สองวันเต็มในหอโอสถทิพย์ส่วนใน เฉิน ฮ่าวหราน ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการพักฟื้นและทำความเข้าใจขอบเขตพลังใหม่ ของเหลวสีเขียวใสจากขวดหยกขาวหยดนั้น (น่าจะเป็น "น้ำค้างหล่อเลี้ยงวิญญาณ") แสดงอานุภาพอันน่าอัศจรรย์ มันสมานอาการบาดเจ็บภายในจนหายสนิท และช่วยบำรุงเลี้ยง "แท่นฐานแห่งเต๋า" ให้มั่นคงและสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว
เขานั่งขัดสมาธิ โคจร "แก่นแท้พลังงาน" ที่หนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าเดิมไปตามเส้นลมปราณที่กว้างและเหนียวแน่นขึ้น เขารู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นและความเชื่อมโยงกับพลังงานฟ้าดินรอบตัวที่ชัดเจน การดูดซับพลังงานฟ้าดินอันหนาแน่นในห้องนี้ทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
เขาฝึกใช้ "จิตวิญญาณ" (Spiritual Sense) อย่างระมัดระวัง เขาลองแผ่มันออกไป มันทะลุผ่านผนังห้องออกไปได้! เขาสามารถ "เห็น" ศิษย์พี่หญิงผู้ดูแลที่นั่งสมาธิอยู่หน้าห้อง "ได้ยิน" เสียงหัวใจของนาง และ "สัมผัส" การไหลเวียนของพลังงานในค่ายกลป้องกันรอบหอโอสถ! ระยะการรับรู้และความละเอียดอ่อนนั้นเหนือกว่า "จิตอัสนี" เดิมมาก! 'พลังแห่งจิตวิญญาณ... น่ากลัวเพียงใด!' แต่เขาก็รีบหดมันกลับมา เขารู้ดีว่าการแผ่ออกไปโดยไม่ระวังอาจถูกตรวจจับได้ง่าย
เขายังทดลอง การเหินหาวเบื้องต้น อีกครั้ง คราวนี้เขาสามารถควบคุมพลังที่เท้าได้ดีขึ้น ลอยตัวนิ่งๆ หรือเคลื่อนที่ไปมาในห้องอย่างเชื่องช้าแต่ก็มั่นคงได้แล้ว
ทว่า ยิ่งเข้าใจพลังใหม่ เขาก็ยิ่งตระหนักถึงปัญหาใหญ่... การปิดบังระดับพลัง!
กลิ่นอายพลังของขั้นสร้างรากฐานนั้นแตกต่างจากขั้นก่อลมปราณอย่างชัดเจน แม้จะพยายามใช้เคล็ดพื้นฐานหรือ "การผนึกเสียงสะท้อน" ช่วยกดกลิ่นอายไว้ แต่มันก็เหมือนการใช้ใบไม้ปิดบังช้าง! เขาอาจหลอกผู้มีพลังต่ำกว่าได้ แต่ยอดฝีมืออย่างอี้จ้านหรือผู้อาวุโสหลี่ย่อมมองออก! 'เพิ่งแข็งแกร่งขึ้น กลับต้องมากังวลเรื่องซ่อนพลัง' เขาคิดอย่างขมขื่น
'จะปิดบังได้อย่างไร?' ความกังวลฉายชัด 'หากพวกเขารู้ว่าข้าก้าวหน้าเร็วผิดปกติหลังเหตุการณ์นั้น พวกเขาต้องสงสัยเรื่องพลังอัสนีบรรพกาลและ... ท่านแม่ แน่!'
เขานึกถึงเคล็ดวิชาใน หยกสื่อสารสีดำ ที่มารดามอบให้ เขาหยิบมันออกมาศึกษาอีกครั้งอย่างตั้งใจ เขาใช้จิตวิญญาณสัมผัสเข้าไป ทันใดนั้น! เขาถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงมิติอันมืดมิด! เบื้องหน้าปรากฏ ตัวอักษรโบราณสีทอง ลอยคว้างขึ้นมา เรียงร้อยเป็นข้อความและแผนภาพอันลึกซึ้ง! มันคือเคล็ดวิชา "ลมหายใจหวนคืนสู่ความมืด" (Breath Returns to Darkness Technique) ฉบับสมบูรณ์!
เคล็ดวิชานี้ล้ำลึก! มันไม่ใช่แค่การกดพลัง แต่คือการ "หลอมรวม" พลังงานตนเองเข้ากับ "เงา" และ "ความมืดมิด" ทำให้กลิ่นอายพลังจมลึกลง และสามารถ เปลี่ยนแปลง "คลื่นความถี่" ของพลังงานที่แผ่ออกมาให้แตกต่างไปจากระดับที่แท้จริง! ทำให้ยากต่อการตรวจจับ!
'นี่แหละ! เคล็ดวิชาที่ข้าต้องการ!' หัวใจเปี่ยมความหวัง!
เขาเริ่มต้นฝึกฝนทันที มันยากกว่าที่คาดไว้มาก การโคจรพลังตามเคล็ดนี้ให้ความรู้สึกฝืนธรรมชาติ แต่ด้วยความเข้าใจและความมุ่งมั่น เขาก็ค่อยๆ จับหลักการได้ เขารู้สึกว่ากลิ่นอายพลังขั้นสร้างรากฐานที่เคยแผ่ออกมา เริ่ม "เบาบาง" และ "คลุมเครือ" ลงเล็กน้อย! มันยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี! 'ข้าต้องฝึกเคล็ดนี้ให้ชำนาญที่สุด!'
ขณะที่กำลังจดจ่อฝึกฝนอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเคาะเบาๆ
"ศิษย์น้องเฉิน ผู้อาวุโสหลี่และศิษย์พี่อี้จ้านต้องการพบท่าน" เสียงของศิษย์พี่หญิงผู้ดูแลดังเข้ามา
'มาแล้วสินะ... การสอบสวน' ฮ่าวหรานสูดลมหายใจลึก สงบใจ เขาโคจรเคล็ด "ลมหายใจหวนคืนสู่ความมืด" อย่างรวดเร็ว กดกลิ่นอายพลังให้ดูเหมือนผู้ที่เพิ่งทะลวงระดับและรากฐานยังไม่มั่นคง ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
เขาถูกนำทางไปยังห้องโถงในส่วนเร้นลับของหอโอสถทิพย์ บรรยากาศเคร่งขรึม กดดัน ผู้อาวุโสหลี่นั่งรออยู่บนเก้าอี้ประธาน โดยมีศิษย์พี่อี้จ้านยืนอยู่ข้างๆ
"คารวะท่านผู้อาวุโสหลี่ คารวะศิษย์พี่อี้จ้าน" ฮ่าวหรานโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"นั่งลงก่อน เฉิน ฮ่าวหราน" ผู้อาวุโสหลี่กล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาคมกล้า "ร่างกายเจ้าฟื้นตัวได้ดีมาก การทะลวงสู่ขั้นสร้างรากฐานท่ามกลางวิกฤตเช่นนั้นได้ นับว่าเจ้ามีวาสนาและรากฐานที่แข็งแกร่ง"
"เป็นเพราะโชคช่วยและเมตตาจากสถาบันขอรับ" ฮ่าวหรานตอบอย่างถ่อมตน
"เรื่องโชคนั้นพักไว้ก่อน" อี้จ้านเอ่ยขึ้น "เราต้องการให้เจ้าเล่าเหตุการณ์ที่ช่องเขามรณะอีกครั้ง อย่างละเอียดที่สุด"
ฮ่าวหรานเริ่มเล่าเรื่องราวตามที่เตรียมไว้... การเดินทาง... การถูกซุ่มโจมตีโดยกลุ่มคนสวมหน้ากาก... การต่อสู้ป้องกันตัว... การระเบิดพลังครั้งสุดท้าย... และการทะลวงระดับก่อนหมดสติไป... เขาเล่าด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูจริงใจ สอดแทรกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็จงใจ หลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องพลังอัสนีบรรพกาล, จำนวนและระดับพลังที่แท้จริงของศัตรู (อ้างว่าสับสน), และ การปรากฏตัวของเฉินหลิว
ผู้อาวุโสหลี่และอี้จ้านนั่งฟังอย่างตั้งใจ สายตาจับจ้องทุกการแสดงออก
เมื่อเขาเล่าจบ ผู้อาวุโสหลี่ถาม "เจ้าบอกว่าศัตรูสวมหน้ากากทั้งหมด? ไม่เห็นใบหน้าหรือสัญลักษณ์ใดๆ เลยรึ?"
"ขอรับ พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วและอำมหิตมาก ข้าแทบไม่มีเวลาสังเกตรายละเอียดอื่นเลย" ฮ่าวหรานตอบ
"แล้วพลังงานอัสนีที่เจ้าปลดปล่อยครั้งสุดท้าย... มันรุนแรงจนสังหารศัตรูระดับก่อลมปราณสูงสุดได้ถึงสองคน ทั้งที่เจ้าก็อยู่ในระดับเดียวกันก่อนทะลวงระดับ เจ้าอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร?" อี้จ้านยิงคำถามตรงประเด็น!
ฮ่าวหรานใจเต้นแรง แต่ก็เตรียมคำตอบไว้แล้ว "ข้า... ไม่แน่ใจขอรับศิษย์พี่ ตอนนั้นข้าสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด และเพียงระเบิดพลังทั้งหมดออกมาโดยไม่คิดชีวิต อาจจะเป็นเพราะพลังอัสนีของข้ามีความพิเศษ หรือสถานการณ์บังคับ ทำให้ปลดปล่อยพลังเหนือกว่าปกติออกมาได้ชั่วขณะ... หลังจากนั้นข้าก็หมดสติไปเลยขอรับ" เขาตอบ พยายามแสดงความสับสน
ผู้อาวุโสหลี่ใช้จิตวิญญาณกวาดสำรวจร่างฮ่าวหรานอย่างละเอียดอีกครั้ง ฮ่าวหรานรู้สึกถึงแรงกดดัน แต่เขาก็รีบโคจรเคล็ด "ลมหายใจหวนคืนสู่ความมืด" อย่างลับๆ กดกลิ่นอายให้เบาบางและคลุมเครือที่สุด ผู้อาวุโสหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน
"เอาล่ะ" ผู้อาวุโสหลี่กล่าวในที่สุด "เรื่องราวของเจ้ามีบางส่วนที่น่าสงสัย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆ มาหักล้างได้ สถาบันจะยังคงสืบสวนเรื่องกลุ่มคนลึกลับต่อไป ส่วนเจ้า... ถือว่ารอดชีวิตและนำข้อมูลกลับมาได้ และยังทะลวงสู่ขั้นสร้างรากฐานได้ นับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลว"
"แต่จากนี้ไป" อี้จ้านกล่าวเสริมเสียงเข้ม "เจ้าต้องอยู่ในความดูแลของตำหนักเมฆาครามไปก่อน มุ่งเน้นสร้างความมั่นคงให้ระดับพลังใหม่ ห้าม รับภารกิจที่เสี่ยงอันตราย หรือออกนอกเขตสถาบันโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด จนกว่าการสืบสวนจะมีความคืบหน้า เข้าใจหรือไม่?"
"ขอรับศิษย์พี่ ศิษย์น้องเข้าใจและจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" ฮ่าวหรานโค้งคำนับ
"ดีมาก กลับไปพักผ่อนและฝึกฝนที่ตำหนักเมฆาครามได้แล้ว" ผู้อาวุโสหลี่กล่าวอนุญาต
เฉิน ฮ่าวหราน โค้งคำนับอีกครั้ง แล้วจึงค่อยๆ เดินออกจากห้องสอบสวนนั้นไป เขารู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านพ้นพายุลูกใหญ่มาได้ แต่ก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงความสงบชั่วคราว เขาถูกกักบริเวณกลายๆ และตกอยู่ภายใต้การจับตามองอย่างใกล้ชิด เขาต้องรีบพัฒนาตนเอง และเรียนรู้ที่จะปิดบังตัวตนให้แนบเนียนยิ่งกว่านี้!
(จบตอนที่ 88)