขามองฉันอยู่ที่โต๊ะโซนวีไอพีฝั่งตรงข้ามซึ่งไกลเกินกว่าที่เขาจะได้ยินเสียงเรียกของฉัน ฉันเลยลองโบกมือเรียกเขาดูเขาชี้มือเขาหาตัวเอง พร้อมกับขยับปากถามว่าฉันเรียกเขาหรือเปล่า ฉันจึงพยักหน้าบอกว่าใช่เขาก็เดินเข้ามาหาฉัน
“น้องเรียกมาแล้ว พี่ลิลลี่คุยกับเขาเองนะคะ”ฉันรีบบอกกับพี่สาขาก่อนที่แดนจะเดินมาได้ยินที่ฉันพูด
“จ้า ขอบใจนะจ๊ะคนสวยของพี่”พี่ลิลลี่กอดขอบคุณฉันแบบที่สาวๆ ชอบทำ
“ไม่เป็ไรค่ะ” เพราะพี่ลิลลี่เป็พี่สาขาหรอกนะฉันเลยยอมเรียกแดนให้มาทำความรู้จักกับเธอน่ะถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่นขอฉันแบบนี้บอกได้คำเดียวว่า ‘ไม่มีทาง’
“ว่ายังไงน้อง” ไอ้บ้าแดน แทนที่จะเดินมายืนข้างๆฉันเฉยๆ เขากลับเดินมาโอบเอวฉันซะงั้น พี่ลิลลี่ทำตาโตส่งสายตาล้อเลียนมาให้ฉัน
“พอดีพี่สาขาอยากรู้จักน่ะ” ฉันแกะมือเขาที่โอบเอวฉันออกก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะปล่อยให้แดนยืนคุยกับพี่ลิลลี่อยู่ตรงนั้น
“สวัสดีครับ แดนครับ”แดนก้มหัวให้พี่ลิลลี่และกล่าวทักทายเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะน้องแดน เห็นน้องน้องว่าเรียนวิศวะหรอคะมาเที่ยวเหมือนกันหรอ” พี่ลิลลี่เปลี่ยนมาใช้เสียงสอง เธอมักดัดเสียงให้เล็กลงเวลาคุยกับผู้ชายและพยายามทำตัวเป็สาวน้อยน่ารัก
“ครับ พอดีมารอรับน้องกลับบ้านน่ะครับ”ฉันหน้าเหวอทันทีที่แดนพูดจบประโยค เอาแล้วไงไอ้บ้าแดนฉันเพิ่งบอกพี่ลิลลี่ว่าเราเป็บัดดี้กันไปหยกๆแล้วเขาดันมาพูดกำกวมถึงความสัมพันธ์เราแบบนี้เนี่ยนะ
“หรอคะ เห็นน้องน้องว่าเป็บัดดี้กันหรอ”พี่ลิลลี่ยังคงจีบปากจีบคอทำเลี้ยงเล็กเสียงน้อยคุยกับเขา
“ครับ พอดีคุณพ่อน้องท่านฝากให้ช่วยดูแลน้องน่ะครับเลยตามมานี่ คงไม่ได้รบกวนกิจกรรมทางสาขานะครับ” คิดถึงเื่นี้ก็ได้แต่เซ็งตอนที่ฉันรู้ว่าป่าป๊าขอให้เขาช่วยดูแลฉัน ฉันก็โทรไปวีนกับท่านยกใหญ่จะให้เขามาดูแลฉันเื่อะไรกันฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่ต้องมีคนคอยตามดูแลแล้วนะตอนที่ฉันโทรไปท่านก็พูดถึงแต่เื่ความสบายใจของหม่าม้าฉันทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ปลง ฉันเลยคุยตกลงกับแดนเขาก็บอกว่าจะยุ่งเฉพาะเวลาฉันมาเที่ยวคลับหรือไปพวกงานเลี้ยงสังสรรค์เท่านั้นและให้ฉันบอกเขาทุกครั้งที่มาไม่งั้นเขาจะเอาเื่ที่ฉันมาเที่ยวกลางคืนไปฟ้องพวกท่านฉันเลยได้แต่ตอบตกลงเพราะฉันไม่มีอะไรไปต่อรองเขาเลยน่ะสิเกิดเป็ลูกสาวนี่ลำบากก็เื่นี้แหละ
“ไม่กวนเลยจ้า เราไม่ได้ปิดร้านเลี้ยงนี่นา ใช่ไหมคะน้องน้องบอกเพื่อนๆ มาแจมด้วยกันก็ได้นะ ถ้าสะดวกพี่นั่งโต๊ะโน้น แวะไปชนแก้วกับพี่บ้าง”พี่ลิลลี่ไม่พูดชวนเปล่ายังแตะมือเขาด้วยพร้อมกับชี้ชวนให้เขาไปนั่งที่โต๊ะตัวเองซะอย่างนั้นฉันไม่รู้จะทำหน้ายังไง ได้แต่ยิ้มให้ทั้งสองคน และนั่งดื่มเหล้าที่เหลือในแก้วตัวเองอย่างทำตัวไม่ถูก
“ขอบคุณครับ” พี่ลิลลี่เดินไปแล้ว ฉันเงยหน้ามองเขาตอนคุยกับพี่ลิลลี่ก็ดูยิ้มแย้มเป็มิตรดีอยู่หรอกแต่พอพี่ลิลลี่เดินลับไปกลับทำหน้าั์ใส่ฉันซะอย่างนั้นเขาดันไหล่ฉันให้ขยับไปนั่งเก้าอี้ตัวในแล้วตัวเองก็นั่งลงเบียดฉันอยู่แบบนั้น นี่คือจะลงโทษที่ฉันเรียกให้มาคุยกับคนอื่นอย่างนั้นหรอ
“พี่ลิลลี่เค้าอยากรู้จักแดนเราก็เลยเรียกแดนมาทำความรู้จักกับพี่เค้า”เขาจ้องหน้าฉันแล้วขยับแขนขึ้นพาดบนราวเก้าอี้ในท่วงท่าที่เหมือนกับว่าเขากำลังโอบไหล่ของฉันอยู่ฉันขยับตัวให้ห่างจากเขา แต่เขากลับใช้มือจับหัวไหล่ของฉันไว้
“ก็รู้จักแล้วไง”เขาตอบฉันเสียงห้วนแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ขอโทษนะถ้าทำให้โกรธ” แล้วฉันจะขอโทษเขาทำไมนะ
“อืม ทีหลังอย่าทำอีกเื่ผู้หญิงถ้าเราชอบเราจัดการเอง ไม่ต้องแนะนำใครให้ทั้งนั้น” บ้าหรอใครจะอยากไปแนะนำผู้หญิงคนอื่นให้คนที่ตัวเองแอบชอบกัน ฉันไม่ได้บ้าขนาดนั้นหรอกนะ
“อืม รู้แล้ว กลับโต๊ะตัวเองไปได้แล้ว”เขาปัดมือเขาออกจากหัวไหล่เขายอมลุกขึ้นแล้วใช้มือยีหัวฉันอย่างมันเขี้ยวก่อนจะเดินจากไป
“มีอะไรกันหรอน้อง” น้ำเดินเข้ามาเมื่อเห็นว่าแดนไปแล้ว
“เห็นนานแล้วใช่ไหมทำไมไม่มาช่วยกันเลยล่ะน้ำแดนเกือบจะกินหัวน้องเชียวนะ” ฉันพูดกับเพื่อนเหมือนอยากจะร้องไห้เมื่อกี้เขาทำเสียงดุน่ากลัวชะมัด
“เฮ่อ เฮ่อ เฮ่อ ขอโทษน๊า น้ำก็ไม่กล้ามาแดนทำหน้าดุขนาดนั้น น้ำไม่อยากเสี่ยง” น้ำยิ้มแห้งส่งให้ฉัน
“แดนไม่ดุน้ำหรอก ดุแต่น้องนี่แหละแล้วหนึ่งกับนุ่มนิ่มล่ะ” ฉันมองหาเพื่อนรักทั้งสองคนของฉันก่อนหน้านี้ยังเห็นเต้นรวมกับคนอื่นๆ อยู่เลย
“พอเห็นแดนมาก็ไปนั่งดื่มกับพวกทอฝันน่ะน้ำก็ว่าจะมาเรียกน้องให้ไปด้วยกันอยู่เนี่ย”
“เป็เพื่อนที่ดีจริงๆ โอเค งั้นไปกัน ไม่เมาไม่กลับวันนี้มีคนขับรถมารับแล้ว” ฉันบ่นเพื่อนสาวทั้งสองอย่างไม่จริงจังนัก
“อิ อิ อิ”เราหัวเราะแล้วจับมือกันเดินไปหากลุ่มเพื่อนที่เริ่มรวมตัวกันเป็กลุ่มขนาดใหญ่แล้ว
“มาๆ น้ำ น้อง มาชนแก้วกันหน่อย”ทอฝันยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับพวกเราที่มาใหม่ เพื่อนคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นชนแก้วกันด้วยกลายเป็ว่าตอนนี้พวกเราปีสองได้รวมตัวกันดื่มและเต้นกันอย่างสนุกสนานและต่างคนก็ต่างเริ่มเมากันแล้วด้วย
“นอกจากจะต้องดูแลรุ่นน้องเอ็นเตอร์เทนรุ่นพี่แล้วยังต้องเก็บศพเพื่อนๆ ขี้เมาด้วยเกิดเป็ไอ้ตามนี่มันน่าสงสารซะจริง” ฉันได้ยินเสียงเพื่อนผู้ชายพูดอยู่บนหัวตอนนี้ฉันมึนหัวมากๆ เลย คงเพราะแข่งกันดื่มกับเพื่อนๆกลุ่มใหญ่พวกเราก็เลยเมาและมีสภาพไม่ต่างกันแบบนี้
“เดี๋ยวกูกับเพื่อนจัดการกลุ่มนี้เอง มึงไปดูแลเพื่อนๆคนอื่นเถอะ” ฉันได้ยินเสียงผู้ชายที่ฉันชอบอยู่ใกล้ๆนี่เป็เสียงของเขาใช่หรือเปล่า หรือฉันเมามากจนหูฝาดไปนะ
“จะเอาแบบนั้นหรอวะ ยังไงก็ฝากไปส่งเพื่อนๆ กูด้วยนะ”เสียงตามยังคงพูดกับผู้ชายคนนั้น
“ได้ เดี๋ยวพวกกูจัดการกันเอง ยังไงก็บัดดี้กูมึงไปเถอะ ขอบใจที่ช่วยดูแลก่อนหน้านี้” แล้วนี่เสียงใครกันอีก ฉันพยายามหรี่ตามองไปยังเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ก็เห็นว่าเป็ดินที่กำลังยืนเท้าสะเอวมองพวกเราอยู่
“ขี้เมาเอ๊ย น้อง น้อง ลุกไหวหรือเปล่า”เสียงของแดนที่พูดอยู่ข้างๆ หูฉัน ทำให้สติที่เลือนรางของฉันตื่นขึ้นมาชั่วขณะ
“อ้าว แดน มาได้ยังไง แล้วเพื่อนๆ น้องไปไหนกันหมด” ฉันถามเขาเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่นั่งดื่มด้วยกันหายไปหมด
“นี่ไงน้ำ นี่นุ่มนิ่ม แล้วก็หนึ่งอยู่โน่นไอ้เดียวกำลังอุ้มไปแล้ว” เขาจับหัวฉันให้มองไปที่เพื่อนของฉันทีละคนอย่างช้าๆ
“ไหวไหม ไหนลองลุกขึ้นนั่งดูหน่อย ลุกไหวหรือเปล่า”เขาพยุงฉันให้ลุกขึ้นนั่ง แต่โลกมันหมุนซะจนฉันทรงตัวไม่อยู่ทำท่าจะล้มหงายท้องซะให้ได้
“โลกหมุนติ้วๆ เลยแดน”ฉันหลับตาลงเพราะรู้สึกเวียนหัวไปหมด
“ขี้เมาเอ๊ย มาขี่หลังเรา จะได้กลับห้องกันสภาพนี้เดินไม่ไหวหรอก ทำไมกินไม่ประมาณตัวแบบนี้นะ”เขาก้มลงแล้วดึงฉันขึ้นมาขี่หลังเขา ฉันรัดคอเขาแน่นเพราะกลัวตก
“อย่ารัดคอสิ หายใจไม่ออก คลายมือออกเดี๋ยวนี้นะ”เขาตีมือฉันเบาๆ เป็สัญญาให้คลายมือออกจากคอของเขา
“น้องกลัวตกนี่”
“แต่เราหายใจไม่ออกจับข้อมือตัวเองไว้แล้วโน้มตัวมาด้านหน้า”ฉันทิ้งตัวลงบนหลังเขาและทำตามที่เขาบอกแต่โดยดี แต่ตอนนี้ฉันเวียนหัวมากจริงๆจากนั้นไม่นานสติที่เหลืออยู่น้อยนิดของฉันก็หลุดลอยไป