ตอนที่ 5 ไวต่อความรู้สึก
พลกำลำแท่งที่แข็งพร้อมรบเต็มที่ไว้ในมือ แล้วจ่อหัวหยักเข้าไปใกล้ช่องทางรักของแฟนสาว ขณะที่เขากำลังจะกดส่วนปลายหัวสีเข้มเข้าไปสำรวจด้านในนั้น ฟางที่นอนนิ่งราวกับคนไม่ได้สติ ก็เด้งตัวลุกขึ้นมากอดเขา และ...
อ้วกก! อ๊อกก!
อ่าาใช่แล้ว เธออาเจียนใส่เขาเต็ม ๆ
ร่างหนาสะดุ้งโหยง ทุกการกระทำหยุดชะงักแม้กระทั่งลมหายใจก็ยังถูกกลั้นไว้ สีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย ตอนนี้กลับกลายเป็พะอืดพะอมเต็มที เมื่อโดนฝากรักไว้เต็มแผงอก
กลิ่นของเหลวที่พุ่งออกมาจากทางปากของคนที่ไม่มีสติตีขึ้นจมูก จนเขาอยากจะผลักเธอไปไกล ๆ ซะเหลือเกิน แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อฟางยังคงปล่อยของออกมาไม่หมด และกลัวว่าถ้าขยับตัวแล้วเขาอาจจะเลอะเทอะไปมากกว่านี้
และเมื่อแน่ใจว่ามันไหลออกมาจนถึงหยดสุดท้ายแล้วเ้าของฝ่ามือหนาจึงดันไหล่คนเมาออกห่าง ทิ้งให้เธอนอนฟุบอยู่ตรงนั้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินหนีอย่างหัวเสีย
“แม่งเอ๊ยย!! หมดอารมณ์เลยกู”
แม้ในใจยังพอจะมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ว่านี่อาจเป็ความผิดของเขาด้วยส่วนหนึ่งที่คะยั้นคะยอให้เธอดื่มหนัก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคนอย่างฟางคงไม่ค่อยได้ัักับรสชาติของแอลกอฮอล์บ่อยนัก ถึงได้เมาคอพับคออ่อนขนาดนี้
และสำคัญที่สุดก็คืออารมณ์เหี้ยนกระหือรือของเขา ได้หดหายไปพร้อมกับแท่งเอ็นที่เริ่มคลายตัวจนอ่อนยวบ ทำให้ตอนนี้มันไม่พร้อมรบอีกต่อไปแล้ว...
“โอ๊ย!! ยัยบ้านี่อ้วกไม่รู้เวล่ำเวลาเลย หมดกันอุตส่าห์บิ้วให้เสียวตั้งนาน วุ้ยย!”
เมื่อสถานการณ์กลับตาลปัตร พีทที่แอบดูอยู่นานแล้วก็ถือโอกาสเปิดไฟแล้ววิ่งรุดลงมาดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าตื่นใ ที่ได้เห็นสภาพของสาวน้อยน่ารักเมื่อตอนกลางวันหมดสภาพขนาดนี้
“เฮ้ย! พี่พลเกิดอะไรขึ้นแล้วทำไมฟางถึงสภาพแย่แบบนี้ล่ะเนี่ย” พีทแสร้งมองร่างเปลือยเปล่าที่เปรอะอ้วกด้วยหางตาพร้อมกับหยิบผ้าห่มตรงโซฟามาคลุมร่างให้อย่างรวดเร็ว
ส่วนฟางนั้นยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง เธอน่าจะหลับไปแล้ว
“เออ ๆ ไม่มีอะไรฟางเมาแล้วแหวะออกมา ฉันเลยจะเปลี่ยนเสื้อให้ แต่ดันมาอ้วกใส่กันซะงั้น ซวยชะมัด” พลแผดเสียงดังลั่นออกมาจากห้องน้ำ ตามด้วยเสียงจิ๊ปากไม่พอใจ
“แล้วทำไมพี่ไม่เปิดไฟ ผมใหมดนึกว่าโจรขึ้นบ้าน” พีทย้อนถามพลางเหลือบมองไปที่คนตัวเล็ก “พาเธอไปอาบน้ำเถอะสภาพแย่มากนอนจมกองอ้วกขนาดนี้ ตื่นเช้ามาคงจะปวดหัวน่าดู”
“งั้นก็ฝากเช็ดตัวให้หน่อยจะไปอาบน้ำก่อนว่ะ ไม่ไหวเหม็นอ้วกหึ่งเลย” ตัวต้นเหตุทำหน้าพะอืดพะอมพลางจิกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งบนเสื้อที่เปรอะแล้วสะบัดอย่างรังเกียจ
“อ้าวไหงงั้นล่ะ นี่แฟนพี่นะ ออกมาดูดำดูดีเธอหน่อยคงไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอกมั้ง” พีทสวนกลับเสียงเข้ม
ทว่าไม่มีคำตอบใด ออกมาจากปากของคู่สนทนา นอกจากเสียงน้ำที่เปิดใส่อ่างล้างหน้าแรง ๆ จนดังซู่ซ่าอยู่ด้านใน และเมื่อมันเงียบลงเ้าของเสื้อที่เปียกชุ่มก็รีบเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่ออาบน้ำต่อทันที
“ทำแบบนี้อีกแล้วนะ ไม่สงสารผู้หญิงบ้างหรือไง” พีทะโไล่หลังเมื่อเห็นคนต้นเื่นิ่งเงียบทำเป็ทองไม่รู้ร้อน
“เออ! จะโวยวายอะไรนักหนา” พลกระแทกเสียงกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “ตอนนี้กูปวดหัวมากจะอาบน้ำแล้วนอนเลย ถ้ามึงไม่อยากทำก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างงั้นแหละ” เขาตัดบทก่อนเปิดฝักบัวใส่เสียงดังราวกับว่าไม่้าได้ยินอะไรอีก
พีทถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัวเบา ๆ ให้กับความเห็นแก่ตัวของพี่ชายด้วยความเอือมระอา
'นี่มันจะปล่อยให้แฟนนอนล่อนจ้อนบนโซฟาห้องรับแขก แบบนี้ทั้งคืนจริง ๆ เหรอวะ...'
ถึงแม้ว่าจะบ่นอุบแต่เขาก็คอยเช็ดตัวให้คนที่นอนนิ่งอย่างนึกเอ็นดู จากนั้นก็เอาผ้าห่มกับเสื้อยืดของตัวเองมาสวมให้ แล้วนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ เพราะ้าแน่ใจว่าเธอจะไม่เป็อะไรมาก
เวลาผ่านไปกระทั่งตีสี่กว่า ๆ ร่างสูงที่ฟุบงีบอยู่ข้างโซฟาก็เงยหน้าขึ้นแล้วนวดกลึงไปที่หว่างคิ้วของตน เนื่องด้วยต้องหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน เพื่อเช็กอาการของคนที่นอนซมอยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นว่าเธอดูหน้าตาสดใสกว่าในตอนแรกแล้ว จึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เอื้อมหยิบผ้าห่มที่ร่นลงไปกองกับพื้นมาคลุมตัวไว้ แล้วลุกเดินโซซัดโซเซขึ้นห้องไป เพื่อทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ
.
.
สามวันแล้วที่พีทไม่ได้ไปติวกับฟาง เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอบ่อยนัก ด้วยกลัวว่าวันหนึ่งอาจจะทนข่มอารมณ์คิดไม่ซื่อกับแฟนของพี่ชายตัวเองไม่ไหว จึงเลือกที่จะไม่เจอกันเลยดีกว่า
อีกอย่างภาพร่างกายที่เปลือยเปล่าของฟางในคืนนั้น ยังคงฉายชัดอยู่ในหัวเขาซ้ำไปซ้ำมาราวกับว่าสมองไม่้าให้ความทรงจำนี้จางหายไป แม้ว่าเขาจะพยายามทำตัวให้ยุ่งแค่ไหนแต่มันก็แวบเข้ามาในหัวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อถึงเวลาซ้อม พีทก็ดำผุดดำว่ายอยู่ในสระได้ไม่นานนัก ร่างบางที่คุ้นเคยก็เดินตรงดิ่งมารอเขาที่ริมสระ ทันทีที่แขนยาว ๆ ของเขาเอื้อมมือไปแตะขอบปูนเสียงหวานก็เอ่ยขึ้น
“พีทโดดติวสองวันแล้วนะ ถ้าจะให้รวมวันนี้ด้วยก็เป็สามวัน มีอะไรรึเปล่าหรือว่าฟางสอนไม่เข้าใจ?” น้ำเสียงจริงจังบวกกับท่าทางที่มุ่งมั่นของคนตัวเล็กนั้นทำเอาพีทออกอาการเหวอเล็กน้อย
“มาถึงก็ดุเลยแฮะ รู้สึกเป็ลูกศิษย์ที่แย่จัง” หนุ่มนักกีฬาแกล้งพูดแหย่คนที่เขาพยายามหลบหน้าด้วยน้ำเสียงติดทะเล้น
ฟางส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ เธออยากจะเบือนหนีใบหน้ากวน ๆ ของเขาแทบแย่ แต่ติดตรงที่ว่าน้ำสีฟ้าในสระมันใสเกินไปจนทำให้มองเห็นแผงอกหนา ที่มีกล้ามเนื้อสวยสมส่วนตามแบบฉบับคนออกกำลังกายบ่อย ๆ ได้อย่างชัดเจน
‘นี่...มันจะชัดเกินไปแล้ว! หยุดเลยฟาง หยุดมอง หยุดคิด...หยุดดด’ คนหน้าหวานแสร้งทำเป็นิ่งเฉยทั้งที่ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนสั่นไปหมด
แผงอกกว้างที่ประดับด้วยมัดกล้ามเนื้อเด่นชัดของคนในสระ เป็เหมือนดั่งแม่เหล็กดึงดูดสติไว้ จนเธอแทบจะไม่อยากละสายตามองไปที่อื่นเลย
‘ไหล่กว้างจัง แถมผิวก็ดีมากอีกต่างหาก...ยัง ยังไม่หยุดคิดอีก เดี๋ยวนะ! แนวเส้นเืตรงขอบกางเกงนั้นมันก็...อ่าบ้าชะมัด!!’
แล้วความคิดทะลึ่งทะเล้นที่เ้าตัวก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ ก็เป็อันต้องหยุดลง เมื่อเ้าของร่างที่อยู่ในสายตาชูมือขึ้นโบกไปมาเพื่อดึงสติคนคิดลึกเอาไว้
“นี่เป็อะไรหรือเปล่า อยู่ ๆ ก็นิ่งไปเลย”
“อ่ะ! ปะ เปล๊าา ก็ไม่ได้เป็อะไรซักหน่อย ยังปกติดีทุกอย่าง” ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ “ว่าไงคะจะตอบได้หรือยังว่าทำไมถึงโดดติว” แล้วรีบพูดเข้าประเด็นทันที
“โธ่เอ๋ยไม่มีอะไรหรอก พีทก็แค่เหนื่อย ๆ ฟางสอนดีจะตาย มีแต่เราเองนี่แหละที่เรียนไม่รู้เื่”
“ยังไงนะฟางไม่เข้าใจ?”
ฟางพูดไปสายตาก็แอบลอบมองซิกแพ็กของคนตรงหน้าไป ดูเหมือนว่าสมองเธอจะประมวลผลไม่ทันเสียแล้ว และในตอนที่พีทดีดตัวขึ้นมาจากน้ำนั้น ก็ยิ่งทำให้เธอเห็นอะไรต่อมิอะไรชัดเจนขึ้นอีกเป็เท่าตัว
ทั้งหัวนมสีอ่อน ทั้งกล้ามหน้าท้องที่แน่นเป็ลอนเรียงตัวสวย ไปจนถึงเส้นเืจาง ๆ ตรงร่องวีเชฟ ทุกอย่างบนร่างกายนั่นมันทำให้เขาดูดีไปหมด แม้ว่าจะเคยเห็นมาบ้างตอนที่เขาลงแข่ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ชัดเจนไปกว่าครั้งนี้
อีกทั้งหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนร่างกำยำนั้น มันค่อย ๆ ไหลเคลือบผิวเขาลงมาช้า ๆ ตามแรงโน้มถ่วง ยิ่งเมื่อมันส่องประกายตัดกับแสงไฟจนพราวระยิบไปทั้งตัวด้วยแล้วก็ยิ่งพาให้หัวใจเธอสั่นระรัว
ประกอบกับท่าเสยผมที่เปียกชุ่มด้วยมือที่เต็มไปเส้นเืด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์มาก มากเสียจนฟางต้องกลั้นลมหายใจเอาไว้ แล้วทำเป็เลี่ยงสายตาหลบไปทางอื่น เพราะกลัวถูกจับได้ว่าคิดไม่ดีกับร่างกายล่ำ ๆ ของเขาอยู่
ส่วนตัวพีทเองแม้จะทำทีว่าไม่สนใจอะไร แต่สายตาเขามันแอบมองทะลุทะลวงเสื้อนักศึกษา ที่คนตัวเล็กสวมใส่มาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว รวมกับที่ในหัวของเขายังคงมีแต่ภาพเปลือยสุดเซ็กซี่ของค่ำคืนนั้นวนเวียนอยู่ไม่จางไปไหน และแม้กระทั่งน้ำเสียงเธอตอนครางหวานก็ยังคงดังชัดเจนในความรู้สึก
เพียงแค่นี้ อวัยวะกลางลำตัวของเขาก็เริ่มแข็งตึงขึ้นมา อีกแล้ว!
ชายหนุ่มรู้สึกโมโหที่เ้าพีทน้อยมีความอดทนกับผู้หญิงคนนี้ต่ำเกินไป ทั้งที่มันไม่เคยเป็กับใครมาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่กับฟางแล้วมันกลับไวต่อความรู้สึกมากเป็พิเศษ และก่อนที่มันจะแข็งตั้งเป็ลำชัดไปกว่านี้ เขาก็รีบพาร่างที่เปียกโชกเดินดุ่ม ๆ ไปห้องล็อกเกอร์ทันที
การเดินหนีไปดื้อ ๆ แบบนี้ ทำให้ฟางต้องก้าวฉับตามไปติด ๆ ทว่าร่างสูงตรงหน้าก็ดันหยุดชะงักแล้วหันกลับมาโดยไม่บอกกล่าว ทำให้คนตัวเล็กเดินไปชนแผงอกเย็นเฉียบนั้นเข้าอย่างจัง
“อุ๊ย! อะไรเนี่ยหยุดก็ไม่บอกกัน” คนมาดเยอะแกล้งทำเป็กระฟัดกระเฟียด เพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขิน
“ตามมาทำไมเนี่ย? ที่นี่คนนอกห้ามเข้านะ” พีทพูดพลางชี้นิ้วไปที่ป้ายหน้าประตู
“แล้วอยู่ ๆ เดินหนีมาทำไมล่ะ”
“ก็มาเปลี่ยนชุดไงครับผม”
“เปลี่ยนชุดเหรอ” ดวงตากลมโตมองสำรวจร่างกายคนตรงหน้าช้า ๆ “อ่อรู้ล่ะ...”
“รู้อะไร?”
“รู้ล่ะว่าทำไมถึงชอบหลบหน้ากัน” เธอหรี่ตามองเขาแบบจับผิด “นาย...กำลังคิดมิดีมิร้ายกับฉันอยู่ใช่ไหม?”
“หา! เอาอะไรมาพูด?” พีทถามกลับเสียงเข้ม ทว่าแววตากลับหลุกหลิกเลิกลัก “พูดไปเรื่อยเจื้อยเราเสียหายนะเนี่ย”
สายตาซุกซนหลุบต่ำแป๊บหนึ่งก็เหลือบขึ้นมาสบตาเขาต่อ “ไม่ได้พูดไปเรื่อยเจื้อย ก็ตรงนั้นของนายแข็งต่อหน้าฉัน”
“ห๊ะ!?”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น พีทก็ยกมือขึ้นปิดเป้าตุงนูนของตัวเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับแยกเขี้ยวใส่สาวก๋ากั่นที่ยืนยักคิ้วอยู่ตรงหน้า เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนเรียบร้อยอย่างฟางจะกล้าแซวเื่ทะลึ่งตึงตังแบบนี้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็ความจริงก็เถอะนะ
“หูแดงไปหมดแล้ว หยุดทำหน้าเด๋อ ๆ แบบนั้นแล้วรีบไปล้างตัวเปลี่ยนชุดเลย” เธอเอ่ยขึ้นพลางเลื่อนสายตามองสิ่งที่พีทกุมไว้
“ถ้างั้น...เดี๋ยวฟางไปรอข้างนอกดีกว่า” ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินดุ่ม ๆ ออกไปพร้อมกับดวงหน้าที่ร้อนผ่าว