หนึ่งเดือนต่อมาทรรศกรพาภรรยามาที่โรงพยาบาลของพงศธร การมาตรวจครั้งนี้ทำให้ได้รู้ว่าปั้นหยามีเนื้องอกที่ลำไส้เล็ก ประกอบเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ ดังนั้นจึงต้องให้ศัลยแพทย์มือเยี่ยมช่วยผ่าตัดให้
ในตอนแรกปั้นหยาจะให้หมอพัศน์ช่วยรักษาให้ แต่หมอพัศน์เห็นปั้นหยาเป็เหมือนคนในครอบครัวของตัวเอง ความรู้สึกกลัวที่เพื่อนรักจะเกิดอันตรายมันจะมีผลต่อการผ่าตัดของหมอด้วย เพราะการผ่าตัดจำต้องใช้สมาธิและปราศจากความกลัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอเลยจำต้องปฏิเสธ แล้วให้หมอผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ช่วยรักษาแทน
แต่เหมือนผู้อำนวยการจะกลั่นแกล้ง เขาได้มอบหมายให้หมอผู้นี้ไปสัมมนาที่ต่างประเทศเพื่อเผยแพร่งานวิจัย
ด้วยความที่ว่ากลัวเนื้องอกนี้จะเป็มะเร็ง จึงจำต้องรีบผ่าตัดและตรวจสอบชิ้นเนื้อโดยด่วนว่าเป็มะเร็งหรือไม่ อีกทั้งปั้นหยากลัวว่ามันจะมีผลต่อลูกในครรภ์ เธอไม่อยากตายก่อนที่จะคลอดเด็กคนนี้ ปั้นหยาเลยรีบไปคุกเข่าขอร้องให้หมอพัศน์ช่วยเธอให้ได้
“ได้โปรดเถอะนะหมอพัศน์ ฉันยังไม่อยากตายตอนนี้ ฉันอยากให้เด็กคนนี้เกิดมาจริงๆ” ปั้นหยาร้องไห้เพราะไม่อยากเสียลูกไป
หมอพัศน์รีบประคองปั้นหยาให้ลุกขึ้นมา “ได้ ยังไงฉันก็จะให้หมอคนนั้นช่วยรักษาเธอให้ได้”
“แล้วทำไมเธอถึงไม่ผ่าตัดให้ฉันเองล่ะ” ปั้นหยาสงสัย
“ปั้นหยา! เธอเป็เพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด เพราะฉันกลัวเธอตาย มันจึงมีผลต่อการผ่าตัด มันทำให้ฉันเสียสมาธิได้ ดังนั้นฉันจะยอมเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด ฉันจำเป็ต้องให้หมอคนนั้นช่วยจริงๆ เขามีฝีมือมาก และคิดว่าเขาสามารถผ่าตัดโดยที่สามารถปกป้องชีวิตเด็กในครรภ์ได้ด้วย” หมอพัศน์กล่าว
“ขอบคุณนะหมอพัศน์ที่ยอมช่วยฉัน” ปั้นหยากล่าว
ทรรศกรเลยพาปั้นหยาไปพักที่ห้องผู้ป่วยก่อน
******************************************************
หมอพัศน์สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องผู้อำนวยการ
“คิดยังไงถึงยอมพบผมล่ะ หมอพัศน์” พงศธรรีบถาม
“ฉันอยากให้หมอกิตติวัฒน์ช่วยผ่าตัดให้ปั้นหยาค่ะ” หมอพัศน์กล่าว
“แต่เขาต้องไปสัมมนาที่อเมริกานี่ คงผ่าตัดให้ไม่ได้หรอกนะ” พงศธรกล่าว
“ฉันขอร้องเถอะค่ะ ให้ฉันคุกเข่าก็ได้” หมอพัศน์กำลังจะคุกเข่าแต่พงศธรรีบจับตัว
“งั้นก็ได้ ฉัน้าสิ่งแลกเปลี่ยน” พงศธรกล่าว
“ว่ามาค่ะ ฉันยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อปั้นหยา” หมอพัศน์กล่าว
“ยอมแต่งงานกับฉันสิ” พงศธรกล่าวอย่างมีชัย
“ห๊า นี่คุณ” หมอพัศน์ใกับสิ่งแลกเปลี่ยนนั้น
“แล้วแต่เธอนะ ฉันไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้วนี่” พงศธรกล่าว
หมอพัศน์คิดอยู่นาน แต่มันมีผลต่อชีวิตของปั้นหยาและลูกในครรภ์ เลยยอมตกลง “งั้นก็ได้ ฉันยอมแต่งงานกับคุณ”
พงศธรยิ้มอย่างสมใจ หมอพัศน์เลยรีบไปแจ้งข่าวให้กับทรรศกรและปั้นหยาว่า หมอกิตติวัฒน์จะช่วยรักษาให้ปั้นหยา
พงศธรเลยสั่งให้หมอท่านอื่นไปสัมมนาที่ต่างประเทศแทน
สองวันต่อมา หมอกิตติวัฒน์เป็ผู้ผ่าตัดเนื้องอกให้กับปั้นหยา ใช้เวลา 3 ชั่วโมง พวกเขารีบนำชิ้นเนื้อส่งตรวจทันที
หลังจากผ่าตัดเสร็จ หมอกิตติวัฒน์ก็ออกมาบอกว่าปั้นหยาและลูกพ้นขีดอันตรายแล้ว อีกสองวันให้รอผลตรวจชิ้นเนื้อ
สองวันต่อมา พอผลตรวจออกมาบอกว่าไม่ใช่เนื้อร้าย หมอพัศน์และปั้นหยาก็พากันโล่งใจ ทรรศกรรีบขอบคุณยกใหญ่ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องมาลุ้นอะไรมากมายขนาดนี้ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของปั้นหยาและลูก
ในวันที่ปั้นหยาออกจากโรงพยาบาล ทรรศกรรีบช่วยเก็บของ ส่วนหมอพัศน์ก็รีบมาเยี่ยม เพราะทั้งสองจะรีบเดินทางกลับสุราษฎร์ธานีแล้ว
“เดินทางปลอดภัยนะคุณแม่ ดูแลหลานฉันดีๆ นะ” หมอพัศน์กล่าวยิ้มๆ
“ค่ะ คุณหมอ ครั้งนี้ถือว่าฟาดเคราะห์จริงๆ” ปั้นหยากล่าว
สักพักทุกคนก็พากันใ เพราะอยู่ดีๆ นายพงศธรก็เข้ามาโอบเอวหมอพัศน์
“นี่คุณบอกข่าวดีของพวกเรา ให้พวกเขาฟังรึยังล่ะ” พงศธรกล่าว
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะ” ปั้นหยาสงสัย
“คงยังล่ะสิ พวกเราจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ ยังไงผมก็เชิญพวกคุณไว้ก่อนด้วยนะ หมอพัศน์คงจะเขิน เลยยังไม่กล้าบอกพวกคุณ” พงศธรกล่าว
“มันเป็ความจริงหรอหมอพัศน์” ปั้นหยากล่าว
หมอพัศน์พูดอะไรไม่ออกจริงๆ เธอทำได้แต่เพียงพยักหน้ารับเท่านั้น
“นั่นเห็นมั้ย ว่าที่เ้าสาวของผมขี้อายขนาดไหน ค่อยเจอกันใหม่ที่งานแต่งงานก็แล้วกันนะครับ ผมขอตัวก่อน” พงศธรยิ้มอย่างมีชัย
ปั้นหยาลุกจากเตียงเข้าไปกอดหมอพัศน์ทันที “มันเป็เพราะฉันใช่มั้ย เธอถึงต้องไปแต่งงานกับมันแบบนั้น”
“เปล่าหรอก ฉันแค่อยากได้โรงพยาบาลคืนน่ะ เลยยอมแต่งงานกับเขาเพื่อร่วมบริหารโรงพยาบาลไง เธออย่าคิดมากเลยนะปั้นหยา” หมอพัศน์กล่าว
“ฉันไม่เชื่อหรอก เธอไม่ใช่คนมักใหญ่ใฝ่สูงแบบนั้น” ปั้นหยากล่าว
“ไม่เอาน่าคุณแม่ มันเป็ข่าวดีต่างหาก เพื่อนจะได้แต่งงานทั้งที ค่อยเจอกันใหม่ในงานแต่งงานของฉันนะเพื่อน” หมอพัศน์แสร้งทำเสียงร่าเริงแล้วรีบผละออกไป
หมอพัศน์เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เธอเลยรีบขอตัวไปที่ห้องพักทันที หมอพัศน์ในตอนนี้เธอทำได้แต่นั่งร้องไห้เพราะจำต้องยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก