ในบ้านมีห้องนอนอยู่สองห้องติดกัน ด้านหน้าเป็โถงรับแขก เป็ทั้งสถานที่อันพึงต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนและสถานที่อันใช้ทำงาน ถึงจะไม่ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับสองคนอาศัย ม่านสีดำถูกแหวกออกด้วยชายชุดสีดำกว่า มันทั้งสองรู้หน้าที่เป็อย่างดี ผู้เป็นักฆ่าย่อมไร้ความเมตตาปรานี
คนหนึ่งเตรียมบุกห้องฝั่งซ้าย คนหนึ่งเตรียมบุกห้องฝั่งขวา แม้นเจอผู้ใดนอนอยู่ นั่นย่อมหมายถึงทำให้มันนอนไปตลอดกาล
เสียงกุกกักเหมือนหนูข่วนดังอยู่หน้าประตู จะว่าหนูก็ไม่เชิงนัก ผู้อยู่ข้างในถึงจะพับม่านตาลงแต่ก็ยังไม่หลับแต่อย่างใด เย่อิงนึกเอะใจถึงความผิดปกติ
หรือว่าชายผู้มาจากต่างภพจะแอบย่องเข้ามาหาเธอ...มันก็ใช่จะเป็ไปไม่ได้ เธอรู้ตัวว่าหลายครั้งที่โอมแอบมองเธอด้วยท่าทีอันมิใช่สหาย บางทีเขาคงคิดกับเธอไกลกว่านั้น ด้วยหญิงชายเมื่อใกล้ชิดกันแล้วย่อมเสมือนหนึ่งไฟใกล้ใยฝ้าย จะเกิดลุกไหม้ขึ้นเมื่อใดย่อมขึ้นกับเวลา
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น หน้าแดงก่ำ ด้วยไม่รู้ว่าภายในใจคิดกับเขาอย่างไร ตัวเขานั้นเป็สามีอันชอบธรรม แต่จิติญญานั้นต่างไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ทันให้คิดมากไป
เสียงประตูถูกกระแทกเปิดออกดัง ปัง!!
ชายชุดดำสะดุ้งเมื่อเห็นสตรียืนอยู่เบื้องหน้า แต่ไม่เป็ภาระสำหรับหน้าที่ที่รับมา มันตวัดดาบคมกริบพุ่งเข้าสู่คอของเหยื่อ
หมายนั้นถึงชีวิต
เปลวดาบสะท้อนแสงโคมที่ลอดเข้ามาทางช่องลม เย่อิงเบื่ยงคอหอยหลบ หวิดสิ้นชีพไปเสี้ยวหนึ่ง มันยังไม่ยอม วาดดาบเข้าหาอีกครั้ง เย่อิงสะบัดเท้าลอยตัวขึ้นถอยหลังไปเจ็ดก้าว
"เ้าเป็ใคร มีความแค้นอันใดกับข้า"
"ไม่มี"
"เช่นนั้นเหตุใดจึงคิดเอาชีวิต"
ไม่มีคำตอบอื่นใดออกมาจากปากของมัน ฤๅจะเป็พวกนักรับจ้างฆ่า
เพลงดาบเคว้งขวับ วาดเข้าหาเย่อิง เย่อิงกระแทกมือลงปลดเข็มขัดออก พลันนั้นกระบี่ก็สะบัดพลิ้วออกมาจากการรัดเอว
กระบี่เสี้ยวจันทร์ หนึ่งปลายสองคม เคล็ดวิชากระบี่ไร้ผู้ต้านทาน เย่อิงพุ่งกระบี่สวนเข้าหาเพลงดาบ ความแข็งแกร่งนั้นเป็รอง แต่ความรวดเร็วนั้นเป็หนึ่ง
รอยแผลบาดเข้าที่กลางลำตัว แต่โลหิตนั้นมิได้รินออกมาสักหยดหนึ่ง สุดยอดนักฆ่ายังไม่ทันรู้ตัว จะเงื้อมมือขึ้นฟันอีกที ก็สิ้นสติล้มลง โลหิตแดงฉานซึมออกมาจากร่างของมัน ลมหายใจดับวูบลงโดยไม่ทันได้รู้สึกเ็ป ฝรมือกระบี่ของเย่อิงรวดเร็วและเมตตาแม้กับผู้ที่คิดเข่นฆ่าหมายชีวิตก็ตาม
เสียงโครมครมาดังออกมาจากห้องข้างๆ คงมีเหตุร้ายขึ้นอย่างแน่นอน เย่อิงนึกขึ้นได้ว่าโอมนั้นไม่มีวรยุทธ์ ด้วยร่างกายของขงเบ้งเองก็อ่อนแอ ทั้งไม่เคยฝึกกำลัง
ช่วยด้วย!!
ใครก็ได้ช่วยด้วยยยย!!
ช่วยด้วยโว๊ยยยย
เสียงะโดังลั่นดังออกมาจนบ้านข้างเคียงลุกขึ้นมาจุดไฟ ทหารยามที่ลาดตะเวณอยู่ก็รีบวิ่งมาตามหาต้นเสียง
เย่อิงวิ่งเข้ามาก็เห็นโอมทั้งวิ่งทั้งะโวุ่นไปในห้อง อันมีชายชุดดำอีกคนวิ่งไล่ฟันตามหลังอยู่ติดๆ
มิต้องรอช้า เย่อิงทะยานเข้าหาศัตรู กระบี่ต้องไฟวาบขึ้น มันรู้ตัวถึงอันตรายจึงเบี่ยงหลบคมกระบี่ วรยุทธ์ของมันพอตัว
เย่อิงชี้ปลายกระบี่ไปที่ชายชุดดำ
"เ้า้าอะไร เหตุใดจึงคิดฆ่าเราสองคน"
ไม่มีเสียงตอบแต่อย่างใด กลับพุ่งดาบเข้าหาแทน เย่อิงใช้กระบี่ปัดป้องเอาไว้ได้ แล้วซัดกระบี่เข้าหาเป้าหมาย กระบี่พุ่งพ้นมือไปปักเข้าที่ท้องของมัน แผดเสียงบอกอาการเ็ป รีบดึงวาวุธเล็กบางออกจากท้อง โลหิตทะลักออกกระเซ็นเปอะพื้นห้องนอน
เย่อิงสำเร็จวิชาจากสำนักกระบี่ที่ซีเป่ย ในหล้านี้ย่อมไม่กริ่งเกรงใคร
"หากยังมิอยากตาย จงบอกข้ามา ว่าใครสั่งเ้าฆ่าพวกเรา"
ชายชุดดำอัดพลังเฮือกสุดท้าย ะโพุ่งทะลุลำไผ่ออกมาทางหน้าต่าง เสียงทหารเอะอะว่าคนร้ายๆ แล้ววิ่งกรูกันตามไป
"ท่านเป็อย่างไรบ้าง"
ผมยังตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง อย่างกับหมาตัวหนึ่งที่ถึงแม้หลังจะชนฝาแต่ก็ไม่มีปัญญาสู้
เย่อิงจุดไฟแล้วมองไปรอบๆ ห้องนอน รอยเท้าพาดไปทั้งบนโต๊ะและบนเตียง ไม่ใช่อื่นใด เป็ของผมเองทั้งนั้นแหละ พึ่งนอนหลับได้งีบเดียว ยังไม่ทันจะฝันดี เสียงประตูเปิดดังปังใหญ่ คงจะดังขึ้นพร้อมกันกับที่ห้องของเย่อิง ผิดกันแค่ห้องนั้นสู้ แต่ห้องนี้หนี
แค่เห็นแว๊บแรกที่ปลายดาบชี้มา หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ส้นตีน ความอัปรีย์ก็ตามมา
มันไม่รีรอหรือ Say Hi กันแม้แต่น้อย เห็นผมปุ๊ปก็ะโมาจะฟันปั๊ป
คนพึ่งเจอกันแท้ๆ ไม่น่าจะอยากฆ่ากันง่ายขนาดนี้
หนีสิครับ นอนรออะไร
แต่สติตอนนี้ทำได้แค่วิ่งไปรอบๆ แล้วรอคนมาช่วย ใจหนึ่งก็จะวิ่งออกไป แต่อีกใจก็กลัวว่าวิ่งออกไปแล้วจะเจอพวกมันอีกเป็โขยง
โชคดีที่เย่อิงมาช่วยไว้ทัน ไม่งั้นฉี่แตก อับอายประชาชีไปทั้งเมืองซินเอี๋ย
แถมไม่วายจะโดนล้ออีกไม่รู้กี่สิบปี ขงเบ้งฉี่แตก
ถ้าหากว่าเป็ชื่อผมมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ดันเป็ชื่อของขงเบ้งนี่นะสิ
"ขอบคุณนะเย่อิงที่ช่วยไว้ ไม่งั้นมีหวังถูกฆ่าตายแน่ๆ" ผมตัวสั่นไปหมด กลัวครับยอมรับแบบแมนๆ
"ท่านาเ็ตรงไหนหรือเปล่า" เย่อิงรีบเข้ามาดูผม ไม่รู้ว่าเป็ห่วงผมหรือห่วงร่างของขงเบ้งกันแน่
"ไม่เป็ไร แต่ช่วยดึงข้าลุกขึ้นทีได้มั้ย" ไม่ใช่ว่าผมไม่มีแรงนะ อยากอ้อน^^
ไม่ใช่!!!!
ขามันสั่น ลุกไม่ไหว กลัวลุกขึ้นไปแล้วล้ม มันจะอายหนักกว่าเดิม
"ท่านไม่าเ็แน่นะ" สีหน้าของเย่อิงดูอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น ใบหน้ามนๆ ของเธอสะท้อนไฟสีส้มยิ่งทำให้ดูนวลเนียนยิ่งกว่าตอนปกติ แก้มเล็กๆ ที่เกือบจะเป็ลักยิ้มมันทำให้ผมหลงใหลจนแอบเก็บมาฝันตั้งหลายคืน จนหมอนข้างในห้องผมมีแต่รอยน้ำลาย
"ท่านขงเบ้ง ฮูหยิน ท่านกวนอูและท่านเตียวหุยให้ข้าน้อยมาตามขอรับ" ผมรีบลุกขึ้น ถึงขาจะยังสั่นอยู่ แต่ต้องพยายามยืนให้นิ่งเข้าไว้ แล้วเดินตามออกไปอย่างองอาจ ไม่งั้นไม่ได้เสียฟอร์ม
ที่ถนนหน้าบ้าน ชายชุดดำที่ถูกกระบี่ของเย่อิงนั่งคุกเข่าอยู่ เนื้อตัวเต็มไปด้วยดินและฝุ่น คิดว่าคงไม่พ้นถูกกระทืบมาอย่างแน่นอน เชือกเส้นเท่านิ้วโป้งมัดร่างเขาเอาไว้ชนิดขยับไม่ไหวกลายเป็ข้าวต้มมัดไปเลย
"บอกมา ใครใช้เ้ามา" เตียวหุยตวาดเสียงดังสนั่น ขนผมนี่ลุกเกรียว นึกไม่ออกเลยว่าถ้ามีเื่กันแล้วสภาพจะเป็ยังไง
มันหันหน้าหนีไปอีกทาง เตียวหุยฮึดฮัดรำคาญใจถีบมันร่วงพื้นเกลือกดินไปนอนนิ่ง
"พูดสิโว๊ยยย เดี๋ยวปั๊ดเจื๋อนซ่ะหรอก"
"ใจเย็นก่อนน้องสาม เดี๋ยวรอพี่ใหญ่มาค่อยคิดหาวิธีลงโทษ" กวนอูผู้เป็พี่และเป็ผู้ที่คอยห้ามปรามบอกคนอารมณ์ร้อนให้ใจเย็นลง
เล่าปี่ควบม้าเข้ามาอย่างรีบเร่ง พอลงมาได้ก็สอบถามใหญ่ว่ามีใครเป็อะไรหรือไม่ พอเห็นว่าผมไม่เจ็บไปปวดอะไรก็ค่อยถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ดูท่าคงจะเป็ห่วงสติปัญญาของขงเบ้งแบบสุดๆ ถ้าเกิดรู้ว่าคนที่อยู่ในร่างนี้ไม่มีความรู้เลยซักนิด พี่แกจะทำหน้าเหวอขนาดไหนกัน ดีไม่ดีอาจกลายเป็คนละคนชนิดหน้ามือเป็หลังเท้าก็ได้
"ใครส่งเ้ามาทำเื่เช่นนี้" เล่าปี่ถาม
"พี่ใหญ่ เมื่อกี้ข้าก็ถามมันไปแล้ว"
"แล้วมันว่าอย่างไรบ้าง น้องสาม" เล่าปี่ถามเตียวหุย
"มันไม่ตอบ"
เล่าปี่ส่ายหัวระอาใจ
"ขืนเ้าไม่พูดเช่นนี้ ระวังจะหาชีวิตไม่" กวนอูลูบเครายาวของเขาพร้อมทั้งข่มขู่ผู้ถูกมัดที่นอนนิ่งอยู่ในเชือก
ฮึ!!
มันเป็มือสังหารที่เจนจบชีวิต ไม่คิดกลัวตาย หน้าที่ของมันคือฆ่าและเมื่อพลาดก็ยอมถูกฆ่า ช่างน่ายกย่องในความยึดมั่นของวิชาชีพ
เตียวหุยเดือดดาลขึ้น ว่าหน้ามันยั่วโมโหยิ่งนัก ถามอะไรก็ไม่ตอบ มีแต่ฮึฮะ แล้วหันหน้าหนี แม่ทัพแซ่เตียวจึงเอาเท้ากระแทกท้องบริเวณาแเข้าไปหนึ่งทีจนมันร้องอ๊ากโอดโอยด้วยความเ็ป แต่แววตาที่จ้องคืนมากลับอาฆาตมาดร้าย ประหนึ่งว่าอย่าให้มันหลุดรอดออกไป จะแก้แค้นเอาคืนเตียวหุยเป็ร้อยเท่าพันทวี
แต่ชาติคงมาได้ไม่ไกลแล้ว
มันรู้ชะตาชีวิตของตัวเองดี เดินบนเส้นทางนี้มีเพียงฆ่าเขาและเมื่อฆ่าเขาไม่ได้ก็ย่อมถูกเขาฆ่า หากแม้ต้องตกตายด้วยน้ำมือเ้าหน้าั์เตียวหุย มันขอตกตายด้วยน้ำมือตัวเองเสียดีกว่า
ว่าแล้วชายชุดดำก็ใช้ฟันแข็งคมขบกัดโคนลิ้นตัวเอง เืทะลักออกมาเป็อันมาก มันทุรนทุรายอยู่พักหนึ่งก็ถึงแก่ความตาย
เสียงฮือฮาดังระงงอยู่ครู่หนึ่งพวกทหารก็ไล่พวกชาวบ้านให้หลบออกไปจากพื้นที่ เย่อิงเก็บกระบี่คมบางของเธอไว้แนบกับเข็มขัดตามเดิม เตียวหุยมองเย้ยมาทางผม เขาคงรู้ว่าขาผมยังสั่นไม่หาย แต่ผมไม่แสดงออกให้เขาได้ใจหรอกครับ ปั้นหน้านิ่งทรงภูมิไว้ แต่ข้างใจโคตรจะกลัว
"ท่านอาจารย์เคยเคืองแค้นกับใครบ้างหรือไม่" เล่าปี่ถามผมอย่างสุภาพนอบน้อม
"ไม่เลย" ั้แ่ผมจำได้ก็มีเตียวหุยที่คิดจะจับผมมัด แล้วก็มีเตียวหุยที่จะเผากระท่อมที่มีผมอยู่ข้างใน แล้วก็มีเตียวหุยที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าผม แล้วก็เตียวหุย...ทำไมมีแต่เ้าบ้านี่หว่า
"เช่นนั้นก็แปลกมาก จู่ๆ ก็มีนักฆ่าสองคนคิดลอบสังหารพวกท่าน คนหนึ่งเป็ผู้มีปัญญา อีกคนเป็สตรีที่เก็บซ่อนวรยุทธ์" กวนอูหันมองเย่อิงอย่างสงสัย "มิน่าเชื่อว่าฮูหยินของท่านจะเป็เลิศด้านกระบี่ โบราณว่าฝึกดาบหนึ่งปี ฝึกกระบี่สิบปี เช่นนี้แล้วนับว่าหายากๆ"
"ท่านกวนอูอย่าได้กล่าวชมเลย ข้าเป็เพียงสตรี ได้ร่ำเรียนบ้างก็แค่เล็กน้อย มีอาจเทียบกับเหล่าแม่ทัพ ควบคุมกองทัพนับหมื่นต่อสู้ข้าศึก" เย่อิงคาราวะกวนอูด้วยมารยาทที่พึงสมควร ฝ่ายกวนอูเองก็รู้ธรรมเนียมคำนับตอบมาเช่นกัน
"ข้าว่าคงไปเหยียบตีนใครเข้าล่ะมั้ง แบบนี้ ไม่งั้นคงไม่ถูกตามมาฆ่าถึงในบ้าน ไปพูดเพ้อเจ้อสั่งสอนใครมาหรือเปล่า พวกนักพูดก็เงี้ยมีปากหาแต่เื่"
"เตียวหุย! อย่าเสียมารยาท" เล่าปี่กล่าวขอโทษแทนน้องคนเล็ก
"รึอาจเป็ผู้เสียประโยชน์ส่งมา" กวนอูว่า
"ใครกัน" เล่าปี่สงสัย
"มารดาเลี้ยงของเล่ากี๋"
ก่อนจะลากันกลับไป เล่าปี่ให้คนรับใช้เข้าเก็บกวาดแลทำความสะอาดบ้านทั้งภายในและภายนอก จัดการร่างของชายชุดดำทั้งสองรวมทั้งคราบคาวเืที่นองอยู่ตามพื้น แล้วให้ทหารกองหนึ่งอารักขาในเขตนอกรั้วบ้านเอาไว้ เผื่อมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นมาอีก