วันเวลาผ่านไปหลายปีแล้วที่ฉางหวั่นได้เปลี่ยนประมุขคนใหม่จากหลิวชิงฟงเป็ลี่ฮุ่ยซิ่วหลังจากที่ผ่านพิธีแต่งตั้งอย่างยิ่งใหญ่ ชีวิตในฐานะแม่ทัพใหญ่ก็เงียบสงบดีไม่ได้วุ่นวายดั่งเช่นเมื่อก่อน เหตุเพราะลี่ฮุ่ยซิ่วไม่ต้องออกไปลาดตระเวนดูรอบๆฉางหวั่นหรือในเมืองอย่างที่เคยทำเขาจึงจัดการงานส่วนใหญ่อยู่ที่พรรค คอยดูการฝึกให้ราบรื่น กิจวัตรประจำก็เปลี่ยนไปเพราะงานที่น้อยลงทุกวันนี้ที่ชิงหลงสงบดี ไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นบ่อยนักส่วนใหญ่เป็เื่ทะเลาะกันเล็กน้อยของชาวเมือง ไม่ถึงขั้นเืตกยางออกเื่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง ลี่ฮุ่ยซิ่วจึงไม่มีเื่ให้จัดการเท่าไหร่นัก
อีกทั้งหากแม่ทัพใหญ่เช่นเขาออกไปลาดตระเวนด้วยตัวเองพาลจะทำให้ชาวเมืองตื่นใเอา กลัวว่าจะมีเื่ใหญ่เกิดขึ้นรองแม่ทัพจึงให้เขาอยู่ที่พรรคเป็ส่วนใหญ่หากมีเื่สำคัญค่อยออกหน้าจัดการด้วยตัวเอง
ลี่ฮุ่ยซิ่วไม่ชินเท่าไหร่นักเมื่อก่อนเขาคอยจัดการงานหลายอย่างแทนแม่ทัพ โดยเฉพาะเื่งานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ หรืองานใดก็ตามที่ต้องออกหน้าเปิดเผยตัวเขาจะรับหน้าที่เ่าั้แทนเสมอคอยรับคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่แล้วถ่ายทอดคำสั่งนั้นไปยังคนอื่นๆภายในพรรค คอยจัดการเื่ที่วุ่นวายใจให้กับแม่ทัพโดยเฉพาะเื่ของแม่ทัพหลานแต่ตอนนี้ทั้งสองแม่ทัพ ไม่สิผู้าุโหลิวและฮูหยินต่างก็รักใคร่ปรองดองกันด้วยดี เมื่อคิดถึงเื่สมัยก่อนที่ทั้งสองคนคนหนึ่งพยายามหลีกเลี่ยงคนหนึ่งพยายามเข้าหาแล้วมันก็ชวนให้เป็ภาพที่แปลกประหลาดเสียจริง
นอกจากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งแล้ว ลี่ฮุ่ยซิ่วยังไม่สามารถทำในสิ่งที่เคยทำในยามที่เป็รองแม่ทัพได้เขาต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเป็การใหญ่ทั้งต้องจัดเรือนใหม่เพราะหลังจากนี้เรือนของเขาจะเป็เรือนประมุขไม่อาจตกแต่งให้ธรรมดาเกินไปได้ ไหนจะเื่หน่วยลับที่เพิ่มขึ้นมาอีกสามหน่วย การวางตัวที่ต้องให้สุขุมและองอาจแม้ว่าคนในพรรคจะเชื่อฟังและเคารพเขาั้แ่ที่ยังเป็รองแม่ทัพทำให้การทำหน้าที่แม่ทัพก็ไม่ได้ลำบากยากเย็นอะไรแล้วก็ไม่รู้สึกแปลกที่จะต้องออกคำสั่งกับคนในพรรคเพราะก่อนหน้านี้ก็ทำอยู่ถึงกระนั้นพอได้มานั่งในตำแหน่งแม่ทัพจริงๆก็ทำให้ลี่ฮุ่ยซิ่วรู้สึกอึดอัดไม่น้อยเหมือนกัน
อาจจะเป็เพราะก่อนหน้านี้ เขาสามารถเป็ผู้นำได้เพราะมีแม่ทัพใหญ่คอยเป็เสาหลักให้กับทุกคนแต่ในตอนนี้ลี่ฮุ่ยซิ่วต้องทำหน้าที่เป็เสาหลักให้กับฉางหวั่นด้วยตัวเองบางครั้งจึงรู้สึกกลัวว่าตัวเองอาจจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นักเขาเคยเอ่ยถามเื่นี้กับรองแม่ทัพของเขาซึ่งรองแม่ทัพก็บอกว่าลี่ฮุ่ยซิ่วทำหน้าที่ได้ดีไม่ต่างจากที่อดีตแม่ทัพใหญ่ทำ แล้วยังเข้าหาได้ง่ายกว่าแม่ทัพใหญ่คนก่อนทำให้เข้าถึงข่าวสารได้เร็วเพราะไม่ว่าใครก็สามารถมารายงานเื่ต่างๆกับลี่ฮุ่ยซิ่วโดยตรงได้ไม่เหมือนกับอดีตแม่ทัพใหญ่ที่ต้องรายงานผ่านรองแม่ทัพเท่านั้นนอกจากนั้นวรยุทธ์ของลี่ฮุ่ยซิ่วก็ไม่ได้เป็รองอดีตแม่ทัพใหญ่ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลในการทำหน้าที่แม่ทัพใหญ่เลยแม้แต่น้อย ลี่ฮุ่ยซิ่วเองก็พอจะคลายความกังวลได้บ้างเมื่อได้ยินรองแม่ทัพเอ่ยเช่นนั้นเขารับปากกับผู้าุโหลิวเอาไว้แล้วว่าจะดูแลฉางหวั่นและแม่ทัพน้อยทั้งสองเป็อย่างดีจะไม่ทำพลาดในหน้าที่อย่างเด็ดขาด ดังนั้นจึงพยายามตัดเื่ที่จะทำให้กังวลใจจนจิตใจบั่นทอนออกไปให้ได้มากที่สุด
แต่บางครั้งเขาก็อยากออกไปลาดตระเวนพบปะชาวเมืองเหมือนที่เคยทำการทำเช่นนั้นมันทำให้ลี่ฮุ่ยซิ่วผ่อนคลายทั้งยังทำให้เขาสามารถจัดการความคิดต่างๆได้ดี ไม่เหมือนกับการนั่งอยู่ที่เรือนเฉยๆ
เมื่อก่อนผู้าุโหลิวเก็บตัวอยู่แต่ภายในพรรคได้อย่างไรกันนะหรือเป็เพราะมีแม่ทัพหลานคอยจ้องจะพุ่งเข้าหาอยู่ตลอดจึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่ออกจากพรรคหรือเปล่า
แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองทำให้ลี่ฮุ่ยซิ่วได้ลองทำหลายอย่างทีเดียว ได้ปลอมตัวเข้าไปในเมืองเพื่อไปสอดส่องดูพฤติกรรมของชายหนุ่มว่าในยามที่ปฏิเสธหญิงสาวที่ไม่ชอบนั้นเขาทำกันอย่างไรจากนั้นก็นำมาบอกกับแม่ทัพใหญ่ให้ทำตามเพื่อปฏิเสธแม่ทัพหลานแต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ผล แม่ทัพหลานก็ยังคงไม่สนใจการปฏิเสธของแม่ทัพใหญ่คอยมาวุ่นวายอยู่ใกล้ๆตลอด ลี่ฮุ่ยซิ่วต้องคอยคิดแผนหลบเลี่ยงให้แม่ทัพใหญ่อยู่เสมอจนเหมือนกับเป็ทักษะที่ช่ำชองในการคิดหาแผนการณ์ต่างๆไปเสียแล้วแต่เื่นี้ก็มีข้อดีหลายอย่าง ลี่ฮุ่ยซิ่วสามารถคิดหาทางออกในเื่ต่างๆได้อย่างรวดเร็วสามารถคิดแผนสำรองเผื่อเอาไว้ได้หลายสิบแผนในเวลาสั้นๆดังนั้นไม่ว่าใครจะมาปรึกษาอะไรลี่ฮุ่ยซิ่วล้วนสามารถให้คำปรึกษาได้ทั้งหมดทำให้เขาสนิทกับคนในพรรคและชาวเมืองเป็อย่างมากเพราะความสามารถนี้
และเพราะความสามารถในการคิดแผนและคิดหาทางออกเช่นนี้ทำให้ลี่ฮุ่ยซิ่วแทบจะไม่ต้องเปลืองแรงสู้เลย ั้แ่ที่เขาจำความได้ นอกจากการประมือกับแม่ทัพใหญ่เป็บางครั้งกับการต่อสู้ในา ลี่ฮุ่ยซิ่วแทบจะไม่ได้จับดาบของตัวเองเลย แม้แต่ตอนนี้ที่กลายเป็แม่ทัพใหญ่เต็มตัวเขายังไม่ได้จับดาบของตัวเองในการฝึกให้คนในพรรคเลย นอกจากการฝึกของตัวเองแล้วดาบของเขาก็จะวางอยู่บนแท่นวางอาวุธเสมอ ยังคงไร้รอยฝุ่นอยู่เช่นนั้น
คิดถึง่เวลาที่ได้ทำอะไรไร้สาระจนกลายเป็ทักษะที่ชำนาญแบบนั้นเสียจริงแล้วคนที่ทำให้เขาต้องไปทำเื่ไร้สาระเช่นนั้นตอนนี้กลับเป็สามีภรรยาที่รักใคร่กันไปเสียแล้ว
หลายปีมานี้เกิดเื่หลายอย่างขึ้นเสียจริงหลังจากที่ลี่ฮุ่ยซิ่วรับตำแหน่งได้ไม่นานท่านเทพเซียวหนิงเฉิงก็ได้ออกท่องเที่ยวกับสามีแล้วกลับมาพร้อมกับการตั้งท้องนายน้อยของป้าเตาหนึ่งคนทว่าทั้งๆที่มีข่าวดีเช่นนี้ แต่กลับมีเื่ที่น่าสลดใจเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันราชครูของฉางเก๋อประสบอุบัติรุนแรงจนสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป ยังไม่พอท่านปู่เทพไป๋ซูเจี้ยนที่แต่งงานกับราชครูไปแล้วนั้นกลับมาหายตัวไปเสียอีก ทุกคนเป็ห่วงกันมากไม่รู้ว่าท่านปู่เทพไปอยู่เสียที่ไหนจนกระทั่งเกือบสามปีอสรพิษเหมาฉาก็พาท่านปู่เทพกลับมาที่ฉางเก๋ออย่างปลอดภัย แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดหรืออย่างไรท่านปู่เทพกลับจำสามีตัวเองได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าแต่งงานกับราชครูได้อย่างไรหรือแต่งงานกันตอนไหน นอกจากนั้นยังสูญเสียพลังยุทธ์ไปทั้งหมดด้วย แต่ท่านปู่เทพนอกจากจะไม่สนใจเื่นั้นแล้วตอนนี้ยังรักใคร่กันดีกับสามีราชครูกับท่านปู่เทพตกลงกันว่าเื่ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วไปหลังจากนี้พวกเขาจะเริ่มสร้างความทรงจำกันใหม่อีกครั้ง แล้วตอนนี้กำลังตั้งท้องได้สี่เดือนแล้วเสียด้วย
หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาได้ไม่ถึงสิบวันดีราชครูกับท่านปู่เทพก็ออกเดินทางท่องเที่ยวกันเสียอย่างนั้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังกลับมาพร้อมกับการตั้งครรภ์สามเดือนเสียอีก
นับว่าสมแล้วที่ท่านปู่เทพและท่านเทพเป็ศิษย์อาจารย์กัน ออกท่องเที่ยวกันสามเดือนก็มีทายาทตัวน้อยกลับมาด้วยนอกจากนั้นทั้งหัวหน้าองครักษ์และราชครูยังแพ้ท้องแทนภรรยาอีก ว่ากันว่าสามีที่จะแพ้ท้องแทนภรรยาได้นั้นจะต้องรักภรรยามากเข้าขั้นลุ่มหลงหลงใหลได้ปลื้มมีความปรารถนาต่อตัวภรรยาอย่างแรงกล้า ลี่ฮุ่ยซิ่วไม่นึกแปลกใจในตัวหัวหน้าองครักษ์แต่กับราชครูผู้นั้นมีความหลงใหลได้ปลื้มเป็กับเขาด้วยรึ
ตอนนี้ท่านปู่เทพตั้งครรภ์เดือนที่สี่แล้วได้ยินว่าราชครูคอยเอาอกเอาใจเช้าเย็นไม่เว้นว่างลี่ฮุ่ยซิ่วยังไม่ได้ไปเยี่ยมนับั้แ่ที่ท่านปู่เทพฟื้นจากอาการาเ็คราวก่อน ตอนนี้คงจะสบายดีอยู่กระมัง
“อาจารย์อาลี่!”
“อาจารย์อาลี่!” แม่ทัพใหญ่เงยหน้าจากเอกสารที่ถืออยู่ในมือแม่ทัพน้อยที่ตอนนี้อายุห้าขวบวิ่งเข้ามาภายในห้องทำงานของลี่ฮุ่ยซิ่วเพราะยังไม่ถึงอายุเจ็ดขวบปี หลิวเฟยเซียนที่ต้องไปสังกัดพรรคเทียนเช่อจึงยังอยู่ที่ฉางหวั่นแม่ทัพฟานหลิงเหอก็คอยมาเยี่ยมทุกๆเดือน สอนเื่พื้นฐานภายในเทียนเช่อให้ถึงจะซนเหมือนกับฮูหยินหลิวในอดีตแต่แม่ทัพน้อยก็ฉลาดทั้งยังเป็เด็กดีเชื่อฟังที่ผู้ใหญ่บอก ลี่ฮุ่ยซิ่วกับฟานหลิงเหอจึงไม่ลำบากในการดูแลแม่ทัพน้อยทั้งสอง
“แม่ทัพน้อยมีอะไรรึ” ผู้ที่เป็อาจารย์อาเอ่ยถามวันนี้ผิดปกตินักที่เด็กน้อยทั้งสองจะมาถึงที่เรือนของเขาในเวลาแบบนี้
“ไปหาน้อง” หลิวเฟยเซียนวิ่งมาที่ฝั่งซ้ายของเก้าอี้ไปหาน้องรึ
“พวกเราอยากจะไปเล่นกับเยว่กวางขอรับ” หลิวเฟยเทียนเอ่ย แม่ทัพใหญ่ทำหน้าเข้าใจแม่ทัพน้อยทั้งสองออกจะติดนายน้อยของป้าเตาอยู่บ้างว่างเมื่อไหร่เป็ต้องรบเร้าให้ลี่ฮุ่ยซิ่วพาไปเล่นกับนายน้อยเซียวเยว่กวางเสมอ
แต่นายน้อยเซียวกลับชอบทำหน้าเหมือนเบื่อพี่ชายเสียเต็มประดา ทั้งๆที่เพิ่งอายุสองขวบแท้ๆแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายได้ชัดเจนถึงเพียงนั้นเชียว
“วันนี้น่ะรึ”
“ไปนะขอรับอาจารย์อา ไปป้าเตากันขอรับ” หลิวเฟยเซียนอ้อน ะโขึ้นลงเพื่อขอให้อาจารย์อาพาไป ั้แ่ที่ลี่ฮุ่ยซิ่วพาเด็กน้อยเดินทางผ่านทางลับของประมุขเด็กทั้งสองก็รบเร้าบ่อยขึ้นเพราะเดินทางไปถึงภายในสองชั่วยามลี่ฮุ่ยซิ่วไม่ได้ตามใจเสียทุกครั้งหรอกแต่เขาไม่ได้พาเด็กน้อยทั้งสองไปเล่นกับนายน้อยเซียวมาสองสามเดือนแล้วอีกทั้งลี่ฮุ่ยซิ่วก็วางแผนที่จะไปทำธุระที่เมืองหลวงอยู่พอดีไม่นับว่าเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เท่าไหร่
“อาจารย์อามีธุระที่ต้องไปทำที่เมืองหลวงพอดี เช่นนั้นอาจารย์อาจะพาไปก็แล้วกัน” แล้วที่มาอ้อนเช่นนี้เพราะเปิดประตูลับกันเองไม่เป็น่ะสิ เฮ้อ
“เย้!” เด็กน้อยทั้งสองะโกอดกันถึงแม่ทัพน้อยจะดีใจก็เถอะ แต่นายน้อยเซียวจะดีใจด้วยหรือเปล่า
ลี่ฮุ่ยซิ่วไปถอดชุดเกราะออกเพราะเขาตั้งใจจะไปทำธุระภายในเมืองหลวงไม่อยากจะให้สะดุดตาเท่าไหร่นักหลังจากที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วพร้อมทั้งให้แม่ทัพน้อยทั้งสองสวมชุดคลุมหนาๆเพราะอากาศตอนกลางคืนจะเย็นพวกเขาก็ออกเดินทางไปที่ป้าเตาเด็กน้อยทั้งสองวิ่งเล่นไปมาตลอดทางเพราะดีใจที่จะได้ไปเล่นกับนายน้อยเซียว ลี่ฮุ่ยซิ่วเห็นดังนั้นก็นึกขึ้นได้
เขาเองก็อาศัยโอกาสนี้พักผ่อนเรียบเรียงความคิดสักหน่อยก็แล้วกัน