บทที่ 16: ค่ายทหารลุกเป็ไฟ
*ฟิ้ว! ฟิ้ว! ปัง!*
เสียงลูกธนูเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งฝ่าความมืดกรีดร้องกวาดอากาศลงมาประหนึ่งสายฝนแห่งไฟ ตกลงบนกระโจมทหารรอบค่ายจนเกิดไฟลุกไหม้พรึบพรับ ควันสีดำโขมงและเสียงกรีดร้องตื่นตระหนกของเหล่าทหารเกราะดำดังประสานกันไปทั่วลานดินค่ายศึก เสียงความวุ่นวายดังก้องสะท้านเลื่อนลั่น ม้าศึกนับสิบต่างตื่นใส่งเสียงร้องระงมและกีบเท้าเตะเหล็กกรงขังพังทลาย แรงสั่นะเืของขบวนม้าศึกศัตรูที่เหยียบย่ำดินพุ่งตรงเข้ามาทำเอาแผ่นดินไหวสะท้าน ฝุ่นดินควันสีเทาลอยล่องบดบังแสงจันทร์ดุจม่านมรณะ
ผมรีบดึงกางเกงและสวมชุดคลุมบัณฑิตสีขาวสะอาดอย่างเร่งร้อน ปล่อยให้ัั์ในเป้าสงบเสงี่ยมลงชั่วคราว ทว่าหัวใจกลับเต้นระทึกกระปรี้กระเปร่าจากลมปราณหยินหยางที่พุ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 3 จากการร่วมรักสุดทรหดกับเฉินฮวาเมื่อคืน ข้างกายผม แม่ทัพหญิงเฉินฮวาสลัดภาพสาวหวานหยาดเยิ้มเมื่อเช้าทิ้งไปทันที นางสวมชุดเกราะเหล็กดัดสีเงินทับเสื้อตัวบาง ดึงดาบั์คู่กายพุ่งทะยานก้าวออกไปนอกกระโจมด้วยสีหน้าดุดันเด็ดเดี่ยวปานแม่เสือร้ายคุ้มครองอาณาเขต
"ทหารเกราะดำ! จัดขบวนทัพโล่เหล็กป้องกันค่ายด่วน! หอกซัดเตรียมพร้อม! ใครกล้าถอยก้าวเดียว ข้าจะฟันมันด้วยตัวเอง!" เสียงคำรามสั่งการของเฉินฮวาดังก้องกังวานสะท้านเปลวไฟ เรียกความมั่นใจกลับคืนสู่ขวัญทหารศึกได้เป็อย่างดี
ผมก้าวเท้าเดินตามนางออกมานอกกระโจม ภาพตรงหน้าคือกองโจรขบถชายแดนกว่าหมื่นคนในชุดหนังสีหยาบ ถืออาวุธหอกซัดและค้อนศึกกรูดันเข้ามาล้อมกรอบค่ายทหารอย่างบ้าคลั่ง โดยมีผู้นำขบวนศึกเป็ชายร่างั์ใหญ่สูงกว่าแปดศอก ใบหน้าเหี้ยมโหดสะดุดรอยแผลเป็พาดแก้ม สวมเกราะหนังหนาถือขวานด้ามยาวสลักลายปีศาจ มันคือ 'กู๋เย่' หัวหน้าขบถชายแดนผู้โด่งดังและมีระดับลมปราณแกนทองคำขั้นที่ 5!
"ฮ่า ๆ ๆ! เฉินฮวาแม่ทัพหญิงหน้าสวย! วันนี้ค่ายของเ้าต้องพังพินาศ! ส่งหัวของเ้าและสินค้าแร่เหล็กไหลตระกูลลู่มาให้ข้าดีกว่า!" กู๋เย่คำรามเสียงน่ากลัวแผ่พลังรังสีลมปราณขอบเขตแกนทองคำขั้น 5 กดทับจนเหล่าทหารเกราะดำระดับต่ำหน้าถอดสีคอตก
*ติ๊ง!*
[ เปิดใช้งานระบบวิเคราะห์คู่ต่อสู้ในสนามรบ ]
[ กู๋เย่: ขอบเขตแกนทองคำ ขั้นที่ 5 (สไตล์ต่อสู้บ้าพลัง เน้นบุกทะลวงป่าเถื่อน) ]
[ ภารกิจเร่งด่วน: ปราบปรามกู๋เย่เพื่อปกป้องกองทัพของเมียรักและชิงแต้มสะสมทวีคูณ! ]
[ รางวัลระบบ: 6,000 แต้ม + ยาเม็ด์เสริมกระดูกปิกาจู! ]
ผมได้ยินเสียงเตือนระบบแล้วยิ้มหื่นกะล่อนกระหยิ่มยิ้มย่องในใจทันที *'โอ้โห! ยาเสริมกระดูกปิกาจูเหรอวะ?! แลกแต้มระบบได้ดีชะมัด! คืนถัด ๆ ไปข้าสัญญาว่าจะซอยเหมยหลินกับไป๋หลิงให้เสียวสะท้าน์คาเตียงนอนเลยโว้ย! ขบถแกนทองคำขั้น 5 แล้วไงวะ เจอกระบี่์กับกายาะของพ่อหน่อยเป็ไง!'*
ผมก้าวเท้าออกไปบังหน้าเฉินฮวาอย่างยียวนกวนประสาท ในมือถือกระบี่เหล็กของนักฆ่าเมื่อคืน ใบหน้าหล่อเหลาโปรยยิ้มกะล่อนท้าทายฝูงทหารขบถนับหมื่น สลัดพัดกระดาษในมือเล่นไปมาอย่างไม่เกรงใจ
"เฮ้ย! ไอ้หน้าปีศาจขวานโต!" ผมะโลั่นลานค่ายทหาร "แกนี่หน้าตาห่วยแตกจนขนาดไฟในค่ายยังอยากจะมอดหนีเลยโว้ย! รสนิยมต่ำช้าบุกมาขัดจังหวะเช้าตรู่อันแสนหวานชื่นของข้ากับเมียรักเฉินฮวาแบบนี้ รู้ไหมว่าข้าต้องเสียพลังงานสะโพกไปตั้งเท่าไหร่เมื่อคืน?! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้แกฟันร่วงก้นลายเรียงตัวเลย!"
"เ้าหนุ่มหน้าขาวไร้ยางอาย! เ้ากล้าดีอย่างไรมาเห่าหอนหน้ากองทัพข้า! สับมัน!" กู๋เย่คำรามลั่นสั่งสมุนทหารขบถสิบคนกรูดาบพุ่งเข้าฟาดฟันผมทันที
ผมไม่หลบหลีก ทะยานร่างเคลื่อนเงา์วับเดียวก้าวหายตัวประหนึ่งภูตผี คมดาบของพวกขบถฟันกวาดโดนเพียงสายลมฝุ่นปลิว
คนแรกพุ่งกระบี่ตรงมา... ผมโยกหลบฉับไว สวนศอกซ้ายเข้าดั้งจมูกมันกระดูกหักล้มคว่ำ
คนที่สองและสามพุ่งหอกประสานแทง... ผมเอื้อมมือเปล่ากุมหนีบด้ามหอกดึงทลวงฉุดกระชากให้หัวพวกมันโขกกันเองเสียงดังปังใหญ่สลบคาที่คู่กัน
คนที่สี่ถือหน้าไม้ลอบยิง... ผมดึงพลังปราณหยินหยางสร้างม่านพลังกระบี่บีบลูกธนูเหล็กกลืนพลังสปินกลับพุ่งปักต้นขาของมันจนทรุดลงร้องระงม ที่เหลือร่วงโรยล้มระเนระนาดในชั่วสิบอึดใจเดียว
"เ้าขยะหลอกลวง! รับขวานข้า!" กู๋เย่โกรธจัดทะยานร่างขึ้นฟ้า ฟาดขวานั์ด้ามยาวสลักปีศาจลงมาที่หัวของผมด้วยพลังลมปราณแกนทองคำขั้น 5 เสียงอากาศฉีกขาดฟิ้ว ๆ ดังก้องสะท้านเลื่อนลั่นปฐี ลมพายุพัดทลายกระโจมรอบข้างปลิวกระจุย
ผมรวบรวมลมปราณหยินหยางอุ่นร้อนอัดแน่นไว้ที่มือซ้ายและมือขวา ก้าวสวนเท้าเข้าหาแรงเหวี่ยงยกมือเปล่ากุมหนีบใบขวานั์ของมันตรง ๆ ท่ามกลางเสียงสะท้านปานสายฟ้าฟาดกึกก้อง!
*ปังงงง!*
แรงบดอัดลมปราณแกนทองคำะเิออกทำลายกระโจมและคบเพลิงรอบข้างปลิวหายไปในพริบตา ทว่าตัวผมกลับยืนหยัดนิ่งสนิทประหนึ่งขุนเขาหินแกนโลก สองฝ่ามือเปล่าคีบหนีบคมขวานเหล็กของกู๋เย่ไว้แ่าไร้ร่องรอยาเ็ กายาะตรากตรำทนทานต่อแรงกระแทกกระเส่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขวานของมันหักสะบั้นเป็เศษเหล็กกระจายลอยกลางอากาศ กู๋เย่เบิกตากว้างขากรรไกรค้างสั่นรัวดวงตาแทบหลุดออกจากเบ้าด้วยความใกลัวอย่างถึงขีดสุด
"บ้าน่า! มือเปล่ารับขวานแกนทองคำขั้น 5 แถมบดขยี้ขวานข้าหัก?!" มันละล่ำละลักร้องเสียงหลงเหงื่อแตกพล่าน
"ใช่จ้ะไอ้หน้าบาก... และนอกจากฝ่ามือข้าจะแข็งแกร่งแล้ว ส่วนอื่นของข้ายังแข็งยิ่งกว่าขวานแกหลายร้อยเท่าด้วยนะโว้ย!" ผมแสยะยิ้มหื่นกะล่อน ซัดกำปั้นขวาอัดแน่นด้วยรังสีม่วงทองกระบี่์กระแทกเข้ากลางยอดอกของกู๋เย่อย่างจังดังปึกใหญ่แรงดันกระแทกทะลุหลังเกราะเหล็กของมันบุบยุบตัว!
*อั้ก!*
กู๋เย่กระอักเืคำโต ร่างั์ปลิวหมุนเคว้งคว้างลอยละลิ่วตกรอยแยกแผ่นดินดังปั่ก กระดูกซี่โครงหักยุบหมดทางต่อสู้ศึกทันที สมุนโจรขบถนับหมื่นเห็นหัวหน้าผู้ไร้พ่ายพ่ายแพ้หมดท่าในกำปั้นเดียวก็พากันขวัญหนีดีฝ่อทิ้งอาวุธและถอยทัพหนีกระเจิงปานมดแตกรังรวดเร็วไร้ระเบียบทัพ
เฉินฮวาควบม้าดำสั่งทหารกวาดล้างกุมตัวเชลยศึกเข้าคุกคุกเข่า นางเดินตรงมาหาผมด้วยใบหน้าที่แฝงความห่วงใยโอบรัดเอวของผมแน่นปานคุ้มครองแผงอก ผมกะล่อนดึงนางเข้ามาหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่โชว์ทหารอารักขาที่พากันกระแอมไอแกล้งมองไปทางอื่นกันถ้วนหน้า
"ใต้เท้าแม่ทัพเฉินฮวาคนงาม... นี่คือรางวัลชัยชนะศึกแรกจ้ะ" ผมยิ้มหื่นขยิบตา
ทว่าความฟินก็สงบลงเมื่อทหารสายสืบวิ่งลนลานกราบทูลรายงานเื่ด่วนจากเมืองหลงไห่
"ใต้เท้าแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! คุณชายใหญ่ตระกูลหวัง 'หวังเทิง' และท่านผู้นำตระกูลหวังได้รวบรวมพรรคพวกสมุนโจรและกองกำลังติดอาวุธหนีคดีกว่าร้อยคน บุกเข้าโจมตีล้อมจวนและหอการค้าของฮูหยินใหญ่ลู่เหมยหลินที่หน้าประตูเมืองหลงไห่ หวังจะลักลอบสังหารตระกูลลู่ล้างหนี้แค้นและชิงสินค้าสมุนไพรก่อนหลบหนีออกนอกมณฑลขอรับ! ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดมากขอรับ!"
หลิวเหมยหลินและจวนตระกูลลู่กำลังตกอยู่ในอันตรายสาหัสอีกหน!
ผมตาขวางแสยะยิ้มกะล่อนสัปดนในใจ: *'ไอ้พวกสุนัขตระกูลหวังไม่รู้จักตาย! คิดจะรังแกเมียรักลู่เหมยหลินของข้าเหรอวะ?! คืนนี้ข้าสัญญาว่าจะกวาดล้างพวกแกให้หมดสิ้นปฐี และกลับไปฉลองศึกเตียงนอนสามคนพร้อมกันให้สะโพกพังระงมเลย!'*
ผมหันไปสบตากับเฉินฮวาและไป๋หลิง ขยับก้าวะโขึ้นม้าศึกควบวิ่งบึ่งกลับเข้าสู่เมืองหลงไห่ทันทีด้วยความเร็วสูงสุด! ในใจคิดเปรียบเทียบภรรยาในฮาเร็มอย่างลามก: *'เหมยหลินคือประธานสาวสวยสุดเ็า ไป๋หลิงจอมยุทธ์สาวสุดเอ็กซ์ดุดัน และเฉินฮวาแม่ทัพหญิงสุดอึดผิวสีน้ำผึ้ง... โอ้โห! การมีฮาเร็มสตรีระดับท็อปในยุทธภพนี่มัน์บนดินชัด ๆ!'*
เมื่อพวกเราควบม้าศึกมาถึงประตูเมืองหลงไห่ ประตูกลับถูกปิดตายสนิท บนกำแพงเมือง หวังเทิงยืนเล็งหน้าไม้หนักมาทางพวกเราพลางแสยะยิ้มกว้างอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งสุนัขบ้าตรอกแคบ
"ฮ่า ๆ ๆ! เซียวเฉิน! ไอ้เศษขยะ! เ้ากลับมาได้ยังไงกัน?! แต่ช่างมันเถอะ! ตอนนี้ข้าคุมประตูเมืองและล้อมจวนตระกูลลู่ไว้ด้วยถังดินปืนแล้ว! หากเ้าก้าวเข้าใกล้ ข้าจะบดขยี้จวนและะเิร่างของลู่เหมยหลินให้แหลกเป็จุล!" หวังเทิงคำรามลั่นสะใจ
"ถังดินปืนงั้นรึ? เล่นสนุกปานเด็กน้อยเล่นประทัดเลยนะแก..." ผมก้าวเท้าลงจากหลังม้า แสยะยิ้มกะล่อน
ผมบอกให้ไป๋หลิงเคลื่อนขึ้นกำแพง และสั่งทหารธนูของเฉินฮวาตรึงขู่ สมุน้า ทันใดนั้น ผมรวบรวมลมปราณหยินหยางขั้นก่อตั้งรากฐานทะยานร่างพุ่งเข้าใส่ประตูเมืองตรง ๆ ดุจดาวหาง วาดกระบี่ใช้เพลงกระบี่์บดขยี้ะเิประตูไม้ซุงเหล็กกล้าเมืองหลงไห่หนาจนแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ปลิวว่อนสะท้านเมือง ขุนศึกและทหารบนกำแพงปอดกระเส่าแหกรังหนีตาย!
*เศษชิ้นส่วนไม้และบานเหล็กของประตูเมืองหล่นร่วงกราวลงกับพื้นดิน กลิ่นเขม่าควันไฟโชยปะทะใบหน้า ผมรวบรวมกำลังปราณก่อตั้งรากฐานกระโจนทะยานร่างนำทัพบึ่งพุ่งตรงเข้าไปทางทิศเหนือของเมืองทันที ในใจร้องบอกตัวตนัศึกของผมว่าจงเตรียมพร้อม คืนนี้แม่ยอดชู้และจอมยุทธ์สาวกำลังคอยข้าอยู่หน้าเตียงนอนหออันหอมกรุ่นแล้ว!*
(โปรดติดตามบทต่อไป...)