บ้าเอ๊ย!
เสียงฝีเท้าจากข้างนอกใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่ผู้ชายคนนั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยสักนิด ไม่เร่งรีบเข้ามาจับตัวเขา ไม่กระโจนเข้าหาอย่างบ้าคลั่งเหมือนพวกอัลฟ่าเวลาติดสัด แต่ขณะเดียวกันคนคนนี้ก็ไม่ได้ช่วยเหลือเขา ทั้ง ๆ ที่เขาต้องฝืนใจทำเื่น่าสมเพชแบบนั้นลงไปแท้ ๆ
เฉินอันหลานเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา หากยังคงปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องถูกอัลฟ่าเป็ฝูงข้างนอกนั่นรุมทึ้งอย่างแน่นอน และถึงตอนนั้นชีวิตเขาคงจะจบสิ้นแล้วจริง ๆ ถึงแม้จะผ่านไปได้โดยยังมีลมหายใจแต่จะต่างอะไรกับเศษสวะไร้ค่าที่ทำลายวงศ์ตระกูล ชื่อเสียงที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจะถูกทำลายลงจนป่นปี้ก็คราวนี้ เมื่อนึกถึงหน้าพ่อแม่และพี่น้องของตัวเอง เฉินอันหลานก็อดรู้สึกอัปยศอดสูขึ้นมาไม่ได้ เขาตัดสินใจฝืนร่างกายตัวเองอีกครั้งโดยการใช้มือข้างหนึ่งเกาะที่ผนังและพยุงตัวเองให้ยืนขึ้น ร่างที่สั่นระริกนั้นค่อย ๆ ก้าวเดินไปหาลานเซลอตอย่างเชื่องช้า
‘ผลัก——’
พละกำลังที่หดหายและร่างกายที่แสนอ่อนแอของเขาใน่ฮีททำให้เฉินอันหลานล้มลงไปกับพื้นอย่างแรงหลังจากเริ่มก้าวเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงร้องเบา ๆ หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางของคนที่ทรุดลงไปกับพื้นเมื่อครู่ ทว่าแทนที่เสียงนั้นจะเป็เสียงของความเ็ปหรือใ มันกลับฟังดูกระเส่าระคนสุขสมจนเ้าของเสียงต้องรีบเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงที่น่าอายนั้นหลุดรอดออกไปได้อีก
ดวงตาเรียวคมจ้องมองไปทางคนที่ล้มพับกองอยู่กับพื้นเงียบ ๆ ถึงแม้ลานเซลอตจะมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่จากกลิ่นฟีโรโมนที่หอมตลบอบอวลอยู่รอบตัวเขาในเวลานี้ บวกกับเสียงครางหวานที่ดังลอดออกมาจากคนตรงหน้าบ่งบอกว่าเสน่ห์ของคนคนนี้ไม่เบาเลยทีเดียว เพราะเ้าเสียง ‘อื้อ~’ ที่น่าหลงใหลจากคนตรงหน้ามันกำลังทำให้ร่างกายของเขาร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน
แปลก
ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน
เสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้เฉินอันหลานร้อนรน เขากำลังทุกข์ทรมานกับร่างกายที่ไม่อาจควบคุม เขาต้องต่อสู้กับจิตใจที่สับสนของตัวเอง ต่อสู้...กับสัญชาตญาณดิบจากธรรมชาติที่เขาไม่ปรารถนา ฝ่ายหนึ่งกำลังต่อต้านอย่างหนัก เขาไม่อยากถูกคนแปลกหน้าย่ำยีและทำกับร่างกายเขาราวกับเป็เครื่องสนองตัณหาราคะของตน ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งกลับร้อนรุ่มและปรารถนาอย่างแรงกล้าราวกับสัตว์ป่าในฤดูผสมพันธุ์ มันเป็ความรู้สึกที่ทำให้เขาไพล่นึกไปถึงการฮีทครั้งแรกของตนในตอนอายุ 18 ในครั้งนั้นเขาไม่สามารถอดทนต่อฟีโรโมนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในร่างกายได้ ตอนนั้นเขาออกแรงฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเองอยู่ภายในห้องพร้อมกับส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างน่าอาย...และน่าสมเพช
นี่เป็โศกนาฏกรรมของเหล่าโอเมก้า
ทุกครั้งที่สภาวะฮีทมาถึง ไม่ว่าสภาพจิตใจของโอเมก้าคนนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความกระสันอยากที่ก่อตัวขึ้นมาภายในร่างกายเสียทุกราย ต่อให้คนคนนั้นจะมีตำแหน่งเป็ถึงนายกรัฐมนตรีหรือผู้บัญชาการทหารก็ตาม แต่เมื่อใดที่เริ่มเข้าสู่สภาวะฮีทคนเ่าั้ก็พร้อมจะเปลี่ยนตัวเองเป็โสเภณีผู้หมกมุ่นในโลกีย์ทั้งสิ้น นี่เป็หนึ่งเหตุผลที่ว่าทำไมพวกกองทัพและฝ่ายรัฐบาลถึงไม่รับโอเมก้าเข้าทำงานด้วย
...คงไม่มีประชาชนคนไหนอยากได้ผู้นำประเทศที่กระหายราคะและไม่อาจควบคุมตนเองได้หรอก
ด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้ ผู้คนในสังคมจึงตัดสินให้โอเมก้าเป็เพียงเครื่องมือตั้งครรภ์ที่ไร้ค่าเท่านั้น ค่านิยมเช่นนี้ยิ่งปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในสังคมของพวกชนชั้นสูงอย่างเช่นพวกตระกูลใหญ่ ซึ่งเฉินอันหลานเองก็เป็หนึ่งในสมาชิกของพวกตระกูลเ่าั้ แน่นอนว่าค่านิยมบ้า ๆ นี่ส่งผลต่อเขาอย่างมากเชียวล่ะ
เฉินอันหลานหวาดกลัวมาตลอด เขากลัวว่าครอบครัวต้องอับอาย กลัวว่าพวกเขาจะต้องถูกสบประมาทเพราะเขาเป็ต้นเหตุ ความกลัวที่สั่งสมมานานนี้กำลังทำให้เฉินอันหลานรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ตรงหน้าจนแทบหายใจไม่ออก และยิ่งเห็นท่าทีของคนที่เป็ความหวังสุดท้ายของตนด้วยแล้ว เวลานี้จึงเหมือนกับมีูเาสองลูกกำลังกดทับลงมาบนอกของเขา กดดันจนเขารู้สึกว่าถ้าตัวเองหายไปเสียก็คงจะดี...ในตอนนั้นเองที่เฉินอันหลานตัดสินใจดึงมีดที่ซ่อนไว้ออกมาและจ่อไปที่คอของตน
เขารับไม่ไหวอีกแล้ว เขา้าหลุดพ้น
เคร้ง!
เป็รองเท้าหนังคู่งามของลานเซลอตที่เตะมีดเล่มนั้นให้ออกห่างจากลำคอระหงได้อย่างทันท่วงที หลังการกระทำอุกอาจนั้น เ้าของรองเท้าก็หันไปปิดประตูและล็อกกลอนให้เรียบร้อย กันไม่ให้พวกหมาบ้าด้านนอกเข้ามาข้างในได้ เขาคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคนตรงหน้าจะคิดสั้นได้ขนาดนี้ เดิมทีลานเซลอต้าจะรอดูว่าโอเมก้าคนนี้จะมีวิธียั่วยวนเขาอย่างไร แต่นึกไม่ถึงว่าคนคนนี้จะดื้อดึงและเด็ดเดี่ยวจนถึงขั้นหยิบมีดมาจี้คอตัวเองแบบนี้
เฉินอันหลานที่รอดพ้นจากความตายอย่างหวุดหวิดเหม่อมองไปทางชายร่างสูงโปร่งตรงหน้า ทั้งที่เห็นแค่ดวงตาภายใต้ความมืดมิด แต่หัวใจเขากลับเต้นเร็วเป็กลองรัว ร่างกายรู้สึกคันยุบยิบราวกับมีมดนับร้อยนับพันกำลังปีนป่ายขึ้นมา เฉินอันหลานขดตัวอยู่บนพื้น ในขณะที่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากร่างตรงหน้า เฉินอันหลานคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็บ้า ใช่ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ