ตอนที่ 1
ลมหนาวผ่านมาผาดผิวเธอแ่เบาสายลมเย็นอ่อนๆทำให้เ้าของห้องรู้สึกสะเทิ้นไปกับบรรยากาศยามเช้ายิ่งนัก
เช้าตรู่ในวันแรกของเดือนใหม่ ปีพ.ศ.ใหม่ วันแรกแห่งปี
เพิ่งพ้นผ่านค่ำคืนปีใหม่ที่ใครๆต่างก็พากันฉลองอย่างสนุกสนานอยู่ตามสถานที่ต่างๆบางคนก็ออกไปดื่มกินตามสถานบันเทิง มีแสงไฟสลัวสาดส่องวิบวับไปพร้อมกับเสียงดนตรีทั้งที่โยกกันสะบัดหรือเพียงแค่เพลงเบาๆฟังผ่อนคลายอารมณ์ให้เกิดความสุนทรี บางคนก็เอา่วันหยุดยาวนี้ไปพักผ่อนในบรรยากาศแบบธรรมชาติบ้างก็นอนนับดาวถอยหลังอยู่ท่ามกลางหาดทราย บ้างก็นอนนับดาวอบอุ่นอ่อนหวานอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรแต่หลายๆคนก็ใช้่เวลานี้กลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องอยู่ต่างพื้นที่
แต่สำหรับตัวเธอ...มันเป็คืนปีใหม่ที่ช่างเงียบเหงาสิ้นดี
เธอไม่ได้อยู่ในที่ซึ่งมีผู้คนแน่นขนัด เพราะไม่ชอบคนเบียดเสียดกันเป็ทะนานไม่เคยนึกอยากจะเข้าไปสนุกสนานเต้นรำอยู่ตามผับบาร์เหมือนหนุ่มสาวทั่วไปที่ชอบนับถอยหลังร่วมกันเพื่อให้ผ่านพ้นคืนวันเก่าในปีเก่าๆแล้วรอคอยวันใหม่ ปีใหม่ๆในสถานที่ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่อาจเห็นท้องฟ้าแรกในค่ำคืนของวันใหม่...เธอไม่ชอบควันบุหรี่ที่เหม็นคละคลุ้งลอยล่องจนอยากจะอาเจียนและเธอก็ไม่นึกอยากจะไปท่องเที่ยวธรรมชาติตามอย่างคนหลายคน นั่นมีเพียงเหตุผลเดียว
...เพราะเธอไม่มีใคร...
แต่เธอก็ไม่ได้แยแสกับมัน
เพราะตลอด่ครึ่งปีที่ผ่านมาเธอก็บ้างานจนแทบจะไม่มีวันหยุด...งานที่ผู้คนทั่วไปต่างแสวงหาและไขว่คว้าอยากัั
...วงการมายา...
ตัวเธอเองก็ปรารถนางานประเภทนี้เช่นกัน
ในครึ่งปีที่ผ่านมาแม้เธอจะมีงานชุกขนาดไหนแต่งานส่วนใหญ่ที่วัลยาผู้จัดการสาวประเภทสองหามาให้ก็เป็งานประเภทเดินแบบตามงานการกุศลงานห้องเสื้อเล็กๆรวมถึงงานอีเวนท์ทั่วไป ที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้โดดเด่นจนย่างกรายไปทางไหนก็จะมีช่างภาพสื่อมวลชนคอยตามข่าวแต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมากมายเท่ากับที่เธอมีงานทำ มีเงินใช้
แต่มีงานในวงการอย่างหนึ่งที่เธอสนใจ
...นั่นคืองานละคร...
โรยทรายวางมือจากหนังสือนวนิยายเล่มหนึ่ง หลังจากตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆที่เธอใฝ่ใจอยู่กับมันอ่านั้แ่ต้นจนจบเื่ใน่เวลาเพียงข้ามคืน...เธอยอมรับว่ารู้สึกวางมันไม่ลงอ่านไปก็นึกจินตนาการไปว่าตัวเองเป็ ‘ลูกน้ำ’ นางเอกของเื่
ั้แ่ต้นจนจบเื่โรยทรายรู้สึกซาบซึ้งกับความรักของนางเอกเป็ยิ่งยวดแม้บางตอนที่อ่านอาจจะรู้สึกหมั่นไส้ ‘อีตาเปรมชล’1 พระเอกของเื่ยิ่งนัก แต่ฉากตอนเ่าั้ก็ทำให้ผู้อ่านแอบเคลิ้มฝันนึกอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขความรักของตัวเองบ้าง
โรยทรายยอมรับว่าเมื่ออ่านถึงหลายตอนมันทำให้เ้าตัวแอบมีน้ำตารื้นอยู่ขอบตาหลายบทหลายตอนมันทำให้เธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ พลางคิดว่ามันน่าจะมีใครเอานวนิยายเื่นี้มาสร้างเป็ละครบ้าง
แล้วที่มากกว่านั้น...คือ...เธออยากเป็นางเอก
เธออยากเล่นละครรักโรแมนติกสักเื่ทั้งๆที่ในชีวิตจริง...ไม่มี
นึกแล้วก็ทำให้โรยทรายทอดถอนใจพลางเหยียดแขนยาวๆยกขึ้นสูงบิดี้เีไปมา หลังจากวางหนังสือนวนิยายเล่มนั้นลงกับโต๊ะหนังสือ
เธอเลื่อนบานกระจกใสด้านนอกริมระเบียงแล้วยืนสูดอากาศยามเช้าด้านนอกอย่างเบิกบานเมื่อมองลงไปเบื้องล่างของคอนโดฯหรูจากชั้นที่ยี่สิบ บรรยากาศข้างล่างมีแต่ความเงียบงัน...ร้างไร้ซึ่งผู้คนเหมือนดังว่าคอนโดฯหรูย่านริมแม่น้ำเ้าพระยาแห่งนี้มีเธออาศัยอยู่เพียงผู้เดียว
หมอกหนายามเช้ายังจับตัวเป็ก้อนบดบังแสงอาทิตย์แรกแห่งวันปุยขยุกขยุยซ้อนทับจับกลุ่มจนเป็ก้อนกลมหนาๆดูมืดทึบไปหมด เมื่อในใจของโรยทรายยังตราตรึงกับนวนิยายเล่มนั้นความลิงโลดในใจมันทำให้เธอนึกสนุก
ถ้าเธอลองไปอธิษฐานที่ท่าน้ำของคอนโดฯหรูแห่งนี้บ้างล่ะ?
เมื่อโรยทรายนึกแผลงๆอยากลองอธิษฐานย้อนเวลาแบบ ‘ลูกน้ำ’ นางเอกในนวนิยายดูบ้าง เธอจึงกลับเข้าไปในห้องพักหยิบเสื้อคลุมตัวโคร่งสีฟ้าอ่อนสวมทับชุดนอนที่ใส่อยู่เดิมรีบสวมรองเท้าแตะแล้วเดินไปยังท่าน้ำของคอนโดฯ
เมื่อลงจากลิฟต์มายังชั้นล่างเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ของฝ่ายต้อนรับที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เดินไปตามทางที่ทอดยาวเห็นอยู่ไกลลิบ แสงไฟจากบรรดาตึกสูงริมแม่น้ำที่เคยสว่างไสวอยู่เมื่อคืนตอนนี้ดูหม่นไปเพราะหมอกที่เกาะตัวหนาจนแทบจะไม่เห็นร่องรอยของตึกสูงเ่าั้
เธอนึกถึง ‘ลูกน้ำ’ ไปพลาง...ปลายเท้าก็มาหยุดยืนที่ท่าน้ำเสียแล้ว
มันอาจจะไม่ใช่ท่าน้ำเดียวกันกับที่นางเอกของเื่อธิษฐาน
แต่มันก็เป็แม่น้ำสายเดียวกัน...เธอนึกในใจ
พื้นผิวน้ำที่เต้นระริกอยู่ขณะนี้ กระทบไรแสงอ่อนๆที่ชำแรกผ่านพ้นก้อนเมฆหนาจนเกิดเงาระยับไปทั่วเธอยืนกอดอกเพราะลมหนาวโชยอ่อน...หลับตาพริ้ม...นึกอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขความรักแบบนางเอกดูบ้าง
แต่ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อกหักรักคุดนี่!
เธอไม่ได้อยากฆ่าตัวตายหรือหนีหน้าใครเสียหน่อย
เมื่อนึกแบบนั้นเธอก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะก้าวเท้าถอยออกห่างจากท่าน้ำนั้น
แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆก็มีวงแขนกว้างของใครบางคนโอบรัดจนแน่น แล้วเหมือนแรงทั้งหมดของเขาจะกระชากตัวเธอให้ถอยห่างจากจุดที่เธอกำลังยืนอยู่
ทั้งคู่ต่างเซถลาล้มลงกับพื้น...
ตัวของเธอล้มลงไปทับบนตัวเขาจนหน้าทิ่มคะมำไปซบอยู่บนแผงอกอันกว้าง
“โอ๊ย!” เธออุทานเสียงดัง
พลันนั้นความขวยเขินที่ไปอยู่ในอ้อมกอดของชายที่ไหนก็ไม่รู้ทำให้สีหน้าเธอเปลี่ยนกะทันหันจากขวยเขิน...เอียงอาย...เป็รู้สึกอับอายและเริ่มบังเกิดความไม่พอใจ
“คุณจะทำอะไรฉันน่ะ!”
เธอตวาดถามชายตรงหน้าสุดเสียงขณะยันกายลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าจะทำร้าย เธอจึงดึงชายเสื้อคลุมตัวนอกปิดทับกันหลุดลุ่ยอุจาดตามือไม้ปัดป่ายเศษใบไม้ที่เกาะติดตามเสื้อผ้า
“คุณกระชากฉันทำไม” เธอตวัดเสียงดุซ้ำ
เมื่อเขายังเงียบอยู่ หญิงสาวจึงถามย้ำประโยคเดิม “ว่ายังไง...คุณมากระชากฉันทำไม!”
เธอนึกอยากจะก่นด่าเขาอีกหลายคำ แต่ก็นึกไม่ออกคล้ายว่าคำเ่าั้มันจุกอยู่ที่ไหนสักแห่งเหมือนกับว่าลืมมันไปชั่วขณะ
โรยทรายเพ่งพินิจมองชายหนุ่มตรงหน้าที่บัดนี้เขายืนหน้าเคร่งขึ้นคิ้วแทบจะผูกกันเป็เกลียว แววตานั้นดุดันจนเกือบจะเป็ดุเดือด ร่างที่สูงกำยำนั้นกำลังสะบัดท่อนแขนทั้งสองข้างไปมาคล้ายว่ามันจะเคล็ดขัดยอก
เขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอหนึ่งก้าวแล้วยืนนิ่งอยู่กับที่ก่อนจะเอ่ยปาก
“ทำไมคุณถึงคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย”
เธอถลึงตาทันทีที่เขาพูดจบประโยค
คนบ้า! คิดได้ยังไงว่าเธอจะฆ่าตัวตายเธอก็แค่นึกสนุก กำลังจะอธิษฐานขอพรจากสายน้ำให้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขความรักครั้งเก่า...ความรักที่มันจบไปเนิ่นนานแล้ว...แต่นั่นสิ...แล้วเธอจะพูดอย่างไรเขาคงจะหาว่าเธอบ้า
“ฉันแค่มายืนสูดอากาศตอนเช้าเท่านั้น” เธอแกล้งปด
“แต่ปลายเท้าคุณยืนิ่เหม่ เหมือนกำลังจะะโลงไป”
เมื่อจับจ้องไปยังแววตาบุรุษตรงหน้าจึงเห็นแวบหนึ่งที่รู้สึกคล้ายกับว่าตัวเขากำลังเป็ห่วงเธอ..บ้าไปสิ...นี่เธอกำลังคิดบ้าอะไร
“มีแต่คนโง่ไม่ก็คนบ้าเท่านั้นละ ที่คิดฆ่าตัวตายเพราะเื่อกหัก”
แน่ะ! เธอเพิ่งบอกเขาอยู่เมื่อสักครู่ว่าไม่ได้คิดฆ่าตัวตายเขายังมาปักใจเชื่อและเหมาเอาเองเป็ตุเป็ตะ...จนเธออยากจะเข้าไปทุบไหล่กว้างนั้นสักอั้กสองอั้ก
แต่เธอก็ไม่ได้ทำ เพราะว่าไม่รู้จักเขา
ในแวบหนึ่งที่เธอเองยังนึกขอบคุณชายผู้นี้ แม้จะเข้าใจผิดก็ตามแต่ก็ไม่ทันเอ่ยปาก
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว” เขาพูดด้วยท่าทีที่ยังขุ่นเคืองอยู่ก่อนที่จะเดินหันหลังให้เธอแล้วก้าวเท้าฉับๆโดยไม่สนใจว่าเธอจะ ‘ขอบคุณ’ เขาสักคำหรือไม่
ใช่แล้ว! เธอนึกอยากขอบคุณสักคำและถามชื่อของเขา...แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะแค่แวบเดียวร่างสูงโปร่งนั้นก็เดินลับหายไปในคอนโดฯ
แต่สิ่งที่ยังค้านอยู่ในใจทำให้โรยทรายรีบวิ่งตามเขาไปข้างในตัวอาคาร เหลียวซ้ายแลขวาไปทั่วชั้นล่าง มองผ่านไปยังเคาน์เตอร์เมื่อตอนขาลงมาแอบชะโงกเข้าไปดูด้านล่างของเคาน์เตอร์หวังเพียงเจอชายหนุ่ม แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววไม่เห็นแม้แต่เงาของใคร หวังเพียงแค่อยากถามชื่อของเขาเท่านั้น
ก่อนที่เธอจะตัดสินใจะโเรียกเขาเมื่อเห็นหลังชายคนนั้นหลุบหายไวๆเข้าไปในลิฟต์...เขาไม่ได้ยินเสียงเธอ และลิฟต์ก็ปิดสนิทมีเพียงสัญญาณไฟสีแดงบอกตัวเลขของชั้น ขยับขึ้นไปทีละชั้น จากหนึ่งกลายเป็สอง สามสี่ และเรื่อยมาจนหยุดที่ชั้นยี่สิบ
“เขาอยู่ชั้นเดียวกับฉันหรือนี่!” เธออุทานอย่างเบา
แต่ในใจฟูฟ่องลอยล่องอย่างบอกไม่ถูกทำให้หวนคิดถึงคิ้วเข้มหนาซึ่งตัดกับใบหน้าขาวจัดน่ามองของผู้ที่เพิ่งเดินจากไป...หากแต่ใบหน้าคมคายนั้นมันช่างคล้ายกับใครบางคน ที่เธอก็นึกไม่ออก
โรยทรายกลับเข้ามาในห้อง นั่งลงบนขอบเตียงหยิบหมอนสองสามใบขึ้นมากองทับไว้แนบอกสูงจนเกยกับคาง แล้วแอบทอดถอนใจเล็กน้อย...แต่ในแววตานั้นกลับฉายแววอีกอย่าง
“อีตาบ้า” เธอพูดขึ้นมาลอยๆ
///////////////////////////////////////