ณ ตำหนักองค์หญิงซานยี่
“พระองค์จะให้หม่อมฉันทำอะไรเพคะ” ชิงชิงรีบถาม
“ใจเย็นๆ ก่อนชิงชิง ขอข้าสั่งการทหารองครักษ์ก่อน” องค์หญิงตรัสเสร็จก็ทรงหันพระพักตร์ไปหาองครักษ์ทั้งสอง “พวกเ้ารีบตามไปคุ้มกันกงกงมู่หลง ไปได้แล้ว”
“พะย่ะค่ะ” ทหารทั้งสองรับคำ
“ที่แท้พระองค์ก็เป็ผู้บงการขโมยลูกแก้ว และตอนนี้ยังให้การช่วยเหลือกงกงมู่หลงอีก ทำไมพระองค์ถึงทำเช่นนี้เพคะ ไม่ได้การแล้ว หม่อมฉันจะไปบอกพี่หานอู่” ชิงชิงกำลังจะวิ่งออกไป
ทหารองครักษ์ข้างกายองค์หญิงรีบจ่อดาบไปที่ชิงชิง เพื่อให้นางหยุดเคลื่อนไหว
“พระองค์จะฆ่าหม่อมฉันปิดปากหรือเพคะ” ชิงชิงใ
“ไปกันใหญ่แล้ว ชิงชิง เ้ากำลังเข้าใจผิด” กงกงอู่ฉานซึ่งเดินมาพร้อมกับกงกงเหอเป่ยรีบกล่าว
“อยากฆ่าก็ฆ่าเลย หม่อมฉันไม่กลัวหรอกเพคะ” ชิงชิงหมดความอดทน
“กงกงมู่หลงไม่ได้ขโมยลูกแก้วั” องค์หญิงทรงตรัสสั้นๆ
“มีนางกำนัลเป็พยานเห็นเหตุการณ์นะเพคะ” ชิงชิงไม่เชื่อ
“กงกงมู่หลงขโมยลูกแก้วก็จริง แต่นั่นเป็ลูกแก้วของปลอม ทำให้กงกงไม่สามารถขับพิษให้แม่ของเขาได้” องค์หญิงทรงเล่า
“ถึงอย่างไรเขาก็เป็คนขโมยนี่เพคะ คนร้ายไม่ใช่พ่อของหม่อมฉัน” ชิงชิงกล่าว
“อ้อ! ที่แท้ เ้าก็เพียงแค่จะทำยังไงก็ได้ที่ทำให้พ่อเ้าพ้นผิด โดยไม่สนใจเลยว่าใครกันแน่ที่แอบสับเปลี่ยนและขโมยลูกแก้วของจริงไป” องค์หญิงตรัส
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะเพคะ หม่อมฉันก็แค่…” ชิงชิงพูดไม่จบ
“เลิกพูดเถอะ หากเ้าอยากไปบอกเื่ที่ข้าให้การช่วยเหลือกงกงมู่หลง ก็ไปได้เลย” องค์หญิงทรงหันหลังให้
“แล้วพระองค์ทรงคิดว่าใครเป็ขโมยตัวจริง และเขา้านำลูกแก้วไปทำอะไรเพคะ” ชิงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
องค์หญิงทรงหันกลับมาพร้อมกับทรงยิ้มอย่างพอพระทัย เพราะทรงทราบว่าชิงชิงยอมให้ความร่วมมือแล้ว “เ้าคงยังไม่รู้ว่าลูกแก้วั นอกจากจะสามารถขับพิษได้แล้ว มันยังมีสรรพคุณสามารถรักษาผิวที่มีรอยแผลเป็ต่างๆ ให้กลับคืนสภาพปกติดังเดิมได้”
“ทำได้อย่างไรหรือเพคะ” ชิงชิงสงสัย
“เมื่อนำลูกแก้วไปอาบแสงจันทร์ มันจะเรืองแสงเปล่งประกายเป็แสงสีน้ำเงิน เพียงแค่นำไปอาบเป็เวลาสามวัน เราก็สามารถนำลูกแก้วมาประคบตรงบริเวณรอยแผลเป็ได้แล้ว” องค์หญิงทรงเล่าตามที่อ่านมา
“แล้วพระองค์ทรงทราบแล้วหรือเพคะ ว่าคนร้ายเป็ใคร” ชิงชิงสงสัย
“ยัง แต่คนร้ายต้องเป็นางในในวังหลวงอย่างแน่นอน” องค์หญิงทรงคาดการณ์
“เหตุใดถึงทรงมั่นพระทัยเช่นนั้นเพคะ” ชิงชิงยังคงสงสัย
“ก็มีนางกำนัลเห็นแสงสีน้ำเงินภายใต้แสงจันทร์น่ะสิ แต่ทุกคนไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆ เพราะคิดว่านั่นเป็ภูตผีปิศาจ” องค์หญิงคาดการณ์จากเื่ราวที่นางกำนัลเล่าลือ
“แล้วพระองค์ทรงมีแผนการเช่นไรเพคะ” ชิงชิงอยากรู้
“ถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิด คนร้ายต้องเป็หนึ่งในสาวงามที่กำลังเข้าพิธีเลือกคู่แน่ๆ และองค์รัชทายาทหรือเสด็จพี่ของข้าก็จะทรงเลือกพระชายาในคืนนี้” องค์หญิงตรัส
“พระองค์จะให้แม่นางเข้าร่วมพิธีนี้ด้วย” กงกงบอก
ชิงชิงฉุกคิดได้ก็กล่าวว่า “หม่อมฉันไม่เชื่อเพคะ องค์หญิงทรงมีเจตนาให้หม่อมฉันเข้าร่วมพิธีนี้ และหากหม่อมฉันถูกเลือก พระองค์ก็จะได้กำจัดศัตรูหัวใจ อย่างนั้นใช่มั้ยเพคะ”
“ใครว่าจะให้เ้าร่วมพิธี ข้าจะไปเองต่างหาก” องค์หญิงตรัส
“หมายความว่ายังไง ในเมื่อพระองค์ทรงเป็พระกนิษฐา” ชิงชิงงง
“ข้าก็จะปลอมตัวเป็เ้าไง ชิงชิง” องค์หญิงทรงเผยแผนการ
“เหตุใดถึงไม่ให้หม่อมฉันไปเองล่ะเพคะ” ชิงชิงสงสัยว่าจะเสียเวลาปลอมตัวทำไม
“เ้าคงยังไม่รู้ว่า องค์หญิงทรงมีความสามารถพิเศษ สามารถจดจำใบหน้าทุกคนได้อย่างแม่นยำ แม้นเห็นกันแค่เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นพระองค์จึงทรงสามารถล่วงรู้ว่าใครที่ไม่ใช่สาวงามที่ถูกคัดเลือกั้แ่แรก” กงกงอู่ฉานกล่าว
“และถ้าองค์รัชทายาททรงเลือกหม่อมฉัน เอ้ยไม่ใช่ เลือกองค์หญิงที่ปลอมเป็หม่อมฉันล่ะเพคะ หม่อมฉันจะไม่ต้องอภิเษกกับองค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ” ชิงชิงกังวล
“อย่ากังวลเลย เมื่อเสด็จพี่ทรงได้ยินเสียงข้า พระองค์ก็ทรงเข้าพระทัยในความซนของข้าและไม่ลงโทษข้า แต่หากเป็เ้าไปเอง และเ้ามีท่าทีขัดขืนไม่ยอมเข้าพิธีอภิเษก เ้าและครอบครัวทั้งหมดอาจถูกปะาชีวิตได้” องค์หญิงตรัส
“ก็ได้เพคะ หม่อมฉันจะลองเชื่อพระองค์” ชิงชิงยอมให้ความร่วมมือ
“งั้น เหอเป่ย เ้าลงมือได้เลย” องค์หญิงทรงสั่งกงกง
“ทำอะไรหรือเพคะ” ชิงชิงสงสัย
“ปลอมตัวไงล่ะ กงกงเหอเป่ยมีความสามารถในการแปลงโฉม” องค์หญิงทรงอธิบาย
ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม องค์หญิงและชิงชิงก็ปลอมตัวเพื่อสลับตัวกัน และทั้งคู่ก็กำลังส่องคันฉ่อง ทำให้ทึ่งในความสามารถของกงกงเหอเป่ย
“เหมือนมากจริงๆ ข้าจะตบรางวัลเ้าอย่างงาม กงกงเหอเป่ย” องค์หญิงตรัสเพราะทรงนึกไม่ถึงว่าตัวพระองค์จะเหมือนชิงชิงมากขนาดนี้
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” กงกงเหอเป่ยกล่าว
“แม้ลักษณะภายนอกจะเหมือนไม่มีผิดเพี้ยน แต่น้ำเสียงหรือกริยาท่าทางไม่มีทางเหมือนอย่างแน่นอน จะทำอย่างไรล่ะเพคะ” ชิงชิงกังวล
“แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเราต่างเหมือนกันโดยที่ไม่ต้องแสดง” องค์หญิงตรัส
“สิ่งนั้นคืออะไรเพคะ” ชิงชิงสงสัย
“การนอนไงล่ะ ดังนั้นข้าจะให้เ้าแกล้งป่วยอยู่ในห้องนอนของข้า แม้จะมีใครมาเยี่ยม เ้าก็ห้ามตื่นอย่างเด็ดขาด” องค์หญิงตรัส
“จะมีคนมาเยี่ยมด้วยหรือเพคะ” ชิงชิงไม่อยากเจอใคร
“แน่นอนว่า หากเสด็จย่าหรือองค์ไทเฮาทรงได้ยินว่าข้าป่วย พระองค์ต้องรีบเสด็จมาเยี่ยมข้า อดทนอยู่บนเตียงของข้าไปก่อนเถอะนะชิงชิง” องค์หญิงทรงเริ่มสงสารชิงชิง
“เพคะ” ชิงชิงไม่มีทางเลือก
องค์หญิงซึ่งปลอมเป็ชิงชิงก็รีบแอบลอบเข้าพิธีเลือกคู่ ซึ่งในขณะนั้นสาวงามที่มาจากตระกูลชั้นขุนนางก็กำลังต่อแถวเดินเข้าไปในตำหนักขององค์รัชทายาท องค์หญิงก็เลยรีบต่อแถวเป็คนสุดท้ายและแสดงสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
********************************************************
สาวงามทั้งหมด 31 คน ยืนเรียงรายอยู่ในตำหนักองค์รัชทายาท กงกงต่างพากันแปลกใจว่าเหตุใดถึงมีสาวงามเกินมาหนึ่งคน แต่ในเมื่ออยู่ในพิธีแล้ว เลยไม่อาจกล่าวทัดทานใดๆ ได้ ดังนั้นทุกคนจึงปล่อยเลยตามเลย
สักพักฮองเฮาก็เสด็จแล้วประทับนั่งเพื่อสังเกตการณ์เท่านั้น พระองค์ถูกสั่งห้ามก้าวก่ายการเลือกคู่ของพระโอรส
เมื่อองค์รัชทายาทเสด็จมาถึง ก็รีบเดินสำรวจสาวงามและจะต้องเลือกสาวงามที่ถูกพระทัยมากที่สุดจำนวน 5 คน หลังจากนั้นพระองค์จะทอดพระเนตรการแสดงความสามารถพิเศษของสาวงามทั้งห้า
องค์รัชทายาทเลือกสาวงามไปเรื่อยๆ กว่าจะมาถึงชิงชิงตัวปลอม ก็ครบห้าคนเสียแล้ว
องค์หญิงทรงดำริในพระทัยว่า “น่าเสียดายจัง ความงามของชิงชิง ยังไม่ถูกพระทัยองค์รัชทายาทอีกอย่างนั้นหรือ”
องค์รัชทายาทกำลังจะเสด็จกลับพระแท่นที่นั่ง แต่สักพักก็หยุดชะงัก แล้วเบนพระพักตร์มาที่ชิงชิง พระองค์ทรงหยุดนิ่งอยู่นาน สักพักก็มีรับสั่งว่า “ข้าขอเลือกสาวงามที่ยืนเป็คนสุดท้ายนั่นอีกคน รวมเป็ 6 คนก็แล้วกัน”
ชิงชิงจึงเดินไปรวมกับสาวงามที่ถูกเลือกคนอื่นๆ และทรงดำริในพระทัยว่า “ข้าคาดการณ์ไม่ผิดจริงๆ เสด็จพี่จะต้องทรงถูกพระทัยชิงชิงอย่างแน่นอน”
หลังจากนั้นสาวงามที่ไม่ถูกเลือกก็พากันเดินคอตกออกไปนอกตำหนัก
องค์หญิงทรงสังเกตสาวงามทั้งห้าก็ทรงทราบทันทีว่าิจู่ไม่ใช่สาวงามที่ถูกคัดเลือกมาอย่างแน่นอน เพราะองค์หญิงทรงเคยติดตามเสด็จแม่หรือองค์ฮองเฮาไปดูสาวงามและช่วยเสด็จแม่คัดเลือกสาวงามครั้งนี้ด้วย
แม้องค์หญิงจะทรงเบื่อที่ต้องมาดูการแสดงของสาวงามแต่ละคน แต่พระองค์ทรงอดทนนั่งดูสาวงามอยู่เฉยๆ การแสดงของสาวงามคนแรกก็คือ การดีดพิณ
องค์หญิงทรงฟังไปก็หาวไป บางครั้งก็ทรงนั่งสัปหงกจนองค์รัชทายาททรงแอบขำในพฤติกรรมของชิงชิงตัวปลอม
สาวงามคนที่สองแสดงร่ายรำอย่างอ่อนช้อย แทนที่องค์หญิงจะทรงทอดพระเนตรกลับเริ่มสังเกตพฤติกรรมสาวงามคนอื่น ก็พบว่าคนที่เหลือพากันสั่นเพราะตื่นเต้นยกเว้นิจู่ ที่ตอนนี้นางนั่งสงบนิ่งอย่างสง่างามราวกับนางพญา
สาวงามคนที่สามวาดภาพและเขียนโคลงกลอน แม้ว่านางจะมือสั่นเพราะตื่นเต้น แต่ฝีมือของนางดีเยี่ยมจริงๆ
สาวงามคนที่สี่ทำอาหารต่อหน้าพระพักตร์ ทุกคนพากันส่ายหน้า แต่หลังจากที่องค์ฮองเฮาและองค์รัชทายาททรงชิมอาหาร ก็พากันชื่นชม เพราะรสชาติอาหารเอร็ดอร่อยมาก
และแล้วก็ถึงคิวของิจู่ นางแสดงร่ายรำมีดสั้น ซึ่งดูแล้วทั้งอ่อยช้อยทั้งแข็งแกร่งไปพร้อมๆ กัน ทำให้มองออกว่าิจู่มีวรยุทธ์
องค์หญิงจึงแอบเรียกกงกงเหอเป่ยให้เดินเข้ามาใกล้ และตรัสกระซิบว่า “เ้ารู้จักนางหรือไม่”
“นางคือนางมาริจู่ นางเป็ชาวยุทธ์ที่อยู่พรรคมาร สมัยก่อนนางมีใบหน้าอัปลักษณ์พะย่ะค่ะ” กงกงเหอเป่ยกระซิบรายงาน
“นางตั้งใจจะมาลอบสังหารเสด็จพี่ของข้าอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงทรงห่วงองค์รัชทายาท
“ไม่น่าใช่พะย่ะค่ะ นางอาจมีใจให้องค์รัชทายาทก็เป็ได้” กงกงกล่าว
“ฝีมือนางเป็เช่นไรบ้าง เ้าพอปะทะและจับตัวนางได้หรือไม่” องค์หญิงทรงประเมินว่าจะให้กงกงเป็คนจับกุมิจู่ดีหรือไม่
“กระหม่อมสู้นางไม่ได้พะย่ะค่ะ นางมีวรยุทธ์สูงกว่ากระหม่อมมากนัก” กงกงเหอเป่ยรู้ตัวดี
“พวกเ้า! กระซิบกระซาบอะไรกัน นี่คือพิธีเลือกคู่นะ” ฮองเฮาทรงดุ
องค์หญิงรีบคุกเข่าทันที “ขอประทานอภัยเพคะฮองเฮา หม่อมฉันตื่นเต้นมากเลยจะขอสละสิทธิ์เพคะ”
“ไม่ได้ ในเมื่อเ้าเป็สาวงามที่ถูกเลือก เ้าก็ต้องแสดง” ฮองเฮาทรงไม่ยอมอนุญาต
“เพคะ” องค์หญิงตรัสเสียงอ่อน
“เ้าเริ่มแสดงได้แล้ว” ฮองเฮาทรงสั่ง
“เอ่อ จะต้องร่ายรำภายใต้แสงจันทร์เพคะ” องค์หญิงทรงตรัส
“การแสดงร่ายรำ แสดงที่ไหนก็ได้ไม่ใช่หรือ” ฮองเฮาทรงไม่เข้าพระทัย
“ไม่เป็ไรพะย่ะค่ะเสด็จแม่ ตามใจนางเถิด” องค์รัชทายาทตรัส
“ก็ได้ งั้นไปที่อุทยานกัน” ฮองเฮาทรงถอนพระทัยและตรัส
ทุกคนถึงขั้นพากันเคลื่อนย้ายไปที่อุทยาน และประจำตำแหน่งเพื่อชมการแสดงของชิงชิง
ชิงชิงหยิบขลุ่ยหยกที่ติดตัวมาเป่า พร้อมกับร่ายรำภายใต้แสงจันทร์ ช่างเป็การแสดงที่งดงามจริงๆ แต่ในระหว่างที่ชิงชิงแสดงอยู่นั้น ก็สังเกตเห็นิจู่มีแสงสีน้ำเงินเปล่งประกายออกมาเพียงเล็กน้อย จนิจู่ต้องรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาปิดแสงนั่นไว้ ทำให้ชิงชิงรู้แล้วว่าลูกแก้วอยู่กับิจู่จริงๆ
เมื่อชิงชิงร่ายรำเสร็จ ทุกคนก็ปรบมือให้ เพราะชิงชิงเป่าขลุ่ยได้ไพเราะจนมีผีเสื้อบินมาอวดโฉมในอุทยาน บางตัวก็บินมาเกาะชิงชิง ทำให้ดูเป็ภาพที่งดงามเจิดจรัสยิ่งนัก
และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือการเลือกพระชายา องค์รัชทายาททรงหยิบสายสร้อยและเสด็จไปที่สาวงามทั้งหก หากพระองค์ทรงคล้องคอใคร สาวผู้นั้นจะต้องเข้าร่วมพิธีอภิเษกกับองค์รัชทายาทอย่างสมเกียรติ
สาวงามทุกคนยกเว้นชิงชิงตัวปลอมต่างพากันตื่นเต้นและแอบมีความหวังว่าองค์รัชทายาทจะเลือกตน แต่แล้วเื่หวาดกลัวขององค์หญิงก็เกิดขึ้น นั่นคือ องค์รัชทายาทเสด็จมาหยุดยืนที่หน้าพระพักตร์ขององค์หญิงพร้อมกับกำลังจะคล้องสร้อยให้กับพระองค์
องค์หญิงจึงตัดสินพระทัยเผยตัวตน โดยการกระซิบบอกเสด็จพี่ของพระองค์ “ช้าก่อนเพคะ เสด็จพี่ นี่หม่อมฉันเอง ซานยี่ไงเพคะ”
องค์รัชทายาททรงตกพระทัยและพยายามตรัสเสียงเบาที่สุด “ทำไมเ้าซนแบบนี้นี่ซานยี่”
“ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่้าจับตัวคนร้ายที่ขโมยลูกแก้วัไป ซึ่งตอนนี้คนร้ายก็เป็หนึ่งในสาวงามเพคะ” องค์หญิงทรงยอมเผย
“นางเป็ใคร” องค์รัชทายาทรีบถาม
“ิจู่เพคะ เสด็จพี่ช่วยหม่อมฉันได้มั้ยเพคะ ทรงเลือกนางเป็พระชายาไปก่อนได้มั้ย” องค์หญิงทรงขอร้อง
“เ้า้าให้นางทำร้ายพี่หรืออย่างไร” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย
“ไม่ใช่เพคะ หม่อมฉัน้าให้นางชะล่าใจไปก่อน แล้วค่อยรวบตัวจับกุมนางภายหลัง นางมีวรยุทธ์สูงมาก คนธรรมดาจับนางไม่ได้หรอกเพคะเสด็จพี่” องค์หญิงทรงอธิบาย
“ในเมื่อเ้ามีวิธีจับนาง ข้าจะร่วมมือกับเ้าด้วย แต่ต่อไปห้ามซนแบบนี้อีก ไม่เช่นนั้นพี่จะไม่อภัยเ้าและลงโทษเ้าให้หนัก” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ เสด็จพี่” องค์หญิงตรัสเสียงอ่อนรับคำ
“พวกเ้าคุยอะไรกัน! เหตุใดลูกถึงยังไม่คล้องคอนางล่ะ” ฮองเฮาทรงสงสัย
“เอ่อ ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะเสด็จแม่ นางมีกลิ่นตัวเหม็นมาก ลูกทนกลิ่นนางไม่ไหวจริงๆ ลูกขอเลือกคนอื่นพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสแก้ตัว
“อย่างนี้นี่เอง” ฮองเฮาตรัสอย่างเข้าพระทัย
องค์หญิงทรงแอบค้อนพี่ชาย และตรัสพึมพำเบาๆ ว่า “หม่อมฉันไม่มีกลิ่นตัวเสียหน่อยเพคะ”
องค์รัชทายาททรงแอบยิ้มและเดินไปคล้องคอิจู่และจูงมือนาง ทั้งสองเดินเคียงคู่กันและไปคารวะองค์ฮองเฮา สาวงามคนอื่นเดินคอตก พากันแยกย้ายกลับที่พักตน
องค์หญิงทรงห่วงชิงชิงมาก ไม่รู้ว่าจะมีใครจับได้หรือไม่ พระองค์จึงรีบเสด็จไปที่ห้องบรรทม พอไปถึงก็ทรงรู้สึกโล่งพระทัยที่เห็นชิงชิงนอนอยู่บนเตียงปกติ
“ตื่นได้แล้วชิงชิง ข้ามาแล้ว” องค์หญิงทรงปลุก
“องค์หญิง! พระองค์เป็อย่างไรบ้างเพคะ มีใครจับได้มั้ย” ชิงชิงรีบถาม
“ก็ไม่เชิง องค์รัชทายาททรงทราบว่าเป็ข้า แต่พระองค์ก็ทรงให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ขั้นตอนต่อไปก็คือหาทางจับตัวิจู่” องค์หญิงทรงเล่า
“ิจู่คือคนขโมยลูกแก้วหรือเพคะ” ชิงชิงถาม
“ใช่แล้วล่ะ แต่นางมีวรยุทธ์สูง เหอเป่ยบอกว่าองครักษ์อาจจับตัวนางไม่ได้” องค์หญิงทรงกังวล
“พี่หานอู่ไงเพคะ เขาต้องจับนางได้แน่” ชิงชิงเสนอ
“ช่างมั่นใจในตัวคู่หมั้นจริงๆ เลยนะ” องค์หญิงทรงรู้สึกไม่พอพระทัยที่ชิงชิงและหานอู่สนิทสนมกัน
“เอ่อ คือ” ชิงชิงอยากอธิบายความจริง แต่นางก็รับปากจะร่วมมือกับหานอู่
“ช่างเถอะ พวกเรารีบสลับตัวคืนเถอะ ข้าเริ่มรู้สึกอึดอัดแล้ว” องค์หญิงทรงเปลี่ยนเื่
“ไทเฮาเสด็จ” กงกงรายงาน
“แย่แล้ว เสด็จย่าทรงเสด็จมาเยี่ยม ตอนนี้พวกเราก็กลับคืนสภาพเดิมไม่ทันเสียแล้ว ทำยังไงดี” องค์หญิงตรัส
“งั้นหม่อมฉันจะนอนป่วยเหมือนเดิมเพคะ” ชิงชิงกำลังล้มตัวลงนอน
“ไม่ได้ชิงชิง หากป่านนี้ข้ายังไม่ฟื้น หมอหลวงต้องมีความผิดและถูกลงโทษแน่” องค์หญิงตรัส
“แล้วจะทำยังไงเพคะ” ชิงชิงสงสัย
“เอาอย่างนี้ ข้าจะหลบอยู่ใต้โต๊ะ ส่วนเ้าก็คอยรับเสด็จ และคอยแสดงท่าทางพร้อมกับขยับปากตามเสียงของข้า ข้าจะคอยพากย์เสียงให้เอง” องค์หญิงทรงอธิบาย
“เอ่อ จะดีหรือเพคะ” ชิงชิงไม่มั่นใจ
“ไม่มีทางเลือกแล้วชิงชิง เ้าคอยแสดงให้ดีเถอะ” องค์หญิงทรงทอดพระเนตรเห็นองค์ไทเฮากำลังเสด็จเข้ามาในห้องบรรทม
ชิงชิงจึงรีบหันไปคารวะองค์ไทเฮาและทำเพียงคอยขยับปากเท่านั้น “ถวายบังคมเพคะเสด็จย่า ข้าดีใจจริงๆ ที่เสด็จย่ามาเยี่ยมข้า”
“ย่าก็ดีใจที่เห็นเ้ามีอาการดีขึ้น ไม่เช่นนั้นย่าจะลงโทษหมอหลวงให้หนัก”
องค์ไทเฮาประคองหลานสาวนั่งและทรงจับแขน “ตัวเ้าก็ไม่ร้อน แต่ทำไมถึงมีอาการสั่นแบบนี้”
“หม่อมฉันคงยังไม่หายดี ตอนนี้พระองค์เสด็จกลับไปก่อนเถิดเพคะ หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์ทรงติดไข้ไปด้วย เสด็จพ่อจะต้องลงโทษหลานแน่ หากหลานเป็ต้นเหตุที่ทำให้เสด็จย่าป่วยไข้” องค์หญิงตรัสอ้าง
“ใครก็จะมาทำร้ายหลานย่าไม่ได้ แต่เอาเถอะ เพื่อให้เ้าสบายใจ ย่าจะกลับตำหนัก พักผ่อนเยอะๆ นะหลานรักของย่า” องค์ไทเฮาทรงกอดหลานสาวอย่างไม่รังเกียจ ทำให้ชิงชิงที่ปลอมเป็องค์หญิงรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เพราะเกิดมาก็ไม่มีใครมากอดนางแบบนี้
ทุกคนน้อมส่งเสด็จ องค์หญิงก็ทรงรีบออกมาจากโต๊ะทันที
“ตอนนี้พวกเรารีบคืนสภาพเดิมเถอะ ข้ารู้สึกเหนื่อยมากเลย” องค์หญิงตรัส
หลังจากที่ทั้งสองแต่งตัวเสร็จ ชิงชิงก็รีบทูลลา นางกำลังเดินออกจากตำหนักองค์หญิง แต่กลับถูกทหารองครักษ์วิ่งเข้ามาชนนาง
“โอ๊ย!” ชิงชิงล้มไม่เป็ท่า
องค์หญิงรีบเสด็จไปประคองตัวชิงชิงและตรัส “ทำไมเ้าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้”
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะองค์หญิง ขออภัยจริงๆ แม่นางชิงชิง” ทหารกล่าวขอโทษ
“เ้ามีอะไรงั้นหรือ” องค์หญิงทรงตรัสถาม
“กงกงมู่หลงถูกจับแล้วพะย่ะค่ะ” ทหารรายงาน
“อะไรนะ!” องค์หญิงทรงตกพระทัย