เสียงดัง ‘ตุบ’ ดังขึ้นชายสูงใหญ่ตรงหน้าล้มลงกับพื้นอย่างแรง
บนหน้าผากกู้สุ่ยเย่ว์ผุดเหงื่อชั้นหนึ่งหลังจากกลับมาจากงานเลี้ยง นางรู้ดีว่าเื่ไม่มีทางจบง่ายๆ เทียบวรยุทธ์นางไม่ใช่คู่ปรับของกู้จิ่งฝานอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นจึงใช้ได้เพียงปัญญา
ปัญญาที่ว่านั้น การใช้พิษก็เป็หนึ่งวิธีในนั้น
ตอนนางยังเป็นกู้เทียนหลาน ครองตำแหน่งเป็นฮองเฮาวังหลังกอปรกับเป็นแม่ทัพใหญ่พิทักษ์แคว้นเห็นคนมามากหน้าหลายตา ถูกคนวางยาพิษใส่บ่อยๆ จึงมีความรู้เรื่องพิษอยู่บ้างพิษที่นางใช้กับตัวกู้จิ่งฝาน วิธีใช้ไม่ยากสำหรับคนที่เข้าใจการใช้พิษและการถอนพิษเป็อะไรที่ค่อนข้างง่ายแต่สำหรับคนที่ไม่เป็ นี่เป็พิษหายากชนิดหนึ่ง กู้สุ่ยเย่ว์ทาพิษนี้ไปบนเข็มแต่การจะปักเข็มลงบนตัวกู้จิ่งฝานเป็เื่ยากนางรู้ว่าคนแบบกู้จิ่งฝานหัวแข็งที่สุด ไม่มีทางกล่อมเขาได้ที่นางพูดพวกนั้นแค่อยากเบนความสนใจกู้จิ่งฝานเพียงเท่านั้น อาศัยจังหวะที่ไม่ระวังปักเข็มไปบนแขนกู้จิ่งฝาน พิษไหลซึมทั่วร่างอย่างรวดเร็ว กู้จิ่งฝานถึงได้สลบไป
คำพูดที่นางเอ่ยเมื่อครู่ทำกู้จิ่งฝานเสียสมาธิเห็นชัดว่าหินทื่อก้อนนี้ยังไม่ได้จนหนทาง
กู้จิ่งฝานล้มอยู่บนพื้นทว่าเื่นี้กลับยังไม่จบเพียงเท่านั้น
ไม่นานมีเสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งดังขึ้นมาเหมือนว่ามีคนจำนวนมากกำลังเดินมาทางนี้
“กู้สุ่ยเย่ว์ เ้ามันหญิงปีศาจ เ้าทำอะไรจิ่งฝาน”
คนจำนวนมากมือถือคบเพลิง ที่เดินอยู่ด้านหน้าสุดคือกู้เชียนนายท่านจวนตระกูลกู้กู้เชียนเห็นบุตรชายที่เป็นที่คาดหวังของบ้านล้มอยู่บนพื้น ไม่รู้เป็นตายอย่างไร เขาแยกเขี้ยวเบิกตามองกู้สุ่ยเย่ว์ทันใดคล้ายกับชิงชังจนอยากจะกลืนนางลงไปภายใต้แสงไฟ ใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ขาวยิ่งกว่าเดิมนางสวมชุดสีขาวยืนอยู่ตรงนั้น ให้ความรู้สึกเร้นลับน่าหวาดหวั่น
สายตากู้สุ่ยเย่ว์ร่วงตกไปที่ตัวกู้เชียน“ตอนนี้ท่านเพิ่งคิดว่าข้าเป็หญิงปีศาจรึ เขาจะมาฆ่าข้าทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดเพราะการเมินเฉยของท่านรึ”
หลินซื่อยุยงให้กู้จิ่งฝานมาฆ่านางกู้เชียนไม่ห้ามแต่เป็ปล่อยผ่านกู้สุ่ยเย่ว์คิดไม่ถึงว่าอยู่ในตากู้เชียนตนจะเป็เสี้ยนตำตาที่ใหญ่ขนาดนี้ถึงขั้นยอมสละไม่สนอนาคตบุตรชาย
กู้เชียนถูกตอกย้ำจนหน้าเขียวถลึงตาใส่กู้สุ่ยเย่ว์ “พวกเ้า เข้าไปจับหญิงปีศาจนางนี้ให้ข้า!”
ระยะเวลาช่วงสั้นๆ เพียงหนึ่งเดือนฐานะกู้สุ่ยเย่ว์ได้เปลี่ยนจากหญิงสติไม่ดีไร้ตัวตนกลายเป็นหญิงปีศาจที่ผู้คนเกรงกลัวแล้ว วาจากู้เชียนร่วงตก คนอื่นๆ ต่างพากันลังเล ถึงกับไม่มีผู้ใดกล้านำคนแรกแววตากู้เชียนมีไฟโทสะพวยพุ่ง“เบี้ยหวัดจวนตระกูลกู้เลี้ยงเศษสวะอย่างพวกเ้าออกมารึ ในเมื่อพวกเ้าไร้ประโยชน์เช่นนี้อยู่ในจวนตระกูลกู้ต่อแล้วจะมีประโยชน์อันใด”
ได้ยินคำกล่าวประโยคนี้ คนพวกนั้นถึงได้ยอมล้อมกรอบเข้ามาเข้ามาจับตัวกู้สุ่ยเย่ว์
บอกว่าจับ ตามจริงแล้วกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้ขัดขืนเลยสักนิดนางถูกขังเข้าห้องเก็บฟืน ด้านนอกมีกลุ่มคนคอยเฝ้า
กู้สุ่ยเย่ว์มองการจัดวางในห้องเก็บฟืนเตียงไม้ โต๊ะ เก้าอี้นอกจากนี้ไม่มีของสิ่งใดอีก แต่แม้จะเป็เช่นนี้ห้องนี้ก็ยังดูดีกว่าเรือนที่นางฟื้นตื่นมาตอนนั้นมาก
กู้สุ่ยเย่ว์นอนกระชับเสื้อลงไปบนเตียงไม้
แม้ยามค่ำจะหนาว แต่ตอนนี้เคล็ดใจนางฝึกฝนถึงขั้นหนึ่งแล้วสามารถคลายหนาวได้ กู้สุ่ยเย่ว์หลับตาลง โคจรพลังภายในรอบชีพจรหนหนึ่ง ร่างกายค่อยๆอบอุ่นขึ้นมา
กู้สุ่ยเย่ว์หลับสบายอยู่ในห้องเก็บฟืนแต่สำหรับกู้เชียนและหลินซื่อแล้วเป็คืนที่ยากจะข่มตานอนหลับ
กู้จิ่งฝานนอนอยู่บนเตียง สลบไม่ได้สติ หมอมาแล้วก็จากไป กู้เชียนถึงขั้นไปเชิญหมอหลวงในวังหลวงมา ทว่าทั้งหมดดูออกแค่ว่ากู้จิ่งฝานต้องยาพิษแต่ดูไม่ออกว่าเป็พิษอะไร
“นี่เป็นวิธีดีๆ ที่เจ้าคิดได้รึ” กู้เชียนมองหลินซื่อแววตามีความเย็นเยียบ “หลินเย่หรู เจ้าทำให้ข้ารู้สึกเหนือคาดจริงๆ ” ใบหน้าหลินซื่อขาวราวกระดาษเหม่อมองกู้จิ่งฝานบนเตียง นางคิดไม่ถึงว่ากู้สุ่ยเย่ว์จะร้ายกาจถึงขั้นนี้ แม้แต่กู้จิ่งฝานยังบาดเจ็บได้ มือที่แนบอยู่ตรงขานางกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อแล้ว ทว่านางกลับไร้ความรู้สึกแม้เพียงนิด“ข้าคิดไม่ถึงว่ากู้สุ่ยเย่ว์จะขวัญกล้าเช่นนี้...”
“เ้าพูดคำพวกนี้ตอนนี้แล้วได้ประโยชน์อะไรกัน สกุลกู้ตกต่ำบ้านตระกูลกู้ไม่มีลูกหลานมีความสามารถนานแล้วตอนนี้เหลือเพียงข้าที่นั่งตำแหน่งสูงในราชสำนักเพียงคนเดียว ไม่มีแรงสนับสนุนอยู่ตำแหน่งสูง ที่สูงมักเหน็บหนาว ตอนนี้เหมือนมีน้ำแข็งบางเคลือบติด หากไม่ทันระวังอาจล้มกระดูกแตกร่างกายแหลกเหลวจิ่งฝานเป็เด็กที่มีแววที่สุดในหมู่เด็กๆ เก่งบุ๋นเก่งบู๊ หากไม่มีเื่เหนือคาดการสอบฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ไม่ว่าสอบบุ๋นหรือสอบบู๊จิ่งฝานล้วนแต่สามารถสอบติดแถวหน้ายามนั้นลูกหลานตระกูลกู้ข้าจะได้เชิดหน้าชูตา ทว่าตอนนี้ จิ่งฝานกลับาเ็เช่นนี้...”กู้เชียนยิ่งเอ่ยยิ่งโมโห ยิ่งเห็นหลินซื่อก็ยิ่งขัดตา
เขาสบถเสียงหนึ่ง ราวกับไม่อยากรั้งอยู่ในห้องนี้นานหันหลังจากไป
หลังกู้เชียนจากไปแล้ว หลินซื่อนั่งลงบนหัวเตียงกู้จิ่งฝานจ้องมองเขา
ใบหน้านางไม่เหลือความหวาดหวั่นและความไม่สบายใจเหมือนอยู่ต่อหน้านายท่านกู้เมื่อครู่นานแล้วแต่เป็ประดับรอยยิ้มบาง
ความชิงชังที่นางมีต่อกู้สุ่ยเย่ว์เข้าสู่จุดที่คิดแค้นแน่นฝังลึกแล้ว นางอยากให้กู้สุ่ยเย่ว์ตาย แม้ว่าจะต้องทำลายตระกูลกู้ก็ตาม กู้จิ่งฝานฆ่ากู้สุ่ยเย่ว์ได้จะดีที่สุดถ้าไม่ได้ค่อยใช้ชีวิตกู้จิ่งฝานแลกมาซึ่งการเพลี่ยงพล้ำไม่อาจพลิกกลับสถานการณ์ของกู้สุ่ยเย่ว์ ไม่ว่าหลินซื่อจะคิดเช่นไร แต่กู้เชียนไม่มีทางยอมให้กู้จิ่งฝานตายแน่นอน ตอนนี้เขาเสียใจยิ่งกว่าอะไร เขาไม่ควรเมินเฉยอุบายหลินซื่อสุดท้ายกลายเป็นเสียลูกทั้งยังไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับคืน“เ้าทำอะไรกับจิ่งฝานกันแน่”
กู้สุ่ยเย่ว์ลืมตามองอัครมหาเสนาบดีกู้ผู้สูงศักดิ์ที่ตอนนี้ถึงกับลดตัวมาอยู่ในห้องเก็บฟืน
“กู้จิ่งฝานเป็ยอดฝีมือในซั่วอวิ๋นหญิงอ่อนแออย่างข้าจะทำอะไรเขาได้” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
เด็กสาวอายุสิบเก้าปี ใบหน้ายังคงเยาว์วัยไร้เดียงสาคางเรียวจิ้มลิ้มน่ารัก แววตาคู่สดใสส่องประกายดุจสายน้ำมองดูแล้วบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าอะไรแต่ถ้าตอนนี้กู้เชียนยังเชื่อว่าคนตรงหน้าเป็หญิงอ่อนแอ เขาก็คงเป็คนโง่เขลา
ดอกไม้ยิ่งสวยสดยิ่งมีพิษร้าย สตรียิ่งงามยิ่งโเี้
“กู้สุ่ยเย่ว์ ถ้าหากจิ่งฝานไม่รอดเ้าอย่าหวังจะรอดเช่นกัน เ้าฆ่าจิ่งฝานก็เป็การตัดทางรอดของตระกูลกู้ถึงเวลานั้นข้าคงไม่กลัวอะไรอีก” ใบหน้าอัครมหาเสนาบดีกู้ฉายแววอำมหิต
แม้กู้เชียนจะเป็ขุนนางบุ๋น แต่อยู่ในแวดวงขุนนางมาหลายปีเดิมทีก็มีแรงกดดันไม่สามัญอยู่แล้ว ท่าทางเกรี้ยวกราดของเขาตอนนี้จึงน่ากลัวยิ่ง
ทว่ากู้สุ่ยเย่ว์ไม่กลัวเขา “ข้าแค่หนึ่งชีวิตทว่าตระกูลกู้คือคนทั้งตระกูล แลกชีวิตข้าคนเดียวกับชะตาของทั้งตระกูลกู้การค้าขายนี้ถือว่าคุ้มค่านัก” กู้สุ่ยเย่ว์ยังคงท่าทางเหมือนหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก กู้เชียนถูกนางยั่วโมโหจนใกล้ระเบิด ทว่าทำได้เพียงกลืนไฟโทสะนั้นลงไปเอ่ยเสียงอ่อน “สุ่ยเย่ว์ เจ้าพูดอะไรกัน เจ้าแซ่กู้ ยังเป็นคนตระกูลกู้ชะตาตระกูลกู้เกี่ยวพันถึงชะตาเจ้า เจ้าหมั้นหมายกับอวิ๋นอ๋องรอไปถึงจวนอวิ๋นอ๋องแล้ว คงไม่ใช่แค่ได้รับความโปรดปรานจากอวิ๋นอ๋องแล้วจะยืนหยัดในจวนอวิ๋นอ๋องได้อย่างมากก็ต้องดูอิทธิพลของตระกูลเจ้าด้วย ตระกูลเจ้าอิทธิพลแข็งแกร่งอวิ๋นอ๋องถึงโปรดปรานเจ้าเจ้าอยู่ในจวนอวิ๋นอ๋องถึงจะเป็นชายาอ๋องได้อย่างราบรื่น”กู้เชียนเป็พวกเปลี่ยนหน้าเก่งความอำมหิตเมื่อครู่หายไปไม่เห็นอีก ใบหน้าอ่อนโยนเขาเอ่ยพร้อมกับมองสีหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ เห็นแววตานางสั่นไหวก็ลอบถอนหายใจโล่งอกในใจในขณะเดียวก็ยิ้มเหี้ยม แค่เด็กสาวอายุสิบเก้าเท่านั้น ต่อให้ฉลาดอย่างไรก็ไม่มีทางชนะเขาได้
กู้เชียนเอ่ยเสียงอ่อนโยนต่อ “สุ่ยเย่ว์ข้ารู้ว่าเจ้าติดใจเรื่องการตายของมารดาเจ้ามาโดยตลอด แต่เรื่องนี้ผ่านพ้นไปแล้วชิงอวี้ตายแล้ว อี๋เหนียงสามก็เสียสติไปแล้ว เจ้าแก้แค้นให้มารดาเจ้าแล้วเจ้ากับตระกูลกู้เป็นหนึ่งเดียวกัน ตระกูลกู้รุ่งโรจน์ เจ้าก็จะรุ่งโรจน์ตระกูลกู้ตกต่ำ เจ้าก็จะตกต่ำ เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่ข้าเคี่ยวเข็ญตรากตรำเพื่อความรุ่งโรจน์ของตระกูลกู้สาเหตุหนึ่งในนั้นก็เพื่อให้ลูกสาวตระกูลกู้มีที่พึ่งพิงอยู่บ้านสามีแล้วไม่ถูกรังแก” กู้เทียนหลานเป็นถึงฮองเฮาตลอดทางที่ผ่านมาเห็นฝีปากและสีหน้าคนมามากมาย แต่หนนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นคนไร้ยางอายเช่นนี้ พูดความเห็นแก่ตัวของตนเองเสียดูมีหลักการใหญ่โตสามารถสวมหน้ากากคนดีจอมปลอมได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ต่อให้เป็นกู้เทียนหลานในชาติที่แล้ว เผชิญหน้ากับกู้เชียนในเวลานี้ ยังมีความเป็นไปได้มากที่จะถูกเขาพูดจนคล้อยตามแต่นางประสบชีวิตมาสองชาติภพรู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดบนโลกนี้คือใจคน นางเคยเห็นความชั่วช้าของกู้เชียนยังเห็นประสบกับความไร้เยื่อใยของเขา กู้ชิงอวี้เป็ลูกสาวคนโปรดของเขาแต่เขากลับพูดถึงความตายของกู้ชิงอวี้ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ถึงขั้นใช้ความตายของนางเป็ข้อแลกเปลี่ยนเห็นได้ชัดว่าการชื่นชอบของเขายึดโยงตั้งอยู่กับสิ่งที่มีประโยชน์ต่อเขา
กู้เชียนเอ่ย “สุ่ยเย่ว์ จิ่งฝานเป็พี่ชายเ้าบางทีระหว่างพวกเ้าอาจมีเื่เข้าใจผิดกัน รอเขาฟื้นมาข้าจะจัดการให้พวกเ้าคืนดีกัน ภายหน้า เขาจะปกป้องความปลอดภัยของเ้า”
กู้สุ่ยเย่ว์ทำเหมือนถูกกล่อมสำเร็จ“ที่กู้จิ่งฝานโดนเป็พิษชนิดหนึ่ง แต่พิษนี้ไม่ได้ไร้ยารักษายารักษาคือบัวเืมรกต”
“บัวเืมรกต”
ตอนที่กู้เชียนได้ยินคำคำนี้ สีหน้าผ่อนคลายลงมาก ไม่ได้เคร่งเครียดเพราะบัวเืมรกตมีน้อยหายากตามจริงแล้ว บัวเืมรกตนั้นมีค่ายิ่ง ทั้งใต้หล้ามีเพียงแค่สองต้น
ที่โชคดีคือหนึ่งดอกในนั้นอยู่ในจวนตระกูลกู้อยู่ในมือหลินซื่อ
ตระกูลหลินซื่อเป็ตระกูลแพทย์มารุ่นต่อรุ่นบิดาและพี่ชายหลินซื่อล้วนแต่เป็หมอหลวง
บัวเลือดมรกตเป็นสมบัติประจำตระกูลตระกูลหลิน บัวเลือดมรกตมีค่าหายากต้นนี้ส่งมาที่จวนตระกูลกู้ในนามสมบัติสินเดิมของหลินซื่อกล่าวคือ ยาถอนพิษอยู่ในมือหลินซื่อ แม้กู้จิ่งฝานจะขยับไม่ได้ลืมตาไม่ไหว แต่สติยังคงแจ่มชัดอยู่ตลอด บทสนทนาข้างนอกดังเข้าหูเขาไม่ขาดตกแม้แต่คำเดียวเขารู้จากบทสนทนาของพวกบ่าวรับใช้ว่าเขาถูกพิษแล้วยาถอนพิษคือบัวเืมรกต
ในตอนที่เขาได้ยินข่าวนี้ ในใจเขาพลันลิงโลดยาถอนพิษอยู่ในมือมารดา ซึ่งมารดารักเขาที่สุดจะต้องเอายาถอนพิษมาให้เขากินอย่างไม่ลังเลแน่
รอเขาฟื้นแล้ว ไม่มีทางหลงกลกู้สุ่ยเย่ว์หญิงปีศาจนั่นอีกเขาจะต้องให้กู้สุ่ยเย่ว์ได้ชดใช้ในสิ่งที่นางทำสิ่งเดียวที่เขาไม่เข้าใจคือเหตุใดกู้สุ่ยเย่ว์ถึงใช้พิษที่มียาถอนพิษอยู่ในจวนตระกูลกู้กับเขาเขานึกถึงคำกล่าวที่กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยก่อนสลบไปประโยคนั้นใจรู้สึกไม่สบายขึ้นมาเลือนราง