“ถ้ามีสื่อนำเวทมนต์ก็ดีน่ะสิ แต่ว่าดูท่าคงจะแพงน่าดู อย่างนั้นสร้างเกราะแบบใช้แล้วทิ้งเหมือนเดิมก็ได้...หืม..จริงสิถ้าทำแบบนี้น่าจะได้เครื่องป้องกันระดับ C เลยทีเดียว”
โนบลินตัดสินใจเริ่มแผนการของเขา โดยนำเอาหนังของเซบัปและวัตถุดิบอื่นออกมาจำนวนหนึ่ง ใช้วงแหวนเวทรูปแบบแตกต่างกันเพื่อนปรับปรุงคุณสมบัติของวัตถุดิบให้ดียิ่งขึ้น ก่อนที่จะเริ่มลงมือสร้างเครื่องป้องกันตามแบบที่คิดไว้
“หนังของเซบัปหนึ่งตัวสร้างได้สองชุดอย่างนั้นเหรอ ดูจากเวทมนต์เหลวที่เหลือน่าจะได้ซักเจ็ดถึงแปดชุด อย่างนั้นเอาแค่หกก่อนแล้วกัน”
โนบลินคำนวณปริมาณของวัตถุดิบที่เหลืออยู่ทั้งหมดตอนนี้ เขาสามารถสร้างชุดป้องกันแบบที่เคยทำนั้นได้ประมาณสิบกว่าชุด แต่สำหรับการสร้างเครื่องป้องกันตามแบบที่คิดใหม่นี้น่าจะได้ไม่เกินแปดหรือเก้าชุดเท่านั้น โนบลินจึงตัดสินใจลองสร้างออกมาเพียงหกชุดเท่านั้น
“จะเพิ่มจำนวนครั้งสูงสุดที่ใช้ได้ หรือจะเพิ่มพลังป้องกันสูงสุดต่อครั้งดีนะ?”
เกิดความลังเลขึ้นในใจของโนบลินเพราะเขาไม่แน่ใจว่าจะทำให้เครื่องป้องกันนี้มีพลังป้องกันต่อครั้งสูง ๆ หรือจะทำให้มีจำนวนครั้งที่ใช้ได้เพิ่มมากขึ้น
“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ทำให้อลังการไปเลยแล้วกัน”
หลังจากตัดสินใจได้ โนบลินจึงเริ่มต้นการสร้างตามแบบที่วางแผนไว้
“ฟู่ว..กว่าจะเสร็จเล่นเอาซะค่ำมืดเลยแฮะ” โนบลินถึงกับพ่นลมออกจากปาก หลังจากต้องสร้างเครื่องป้องกันหลายชุดติดต่อกัน
“กะว่าจะทำให้ได้หกชุด ไป ๆ มา ๆ เวทเหลวดันไม่พอซะได้ ไม่รู้ว่าสี่ชุดนี้จะขายได้ซักเท่าไหร่นะ”
เพราะความที่อยากให้ได้เครื่องป้องกันในระดับที่สูงที่สุดทำให้โนบลินใช้เวทมนต์เหลวไปมากกว่าที่คิดไว้ในคราวแรก จากที่คำนวนไว้ว่าจะสร้างได้หกชุดและเหลือเวทเหลวอีกส่วนหนึ่ง กลายเป็ว่าสร้างได้เพียงแค่สี่ชุด ก็แทบจะไม่หลงเหลือเวทมนต์เหลวแล้ว
“คงต้องไปหาซื้อผลึกเวทมนต์เพิ่มเติมซะแล้วละมั้งเนี่ย”
โบลินเก็บเครื่องป้องกันทั้งหมดใส่ลงในกระเป๋าหลังและออกจากบ้านไป เพื่อที่จะนำเอาสินค้าที่ผลิตได้ไปขายทำทุนที่สูญเสียไป
“จะไปขายยังไงให้ได้ราคาดี ๆ กันนะ”
โนบลินยังคิดไม่ตก เื่การนำเอาเครื่องป้องกันไปขาย เพราะเขาคิดว่าถ้าเอาไปฝากขายที่ร้านน่าจะได้ราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็ แถมกว่าจะได้เงินมาก็ตอนที่สินค้าขายออกไปแล้ว ระหว่างที่เดินพลางคิดพลางอยู่นั้น โนบลินเหลือบไปเห็นอาคารหลังหนึ่งที่เขาเดินผ่านมาหลายรอบระหว่างที่เข้ามาในเมืองเพื่อใช้บริการห้องสมุดก่อนหน้านี้
อาคารสีฟ้าหลังใหญ่ภายในเมืองกรูม แขวนป้ายไม้ที่สลักลวดลายสวยงามอย่างประณีตพร้อมทั้งอักษรที่เรียงรายกันเพื่อบอกถึงสถานที่แห่งนี้ [โรงประมูลตระกูลฮันท์] โรงประมูลเก่าแก่ประจำเมืองกรูมที่มีมานาน เปิดบริการจัดประมูลสินค้าต่าง ๆ ที่เป็ที่สนใจและได้รับความนิยมจากชาวเมืองและนักเวททั้งหลาย
กฎง่าย ๆ ของการเข้ามาที่นี่คือ ไม่สนใจว่าจะเป็ใคร หากมาเพื่อขายขอเพียงเป็ของดีที่มีคุณภาพสูงก็เพียงพอ หากเป็ผู้ซื้อ แค่เพียงมีเงินมากพอก็สามารถเข้ามาได้เช่นกัน
โนบลินเมียงมองอยู่ด้านหน้าของโรงประมูลอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน เพื่อนำสินค้าของเขาไปเข้าร่วมการประมูล
“ซื้อหรือขาย?” เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นจากนักเวทวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง
‘นะ..นี่ขนาดคนเฝ้าประตูยังเป็นักเวทระดับสูงขั้นที่เจ็ดเลยเหรอเนี่ย’
โนบลินอดประหลาดใจไม่ได้ที่นักเวทระดับนี้ได้เป็แค่เพียงคนเฝ้าประตู เท่านี้ก็ทราบได้ว่าความยิ่งใหญ่ของโรงประมูลนี้มีมากมายเพียงใด
ถึงแม้โนบลินจะไม่มีพลังเวทอย่างเช่นคนอื่น แต่ด้วยการฝึกฝนตามวิธีของโนมั้แ่เด็ก ทำให้ความไวในการตรวจจับพลังเวทของเขานั้นเหนือกว่านักเวทระดับสูงหลาย ๆ คนเสียด้วยซ้ำ
“เอ่อ..ผมเอาของมาเข้าร่วมประมูลครับ”
“หืม? เช่นนั้นหรือ เอาของที่้าเข้าร่วมประมูลมาให้ข้าตรวจสอบเสียก่อน”
“นะ..นี่ครับ” โนบลินยื่นเรื่อป้องกันที่สร้างเสร็จแล้วหนึ่งชุดไปให้กับนักเวทวัยกลางคนนั้น
“เกราะหนัง..?” ชายคนนั้นพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
“ถึงแม้จะดูเป็หนังที่มีความสวยงาม แต่ข้าก็ดูออกว่านี่มันคือหนังของเซบัป เ้าของเกราะหนังของสัตว์ร้ายขั้นต่ำมาเข้าร่วมประมูลแบบนี้ เ้าคิดว่าที่นี่เป็ที่ไหนกันหรือเ้าหนู..!!”
เสียงอันเกรี้ยวกราดของชายวัยกลางคนดังไปทั่วห้อง โนบลินรู้สึกสยิวกายจนขนลุกเกือบทั้งตัว
“เอ่อ..น..นี่เป็เครื่องป้องกันที่ดีนะครับ ถึงแม้ว่ามันจะสร้างขึ้นจากหนังของเซบัปที่มีระดับต่ำ แต่ก็ถูกปรับปรุงคุณภาพจนมีความแข็งแกร่งพอสมควรเลยนะครับ อีกอย่างหนังนี้ยังผ่านการปรับปรุงคุณภาพที่ช่วยให้อ่อนนุ่ม ไม่มีกลิ่นสาบ เหมาะที่จะเอาไปสวมใส่มาก ๆ เลยนะครับ”
โนบลินพยายามอธิบายคุณสมบัติเด่นของเกราะหนังที่เขา้าเอาเข้าร่วมการประมูลอย่างหวั่น ๆ เพราะท่าทีของชายคนนี้ดูน่ากลัวและเริ่มรู้สึกถึงเค้าลางความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาตะหงิด ๆ
“ถึงมันจะนุ่มและไม่มีกลิ่นสาบแต่มันก็ยังเป็ของชั้นต่ำอยู่ดีและน่า ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเอาหนังกระจอก ๆ นี่มาสร้างเป็เครื่องป้องกันชั้นดีได้หรอกนะ เ้าหนู..ออกไปซะก่อนที่ฉันจะอดทนไม่ได้จะดีกว่า..”
ชายผู้เฝ้าประตูเริ่มที่จะหมดความอดทนกับการที่จะต้องมาเสียเวลากับเด็กที่ไม่รู้กาละเทศะแบบนี้เข้าไปทุกที
“เอ่อ..ยังไงลองทดสอบเกราะหนังนี่ดูหน่อยดีไหมครับ ถ้าเกิดว่ามันไม่ดีจริง ๆ ผมจะเอามันกลับไปเองครับ..”
ถึงแม้จะหวาดกลัว แต่โนบลินยังไม่ลดควมพยายามที่จะนำเอาเกราะหนังนี้เข้าร่วมประมูลให้ได้ เพราะวัตถุดิบที่ได้มาจากการล่ารอบล่าสุดนี้และเวทมนต์เหลวที่เขามีสำรองไว้นั้นแทบจะหมดไปกับการสร้างชุดเกราะเหล่านี้แล้ว
ถ้าเขาไม่สามารถนำมันเข้าร่วมประมูลและขายเป็เงินกลับมาแล้วละก็ ที่ลงทุนลงแรงไปทั้งหมดก็คงจะสูญเปล่าอย่างน่าเสียดายเป็ที่สุด
“หึ..ทดสอบงั้นเหรอ ได้จะให้ทดสอบยังไงกันล่ะ ให้ข้าลองสวมมันงั้นหรือ..?”
“ป..เปล่าครับ เดี๋ยวผมจะสวมมันเอง..” พูดจบ โนบลินก็รีบสวมเกราะหนังนั้นอย่างรวดเร็ว
“เอ่อ..คราวนี้ คุณช่วยต่อยผมสักครั้งนึงได้ไหมครับ” โนบลินถาม
“อ้อ..แล้วก็ช่วยคุมพลังโจทตีให้อยู่ที่ประมาณนักเวทระดับสูง่ต้นด้วยนะครับ ถ้าเกินจากนั้นเกราะนี้อาจจะต้านไม่ไหว..”
“หือ..?” เสียงแสดงความสงสัยดังออกมาจากคนเฝ้าประตูคนนั้น
“เ้าจะบอกว่า..เกราะหนังเส็งเคร็งอันนี้สามารป้องกันการโจมตีจากนักเวทระดับสูง่ต้นได้อย่างนั้นหรือ..?”
ชายเฝ้าประตูถามอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะเท่าที่เขาเคยพบเจอมา เครื่องป้องกันที่มีความสามารถเช่นนั้นจะต้องเป็ชุดเกราะที่อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า B ซึ่งสร้างจากวัตถุดิบชั้นดีราคาแพง รวมกับฝีมือของนายช่างมนตราระดับสูง จนได้ออกมาเป็เครื่องป้องกันทีทรงคุณค่า
เทียบกับเ้าเด็กที่สูงไม่เกินเอวของเขาตรงหน้านี้ กับเกราะหนังเซบัปชั้นต่ำที่ใส่อยู่ มองยังไงก็ไม่รู้สึกเหมือนนายช่างมนตรากำลังสวมเกาะชั้นดีอยู่เลยแม้แต่น้อย
“นี่..เ้าหนู ถ้าอยากจะหาเื่ตายก็คิดวิธีที่มันทรมานน้อยกว่านี้ไม่ได้หรือไง จู่ ๆ จะมาขอให้ข้าต่อยจนตายมันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ..”
“ยังไงก็ลองโจมตีดูสักครั้งนึงเถอะนะครับ ถ้าหากว่ามันไม่ดีอย่างที่ผมบอก ผมยอมเจ็บตัวเลย..”
โนบลินยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น เพราะตอนนี้เขาหันกลับไม่ได้แล้ว ยังไงก็ต้องขายเกราะหนังนี้ให้ได้
“ได้..ได้ แต่ว่าถ้าหากตายไปก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน”
ไม่พูดเปล่า ชายเฝ้าประตูเดินเมาหาโนบลิน พร้อมกับง้างหมัดขวาออกไปเตรียมตัวต่อยไปตามที่โนบลินร้องขอ
แสงของละอองเวทสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่ชายกลางคน ๆ นั้นจะเหวี่ยงหมัดที่เสริมด้วยพลังเวทระดับสูง่ต้นลงมาอย่างแรง
ตุ้บ..!!
อั้ก...!!!!
เสียงของหมัดที่พุ่งเข้ากระแทกกลางอกดังขึ้น พร้อมกับเสียงแห่งความเ็ปที่ดังลอดออกมาจากในลำคอของเด็กน้อย ที่ดูไม่เจียบตัวเอาซะเลย ที่เขาอาจหาญมาท้าทายพลังของนักเวทระดับสูงเช่นนี้
“หึหึ..หือ..!!?” เสียงแห่งความประหลาดใจดังขึ้นเบา ๆ แต่ได้ยินอย่างชัดเจน
“บ..บ้าน่า เป็ไปไม่ได้ ข้าโจมตีด้วยความรุนแรงระดับสูงแล้วแท้ ๆ ทำไมถึงไม่เป็อะไรเลยล่ะ..”
“ไม่เป็อะไรได้ไงกันล่ะครับ นี่ผมจุกแทบแย่เลย..”
“เ้าโง่..ทั้ง ๆ ที่โดนโจมตีด้วยความรุนแรงขนาดะเิกะโหลกเซบัปได้อย่างนั้นแล้ว แค่จุกแบบที่เ้าเป็ก็นับว่าพระเ้าอำนวยพรแค่ไหนแล้ว..”
“เอ่อ..อย่างนั้นเหรอครับ ทำไมผมไม่รู้สึกโชคดีเลยสักนิด..” โนบลินพึมพำเบา ๆ
“ยังไงก็เถอะ..ข้ายอมรับว่ามันเป็เกราะหนังที่มีคุณภาพสูงมากทีเดียว ถึงแม้มันจะถูกใช้ไปแล้วสำหรับการทดสอบเมื่อครู่ แต่ค่าเสียหายส่วนนั้นทางโรงประมูลเราจะรับผิดชอบเอง เ้าสามารถเอาเกราะหนังนั้นเข้าร่วมประมูลได้..”
คำพูดของชายเฝ้าประตูนี้นำความดีใจมาให้กับโนบลิน เท่านี้เขาก็สามารถหารายได้กลับมาคืนทุนที่สูญเสียไปได้บ้างแล้ว
ฝั่งของชายเฝ้าประตูนั้นกำลังใช้สายตาที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชคโชน ในการสำรวจความเป็มาขอโนบลิน ไม่ว่าจะเป็ลักษณะท่าทาง การพูด หรือการแต่งตัว ไม่มีสิ่งไหนที่พอจะทำให้เขารู้สึกว่าโนบลินเป็ลูกหลานตระกูลใหญ่หรือผู้มีฐานะได้เลย
‘หรือว่าจะเป็ลูกหลานของนายช่างมนตราระดับสูงที่เราไม่รู้จัก’
เขายังไม่สามารถหาเหตุผลที่จะเป็ไปได้เกี่ยวกับความเป็มาของเ้าเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้านี้ได้เลย
แม้จะยังเสียดายที่ไม่รู้ที่มาที่ไปของของชิ้นนี้ แต่นักเวทวัยกลางคนก็ต้องทำตามกฎต่อไป ซึ่งเขาไม่สามารถไถ่ถามถึงข้อมูลอื่น ๆ นอกจากคุณสมบัติของ ๆ ชิ้นนั้นได้
“เอาล่ะ ในเมื่อจะนำเข้าร่วมการประมูล และเป็สินค้าที่เรายังไม่มีข้อมูล เ้าก็ต้องบอกรายละเอียดคุณสมบัติของสิ่งนี้ให้แก่โรงประมูลได้รับทราบ เพื่อที่ทางเราจะได้ประเมินราคาที่จะเอาออกประมูลได้ถูกต้อง”
เขาพูดพร้อมกับยื่นกระดาษและปากกาขนนกให้กับโนบลิน เพื่อเขียนรายละเอียดของเกราะหนัง เพื่อทำการประเมินราคา
“เรียบร้อยครับ” ผ่านไปราวห้านาทีที่โนบลินใช้เพื่อเขียนรายละเอียดคุณสมบัติของเครื่องป้องกันของเขาและยื่นส่งให้กับนักเวทคนนั้น
“อืม..หือ!!!?” ดวงตาของชายวัยกลางคนเบิกกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้
“นะ..นี่คือคุณสมบัติของมันอย่างนั้นหรือ?” เขาถาม
“ครับ..” โนบลินตอบสั้น ๆ
‘นี่มัน..คุณสมบัติไม่ต่ำกว่าเครื่องป้องกันระดับ C เลย ไม่สิ...ถ้าใช้ทั้งหมดนี้รวมกัน มันต้องไม่ต่ำกว่าระดับ B อย่างแน่นอน..เ้าหนูนี่ไปเอาเครื่องป้องกันนี่มาจากไหนกันนะ’