พอชุนหง... ภรรยาของหลิวไหลฝูได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจทันที
“พี่สะใภ้ใหญ่ ไหลฝูไปที่ตัวอำเภอเพื่อหาอู๋เอ้อร์ให้ช่วยสั่งสอนตระกูลหลี่ ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นเตร่! อีกอย่าง ข้าเห็นว่าเอวของพี่ใหญ่หายดีตั้งนานแล้ว ไม่ใช่ว่าี้เีไม่อยากทำงานหรอกหรือ จะหาข้ออ้างอะไรอีก?”
“เ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! ผัวบ้านเ้าน่ะทั้งเ้าเล่ห์ ี้เี ตะกละ แถมยังกะล่อน วัน ๆ คิดแต่จะหลอกเอาเงินจากท่านแม่มาใช้ เ้ายังมีหน้ามาว่าเถี่ยจู้บ้านข้าอีก!”
ซู่เหนียงราวกับถูกจี้จุดอ่อน คำพูดคำจาจึงยิ่งฟังดูร้ายกาจขึ้น
ชุนหงใบหน้ากลมป้านโกรธจนหน้าเขียว นางเถียงสู้ซู่เหนียงไม่ได้ จึงตัดสินใจลงมือ ใช้ความได้เปรียบเื่น้ำหนักตัวกดซู่เหนียงไว้ที่ขอบเตียงดินเผาแล้วทุบตี
สะใภ้กัวก็ไม่ได้ห้าม ตรงกันข้ามกลับหยิบไม้ขนไก่ขึ้นมา ช่วยกันสั่งสอนลูกสะใภ้ทั้งสองคน
เสียงด่าทอโวยวายของบ้านหลิวดังออกไปไกล ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเมื่อได้ยินเสียงนี้ ต่างก็ทำหน้าขยะแขยงและพากันหลบไปให้ไกล
“ทะเลาะอะไรกันนักหนา จะไม่ให้คนนอนเลยหรือไง!”
หลิวเถี่ยจู้ที่นอนอยู่บนหัวเตียงดินเผาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกะทันหัน จึงะโด่าด้วยความโมโห
“ถ้ามีความสามารถนักก็ไปตีกับบ้านตระกูลหลี่โน่น ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านนั้นเอาแต่ดูเื่สนุก ไม่ยอมช่วยออกแรง บ้านเราจะเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวกลับมาไม่ได้หรือไร!”
คำพูดนี้ทำให้สะใภ้กัวนึกขึ้นได้ จึงหันไปด่าทอทางบ้านตระกูลหลี่
“พวกใจดำอำมหิต แม้แต่ญาติก็ไม่ช่วย ขอให้สิ้นตระกูลเร็ว ๆ นี้เถิด!”
เพื่อนบ้านของบ้านหลิวเมื่อได้ยินเช่นนี้ ก็ยิ่งรังเกียจบ้านหลิวมากขึ้น ตกลงว่าใครกันแน่ที่ไม่มีน้ำใจ บ้านหลิวนี่ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเอาเสียเลย...
แม่เฒ่าหลี่ไม่รู้เื่วุ่นวายของบ้านหลิว นางกำลังกล่อมหลานสาวพลางทำงานเย็บปักถักร้อย
ฝนฤดูใบไม้ร่วงตกลงมาครั้งหนึ่ง ความหนาวเย็นก็เพิ่มขึ้น หลังจากนี้อากาศจะยิ่งหนาวขึ้นเรื่อย ๆ
เสื้อผ้าของเจียอินค่อนข้างบาง แม่เฒ่าหลี่จึงนำผ้าและนุ่นที่ซื้อมาเมื่อไม่กี่วันก่อนออกมา ตั้งใจจะตัดชุดตัวเล็ก ๆ ให้หลานสาวหลายชุด
เจียอินนอนอยู่บนเตียงดินเผาที่ถูกเผาจนอุ่นฉ่า นางรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับขนมแป้งทอด ด้านหนึ่งไหม้แล้ว แต่อีกด้านยังไม่สุก
“อา อา!” เจียอินโยนลูกกลิ้งของเล่นทิ้ง แล้วยื่นมือไปหาท่านย่าของตน
แม่เฒ่าหลี่รีบวางเสื้อผ้าที่เย็บค้างไว้ แล้วอุ้มหลานสาวขึ้นมาไกวเบา ๆ
งานเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จสิ้นแล้ว คนบ้านตระกูลหลี่ก็ไม่ได้อุดอู้อยู่ในบ้านให้เสียเปล่า
ทั้งคนแก่และคนหนุ่มต่างถือขวานและเชือกเข้าป่า เตรียมตัดฟืนไว้ให้มากหน่อยเพื่อใช้เผาในฤดูหนาว
ชาวบ้านที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากบ้านตระกูลหลี่ เมื่อเห็นคนบ้านตระกูลหลี่ขึ้นเขาไปตัดฟืน ต่างก็หยิบขวานของตนเองตามไปด้วย
คนมากงานก็เสร็จไว เพียงวันเดียวก็ได้ฟืนกองมหึมา
เจียเหรินพาเหล่าน้องชายนำฟืนที่ยังชื้นอยู่มาวางตากแดดในที่โล่ง จากนั้นจึงนำไปกองไว้อย่างเป็ระเบียบที่นอกลานบ้าน
เช้าวันนี้ หลี่เหลาซื่อสะพายคันธนูเตรียมขึ้นเขาไปล่าสัตว์ หลังจากฝนตก สัตว์ป่าบนเขามักจะเคลื่อนไหวไม่สะดวก ทำให้ล่าได้ง่ายขึ้น
“พี่ชิวเซิง พวกเรามาแล้ว!”
ชายหนุ่มหลายคนในหมู่บ้านแต่งกายทะมัดทะแมง ถือคันธนูและมีดตัดฟืน วิ่งมาที่บ้านตระกูลหลี่ ทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้นอย่างยิ่ง
ตอนที่ช่วยกันตัดฟืนก่อนหน้านี้ หลี่เหลาซื่อยิงไก่ป่าและกระต่ายได้อย่างง่ายดาย ฝีมือการยิงธนูที่ยอดเยี่ยมทำให้พวกเขาอิจฉาจนแทบคลั่ง
หลังจากตื้ออยู่นาน หลี่เหลาซื่อจึงยอมพาพวกเขาขึ้นเขาไปด้วยกัน
“กินข้าวกันหรือยัง ถ้าไม่มีอะไรแล้ พวกเราไปกันเลย”
หลี่เหลาซื่อตรวจสอบซองลูกธนู แล้วพาเหล่าชายหนุ่มขึ้นเขาไป
เจียสี่และเจียอันโวยวายอยากตามไปด้วย แต่ผลคือหลี่เหลาซื่อพาไปเพียงเจียอี้ที่มีแรงเยอะและคล่องแคล่วเท่านั้น
เจียอันและเจียสี่รู้สึกหดหู่มาก แต่สุดท้ายก็ถูกเถาหงอิงเรียกเข้าไปในห้องครัว ยัดมันเทศเผาให้คนละลูกจนกลับมาอารมณ์ดี
แม่เฒ่าหลี่อุ้มเจียอินนั่งอยู่บนหัวเตียงดินเผา พูดคุยสัพเพเหระกับหญิงชาวบ้านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
หญิงผู้นี้สามีแซ่จาง คนในหมู่บ้านจึงเรียกนางว่าสะใภ้รองจาง
จะว่าไป นางคือหญิงคนที่บอกเล่าเื่ราวในหมู่บ้านให้แม่เฒ่าหลี่ฟัง ตอนที่บ้านตระกูลหลี่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้
วันที่บ้านตระกูลหลี่จัดเลี้ยงคนในหมู่บ้าน สะใภ้รองจางก็มาช่วยงาน และพูดคุยกับแม่เฒ่าหลี่อยู่พักใหญ่ก่อนจะกลับบ้าน
ประจวบเหมาะกับวันนี้ว่างไม่มีอะไรทำ นางจึงมาหาแม่เฒ่าหลี่เพื่อพูดคุย และถือโอกาสมาดูเจียอินด้วย
“พี่สาว ลานบ้านกว้างขวางของพวกท่าน จัดระเบียบได้เรียบร้อยจริง ๆ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ครอบครัวที่รู้จักใช้ชีวิต!”
สะใภ้รองจางพูดชมพลางเขย่าลูกกลิ้งของเล่นล่อเจียอิน
แม่เฒ่าหลี่ส่งเจียอินให้นาง จากนั้นจึงก้มหน้าปักดอกไม้เล็ก ๆ ต่อ
“บ้านเราคนเยอะ มีงานอะไรก็ช่วยกันทำ เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”
สะใภ้รองจางได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยความอิจฉา
“ลูกชายบ้านท่านนี่ดีกันทุกคนเลยจริง ๆ ไม่พูดเื่อื่น แค่ตอนเก็บภาษีข้าวเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้ลูกชายคนที่สองช่วยจัดการ ทำให้ทุกคนประหยัดข้าวไปได้ตั้งเยอะ ลูกคนที่สองเคยเรียนหนังสือหรือเปล่า คิดเลขและจดบัญชีได้เก่งกาจจริง ๆ ”
“ไม่เคยไปสำนักศึกษาหรอก แค่เรียนอยู่ที่บ้านไม่กี่วันเท่านั้น ค่าเล่าเรียนแพงเกินไป ชีวิตที่บ้านลำบาก จ่ายไม่ไหวจริง ๆ ” แม่เฒ่าหลี่ตอบไปตามปกติ
สะใภ้รองจางพยักหน้า
“นั่นสินะ ข้ามีหลานชายคนหนึ่งเรียนหนังสืออยู่ในตัวอำเภอ ได้ยินว่าปีหนึ่งต้องใช้เงินอย่างน้อยสิบกว่าตำลึง พี่ชายและพี่สะใภ้ของข้า เพื่อส่งเสียเด็กคนนี้ ต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดทุกวัน มีเงินหรือของกินเพียงเล็กน้อย ก็คิดแต่จะส่งไปให้ลูก ชีวิตความเป็อยู่ช่างขัดสนยิ่งนัก...”
แม่เฒ่าหลี่กำลังจะตอบรับ แต่พอเงยหน้าขึ้นเห็นหลานชายคนโตที่กำลังขนฟืนไปมาในลานบ้าน ในใจก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น
เจียเหรินอายุสิบสองปีแล้ว ั้แ่เล็กมีบิดาสอนให้อ่านออกเขียนได้ และปกติเขาก็ชอบอ่านหนังสือที่สุด
หากที่นอกด่านไม่มีา นางก็ตั้งใจจะส่งเขาไปสำนักศึกษาอยู่แล้ว
ตอนนี้ตั้งรกรากมั่นคงแล้ว ก็สามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งได้
“การเรียนหนังสือเป็เื่ดี หากสอบติด ในอนาคตก็สามารถเป็ขุนนางได้” แม่เฒ่าหลี่ได้สติ แล้วยิ้มบาง ๆ พูดกับพี่สะใภ้รองจาง
“ใช่ ๆ พี่สะใภ้ข้าก็พูดแบบนี้” ใบหน้าของสะใภ้รองจางมีความภาคภูมิใจอยู่สามส่วน เห็นได้ชัดว่านางรู้สึกมีเกียรติที่หลานชายได้เรียนหนังสือ
เจียอินฟังทั้งสองคนคุยกัน ดวงตากลมโตกลอกไปมา เดาได้ว่าท่านย่าต้องคิดจะส่งพี่ชายคนโตไปเรียนหนังสือแน่นอน
นางแสร้งทำเป็ร่วมมือกับการล่อของพี่สะใภ้รองจาง ยื่นมือไปจับลูกกลิ้งของเล่น พลางคำนวณในใจว่าจะนำอะไรจากมิติวิเศษออกมาขายให้ได้เงินอีก
ถ้าที่บ้านมีเงินมากขึ้น การส่งลูกเรียนหนังสือก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น
“ก่อนหน้านี้บ้านข้าเก็บถั่วเหลืองไว้เยอะ ตอนนี้เป็เวลาที่เหมาะจะทำซีอิ๊วถั่วเหลืองพอดี อีกไม่กี่วันนี้ข้าจะเริ่มลงมือทำแล้ว พี่สาว บ้านท่านทำซีอิ๊วถั่วเหลืองด้วยไหม จะทำด้วยกันหรือเปล่า?”
สะใภ้รองจางเห็นแม่เฒ่าหลี่จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างและดูใจลอย จึงเรียกนาง
แม่เฒ่าหลี่รีบตอบรับ “ดีสิ ถึงตอนนั้นเรามาทำซีอิ๊วถั่วเหลืองด้วยกัน อย่าลืมบอกข้าล่วงหน้า ข้าจะได้ให้หงอิงแช่ถั่วไว้”
“แบบนั้นก็ดีเลย ลานบ้านท่านกว้างขวาง แถมยังมีกระทะเหล็กใบใหญ่สองใบ ข้าจะเอาถั่วเหลืองมาต้มที่นี่เลยแล้วกัน แล้วก็ตากไว้ในลานบ้านท่านด้วย”
สะใภ้รองจางยิ่งพูดยิ่งรู้สึกว่าเข้าท่า จนอยากจะกลับบ้านไปขนถั่วมาทำซีอิ๊วที่บ้านตระกูลหลี่เดี๋ยวนี้เลย
แม่เฒ่าหลี่ไม่ได้รังเกียจนิสัยโผงผางตรงไปตรงมาของสะใภ้รองจาง
ทั้งสองคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง สะใภ้รองจางจึงลูบแก้มเล็ก ๆ ของเจียอิน แล้วกลับบ้านไปทำอาหารด้วยความอาลัยอาวรณ์
เถาหงอิงและจ้าวอวี้หรูเก็บเห็ดได้ตะกร้าเล็ก ๆ ใกล้เชิงเขา เมื่อกลับมาตากเสร็จแล้วก็เตรียมทำมื้อค่ำ
เจียอินพ่นฟองน้ำลายออกจากปากเล็ก ๆ รบเร้าจะให้เถาหงอิงอุ้ม เถาหงอิงจึงตัดสินใจแบกเจียอินไว้บนหลังขณะทำอาหาร
อาศัยจังหวะที่เถาหงอิงหั่นผัก เจียอินแอบใส่ข้าวสารลงไปในหม้อ ผลคือโจ๊กข้าวที่ควรจะใสและเหลว เมื่อต้มเสร็จกลับกลายเป็โจ๊กที่ข้นคลั่ก
แม่เฒ่าหลี่เดินลงจากบ้านมาเห็นโจ๊กหม้อนั้นก็ไม่แปลกใจอีกต่อไป นางอุ้มหลานสาวมานั่งที่โต๊ะอาหาร
เมื่อคนบ้านตระกูลหลี่ทยอยกันกลับมา ทุกคนก็มารวมตัวกันเพื่อเริ่มมื้อค่ำอย่างเป็ทางการ