สองคนนี้คนหนึ่งคือแม่เฒ่าหวงที่ถังชวนเคารพนับถือมากที่สุดส่วนอีกคนก็คือครูประจำชั้นที่ถังชวนชื่นชอบมากที่สุด สองคนนี้สนทนากันแล้วมีช่องให้เขาเอ่ยแทรกที่ไหน ที่นั่งก็ไม่มีเขาจึงยืนยิ้มฟังพวกเธอคุยกันอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นโจวฉวินถามตนเองก็รีบพยักหน้าทันที
แม่เฒ่าหวงก็ไม่เกรงใจหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ เก็บงำรอยยิ้ม พลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าประหลาดใจว่า“แม่หนู คำพูดที่หนูพูดในตอนท้ายเมื่อครู่นี้ทำให้เ้าตะพาบนั่นใไม่เบาเลยดูจากท่าทีการวางมาดของหนูแล้วไม่เหมือนกำลังหลอกเขาหนูจะบอกให้ยายแก่อย่างฉันรู้หน่อยได้ไหมว่า หนูมีภูมิหลังแบบไหนกันแน่ยายอายุยิ่งมากก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น หากหนูไม่บอกยายคืนนี้ยายต้องนอนไม่หลับแน่นอน!”
ถังชวนก็อยากรู้เื่นี้เช่นกันจึงตั้งใจเงี่ยหูฟังอยู่ข้างๆ
โจวฉวินอึ้งไปเล็กน้อยเธอมองสองคนที่มีสีหน้าอยากรู้อยากเห็นแล้วก็พลันปิดปากหัวเราะทั้งยังหัวเราะหนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีความสุข
ถังชวนกับแม่เฒ่าหวงมองหน้ากัน“มีอะไรน่าหัวเราะเหรอ”
โจวฉวินอดหัวเราะไม่ได้“หนูดูหนังแล้วก็เรียนรู้มาจากในนั้น ทำไมคุณยายถึงได้เชื่อเป็จริงเป็จังล่ะคะ”เอ่ยจบ ก็หัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมาอีก
แม่เฒ่าหวงอึ้งไปเล็กน้อยทันใดนั้นก็ตบหน้าขา แล้วหัวเราะเสียงดังอยู่ครู่หนึ่ง “ดีแม่หนูไม่ไปแสดงละครนั้นน่าเสียดายจริงๆ กระทั่งยายยังถูกหลอก!”ถังชวนที่อยู่อีกด้านก็เม้มปากยิ้ม พลางคิดในใจว่า ‘ฉันก็ว่าครูโจวจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคนแบบนั้นได้อย่างไร!’
โจวฉวินหัวเราะอยู่พักหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “คุณยาย ความจริงแล้วเมื่อเทียบกับคุณยาย หนูยังห่างชั้นอีกมากคำพูดพวกนั้นของคุณยาย ไม่เพียงแต่ทำให้เ้าลูกเต่านั่นตะลึงค้างแต่ยังทำให้คนอื่นๆ ตะลึงค้างตามไปด้วย หนูอยากจะถามคุณยายว่า หากคุณยายของหนูเจอกับคุณยายควรจะเรียกคุณยายว่าอะไรดีคะ”
ความจริงแล้วคำพูดนี้ของเธอก็แค่อยากจะถามอายุของแม่เฒ่าหวงเพราะจากคำพูดของเธอ เกรงว่าจะไม่ใช่แค่อายุร้อยปีแล้วแต่เมื่อดูสภาพร่างกายกลับไม่เหมือนเช่นนั้น ดังนั้นการถามอ้อมโลกแบบนี้จะไม่เป็การเสียมารยาทต่อผู้าุโและพอจะรู้คำตอบคร่าวๆ ด้วย
แม่เฒ่าหวงอึ้งแววตามีประกายชื่นชมพาดผ่านเล็กน้อย เธอหันไปเอ่ยกับถังชวนว่า “เสี่ยวชวนจื่อเอ๋ยเธอดูสิ นี่ถึงจะเรียกว่าปัญญาชน พูดจามีความรู้! ครูคนนี้ของเธอโดดเด่นจนหาไม่ได้อีกแล้ว เธอต้องตั้งใจเรียนรู้จากเธอนะ! หากไม่เชื่อฟังคุณครู ยายไม่ยกโทษให้เธอแน่!”
ถังชวนรีบพยักหน้า“ครับ!”
โจวฉวินมองถังชวนแล้วเอ่ยยิ้มๆ “อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะในชั้นเรียนเสี่ยวชวนจื่อขึ้นชื่อเื่เชื่อฟังเลยนะคะ เขาก็เป็เด็กที่โดดเด่นอย่างหาได้ยากเหมือนกัน!”
แม่เฒ่าหวงมองถังชวนแล้วก็มองโจวฉวิน จู่ๆ ก็ยิ้ม พลางถอนหายใจ “ใช่แล้ว ล้วนเป็คนดีที่หาได้ยาก! น่าเสียดายน่าเสียดายที่เสี่ยวชวนจื่อเกิดช้าไปหลายปี...”
สายตาของแม่เฒ่าหวงคลุมเครือคำพูดก็คลุมเครือยิ่งกว่า โจวฉวินเป็บุคคลเฉลียวฉลาดจะฟังความนัยในคำพูดนั้นไม่ออกได้อย่างไร จึงหน้าแดงลามไปถึงลำคอทันทีแต่แสร้งทำเป็ฟังไม่เข้าใจ แล้วรีบเบนหัวข้อสนทนาไปเื่อื่นแทน
ถังชวนที่อยู่ข้างๆเห็นว่า จู่ๆ โจวฉวินก็หน้าแดงเป็มะเขือเทศก็รู้สึกประหลาดใจแต่เขาก็เป็คนฉลาดเช่นกัน ขบคิดในใจเล็กน้อยก็หน้าแดงก่ำเหมือนกัน หัวใจเต้นระรัวพลางนึกถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยเตะจมูกกับร่างบอบบางในอ้อมแขนตอนที่กอดโจวฉวินโดยไม่รู้ตัว
โจวฉวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อยทั้งที่หน้าแดงก่ำ“คุณยาย คุณยายยังไม่ตอบคำถามหนูเลยนะคะ คุณยายเป็ห่วงแต่เสี่ยวชวนจื่อของคุณยาย แต่เมื่อครู่ยังเรียกหนูว่าแม่หนูอยู่เลยตอนนี้กลับลำเอียงเสียแล้วคุณยายไม่กลัวว่าหนูกลับบ้านไปแล้วจะอยากรู้จนนอนไม่หลับบ้างเหรอคะ”
แม่เฒ่าหวงหัวเราะเหอะๆครู่หนึ่ง แล้วกะพริบตาซุกซนให้โจวฉวิน “ทำไม แม่หนูเรียนปุ๊บใช้ปั๊บได้แต่ยายแก่อย่างฉันแต่งเื่มั่วซั่วบ้างไม่ได้เหรอ”
โจวฉวินสบตากับแม่เฒ่าหวงพักหนึ่งทันใดนั้นก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ถังชวนที่อยู่ข้างๆก็หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเช่นกัน
คนภายในห้องหัวเราะมีความสุขส่วนคนที่แนบหูเข้ากับกำแพงด้วยความอยากรู้อยากเห็นข้างนอกห้องกลับตะลึงอ้าปากค้างล่วงเกินอันธพาลพวกนี้แล้ว ทำไมถึงยังมีความสุขขนาดนี้อีกหรือว่าสมองจะเลอะเลือนกัน
ทั้งสามคนในห้องหนึ่งคือเด็กหนุ่มที่สูญเสียแม่ั้แ่เยาว์วัย โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง หนึ่งคือหญิงหม้ายชราอายุมากตัวคนเดียว ไร้ครอบครัว หนึ่งคือคุณครูที่อยู่ต่างแดนและเป็แขกต่างถิ่นเพียงคนเดียว
ปกติสามคนนี้เป็คนที่ยิ้มน้อยมากมีเพื่อนน้อยมาก และโดดเดี่ยวเดียวดายมาก ทว่าการได้พบกันในวันนี้ในใจพวกเขาล้วนมีความสุขและเบิกบานใจอย่างยากจะอธิบาย
แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาในห้องขนาดเล็กที่มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ และกำแพงรอบด้านที่ทรุดโทรม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
โจวฉวินหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “วันนี้มีความสุขจริงๆ นานมากแล้วที่ไม่ได้หัวเราะแบบนี้เอาแบบนี้แล้วกัน! รอวันที่เหมาะสมก็ไม่สู้ปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติวันนี้หนูเป็เ้าภาพ เชิญเสี่ยวชวนจื่อกับคุณยายออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยกันพวกเรารวมตัวกันสักหน่อยไหมคะ”
แม่เฒ่าหวงรีบโบกมือ“ได้อย่างกัน จะให้หนูที่เป็คุณครูจ่ายเงินได้อย่างไร ในสมัยพวกเราครูสอนพิเศษตามบ้านนั้นเป็แขกเลยนะ จะให้หนูเลี้ยงได้อย่างไร ไม่ได้ไม่ได้เด็ดขาด!”
โจวฉวินเอ่ยยิ้มๆ“คุณยาย คุณยายคงไม่ได้รังเกียจหนูซึ่งเป็คุณครูที่มีรายได้น้อยที่เลี้ยงอาหารในโรงแรมไม่ไหวหรอกใช่ไหมคะ”
แม่เฒ่าหวงยังคิดจะพูดถ่อมตัวและไม่ยอมรับต่อแต่กลับได้ยินเสียงเคาะประตูก๊อกๆ ดังลอยมา
แม้ว่าตอนนี้ใบหน้าของทั้งสามคนจะเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแต่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ก็กลายเป็นกตื่นธนู[1]ทันทีหลังสบตากันแวบหนึ่ง ใบหน้ายิ้มแย้มก็ค่อยๆ เคร่งขรึม
โจวฉวินสูดลมหายใจลึกแล้วรีบเอ่ยกับถังชวนว่า “เสี่ยวชวนจื่อ เธอดูแลคุณยายให้ดี ครูจะไปเปิดประตู!ครูไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะกล้าทำอะไร!”
เสียงเคาะประตูไม่ได้เผด็จการและรุนแรงเหมือนเมื่อจะกี้ถึงขั้นนุ่มนวลไร้เรี่ยวแรงเล็กน้อย โจวฉวินเพิ่งเปิดประตูก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์โชยมาเตะจมูกทันที ฉุนเสียจนเธอต้องรีบปิดจมูกแล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พลางขมวดคิ้ว เอ่ยว่า “คุณเป็ใคร”
ชายสูงคนหนึ่งซึ่งสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยหกสิบเิเพิงร่างอยู่ที่ประตูเขาก้มหน้าเผยให้เห็นศีรษะที่ยุ่งเหยิงเหมือนรังนก คล้ายกับอยากจะอาเจียนกลิ่นแอลกอฮอล์บนร่างเข้มข้นราวกับเพิ่งแช่ในไหเอ้อร์กัวโถว[2]มา
คนผู้นี้ได้ยินเสียงพูดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นใบหน้าธรรมดาที่จมูกและริมฝีปากแบนเขาถามตาปรือสะลึมสะลือด้วยความมึนเมาว่า “คุณเป็ใคร”
ดวงตาโจวฉวินฉายแววดูแคลนอย่างปิดไม่มิดเธอใช้มือพัดกลิ่นแอลกอฮอล์ “ฉันคือครูโจวฉวินของถังชวน คุณคือใคร”คนผู้นี้นิ่งอึ้ง ยื่นมือสองข้างที่ยันกำแพงเอาไว้ออกมาหมายจะจับมือเธอร่างจึงล้มลงไปโดยรู้ตัว “ไอ้...หยา ผม...ผม...ผมคือพ่อของ...ของ...ของถังชวนถังเซ่าตง สะ...สวัสดีครับ!”
โจวฉวินตะลึงไม่ได้จับมือเขา แต่รีบใช้มือสองข้างยันไหล่เขาเอาไว้ ไม่ให้เขาล้มลงมาแล้วหันหน้ากลับไปพูดอย่างยินดีว่า “ถังชวน คุณพ่อเธอกลับมา...” คำว่า “แล้ว”ของเธอยังไม่ทันได้พูด ก็เห็นสีหน้าของถังชวนกับแม่เฒ่าหวงบูดบึ้ง
ถังชวนไม่พูดไม่จาเดินหน้านิ่งเข้ามารับถังเซ่าตงจากมือของโจวฉวิน แล้วประคองเขาไปนอนที่เตียงในดวงตาของแม่เฒ่าหวงทั้งเกลียดชัง ทั้งโมโห ปากขยับเล็กน้อยคล้ายกับอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายกลับอดทนเอาไว้
โจวฉวินแค่คิดดูก็เข้าใจแล้ว!
ความจริงแล้วตัวการก่อกรรมทำชั่วที่ทำให้เกิดเื่ทั้งหมดเมื่อครู่นี้นั้นอยู่ตรงหน้านี่เอง!
ชายขี้เมาคนนี้เป็เขาที่ลากถังชวนลงเหวลึกอันมืดมิดไร้ก้นบึ้ง เป็เขาที่ติดพนันไม่เพียงแต่ทำลายครอบครัวตนเอง ยังทำลายครอบครัวผู้บริสุทธิ์ของลุงหวังด้วยและเกือบจะทำลายถังชวนเช่นกัน!
แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่รู้จักสำนึกผิดและปรับปรุงตัวไม่เคยรู้จักขอบคุณลูกชาย ไม่เคยรู้ว่าตนเองก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องฮึกเหิมแล้วแบกรับความรับผิดชอบที่สมควรจะทำ!
เ้าหนี้พวกนั้นถูกพวกเขาไล่ไปแล้วเขาดันหน้าด้านกลับมาด้วยความบังเอิญอย่างยิ่ง!
โจวฉวินมองทุกคนในห้องเงียบๆความรู้สึกหนักอึ้งและเศร้าโศกกดทับจนทำให้เธอรู้สึกหดหู่เธออยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เธอเป็คนนอก จึงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
แม่เฒ่าหวงคล้ายกับมีความแค้นกับถังเซ่าตงเมื่อเขาเข้าห้องมา เธอก็มีสีหน้าไม่พอใจ และเมื่อเห็นสภาพเมาเรื้อนของถังเซ่าตงก็กระทืบเท้าพลางแค่นเสียงหนักแล้วออกจากห้องไป
ถังเซ่าตงดิ้นรนเงยหน้าขึ้นเอ่ยอย่างสะลึมสะลือภายใต้การประคองของถังชวน“เสี่ยวชวนจื่อ ครูโจวไปแล้วเหรอ ลูกรีบไปส่งสิ!”
เข้าประตูมาปุ๊บก็ไล่แขกทันที!
ครูโจวลอบถอนหายใจแล้วเอ่ยกับถังชวนด้วยท่าทีอ่อนโยน “ถังชวน เธอดูแลคุณพ่อให้ดีเถอะครูกลับก่อนแล้วกัน! พรุ่งนี้ก็ไปเข้าเรียนให้ตรงเวลานะครูเป็ห่วงเธอมาก!” เอ่ยจบก็เตรียมจะออกไป
แต่ถังชวนกลับชิงเปิดประตูให้ก่อนแล้วเอ่ยว่า “ครูโจวครับ ผมไปส่งครูเอง! พ่อผมหลับไปแล้ว ไม่เป็หรอก!” เอ่ยจบก็มีเสียงกรนดังสนั่นลอยมาจากบนเตียง
โจวฉวินถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “ก็ได้ เดินไปด้วยกันหน่อย! ครูมีเื่อยากคุยกับเธอพอดี...”
ถังชวนเปิดประตูด้วยใจที่มีเื่ราวกองสุมอยู่เต็มอกคิดจะเอ่ยอะไรสักอย่าง แต่พอเงยหน้าขึ้น กลับเห็นคนคนหนึ่งอยู่ที่หน้าประตูเมื่อพิจารณามองให้ละเอียดแล้ว ก็ใจนร้องออกมาทันที “อ๊าก!!”
นี่คือผู้หญิงคนหนึ่งสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเ ผมยาวสยายปิดบังเครื่องหน้าทั้งห้าเอาไว้ทำให้มองเห็นหน้าไม่ชัดเธอสวมชุดสีดำกรมท่าเลี่ยมขอบทองที่จะใส่ในการแสดงงิ้วเท่านั้นผ้าขาวที่ต่อยาวออกมาจากแขนเสื้อลากพื้น ชายกระโปรงคลุมมิด เผยให้เห็นแค่ปลายรองเท้าปักสีแดงเพลิงด้านหน้าเท่านั้นมีกลิ่นอายน่าสะพรึงแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
หลายวันมานี้ถังชวนพบเจอเื่น่ากลัวและสัตว์ประหลาดมาบ้างแล้วว่ากันตามเหตุผล ตอนนี้เขามีความกล้าหาญมากกว่าแต่ก่อนไม่น้อย แต่ได้พบกับคนคนนี้ใน่เวลากลางวันอย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้เป็ใครก็ต้องสะดุ้งใกันทั้งนั้น!
แต่ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สิ่งนี้!
โจวฉวินเห็นว่าอยู่ๆ ถังชวนก็แหกปากร้องออกมา สีหน้าเดี๋ยวเขียวคล้ำ เดี๋ยวซีดขาวเหมือนกับเห็นผีอยู่ที่หน้าประตู ตนเองจึงมองออกไปข้างนอกแวบหนึ่ง ก็ไม่เห็นอะไรมีแต่ความว่างเปล่า จึงหันหน้ากลับมาเอ่ยยิ้มๆ ว่า “เธอขู่ใครกัน!”
ถังชวนได้ยินเธอพูดแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกขนพองสยองเกล้าหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้านเขา ท่าทางน่าสะพรึงกลัว ไม่พูดไม่จาและไม่ยอมหลีกทางให้ ครูโจวมองไม่เห็นเหรอ!
ถังชวนมีสีหน้าหวาดผวาเอ่ยด้วยเสียงตื่นตระหนก “ครูโจวครับหน้าประตูมีผู้หญิงคนหนึ่ง ครูไม่เห็นเหรอครับ”
โจวฉวินเห็นสีหน้าเขาไม่เหมือนกับโกหกจึงมองอีกรอบแล้วหันหน้ากลับมาตบหัวถังชวนเบาๆ พลางเอ่ยยิ้มๆ ว่า “เ้าเด็กนี่ทำให้คนใอีกแล้วนะ! มีคนที่ไหนกัน! เธอนึกว่าครูโจวกลัวผีเหรอ เล่นลูกไม้นี้ตอนกลางวันเธอเลือกเวลาผิดแล้วล่ะ!”
เลือกเวลาผิด!!
ผู้หญิงคนนี้เป็ผี!มีเพียงแค่ถังชวนที่เปิดดวงเนตรแห่งความจริงถึงจะมองเห็นผี!!เป็ผีสาวตนหนึ่งที่กล้าลอยไปลอยมาในเวลากลางวัน และกล้าเข้าใกล้ถังชวน!!!
ในร่างถังชวนมีกูเตริโอผู้เป็าาเนโครแมนเซอร์แฝงตัวอยู่ตัวเขาก็มีกลิ่นอายแห่งความตายรุนแรง เดินไปที่ไหนไม่ว่าจะเป็ดวงิญญาหรือผีร้ายในระยะหลายสิบเมตรล้วนร้องโหยหวนและหลบหนีไปกันหมด แต่ผีสาวตรงหน้าถึงกับทำเหมือนยั่วยุ เธอไม่กลัวเลยสักนิดทั้งยังมาหาถึงที่เลยด้วย!
เธอคิดจะทำอะไร!
เดิมนี่เป็ฤดูร้อนถังชวนมองโจวฉวิน แล้วมองไปทางผีสาวที่หน้าประตู
แม้ว่าแสงอาทิตย์จะส่องลงบนตัวแต่เขากลับสั่นสะท้านเสียอย่างนั้น!!
[1] นกตื่นธนู เป็สำนวนจีนใช้เปรียบเทียบกับคนที่เคยผ่านเหตุการณ์ที่ไม่ดีมาและภายหลังเมื่อมีอะไรมากระทบเล็กน้อยก็จะตื่นกลัวอย่างมาก
[2] เอ้อร์กัวโถว คือชื่อยี่ห้อเหล้าขาวดีกรีสูง