Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 12 ยกประโยชน์แก่จำเลย

    สำหรับที่นี่แล้ว นอกจากบัณฑิตที่ผ่านการสอบระดับ ‘ฮุ้ยชื่อ’ 會試 หรือการสอบระดับเมืองหลวง ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 3 ปีแล้ว นิสิตทุกคนที่เหลือ ล้วนมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลจัดเก็บและรักษาสภาพของตำรับตำราเหล่านี้ให้เป็นปกติพร้อมใช้ โดยหมุนเวียนกันไปตามตารางเวร และโชคดีไม่น้อยที่เด็กหนุ่มได้จับคู่กับหยางซีถิง หรือพี่หวังของเขานั่นเอง “เราจะนำคัมภีร์ออกมาปัดฝุ่นที่ด้านนอก จากนั้นคว่ำหน้าลงให้สิ่งสกปรกตกลงมา หากมีรอยเปื้อนจะต้องแปรงขนอ่อน ปัดฝุ่นออกโดยปัดจากบนลงล่างแบบนี้” ฝุ่นต่าง ๆ นั้นร่วงหล่นลงมา จนหยางไคต้องจาม “ฮัดเช้ย!!” ออกมาดัง ๆ ฝ่ายหยางซีถิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบปิดหน้าหนังสือ แล้วเอ็ดไปว่า“การจามนั้นย่อมมีเกิดน้ำลายฟุ้งไปในอากาศ ซึ่งไม่ว่าจะน้ำชนิดไหน ก็ห้ามมิให้สัมผัสกับหนังสือเป็นอันขาด!!” หยางไคหน้าซีดเล็กน้อย เพราะคัมภีร์ที่หอรักษานั้นแช่น้ำอยู่ทั้งคืน และการเอาออกไปตากแดดเช่นนั้นอาจจะมิใช่วิธีที่ถูกต้องสักเท่าใดนัก จากนั้นจึงเล่าวิธีซึ่งต้นเคยแก้ปัญหากับตำราของหอรักษาให้ฟัง พอหยางซีถิงได้ฟังเช่นนั้นก็แทบจะเป็นลมล้มทั้งยืน แล้วกล่าวว่า“หมดกัน หากเป็นเช่นนั้นจริง ผ่านไปไม่กี่วันก็คงไม่มีอักษรตัวใดหลงเหลืออยู่แล้ว” เด็กหนุ่มเมื่อได้ฟังเช่นนั้น แม้จะเกิดอาการเสียใจขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทั้งหมดที่เขาทำนั้นนอกจากตนจะได้ประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวแล้ว คัมภีร์เหล่านั้นกลับเสียหายอย่างถาวรจนอดคิดขึ้นมิได้ว่า ‘โอ้เวรกรรม อย่างน้อย ๆ หลักฐานทุกอย่างก็สูญสลายไปสิ้นแล้ว ย่อมต้องยกผลประโยชน์แก่จำเลยเช่นเรา โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้วกระมัง’ ครั้นทั้งสองทำความสะอาดเสร็จแล้วต่างก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัว เนื่องด้วยคนในตระกูลทุกคนไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ ก็ต่างก็มีพลังยุทธ์ด้วยทุกคนดังนั้นทุก ๆ สัปดาห์ในเวลาเที่ยง หอรักษาจะจัดส่งยาเม็ดเสริมพลังให้ทุกคนในตระกูล เพื่อใช้ในหล่อเลี้ยงพลังลมปราณของฝึกตนให้มีความก้าวหน้าตามอัตภาพของตน ซึ่งสามารถยกระดับคุณสมบัติพื้นฐานให้พิเศษกว่าราษฎรส่วนใหญ่ในอาณาจักร ซึ่งเป็นเพียงสามัญชน (平民) เพราะพลังวัตรที่ขับออกมาจากผู้ถือครองเคล็ดลมปราณประเภทต่าง ๆ ย่อมเสริมสร้างร่างกายให้ แข็งแกร่ง ว่องไว และเฉลียวฉลาด ดังคำที่ว่า “จิตใจและสติปัญญาผ่องใส ย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง” หลังทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว หยางไครีบกลับเข้ามาในห้องพัก คล้ายจะมีเจตนาเข้ามาพักผ่อนนอนกลางวัน แต่เขากลับกุลีกุจอเพื่อคัดสรรเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศครึ่งกำมือ แล้วส่งเข้าไปในพื้นที่ของลมปราณดินปลูก จากนั้นแกะซองกระดาษแล้วหยิบเม็ดยาสีแดงออกมาแล้วใส่เข้าปากไป พร้อมดื่มน้ำลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่ารอบแรกที่สวาปามเข้าไปอยู่หลายถัง อาจจะเป็นเพราะพื้นที่มีระดับความชุ่มชื้นมากขึ้นจนเพียงพอแล้วก็เป็นได้ ส่วนมันหวานซึ่งเป็นพืชพรรณที่ปลูกไว้นั้น ถ้าโดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลาถึง 90 วัน แต่เมื่อเพาะปลูกในพื้นที่อันสมบูรณ์แบบนี้แล้ว กลับใช้เวลาเพียง 9 วัน ก็ทยอยเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทั้งได้รับผลผลิตที่ดีเยี่ยม หนำซ้ำมันหวานเหล่านี้ยังแฝงด้วยพลังวัตรทุกหัว ที่น่าแปลกใจที่สุดคือ มันหวานซึ่งอยู่ในตระกูลมันเทศ อันเป็นพืชล้มลุกไม้เถาเลื้อย โดยปกติเมื่อให้ผลผลิตแล้วลำต้นและกิ่งก้านใบ ย่อมเหี่ยวเฉาลงไปโดยธรรมชาติ แต่กลับไม่ใช่ในพื้นที่แห่งนี้!! ต้นมันหวานยังสมบูรณ์ดีพร้อมทั้งยังให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องในทุกสัปดาห์เช่นเดียวกัน วันนี้ในมือทั้งสองของเด็กหนุ่มจึงเต็มไปด้วยหัวมันหวานที่แก่จัดถึง 2 หัว หากเป็นท่านหมอหยางคงมีความดีใจเป็นอันมากที่เห็นวัตถุดิบระดับสูงเช่นนี้ และแค่เพียงหัวเดียวก็สามารถนำมากลั่นจนเป็นยาเสริมพลังสำหรับแจกจ่ายให้คนในตระกูลได้หลาย 10 คนเลยทีเดียวแต่เด็กหนุ่มกลับมิได้ใส่ใจนัก เขาเพียงเก็บใส่ถุงไว้ สำหรับเผากินตอนเย็น อันเป็นวิธีปรุงอาหารง่าย ๆ ตามประสาเด็กน้อยอย่างเขา ซึ่งความจริงแล้ว 'การเผาไฟโดยตรง' มันเป็นการทำลายสรรพคุณของมันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งอย่างน่าเสียดายนัก