“คุณหยาง คุณรู้เหรอครับว่าเขาที่หนูเอมอรพูดถึงคือใคร”
“นั่นสิครับคุณหยาง เขาคือใครกัน และวันนั้นที่พัทยาเกิดอะไรขึ้น เฮ้อ พูดไปแล้วก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปด้วยเพราะลูกสาวคลอดลูกวันนั้นพอดี คนเป็นพ่ออย่างผมเลยต้องอยู่ที่นั่นด้วย ไม่งั้นก็คงได้ขึ้นเรือ...เดี๋ยวนะ เรือ!”
คล้ายกับมีคนฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
พริบตาบรรยากาศภายในที่ประชุมกลายเป็นหนักอึ้ง
“เกิดอะไรขึ้น พวกคุณรู้เหรอว่าคนที่พูดถึงเป็นใคร?” ตอนนี้วุตเริ่มรู้สึกว่าโชคอาจไมเข้าข้างตนแล้ว บรรยากาศภายในห้องประชุมที่ได้สัมผัส ตอนนี้ราวกับดาบเล่มหนึ่งที่จ่อเข้าลำคอของเขา ทำเอารู้สึกหวาดกลัว ขนลุกซู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ
สำหรับคำถามนั้นเอมอรยิ้มกล่าวไปตามอารมณ์ “คนที่พูดถึงคือเจ้าของเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'นักธุรกิจจากพัทยาค่ะ"
“ธันเดอร์โบ๊ท...รวยมากงั้นเหรอ หรือว่าจะรวยหมื่นล้านกัน?” วุตเป็นตาแก่ที่ไม้เข้าใจอะไรเลย ยังพูดอย่างสบายอารมณ์
สำหรับความสงสัยนั้นเป็นคุณหยางได้เฉลยให้กระจ่าง “หมื่นล้าน...ตลกน่า คุณเจมส์ไม่ใช่นักธุรกิจระดับเราจะไปเทียบได้ ความร่ำรวยของเขาเกิน 1 ล้านล้านอย่างไม่ต้องสงสัย!”
1 ล้านล้าน!
บ้าบอเกินไปแล้ว ต่อให้นับพวกเขาทุกคนในห้องรวมกัน ยังมีทรัพสินไม่ถึง 1 แสนล้าน
นาทีนี้วุตจึงได้เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเอมอรและเก้าถึงได้ดูมั่นใจนัก สาเหตุที่แท้จริงเพราะอีกฝ่ายอยู่ในระดับเหนือกว่าพวกเขามัดรวมกันอีกนี่เอง
คนรวยคับฟ้า!
วุตเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ลมหายใจเข้าออกช้าเนิบนาบ ดูแก่ชราลงหลายสิบปี
ป๋องราวกับไม่รู้อะไรเลย โพล่งออกไปว่า “พ่อเงียบทำไมละ เราเป็นถึงนักธุรกิจที่มีทรัพสินมากกว่าหมื่นล้านบาท จะกลัวเขาทำไมกัน นอกจากนั้นที่ภาคใต้ยังเป็นเขตอิทธิพลของเรา เขาจะสามารถทำแบบได้”
ป๋องยอมรับว่าตัวเองกลัวในคราวแรก แต่พอคิดดูอีกทีภาคใต้คือถิ่นของเขา ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นพยัคฆ์ผยองแต่อย่างไรก็ตาม ต้องไว้หน้างูเจ้าถิ่นบ้าง
เสียง'เพี้ย'ดังขึ้น ป๋องมองพ่อของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พ่อ...ตบผมทำไม!”
“แกยังมีหน้ามาถามอีกว่าทำไม แกกำลังทำให้ฉันตายนะรู้ไหม!”
วุตโกรธจนคลั่ง ลงมือตบหน้าลูกชายราคาถูกไปอีกหนึ่งฉาด ป๋องไม่กล้าต่อต้าน กลัวจนหัวหด สีหน้าปั้นยากขีดสุด ไม่คิดเลยว่าพ่อที่เอาอกเอาใจเขามาโดยตลอด จะมีวันลงไม้ลงมืออย่างบ้านอื่น
หลังจากระบายความโกรธอีกหลายฝ่ามือ วุตนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเอง แผ่นหลังของเขาดูเดียวดาย ไม่องอาจดังขุนเขาเช่นคราวแรก แต่เหมือนกับตาแก่ในบ้านพักคนชราที่ไร้ซึ่งอำนาจ
ลูกชายตัวดีทำให้ผู้มีอิทธิพลตัวจริงไม่พอใจ แม้ป๋องจะบอกว่ามีทรัพสินมากกว่าหมื่นล้านทว่านั่นคือคำพูดที่หมายถึงบริษัท'ฮั่วชิว'รวมกัน หากนับสินทรัพย์ทางบ้านเขาเพรียวๆ มีเพียง 1 พันล้านเท่านั้น
ลองนึกภาพดู เงินเพียง 1 พันล้านเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณเจมส์ มันช่างเล็กกระจ้อยร่อย ไม่มีค่าให้กล่าวถึง
สำหรับเจมส์หากรู้ความคิดของคนที่นี่เข้าก็คงต้องกลั้นขำไว้ที่ถูกมองว่ารวยล้นฟ้า แต่เอาเถอะถูกเข้าใจผิดเพราะเรือก็ดีเหมือนกัน เพราะในอนาคตหากเคลื่อนไหวอะไรๆ จะได้สะดวกขึ้น
“คุณหยาง...ผมจะทำยังไงดีครับ ผมคงไม่ถูกเขาจ้องเล่นงานใช่ไหม” วุตหันไปถามหัวเรือใหญ่ ในที่นี้หากพูดถึงคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคุณหยาง
คุณหยางถอนหายใจ กล่าวเนิบนาบ “เรื่องนี้เกิดขึ้นจากคุณ ดังนั้นคุณต้องแก้เอง คุณต้องไปขอโทษคุณเจมส์ที่พัทยา แต่...แค่ดอกไม้ช่อเดียวคงไม่พอ”
“ครับ...ผมเข้าใจ” วุตผงกศีรษะรับ ใบหน้าเศร้าหมองไร้เลือดฝาด
ในส่วนของคนรวยตัวจริง จะมีอะไรเข้าตาเขาบ้าง ดังนั้นดอกไม้จึงเปรียบดังหินราคาถูกข้างทาง
สำหรับคำพูดของคุณหยางเป็นการเตือนและแนะนำกรายๆ ว่าถ้าหากนำของราคาถูกไปให้ แทนที่จะเป็นการดีแต่กลับเป็นการทำให้ตัวเองดูแย่ลงต่างหาก ดังนั้นของขวัญจึงต้องมีราคาแพง และเต็มไปด้วยความสง่างาม
การประชุมจบลงแล้ว
สำหรับคนที่ไม่ได้ไปที่พัทยาวันนั้นต่างก็ถามถึงเรื่องของเจมส์ ว่าตัวตนของเขาแท้จริงเป็นยังไง
ฟังว่าแม้แต่นักธุรกิจหมื่นล้าน พันล้าน แสนล้านล้วนเข้าหาเขาดังฝูงผึ้งตอมเกสรดอกไม้ นี่คือคำกล่าวจากปากคุณหยางเอง แม้มันจะฟังดูไร้สาระไปบ้างแต่ทุกคนต้องเชื่ออย่างไม่มีทางเลือกอื่น
ต้องรู้ก่อนนะว่านักธุรกิจหมื่นล้านขยับตัวทีก็สั่นไหวทั้งวงการ จะเข้าไปขอความร่วมมือทางธุรกิจเป็นเรื่องยาก แต่คนเหล่านี้ต่างเป็นฝ่ายเข้าหาเจมส์ สิ่งนี้หมายถึงอะไร?
หมายความว่าพวกเขาต้องการพึ่งพาตัวตนที่เหนือกว่าไงเล่า!
ดังนั้นแม้วุตจะอยู่ภาคใต้ไม่ได้ขยับขยายสาขาธุรกิจไปพัทยา แต่ด้วยเส้นสายของเจมส์ขณะนี้ เชื่อว่าถึงเขาจะไม่ลงมือเองคาดว่าคนที่อยากเอาอกเอาใจ คงลงมือตัดแขนขาวุต หรือหากโชคร้ายที่สุดแบรนด์'ฮั่วชิว'อาจล่มสลาย
“พ่อคะ พ่อเองก็จะเดินทางไปที่พัทยาเพื่อพบกับคุณเจมส์เหรอคะ”
เมื่ออยู่ในรถกับพ่อสองคน หยางฟานจึงได้เอ่ยปากถามถึงสิ่งที่ค้างคา
จะว่าไปก่อนหน้านี้เธอเองก็นั่งอยู่ในห้องประชุม หากแต่เงียบมาโดยตลอด นานๆ ทีถึงจะเสนอความคิดเห็น
“ใช่แล้ว” คุณหยางยอมรับ “ถึงแม้เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นเพราะลูกคุณวุต แต่ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าวุตเป็นคนในองค์กร'ฮั่วชิว'ในฐานะหัวเรือใหญ่ พ่อจำเป็นต้องเดินทางไปที่นั่นสักครั้ง”
“เหรอคะ ไม่ใช่ว่าอยากไปเหยียบเรืออีกเหรอ?”
หญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์ ฝ่ายคุณหยางที่ถูกจับได้ก็หัวเราะ
........
เจมส์เดินทางไปที่เมืองกรุง ฯ หลังจากเที่ยววันหยุดเสร็จ
วันนี้เดินทางมาที่สนามบินดอนเมือง เพื่อรับแขกจากเกาหลี
ทั้งคู่ไม่ใช่ใครอื่น ชายหนึ่งหญิงหนึ่งคือคังโยซอนและคังแทฮีนั่นเอง เดินทางมาด้วยชุดทางการ โดยเฉพาะคังโยซอน แต่งตัวเต็มยศนึกว่าจะเดินแบบที่ไหนเสียอีก
“ขอโทษนะคะคุณเจมส์ ที่วันประมูลสถานที่ไม่ได้เดินทางมา วันนั้นติดธุระจริงๆ ขอโทษนะคะ” คังแทฮีพูดออกมาจากใจจริง ก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรครับ วันนั้นไม่ว่างแต่วันนี้ก็มาแล้ว” เจมส์ไม่ได้โกรธ ยังไงเสียพ่อของเธอก็ถือเป็นหุ้นส่วนค่าย NG นอกจากนั้นช่วงที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาทำงานตรงส่วนนี้ได้เยี่ยม ทำให้เจมส์เบาใจฝากวง P41
“คุณคัง อากาศประเทศไทยค่อนข้างร้อนอบอ้าว แต่ชุดของคุณนี่ออกจะทางการเกินไปหน่อยไหม” เจมส์เหน็บหลังคุยกับลูกสาวผู้ถือหุ้นเสร็จ
คังโยซอนคล้ายไม่ได้ยิน กระชับเสื้อคลุมตัวยาวสีน้ำเงินเข้ม “เอาล่ะ เราเดินทางมาถึงแล้วหวังว่าคุณจะพาไปดูเรือโดยเร็ว เพราะผมยังมีงานที่ทำค้างอยู่ หากช้าขึ้นมาแล้วบริษัทเสียผลกำไรให้ค่ายเพลงคู่แข่ง คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือคุณ!”
ตาแก่วัยกลางคนยังขี้ยั้วไม่เปลี่ยน
แต่เอาเถอะถือว่าบริหารค่ายเข้าท่า หยวนๆ หน่อยแล้วกัน
จากนั้นเจมส์พาสองคนไปขึ้นรถ โดยกระเป๋าถูกขนย้ายผ่านหุ่นแบนเนอร์
ไม่นานรถ โรลส์-รอยซ์ ขับมาถึงจุดหมาย เมืองพัทยา ลงจากรถต่อด้วยเรือ 'AMERIA' ระหว่างนั้นคังแทฮีหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป
“แทฮี ทะเลพัทยาสวยมากเลย ผมว่ามันคงเหมาะมากหากคุณเอาชุดบิกินี่มาแล้วใส่ถ่ายรูป” เจมส์พูดไปตามสิ่งที่เห็น ด้วยร่างกายของเธอ เหมาะจริงๆ ที่จะใส่ชุดเว้าหน้าเว้าหลัง ดีกว่าปิดมิดชิดจนไม่เห็นสิ่งใด
สำหรับคำพูดนั้นเจมส์ได้รับสายตาไม่เป็นมิตรจากผู้เป็นพ่อ
“อย่าได้หวังไป! ผมไม่มีทางให้ลูกสาวผมใส่ชุดน่าอายแบบนั้นหรอก”
“มันไม่ใช่ชุดน่าอายสักหน่อย ผมว่ามาเที่ยวทะเลทั้งที ก็ต้องเล่นน้ำใส่ชุดบิกินีนะ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้ หรือคุณจะนอนอาบแดดโดยแก้ผ้าก็ได้นะคุณคัง ผมไม่ถือ” เจมส์ยักไหล่ ซึ่งนั่นทำให้ผู้ถือหุ้นคังโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ
“ใจเย็นๆ นะคะทั้งสองคน” เป็นคังแทฮีเข้ามาห้าม “คุณเจมส์...จริงๆ ฉันก็อยากใส่นะคะเพียงแต่ว่า การเดินทางมาครั้งนี้มาด้วยธุระ ไว้วันหลังแล้วกันนะคะ”
คังโยซอนค่อนข้างพอใจในคำตอบของลูกสาว แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมเธอถึงได้ส่งสายตาวิ้งๆ ให้เจมส์กัน หรือว่าจะแอบเอาชุดมาโดยไม่บอกเขาแล้วจะใส่ภายหลังเพื่อให้เจมส์ดู?
ไม่ได้การ สงสัยคงต้องตรวจกระเป๋าสักหน่อย แต่จะตรวจได้ยังไง นั่นคงต้องขบคิดหาวิธีไปพลาง
เรือลำเล็กแล่นเข้าไปในท้องเรือลำใหญ่ที่เหมือนกับปากวาฬ ความโอ่อ่าหรูหราของที่นี่ทำให้คังโยซอนกลืนน้ำลาย นี่เหรอคือเรือที่เขาคุยโม้ ยิ่งใหญ่กว่าที่เห็นในวิดีโอโฆษณาวง P41 อีกนะเนี่ย
เมื่อเข้ามาข้างในก็ต้องตกตะลึงอีกครา มองเห็นกะลาสีเรือเดินกันให้ขวัก นอกจากนั้นยังมีเรือลำเล็กที่จอดเรียงรายกันเป็นตับ คล้ายกับฝูงจักจั่นที่กำลังจะออกบินกัดกินพืชผลเกษตรกร
เห็นความสงสัยบนใบหน้าพวกเขา เจมส์จึงอธิบายว่า “นี่คือเรือ 'AMERIA' ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับวันงานเปิดตัวเรือ 'ธันเดอร์โบ๊ท' อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ถูกใจคุณหรือเปล่า”