ความเดิมตอนที่แล้ว
การปรากฏตัวอันคาดไม่ถึงของเ้าเมืองน้อยแห่งเยียนเป่ยทำให้แผนการของเหลียงจิ่งเสียนต้องผิดพลาดเขา้าสร้างความแตกแยกให้กับคนบางกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าเฉินเสวี่ยหยางเฉลียวฉลาดพอที่จะคาดการณ์ได้ว่าเื่นี้มีความเกี่ยวพันกับหลินเพ่ยหนิงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งดังนั้นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย เขาจึงตามไปพบกับเหลียงจิ่งเสียนเพื่อหยั่งเชิงและกล่าวเตือนในเวลาเดียวกันแม่ทัพเหลียงจึงได้รู้สถานการณ์ว่าตนได้เผยไต๋จนถูกเขามองออกเสียแล้ว
ทางด้านหวงจิ้งเอินและอู๋ฉงฉงที่ยังคงถูกขังอยู่ในหมู่บ้านกลางป่าพวกเขากลับต้องพบกับความยุ่งยากครั้งใหญ่ เมื่อคนสกุลหานที่ออกตามหาพวกเขาจากคำสั่งของเ้าเมืองน้อยเฉินดันพลาดท่าจนถูกคนของเจิ้งคุนเซียวพบเข้าและถูกจับตัวมายังหมู่บ้านแห่งนี้อีกทั้งคนเ่าั้ยังหลุดปากเอ่ยถึงเ้าเมืองน้อยผู้เป็คนสำคัญจึงทำให้เจิ้งคุนเซียวรู้ว่าพวกเขาคือคนของจวนเ้าเมืองเฉินและขบวนเรือที่ผ่านน่านน้ำเข้าไปยังหนานจิ้งนั้นคือเรือของเ้าเมืองน้อยแห่งเยียนเป่ยคุณชายหวงและคุณหนูอู๋จึงกังวลว่าเื่นี้อาจนำภัยไปสู่ทายาทเ้าผู้ครองเมือง และในค่ำคืนอันเงียบสงัดที่ผู้คนพากันนอนหลับใหลร่างเงามารทมิฬเหม่ยซิ่นฮวาแอบใช้พลังอันชั่วร้ายทำให้หลินเพ่ยหนิงเกิดภาพหลอน สิ่งเ่าั้ทำให้เฉินเสวี่ยหยางรู้สึกถึงหัวใจอันบอบบางที่กำลังถูกทำร้ายเขาจึงใช้เสียงขลุ่ยส่งผ่านสายลมและหยาดฝนที่พลันหลั่งรินไปปลอบประโลมหัวใจของนาง ในขณะที่หูจิงผู้เป็ดั่งองครักษ์ก็โผล่เข้ามาเสริมพลังกับเสียงขลุ่ยอัดกระแทกใส่พลังมืดจนย้อนกลับไปสู่ผู้เ้าของทำให้นางมารผู้เร้นกายถูกพลังสะท้อนกลับจนได้รับาเ็ องค์หญิงเริ่มมีสีหน้าผ่อนคลายในเวลาเดียวกันนั้นที่ข้างเรือนของนางได้ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ั้แ่ต้นเขาก็คือเฟิงอี้
เฟิงอี้ : “ ตาลุงหนวดจิ๋มนี่ ฝีมือดีทีเดียว ไปร่ำเรียนเคล็ดวิชาแบบนี้มาจากสำนักไหนกันนะ”
หลังจากที่ฝนเริ่มซาท้องฟ้าอันมืดมิดของหนานจิ้งก็กลับมาเงียบสงบและเต็มไปด้วยทะเลแห่งดวงดาวแตกต่างจากที่หมู่บ้านหัวซึ่งยังคงรับมือกับกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก แม้ว่าฝนจะหยุดตกแต่หวงจิ้งเอินกับอู๋ฉงฉงพร้อมด้วยชาวบ้านอีกหลายสิบคนยังคงช่วยกันขุดร่องน้ำและทำคันดินจนใกล้เสร็จสิ้นทว่ากระแสน้ำได้ใกล้เข้ามาทุกทีทำให้หวงจิ้งเอินต้องเร่งมือจนตนเองพลัดตกลงไปในร่องน้ำและถูกกระแสน้ำพัดพาไปท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้านที่พบเห็นและสายตาคู่งามของอู๋ฉงฉง
หวงจิ้งเอิน : “ อ๊ะ! ”
อู๋ฉงฉง : “ เสี่ยวหวง ”
..ตุบตับ ๆ ๆ.. นางวิ่งตามทิศทางของกระแสน้ำไปอย่างทันควันแล้วคว้าเถาวัลย์โยนลงไปในน้ำเพื่อให้หวงจิ้งเอินจับมันเอาไว้เขาเอื้อมมือไปคว้ามันและพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาบนเนินดิน แต่ทว่าเถาวัลย์กลับค่อยๆ ขาดลงทีละนิดเพราะการเสียดสีกับพื้นผิวจากแรงพัดของกระแสน้ำ ไม่นานเถาวัลย์ก็ขาดออกจากกันก่อนที่หวงจิ้งเอินจะไหลตามน้ำไปอีกครั้งก็มีมืออันเรียวงามยืนมาจับแขนของเขาไว้
อู๋ฉงฉง : “ เสี่ยวหวง จับมือข้าไว้ เ้าอย่าปล่อยมือนะข้าจะดึงเ้าขึ้นมา ”
หวงจิ้งเอิน : “ ไม่ไหวหรอกขืนเป็อย่างนี้เราคงได้ไหลตามน้ำไปทั้งคู่แน่ ”
อู๋ฉงฉง : “ หนวกหู! หากเ้ายังพูดอีกข้าจะโดดลงไปเอาความเ้า ”
อู๋ฉงฉงแสร้งขึ้นเสียงขู่หวงจิ้งเอินเพราะเห็นเขากำลังจะปล่อยมือออกจากนางทำให้หวงจิ้งเอินมองนางด้วยความซาบซึ้ง แล้วชาวบ้านผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็ตามมาช่วยดึงตัวคุณชายหวงแต่ทว่า ..คลื่น..ผลั้ก!..
หวงจิ้งเอิน : “ โอ๊ย! ”
อู๋ฉงฉง : “ ฮะ! เสี่ยวหวง ”
..ตู้ม!.. ไม่ทันที่พวกเขาจะได้เข้าถึงตัวหวงจิ้งเอินกลับถูกท่อนไม้ที่ลอยมากับกระแสน้ำตรงเข้ากระแทกลำตัวจนได้รับาเ็ทำให้มือของพวกเขาหลุดออกจากกัน คุณหนูอู๋ผู้ว่ายน้ำไม่เป็ถึงกระนั้นนางก็คิดจะะโตามลงไป แต่แล้วเสี่ยวม่านก็ปรากฏตัวออกมา นางลอยตัวอย่างพลิ้วไหวเหนือพื้นผิวน้ำพลางใช้มือข้างหนึ่งคว้าร่างของหวงจิ้งเอินจนในที่สุดเขาก็ถูกช่วยขึ้นมาได้สำเร็จขณะที่สติของเขากำลังจะวูบดับลงเขาได้ยินเสียงพร่ำเรียกผ่านริมฝีปากอันเรียวบางของสตรีที่เขาผูกพันมาั้แ่เด็ก ก่อนที่สองตาของเขาจะค่อยๆ มืดลง
อู๋ฉงฉง : “ เสี่ยวหวง! เ้าอย่าเป็อะไรไปนะได้ยินข้าหรือไม่ เสี่ยวหวง! เสี่ยวหวง! ”
อู๋ฉงฉงร้องเรียกหวงจิ้งเอินด้วยใจห่วงกังวลพร้อมน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลอาบใบหน้า จากนั้นเจิ้งคุนเซียวกับเซวียเหยาก็ตามมาสมทบและช่วยพยุงร่างอันไร้สติของหวงจิ้งเอินออกไปจากที่นั่น
จวนเ้าเมืองหนานจิ้ง
..ตึก ๆ ๆ.. เสียงฝีเท้าคนมากมายที่กำลังมุ่งหน้ามายังเรือนของหลินเพ่ยหนิงคนที่เดินนำหน้าคือเ้าเมืองหลินผู้เป็บิดา ตามมาด้วยเหลียงซีหม่า หลินซานซานหลินจื่อหรานพร้อมกับจางหยวนคนสนิทของเ้าเมืองหลิน รั้งท้ายด้วยหม่าเสียนเย่คุณชายสกุลหม่าซึ่งเป็หมอประจำตัวขององค์ชายใหญ่ แต่ละคนดูมีสีหน้ากังวลเว้นแต่เพียงหลินซานซานที่ในแววตาดูกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อพวกเขาเดินมาถึงเรือนยลเหมันต์ก็พลันผลักประตูพรวดพราดเข้าไปโดยไม่สนคำทักท้วงของลั่วชีชีผู้เป็สาวรับใช้
ลั่วชีชี : “ คารวะท่านเ้าเมือง ชายารอง องค์ชายใหญ่องค์หญิงสาม และคุณชายหม่า องค์หญิงกำลัง.. เอ่อเดี๋ยวเ้าค่ะ! ”
..ปึ้ก!.. เ้าเมืองหลินผลักประตูเข้าไปก็พบบุตรสาวกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงและลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงอันอึกทึกของเหล่าผู้มาเยือนในยามวิกาลโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยนางลุกขึ้นจากเตียงมาคารวะผู้เป็บิดาและมองดูคนเ่าั้ด้วยแววตาสงสัย
หลินหงชุน : “ หนิงเอ๋อ! ”
เ้าเมืองหลินเอ่ยเรียกบุตรสาวด้วยความร้อนใจพลางลงไปประคองร่างบุตรสาวที่ย่อเข่าคารวะตนเมื่อเห็นสีหน้าของนางไม่มีอาการผิดปกติ เขาจึงพลันโล่งใจขึ้นมาและหันไปมองบุตรสาวอีกคนด้วยแววตาเอาเื่พร้อมกับเอ่ยถาม
หลินหงชุน : “ ไหนเ้าว่านางป่วยหนัก นี่หมายความว่ายังไงซานเอ๋อ? ”
หลินซานซาน : “ เอ่อ.. ”
หลินซานซานก้มหน้าก้มตาหลบสายตาดุดันของบิดาตนพลางเก็บอาการพิรุธ
เหลียงซีหม่า : “ ท่านพี่โปรดใจเย็นก่อน ซานเอ๋อคงเป็ห่วงหนิงเอ๋อมากไปหน่อยจึงอาจร้อนใจไปบ้างว่ายังไงซานเอ๋อ ท่านพ่อถามเ้าอยู่ เหตุใดจึงไม่ตอบ? ”
เหลียงซีหม่าพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มกับสวามีและหันไปเค้นถามความจริงจากบุตรสาวขณะที่หลินจื่อหรานและหม่าเสียนเย่ยืนมองหลินซานซานด้วยแววตาที่รู้เท่าทัน แต่ทั้งสองก็คร้านที่จะกล่าววาจาใดๆ
หลินซานซาน : “ คือ.. วันก่อนลูกเห็นว่าพี่หญิงไม่ได้ออกมาส่งพี่จื่อหรานเลยร้อนใจนึกเป็ห่วงเ้าค่ะ ”
หลินหงชุน : " เื่เป็ยังไงจื่อหราน? "
หลินจื่อหราน : " เรียนท่านพ่อ วันก่อนข้ากลับจากห้องตำราเลยแวะมาหาเพ่ยหนิง แต่เห็นนางกำลังพักผ่อนอยู่ด้านใน ลูกเลยไม่อยากรบกวนนางขอรับ "
องค์ชายใหญ่ผู้อยู่ในเหตุการณ์เอ่ยปากตามน้ำเพื่อปกป้องน้องสาว ทำให้ยามนี้เ้าเมืองหลินมีท่าทีไม่พอใจบุตรสาวคนเล็กเป็อย่างมาก หลินเพ่ยหนิงจึงช่วยแก้หน้าให้กับหลินซานซาน แม้สิ่งนี้จะเป็การกระทำที่องค์หญิงสามไม่เคย้าเลยก็ตาม
หลินหงชุน : “ ทีหน้าทีหลังก็ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน ดูสินี่มิใช่เป็การรบกวนพี่สาวเ้าหรอกหรือ?! ”
หลินเพ่ยหนิง : “ ลูกไม่ค่อยสบายจริงเ้าค่ะคงเพราะเมื่อวานอากาศร้อนเกินไป เลยรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย ” (ภาษามือ)
หลินหงชุน : “ เป็เช่นนี้นี่เอง เหตุใดจึงไม่ให้คนไปบอกพ่อเล่าจะได้ตามหมอมาตรวจดูอาการเ้า เ้าสองคนก็เหมือนกัน องค์หญิงไม่สบายเหตุใดจึงไม่รีบแจ้ง? ”
หลินหงชุนหันไปต่อว่าหูจิงและลั่วชีชีที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านข้างเหมือนอยากลงโทษคนทั้งสองทำให้หลินเพ่ยหนิงต้องรีบออกโรงปกป้องคนของตน
หลินเพ่ยหนิง : “ ลูกกำชับพวกเขาไม่ให้บอกเองเ้าค่ะตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานต้อนรับ เลยเกรงว่าจะเป็การรบกวนอีกอย่างลูกเพียงแค่รู้สึกเพลียนิดหน่อย พักผ่อนสักนิดก็คงหาย ” (ภาษามือ)
หลินหงชุน : “ อย่างนั้นเองรึ ”
เหลียงซีหม่า : “ หนิงเอ๋อ เ้าต้องระวังสุขภาพตัวเองให้ดี ่นี้อากาศเปลี่ยนอีกไม่นานก็ย่างเข้าฤดูเหมันต์แล้ว ที่สำคัญ วันพรุ่งเ้าเมืองน้อยเฉินก็จะเดินทางมาที่นี่หากรู้สึกไม่ดีต้องรีบให้คนมาแจ้ง อย่าได้ฝืนตนเองเป็อันขาด ”
หลินหงชุน : “ เมื่อ่สายทูตของเยียนเป่ยเข้ามาแจ้งว่าเ้าเมืองน้อยเฉินเดินทางถึงหนานจิ้งแล้ว ตอนนี้พักผ่อนเป็การส่วนตัวอยู่ด้านนอกรอเวลาเดินทางมาที่จวนของเราในวันพรุ่งนี้ ความจริงพ่ออยากให้เ้าพักผ่อนอีกสักหน่อยรอให้หายดีแล้วค่อยจัดงานต้อนรับดีหรือไม่? ”
หลินเพ่ยหนิง : “ ต้องขออภัยที่ทำให้ทุกคนเป็ห่วง แต่ท่านพ่อได้โปรดจัดงานตามกำหนดเถิดเ้าค่ะ หากเลื่อนไปจะเป็การเสียมารยาทต่อแขกผู้มาเยือน ที่สำคัญ เ้าเมืองน้อยมีฐานะพิเศษที่เรายิ่งต้องให้เกียรติ ” (ภาษามือ)
หลินจื่อหราน : “ เพ่ยหนิง ถ้าอย่างนั้นให้เสียนเย่ตรวจดูเสียหน่อยเถิดหากไม่มีอะไรร้ายแรง พวกเราจะได้เบาใจ ”
หม่าเสียนเย่ : “ ให้ข้าตรวจเถิด องค์หญิง ”
หม่าเสียนเย่ซ่อนความห่วงใยในแววตาพลางช่วยพูดจาโน้มน้าวขณะที่องค์หญิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็พยักหน้าตอบ เขาคือคุณชายรูปงามผู้มีท่าทางโอบอ้อมอารีและเป็ที่หมายตาของสตรีมากมายในหนานจิ้งไม่เว้นแม้แต่สตรีในจวนแห่งนี้ คุณชายหม่าผู้นี้ไม่เพียงเป็ทายาทผู้นำฝ่ายพลเรือนเขายังมีความรู้วิชาแพทย์จึงได้รับความไว้วางใจให้เป็หมอประจำตัวขององค์ชายใหญ่ ทั้งยังเป็สหายที่คุ้นเคยกับองค์ชายและองค์หญิงทั้งสองเป็อย่างดีโดยเฉพาะกับหลินเพ่ยหนิง หม่าเสียนเย่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อนางโดยที่นางเห็นเขาเป็เพียงคนคุ้นเคยและเป็พี่ชายของสหายสนิทอย่างหม่าซูซินเท่านั้น
หลินเพ่ยหนิงวางแขนลงบนโต๊ะเพื่อให้คุณชายหม่าตรวจดูชีพจรจากนั้นหม่าเสียนเย่ก็วางผ้าลงบนข้อมือของนางก่อนจะจับชีพจรเพื่อตรวจดูความผิดปกติส่วนหลินซานซานนั้นมองดูพวกเขาด้วยความรู้สึกไม่พอใจแต่ต้องเก็บอาการ เพราะนางมีใจให้กับคุณชายหม่าที่สำคัญ นางคิดว่าการที่พี่หญิงของนางช่วยแก้หน้าให้นั้นยิ่งเป็การตอกย้ำให้นางรู้สึกพ่ายแพ้แน่นอนว่านี่เป็แผนการเปิดโปงพี่สาวต่างมารดาที่นางได้วางเอาไว้ โดยแสร้งโกหกว่าพี่หญิงไม่สบายและให้ทุกคนได้เห็นกับตาว่านางไม่ได้อยู่ในเรือนพักแต่เื่กลับตรงกันข้าม ทั้งหมดทั้งมวลเป็เพราะความใจร้อนที่มีเื้ัคือความริษยาเป็แรงผลักดัน หลังจากนั้นไม่นาน หม่าเสียนเย่ก็รับรู้ถึงอาการอันไม่สู้ดีขององค์หญิง
หลินหงชุน : “ เป็อย่างไรบ้าง เสียนเย่? ”
หม่าเสียนเย่ : “ เรียนท่านเ้าเมือง องค์หญิงมีอาการอ่อนเพลียจากการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็เวลานานบวกกับอากาศร้อนจึงทำให้มีไข้นิดหน่อยขอรับ ข้าจะเขียนเทียบยาให้ เชิญท่านผู้ช่วยจางตามไปรับยาด้วยขอรับ”
หลินหงชุน : “ อาหยวน เ้ารีบตามเขาไป ”
จางหยวน : “ ขอรับ ”
หม่าเสียนเย่ : “ เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน องค์หญิง ข้าขอตัว ”
หม่าเสียนเย่กล่าวลาพลางคารวะเ้าเมืองหลินพร้อมด้วยชายารองแล้วเขาก็หันมาก้มศีรษะลาองค์ชายและหลินเพ่ยหนิง ก่อนที่เขาจะเดินออกจากเรือนโดยมีจางหยวนเดินตามไปติดๆ และมีแววตาคู่งามของหลินซานซานที่มองตามเขาตาละห้อย หลังจากนั้นเ้าเมืองหลินก็หันมาพูดคุยกับบุตรสาวคนรองด้วยท่าทางอ่อนโยนพร้อมเอ่ยกำชับคนสวนและสาวรับใช้
หลินหงชุน : “ เช่นนั้นคืนนี้เ้าจงพักผ่อนให้ดีพ่อไม่รบกวนเ้าแล้ว พวกเ้าสองคนก็ดูแลนางให้ดีหากมีเื่อะไรให้คนไปแจ้งที่เรือนหลักได้ทุกเมื่อ ”
หูจิง : “ ขอรับ ”
ลั่วชีชี : “ เ้าค่ะ ”
หลินหงชุน : “ หนิงเอ๋อ พ่อไปก่อนนะพวกเ้าก็พากันกลับเรือนได้แล้ว ”
ว่าพลาง หลินหงชุนก็กล่าวลาบุตรสาวแล้วหันไปพูดกับภรรยาและบุตรชายโดยเดินผ่านหลินซานซานไปเหมือนกับนางไร้ตัวตนก่อนที่เหลียงซีหม่าจะเดินตามผู้เป็สวามีพลางใช้สายตาตำหนิหลินซานซานผู้เป็บุตรสาวเมื่อพวกเขาคล้อยหลังจากไป หลินซานซานก็รีบหลบหน้าพี่สาวและเดินออกจากเรือนไปอย่างหัวเสีย
ลั่วชีชี : “ องค์หญิง เกือบไปแล้วนะเ้าคะดีที่วันก่อนน้าหูสังเกตเห็นนางเข้าหากวันนี้องค์หญิงไม่อยู่เรือนละก็..ได้เป็เื่ใหญ่แน่ ”
หลินเพ่ยหนิงมองตามน้องสาวด้วยความเป็ห่วงนางรู้ดีว่าความจริงแล้วในใจของหลินซานซานไม่ได้มีความสุขในสิ่งที่ทำเลยแม้แต่น้อยขณะที่อาการอ่อนเพลียของนางเกิดจากการฝันร้ายที่ดูเสมือนจริงอยู่บ่อยครั้งแต่ที่นางหลับตาลงได้เพราะเสียงขลุ่ยที่ลอยมาอย่างปริศนา ..“ เสียงนั้น หรือเราจะฝันไป ”.. ค่ำคืนนั้นหลินเพ่ยหนิงล้มตัวลงนอนหลับสนิทด้วยสีหน้าอิ่มเอิบโดยไร้ซึ่งฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน
เช้ารุ่งขึ้นที่เรือนยลเหมันต์..จิ๊บ ๆ ๆ.. มีเสียงนกร้องบ่งบอกถึงบรรยากาศยามเช้า หลินเพ่ยหนิงตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าสดใสนางหลับเต็มอิ่มกว่าทุกครั้ง แม้ว่าเมื่อคืนจะมีคนมากมายบุกมาที่เรือนของนางก็ตามแตกต่างจากลั่วชีชีที่เดินมาหานางด้วยใบหน้าสะลึมสะลือเพราะเฝ้าดูผู้เป็นายอยู่ทั้งคืนองค์หญิงเดินไปแช่น้ำที่สาวรับใช้เตรียมไว้ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่น้ำอุ่นแต่เป็น้ำธรรมดาที่โรยด้วยกลีบกุหลาบไว้เต็มอ่าง นางพาร่างอันเรียวบางลงไปแช่น้ำในอ่างอย่างสบายใจพลางลูบไล้ผิวพรรณอันขาวเนียนด้วยมือคู่งามกับใบหน้าที่สดใส
ลั่วชีชี : “ องค์หญิงเ้าคะ นี่เป็ชุดที่ท่านเ้าเมืองส่งมาให้เ้าค่ะข้าวางไว้ตรงนี้นะเ้าคะ ”
แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงตลอดทางเดินภายในเมืองหนานจิ้งถูกโรยด้วยกลีบดอกไม้หลากสีเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนคนสำคัญ..กึก ๆ ๆ ๆ.. เสียงรถม้าคันใหญ่ที่ถูกประดับประดาอย่างสมเกียรติสมฐานะได้วิ่งผ่านเส้นทางนี้อย่างช้าๆ ราวกับว่าเวลาถูกชะลอให้ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านกลีบดอกไม้ที่ถูกโปรยจากระเบียงบ้านเรือนสองข้างทางนั้นค่อย ๆ ลอยลงสู่พื้น บ้างก็ร่วงหล่นลงบนหลังคารถม้าตามมาด้วยองครักษ์ซึ่งขี่ม้าตามทั้งซ้ายขวา เมื่อมาถึงหน้าจวนเ้าเมือง รถม้าก็พลันหยุดลงเฉินเสวี่ยหยางก้าวออกมาด้วยท่าทางสง่าในอาภรณ์ขาวสะอาด เขาเหยียบย่างลงบนพรมสีน้ำเงินที่ถูกปูั้แ่ประตูจวนจนถึงด้านในเมื่อมองดูองค์ชายผู้งามสง่าในอาภรณ์ขาวบนพรมสีเข้ม ช่างดูโดดเด่นเปล่งรัศมีผู้มีอำนาจวาสนาแน่นอนว่าเื้ัคือสองพี่น้ององครักษ์แซ่เฟยผู้ไม่เคยห่างกายเขา ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านทางเข้าจวนทั้งซ้ายขวามีทหารคุ้มกันที่ต่างก้มศีรษะคารวะบ่งบอกถึงการต้อนรับที่สมเกียรติและศักดิ์ว่าที่ท่านเ้าเมืองแห่งแดนเหนือ
ไม่นานองค์ชายั์ตาฟ้าก็ก้าวเข้าเรือนหน้าอันเป็สถานที่รองรับบุคคลสำคัญท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จับจ้องเพียงองค์ชายในชุดสีสะอาด ทั้งซ่งเผิงจิ่นผู้นำฝ่ายการคลังผู้ไว้หนวดบางๆ ในชุดสีเข้ม หม่าจิ่นเทาผู้นำฝ่ายพลเรือนผู้มีหนวดเครายาวและคุณชายหม่าที่ยืนอยู่ด้านหลังโดยที่ขาดเสียไม่ได้คือเหลียงจิ่งเสียนผู้นำการทหารซึ่งเป็แม่ทัพผู้กร้านศึกเขามองเ้าเมืองน้อยอยู่เพียงครู่ เมื่อเฉินเสวี่ยหยางปรายตามองเขา เขาก็พลันลดสายตาลงต่ำครั้นเ้าเมืองน้อยเดินไปถึงกลางโถงอันเป็หน้าแท่นบัลลังก์ของท่านเ้าเมืองหลินโดยเยื้องลงมาด้านข้างคือชายารองเหลียงซีหม่าองค์ชายใหญ่หลินจื่อหรานและองค์หญิงสามหลินซานซานยืนอยู่ไม่ห่างกัน เฉินเสวี่ยหยางพลันก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อคารวะพลางเอ่ยวาจาทักทายหลินหงชุนและเหลียงซีหม่า
เฉินเสวี่ยหยาง : “ เ้าเมืองหลิน ชายารอง ”
หลินหงชุน : “ หนานจิ้งยินดีต้อนรับเ้าเมืองน้อยเฉิน นับเป็เกียรติอย่างยิ่ง”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ เป็ข้าที่ได้รับเกียรติ ”
หลินหงชุน : “ เ้าเมืองน้อยเฉินดูสุขุมสง่า ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนักสมแล้วที่เป็ทายาทแห่งเยียนเป่ย การเดินทางเป็อย่างไรบ้าง? ”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ ขอบคุณท่านเ้าเมือง การเดินทางช่างตื่นตายิ่งนัก”
เฉินเสวี่ยหยางตอบด้วยวาจาไร้คำโป้ปดพลางนึกถึงเื่ราวที่เขาประสบทั้งปีศาจสาวตนนั้น ัสีดำทมิฬกับกลุ่มผู้มาเยือนภายใต้หน้ากากรวมไปถึงจอมยุทธหญิงผู้ลึกลับ เมื่อนึกถึง เฉินเสวี่ยหยางก็อดไม่ได้ที่จะเผลออมยิ้ม
หลินหงชุน : “ ตื่นตางั้นรึ? ”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ เยียนเป่ยเป็ดินแดนอันหนาวเหน็บ ยากนักที่จะเห็นความครึกครื้นเช่นนี้หรืออาจเป็เพราะข้าไม่ค่อยได้ออกไปไหนก็ว่าได้ ”
หลินหงชุน : “ อ้อ.. อย่างนี้นี่เอง ”
หลังจากนั้น หลินหงชุนก็มองหาบุตรีคนรองซึ่งเป็คนสำคัญ เป็เวลาเดียวกับที่เฉินเสวี่ยหยางััได้ถึงบางสิ่ง เขาจึงพลันนิ่งเงียบ ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าของสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านหลังและสะกดทุกสายตาให้หันไปมองนางในชุดสีอ่อนสะดุดตา ..ตึก ๆ ๆ.. หลินเพ่ยหนิงปรากฏตัวด้วยผิวพรรณอันผุดผ่องเรือนผมอันดำขลับรับกับริมฝีปากและเรือนแก้มชมพูระเรื่อเฉินเสวี่ยหยางหันหลังกลับไปมองสตรีผู้ก้าวเท้าเข้าประตูมาด้วยแววตาหยุดชะงัก นางงดงามจนบิดาซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ยังต้องยิ้มด้วยความชื่นชมทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้งามสง่าและเห็นแววตาสีฟ้าคมกริบ นางก็ถึงกับตกตะลึงและยืนสบตาเขาเป็นานสองนานทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง ดวงตาทุกคู่ที่จับจ้องนาง ทว่านางมองเพียงเขาทางด้านหม่าเสียนเย่ที่เห็นหลินเพ่ยหนิงมองเ้าเมืองน้อยเฉินดวงตาไม่กะพริบ เขาก็ถึงกับมีแววตาเศร้าสร้อยขณะที่เฉินเสวี่ยหยางมองใบหน้าของนางและยิ้มบาง ๆ ให้นางด้วยแววตาหวานจนเฟยฉีแอบสะกิดเฟยิให้มองดูผู้เป็นายแล้วหลินเพ่ยหนิงก็ย่อเข่าคารวะเ้าเมืองน้อยเฉินอย่างสุภาพ ก่อนที่เฉินเสวี่ยหยางจะก้มศีรษะรับการคารวะจากนาง
เฉินเสวี่ยหยาง : “ ยินดีที่ได้พบ อย่างเป็ทางการ องค์หญิง ”
ติดตามตอนต่อไป