หลังจากฉากแรกในการถ่ายทำผ่านไปด้วยดีโรยทรายตั้งใจออกมานั่งพักผ่อนอยู่ด้านนอกแต่เมื่อเดินพ้นประตูเลื่อนด้านหน้าบ้าน...กลุ่มคนที่แห่กันมารุมล้อมเธอยิ่งกว่ากองทัพมดก็คือบรรดาสื่อมวลชนทั้งหลาย ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อจากรายการวิทยุโทรทัศน์
ประเด็นก็เป็เื่เดิม หลังจากที่นักข่าวหลายสำนักได้ข้อมูลเด็ดว่าเธอเป็คนรักใหม่ของพระเอกชื่อดัง...ศัลย์ศีลธรรม
แม้ข่าววันนั้นจะสร้างชื่อให้เธอเป็ที่รู้จักเร็วขึ้นแต่หญิงสาวกลับรู้สึกอึดอัดเหลือเกินกับการต้องตอบสัมภาษณ์ในเื่ที่โกหก
“ตกลงน้องทรายเป็แฟนกับคุณศัลย์แล้วใช่ไหมคะ”เสียงนักข่าวสาวจากหนังสือซุบซิบฉบับหนึ่งถามขึ้นพร้อมกับยื่นไมค์จ่อที่ปาก รายอื่นๆจึงแหย่ทั้งไมค์ทั้งเทปสัมภาษณ์เข้าไปพร้อมกัน
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบนักข่าวจากอีกสำนักหนึ่งก็ถามแหย่ขึ้นอีก “ที่เป็แฟนกับคุณศัลย์นั่น คบหาดูใจกันมานานขนาดไหนแล้วคะ”
“อุ๊ย! คำถามนี้อย่าเพิ่งให้น้องทรายตอบเลยนะ เพราะมันยังเพิ่งจะเริ่มต้นเองยังไม่มีอะไรคืบหน้าหรอกค่าพี่ๆนักข่าว พี่หว่าหวารับรองเลยนะค้า ถ้ามีข่าวดีว่าน้องทรายคบกับคุณศัลย์จริงๆรับรองเลยค่ะว่าจะเชิญพี่ๆสื่อมวลชนมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็ทางการนะคะ”
ผู้จัดการสาวคนเก่งที่ยืนขนาบข้างรีบตอบแทนนางเอกสาวด้วยคำตอบเลี่ยงเข้าข้างทางให้เนื้อหาดูกำกวมอย่างที่ทางช่อง้า
หลังจากนั้นทุกคำถามที่โรยทรายให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ก็เป็เื่ราวส่วนตัว ส่วนเื่งานละครก็ถามพอกล้อมแกล้มเท่านั้น เพราะตอนนี้เื่ราวส่วนตัวของเธอกับพระเอกหนุ่มกลายเป็ที่สนใจของสื่อมวลชนมากกว่า
“แล้วที่มีคนให้ข่าวออกมาว่าน้องทรายแย่งคุณศัลย์มาจากคุณปาหนันนั่นล่ะคะ...จริงเท็จแค่ไหน” นักข่าวสาวจากรายการทีวียิงคำถามเด็ดขึ้นมา
คนถูกถามหน้าซีดปั้นหน้าไม่ถูก เ้าตัวก็เพิ่งจะได้ยินข่าวนี้จากนักข่าวคนนี้นั่นละ แต่วัลยานั้นทำตาวาวโตด้วยความใ...ใครมันให้ข่าวมั่วขนาดนี้
“ไม่จริงค่ะพี่ๆ...ทรายเพิ่งจะเข้ามาในแวดวงละครเองค่ะ กับคุณศัลย์ก็ยังไม่สนิทสนมขนาดที่พี่ๆให้ข่าวออกมา...ฉะนั้นเื่ใครเป็แฟนใครทรายก็ไม่รู้จริงๆค่ะ และทรายเองก็ไม่เคยมีความคิดแบบนั้นหรอกค่ะพี่”
เธอตอบจริงใจ แต่ก็ไม่วายมีคนถามต่อ“แต่วันนั้นคุณศัลย์เป็คนพูดเองนี่คะว่าน้องทรายกำลังคบกันอยู่...อย่างนี้ก็เท่ากับว่ามีใครคนหนึ่งโกหกใช่ไหมคะ”
ดูเถิดนักข่าวคนเดิม...ช่างเปิดประเด็นคำถามชี้นำให้เธอเหมือนกับจงใจจะให้เธอตกเป็จำเลยให้ได้
แล้วจู่ๆหญิงสาวที่มีส่วนพัวพันกับคำถามอย่างปาหนันก็เดินแทรกกลางวงนักข่าวเข้ามา พร้อมกับโปรยยิ้มทักทายด้วยจริตจะก้านไร้เดียงสา...วัลยาเห็นแล้วหมั่นไส้เหลือเกิน
ไม่รู้เ้าหล่อนจะมาไม้ไหนที่จู่ๆก็โผล่กลางวงอย่างไม่ได้เชื้อเชิญ
“อุ๊ย!พอดีปาได้ยินแว่วๆน่ะค่ะ ว่าพี่ๆถามน้องทรายแล้วมีปาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยปาก็เลยอยากจะถือโอกาสนี้เข้ามาชี้แจงได้ไหมคะ”
ปาหนันทำเสียงเล็กเสียงน้อยเผยยิ้มบางๆอย่างน่าเอ็นดู เมื่อเห็นว่าพี่ๆสื่อมวลชนหันมาให้ความสำคัญกับเธอบ้าง...หญิงสาวจึงเริ่มให้ข่าวด้วยท่าทางดัดจริต!
เธอทำทีเป็โอบเอวโรยทรายอย่างสนิทสนมแต่ปลายเล็บกลับจิกเข้าไปที่เนื้อบางแม้จะมีเสื้อผ้าสวมอยู่แต่ก็ทำให้นางเอกสาวสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความใ
“ขอโทษค่ะทราย...เผลอไปหน่อย ไม่ได้ตั้งใจนะคะ”ปาหนันยิ้มหวานเสแสร้ง
นางร้ายหน้าหวานหันมาฉีกยิ้มให้นักข่าวก่อนจะตอบ “เื่ที่พี่นักข่าวถามเมื่อสักครู่น่ะค่ะ...ไม่ใช่เื่จริงนะคะพี่ๆกำลังเข้าใจผิด ปากับคุณศัลย์ เราเองก็เป็เพื่อนร่วมงานกันค่ะไม่มีอะไรในกอไผ่ อย่างนี้จะมาบอกว่าทรายแย่งคุณศัลย์ไปจากปาก็คงไม่ใช่”
ไม่รู้นางร้ายคนนี้เธอจะมาไม้ไหน...ยังอุตส่าห์ให้สัมภาษณ์อีกยาวเหยียดจนโรยทรายต้องหาจังหวะในการถอยล่าออกมาจากกองทัพนักข่าว
เมื่อเลี่ยงออกมายืนในมุมที่เป็ส่วนตัวได้วัลยารีบเปรยออกมาด้วยความอึดอัดใจทันที “ไม่รู้ยายนั่นมีแผนอะไร ถึงทำทีเป็ห่วงน้องทรายนะคะ พี่หว่าหวาดูแววตากับคำพูดก็พอรู้ขี้พื้นของยายนั่นจนหมดเปลือก...คนอาไร้ เสแสร้งได้โล่เห็นแล้วก็นึกสะอิดสะเอียนอยากจะอ้วกเป็ภาษาสเปนค่ะ” ว่าแล้วผู้จัดการสาวก็ทำท่าหัวเราะชอบใจที่ได้กระทบกระเทียบนางร้ายหน้าหวาน
“พี่หว่าหวาละก็ พูดดังไปเดี๋ยวคนอื่นได้ยินหมด เธออยากทำอะไรก็ปล่อยเธอไปเถอะค่ะ ทรายก็ทำงานในส่วนของทราย คุณปาเธอก็ทำงานส่วนของเธอ คงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้หรอกค่ะบางทีเธออาจจะไม่ได้มีเจตนาอะไรแอบแฝงก็ได้”
“แม่คนมองโลกในแง่ดี ระวังเถอะค่ะ...พี่หว่าหวาไม่ค่อยเชื่อใจแม่นั่นสักเท่าไหร่” วัลยาถอนใจยาวหลายวินาที
“เรากลับกันเถอะค่ะทราย...เดี๋ยวตอนเย็นพี่หว่าหวาต้องไปคุยเื่งานถ่ายแบบของเด็กใหม่ในสังกัดอีกค่ะเดี๋ยวไปไม่ทัน ใกล้จะถ่ายแล้วด้วย อีกไม่กี่วัน”วัลยาชวนกลับเมื่อเห็นว่าวันนี้หญิงสาวมีคิวถ่ายแค่ซีนเดียว ส่วนที่เหลือของวันนี้ทางกองถ่ายก็จะเจาะถ่ายเฉพาะตัวพระเอกของเื่มากกว่าใคร
“มีงานถ่ายแบบเข้ามาเหรอคะ แล้วเด็กใหม่ที่พี่หว่าหวาพูดถึงผู้หญิงผู้ชายกันคะเนี่ย ยิ้มไม่หุบเชียว”หญิงสาวถามแบบไม่ได้สนใจคำตอบเท่าไหร่นัก
วัลยาเองกำลังจะอ้าปากตอบก็พอดีมิราลีเดินออกมาสมทบ “จะกลับกันเลยรึเปล่าคะพี่หว่าหวา”
ผู้จัดการสาวตอบรับ“พอดีมีงานตอนเย็นน่ะคะน้องมิร่า”
โรยทรายกำลังเอ่ยลาและนัดแนะว่าคิวถ่ายวันรุ่งขึ้นเวลากี่โมงวัลยาก็เลยขอตัวจะไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ ปล่อยให้สองสาวคุยกัน “เดี๋ยวพี่หว่าหวาเข้าห้องน้ำแวบหนึ่งนะคะ”
พูดจบก็รีบวิ่งแจ้น...หวังจะไปเข้าห้องน้ำให้ทันก่อนที่อาการปวดเบาจะทำให้ขนลุกขนพอง แต่เมื่อผ่านเข้าไปยังทางเดินหน้าบ้านตรงบันไดด้านข้างบ้านซึ่งเป็เหลี่ยมมุมของอาคารซ้อนกัน ก็บังเอิญเห็นเงาของใครบางคนยืนลับๆล่อๆอยู่ตรงมุมนั้น
วัลยาจึงแอบกระดึ๊บๆขยับกายช้าๆพยายามไปยืนหลบมุมในส่วนที่คิดว่าใครคนนั้นที่ยืนอยู่จะมองเธอไม่เห็น
แล้วก็บังเอิญได้ยินเสียงอันคุ้นหูแต่น่ารำคาญ“ขอบคุณพี่มดมากนะคะที่ช่วยยิงคำถามให้ปา ถ้ายังไงพี่มดก็ช่วยกัดอย่าปล่อยข่าวนี้หน่อยนะคะ...เอาให้แรงๆเลย”
นั่นมันเสียงของปาหนันนี่นา...แล้วใครคือพี่มดล่ะวัลยาเอาหูแนบเข้าไปตั้งใจฟังเต็มที่ “สบายมากค่ะน้องปา...ชื่อของพี่มดรับประกันถึงจะตัวเล็กแต่ก็กัดเจ็บ...ถ้ามีข่าวอะไรดีดีก็รีบกริ๊งกร๊างบอกพี่บ้างนะคะ”
น้ำเสียงคนที่ชื่อมดก็รู้สึกคุ้นหูตะหงิดๆ...วัลยาจึงแอบชะโงกหน้าไปดูแวบหนึ่งแล้วก็ต้องรีบหันกลับมา ยกมือทาบอก อุทานเบาๆ “นั่นมันนักข่าวที่ถามคำถามบ้าๆนั่นนี่นา”
ที่แท้...ปาหนันก็เป็คนสร้างข่าว...ปล่อยข่าว...และเล่นพรรคเล่นพวกแบบนี้นี่เอง
///////////////////////////////////////