เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ยังคิดว่าเจ้ากำลังเฉลิมฉลองอะไรเสียอีก

            “หนิงเอ๋อร์มาแล้วก็รีบนั่งลงเถิด”

            ตั้งแต่ลู่เป๋าเหยาตายไปไป๋หว่านหนิงก็ขังตนเองอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน นี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋เสียนอันได้พบหน้านาง

            เขาทั้งรู้สึกเหนือความคาดหมายและประหลาดใจเล็กน้อยโชคดีที่บุตรสาวไม่ได้ผูกใจเจ็บกับเขาเพราะเรื่องนี้

            ไป๋หว่านหนิงเดินผ่านไป๋เซี่ยเหอพลางเหลือบมองอย่างยั่วยุจากนั้นก็นั่งลงข้างๆ ไป๋เสียนอัน

            “ท่านพ่อได้ยินว่าน้องสามเป็นไข้หวัด ลูกเป็นกังวลจริงๆ สถานที่ยากไร้เช่นนั้นย่อมไม่มีหมอดีๆหากป่วยหนักจะทำอย่างไรเจ้าคะ?”

            ใบหน้าของไป๋หว่านหนิงดูเป็นกังวลทำตัวสมกับเป็นพี่สาวแสนดี

            ไป๋เสียนอันมองไป๋หว่านหนิงด้วยสายตาชื่นชมขณะเดียวกันก็ยิ่งรู้สึกว่าไป๋เซี่ยเหอเป็นคนเย็นชาและไร้หัวใจ

            “ข้าจึงบอกให้พี่สาวของเจ้าไปดูแลอย่างไรเล่า ประการแรกคือพี่สาวของเจ้ารักษาคนป่วยเป็นประการที่สองคือเป็นพี่น้องกัน การดูแลรักษาย่อมทำได้สะดวก”

            “ท่านพ่อให้ข้าไปด้วยเถิดเจ้าค่ะ พี่สาวต้องรักษาน้องสาม ทั้งยังต้องดูแลนางอีก ข้าเกรงว่าพี่สาวจะเหนื่อยข้าไปด้วยจะได้ช่วยแบ่งเบาสักหน่อยเจ้าค่ะ”

            นางพูดด้วยเจตนาดีราวกับลืมเลือนบุญคุณความแค้นก่อนหน้านี้ไปจนสิ้นแล้ว

            หากไม่มีการเปรียบเทียบระหว่างพี่น้องสองคนก็ไม่ทำให้เจ็บปวด

            ไป๋เสียนอันแค่นเสียงเย็นชาใส่ไป๋เซี่ยเหอ“เจ้าต้องเรียนรู้จากน้องสาวของเจ้าให้มาก”

            กินของของเขา ดื่มของของเขานึกไม่ถึงว่าจะกล้าต่อต้านเขาอีก ช่างเป็นเด็กอกตัญญูไม่รู้คุณบิดามารดาไม่มีไมตรีจิตกับพี่น้องเสียจริงๆ

            “เรียนรู้อะไรจากนางหรือ? ดอกบัวขาวหรือว่านางชาเขียว[1]?”

            “ไป๋เซี่ยเหอ!”

            “ไป๋เสียนอัน!”ไป๋เซี่ยเหอเลียนแบบคำพูดของอีกฝ่าย ก็แค่บิดาที่ให้กำเนิดโดยไม่เคยเลี้ยงดูและไม่คู่ควรที่จะเป็นบิดาเท่านั้นเมื่อดูจากอายุอานามของเขาแล้ว นางก็คร้านที่จะคิดเล็กคิดน้อยกับเขา

            ทว่าไม่ได้หมายความว่านางจะปล่อยให้ผู้ใดเหยียบจมูกนาง!

            บรรยากาศเปลี่ยนเป็นการประจันหน้ากันในชั่วพริบตา

            แววตาของไป๋หว่านหนิงฉายแววกังวลนางรีบขัดจังหวะทันที “พี่สาวรีบขอโทษท่านพ่อเร็วเข้าเกิดเป็นบุตรีจะตำหนิบิดาได้อย่างไร?ไม่ว่าท่านพ่อจะทำอะไรล้วนแล้วแต่หวังดีกับพวกเราทั้งนั้น”

            ประโยคนี้ทำให้หนามแหลมในใจของไป๋เสียนอันที่เกี่ยวข้องกับลู่เป๋าเหยาถูกถอนออกไปทั้งอย่างนี้

            “เฮอะ”

            ท้ายที่สุดแล้ววันนี้เขาก็สั่งไป๋เซี่ยเหอได้อันที่จริงเขาไม่คิดที่จะขัดแย้งกับนาง เมื่อไป๋หว่านหนิงให้ทางลงกับเขาเขาก็ยินยอมตามนั้น

            เมื่อเปรียบเทียบไป๋หว่านหนิงกับไป๋เซี่ยเหอแล้วไป๋เสียนอันก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาควรจะบีบคอไป๋เซี่ยเหอให้ตายตั้งแต่ตอนที่นางเกิดมา!

            ต่อมาไป๋หว่านหนิงก็ถือโอกาสลากไป๋เซี่ยเหอขึ้นรถม้า

            รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวออกห่างจากจวนสกุลไป๋

            ไป๋หว่านหนิงแสร้งเอ่ยอย่างสนิทสนม“ครั้งนี้ต้องลำบากพี่สาวแล้ว”

            ไป๋เซี่ยเหอไม่ทราบว่าควรเย้ยหยันทักษะการแสดงที่ดูโง่เง่าของไป๋หว่านหนิงอย่างไรดี

            ทว่าในเมื่อไป๋หว่านหนิงต้องการเสแสร้งนางก็จะร่วมด้วย

            “เป็นพี่น้องกันทั้งนั้นไม่ลำบากหรอก”

            การทำตัวเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาน่ะมีผู้ใดทำไม่ได้บ้าง?

            “น้องรองผ้าผูกผมที่ข้อมือของเจ้าดูดียิ่งนัก”

            ความจริงแล้วตั้งแต่ที่ไป๋หว่านหนิงโผล่หน้ามาสายตาของไป๋เซี่ยเหอก็จับจ้องอยู่ที่ผ้าผูกผมบนข้อมือของนางแล้ว

            ผ้าผูกผมสีแดงเส้นหนึ่งดูเด่นชัดบนข้อมือหยกขาวนวล

            แววตาของไป๋หว่านหนิงฉายแววไม่เป็นธรรมชาตินางพยายามดึงแขนเสื้อขึ้นมาปิด “เพียงติดมือมาเท่านั้น”

            “เช่นนั้นหรือ?”

            ไป๋เซี่ยเหอคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มนางมองไป๋หว่านหนิงอย่างสงบนิ่ง สายตานั้นราวกับมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งจนกระทั่งเห็นส่วนที่เท็จจริงที่สุดในใจของไป๋หว่านหนิงอย่างชัดเจน

            ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้ไป๋หว่านหนิงรู้สึกกระวนกระวายอย่างยิ่ง

            “มารดาผู้ให้กำเนิดของเจ้าเพิ่งตายเจ้ากลับสวมผ้าผูกผมสีแดงที่ข้อมือ หากไม่รู้เรื่องย่อมคิดว่าเจ้ากำลังเฉลิมฉลองอะไรเสียอีก”

            “ผายลม!” เมื่อถูกแทงใจดำความเสแสร้งของไป๋หว่านหนิงก็มลายหายไปทันที

            “หากไม่ใช่เพราะเจ้า แม่ของข้าจะตายหรือ? เจ้ามันตัวซวยสมควรตายเจ้ามันสมควรตาย เจ้าต่างหากที่สมควรตาย!”

            ไป๋เซี่ยเหอยิ้มหยันอย่างรู้อยู่แก่ใจ

            รถม้าโคลงเคลงไปตลอดทางเบื้องนอกมีหิมะโปรยปรายปกคลุมพื้นดิน ทว่าภายในรถม้ามีหั่วหลงกับเตาอุ่นมือ จึงรู้สึกอบอุ่นดั่งวสันตฤดู

            กลิ่นเผาไหม้ของอิ๋นทั่น[2]ทำให้รู้สึกง่วงงุน

            ภายในรถม้าเงียบเชียบไร้ซึ่งสรรพเสียง

            มีเพียงเสียงประกายไฟเป็นครั้งคราวเท่านั้น

            ไป๋เซี่ยเหอไม่ทราบว่าตอนนี้ตนเองนั่งอยู่บนรถม้ามานานเพียงใดแล้ว

            รถม้าโคลงเคลงขึ้นเรื่อยๆความเร็วในการหมุนกำไลหยกของไป๋หว่านหนิงก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน นางเลิกม่านขึ้นมองออกไปด้านนอกเป็นครั้งคราว

            ไป๋เซี่ยเหอดูเหมือนกำลังงีบหลับทว่าจิตใจกลับแจ่มชัดดั่งกระจกใส อีกทั้งความสามารถในการฟังของนางยังน่าทึ่งทุกการกระทำของไป๋หว่านหนิงจึงไม่อาจเล็ดลอดสายตาของนางไปได้

            “ใกล้ถึงแล้วกระมัง”

            เมื่อไป๋หว่านหนิงที่กำลังเลิกม่านขึ้นมองออกไปด้านนอกได้ยินน้ำเสียงอันแจ่มชัดของไป๋เซี่ยเหอ ก็ตกใจจนขวัญหนี

            “เพิ่งออกจากเมืองใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยหนึ่งวัน”

            ไป๋หว่านหนิงไม่ได้สังเกตเลยว่าน้ำเสียงของตนเองเจือความสั่นเครือเล็กน้อย

            “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้”

            หัวใจของไป๋หว่านหนิงเต้นโครมครามอย่างกะทันหันรู้สึกเหนียวเหนอะหนะที่ฝ่ามือ

            ทว่าต่อมานางก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือศัตรูที่สังหารมารดาของนาง!

            ความกระวนกระวายและความตื่นตระหนกจึงอันตรธานหายไปในชั่วพริบตา

            “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดอะไร”

            เมื่อเห็นแววตาที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแน่วแน่และเด็ดขาดของไป๋หว่านหนิงไป๋เซี่ยเหอก็ยิ้มเยาะ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนโง่มักตายอย่างไร?”

            ไป๋หว่านหนิงไม่ตอบทว่าท่าทีอันสับสนของนางได้เผยให้เห็นถึงความคิดของนางเสียแล้ว

            “ล้วนแล้วแต่ตายเพราะทำตนเองอย่างไรเล่า!”ไป๋เซี่ยเหอกล่าว

            หลังถ้อยคำนี้จบลงเสียงเกือกม้าก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันในวินาทีต่อมา

            ร้ายกาจยิ่งนัก

            “ไป๋เซี่ยเหอเจ้าเอ่ยคำพูดน่ากลัวน้อยลงหน่อย ทำเอาข้าตกใจหมด ถึงอย่างไรวันนี้ก็คือวันตายของเจ้าข้าต้องการให้เจ้าถูกฝังไปพร้อมกับแม่ของข้า!”

            ไป๋เซี่ยเหอยักไหล่นางไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย

            “ข้าไม่ได้เป็นคนสั่งให้ทุบตีแม่ของเจ้าจนตาย”

            “เจ้าคิดว่าไป๋เสียนอันจะหนีรอดไปได้หรือ?” แววตาของไป๋หว่านหนิงเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างเข้มข้นนางไร้สติอย่างสิ้นเชิงแล้ว

            “พี่สาวที่แสนดีของข้าเจ้าจากไปอย่างสงบเถิด ท่านพ่อจะไปอยู่กับพวกเจ้าในไม่ช้า ส่วนข้าจะตบแต่งให้ไท่จื่อและกลายเป็นฮองเฮาที่สูงศักดิ์ที่สุด! ฮ่าๆๆๆๆ”

            ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยนึกไม่ถึงว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในสายตาของนางยังคงเป็นตำแหน่งฮองเฮา

            ทั้งที่ลู่เป๋าเหยาพยายามคิดหาวิธีปกป้องบุตรสาวคนนี้จวบจนวินาทีสุดท้าย

            “อย่าได้ด่วนสรุปเร็วเกินไปนัก!”

            “เส้นทางนี้เป็นข้าที่บุกเบิกต้นไม้นี้ก็เป็นข้าที่ปลูก หากคิดจะผ่านเส้นทางนี้ละก็ ทิ้งสตรีที่จะมาเป็นฮูหยินของบิดาไว้สิ!ฮ่าๆๆๆๆ”

            น้ำเสียงที่หยาบคายและลามกดังมาจากด้านนอกตอนนี้รถม้าถูกล้อมจนไม่เหลือช่องว่างให้เคลื่อนที่แล้วม้ายกขาหน้าขึ้นสูงก่อนจะหยุดยืนอย่างมั่นคงด้วยความยากลำบาก

            ภายในรถม้า

            เมื่อเปรียบเทียบกับไป๋เซี่ยเหอที่สงบเยือกเย็นแล้ว

            ไป๋หว่านหนิงกลับกลิ้งไปมาเจ็ดแปดตลบปิ่นปักผมบนศีรษะเล่มหนึ่งหล่นลงไปที่พื้นด้านนอก

            “โอ้โห ข้างในมีสาวๆนั่งอยู่ด้วย ดูปิ่นปักผมเล่มนี้สิ ประณีตงดงามนักย่อมต้องเป็นบุตรสาวจากตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยเป็นแน่”

            จากนั้นก็มีน้ำเสียงลามกดังขึ้น“ได้ยินว่าคุณหนูผู้ร่ำรวยมีผิวพรรณละเอียดลออกันทุกคนข้ายังไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย”

            ไป๋หว่านหนิงทั้งหงุดหงิดทั้งโมโหปิ่นปักผมของตนเองดันไปตกอยู่ในมือของคนพวกนี้ ทั้งยังถูกพวกเขากล่าวดูหมิ่นอีกทำให้นางโมโหเสียจนใบหน้าบิดเบี้ยว

            นางตะโกนด้วยความขุ่นเคืองโดยไม่สนใจอะไร

            “เจ้าพวกคนชั้นต่ำสมควรตายพวกเจ้าคู่ควรที่จะถือสิ่งของของคุณหนูผู้นี้ด้วยหรือ? รีบคืนมาให้ข้าเร็วข้า บิดาของข้าคือแม่ทัพใหญ่สกุลไป๋หากพวกเจ้ากล้าพูดหยาบคายอีกละก็ ข้าจะให้บิดาของข้าจัดการพวกเจ้าเสีย!”

            ------------------------

            [1] นางชาเขียวหมายถึง ผู้หญิงที่แสร้งทำตัวใสซื่อ

            [2] อิ๋นทั่น หมายถึง วัสดุที่ประกอบด้วยเงินและคาร์บอน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276