ความร้อนรุ่มของแอลกอฮอล์ในแก้วซันเซ็ตซาวเวอร์ที่ฉันกระดกซดรวดเดียวหมดเกลี้ยงเมื่อครู่ กำลังสำแดงฤทธิ์เดชของมันอย่างเต็มที่และรวดเร็วในวินาทีถัดมา ทันทีที่ฉันขยับเท้าจะก้าวเดินตามแรงดึงเบา ๆ จากฝ่ามืออุ่นหนาของเขา ขาของฉันก็พาลจะอ่อนยวบยาบเหมือนเส้นสปาเกตตีต้มสุกทันที ร่างทั้งร่างซวนเซเอียงกะเท่เร่จวนเจียนจะล้มคะมำฟาดพื้นเคาน์เตอร์บาร์ไม้มะฮอกกานีราคาแพงระยับ
"ระวัง!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำอุทานขึ้นแ่เบาข้างใบหู ก่อนที่ท่อนแขนแกร่งอันทรงพลังราวกับคีมเหล็กจะตวัดโอบรอบเอวบางของฉันเอาไว้ได้ทันท่วงที แรงดึงมหาศาลรั้งร่างของฉันให้ปลิวลอยเข้าไปประทะแผ่นอกกว้างตึงแน่นของเขาเต็มเปา กลิ่นหอมไม้สนซีดาร์ปนกลิ่นอายบุหรี่พรีเมียมจาง ๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูกรุนแรงจนสมองของฉันเบลอหนักขึ้นกว่าเดิม
*โฮ่... พ่อคุณเอ๊ย! แผงอกแข็งปั๋งอย่างกับแผ่นเหล็กกล้าคาร์บอนสูง ลมหายใจร้อน ๆ ของเขาก็เป่ารดตรงกระหม่อมจนฉันคิดฟุ้งซ่านว่ากะโหลกศีรษะส่วนหน้ากำลังจะละลายลงไปกองที่พื้น แถมบอดี้การ์ดร่างั์ในชุดสูทดำที่ยืนอยู่มุมบาร์ยังพากันค้อมหัวทำความเคารพพร้อมเพรียงกันอีก... ถามจริงเถอะเกล แกกำลังแอบหนีหนี้ข้ามแดนกับหัวหน้าแก๊งยากูซ่าข้ามชาติรึเปล่านะ?! แล้วตัวฉันตอนนี้กลิ่นเหมือนบลูมาร์การิต้าผสมส้มคั้นเลยแฮะ... ถ้าเขาก้มลงมาดมตอนนี้จะนึกว่าฉันเป็แก้วน้ำผลไม้เคลื่อนที่ที่เดินไม่ได้รึเปล่าเนี่ย?!* เสียงในหัวของฉันกรีดร้องอย่างใแกมหัวเราะประชดชีวิตตัวเอง
"เมาเละเทะขนาดนี้ ยังอวดเก่งกระดกหมดแก้วรวดเดียวอีกนะ ยัยเด็กโง่" เขาดุเสียงเรียบ แววตาดุดันจ้องจับผิดใบหน้าของฉัน แต่ทว่าอ้อมแขนแกร่งกลับกระชับรัดร่างของฉันแน่นขึ้น ราวกับเขากลัวว่าฉันจะหลุดมือลอยหายไป
"ก็... มันอร่อยนี่คะคุณ" ฉันตอบเสียงยานคราง ยิ้มตาปรี่ช้อนสายตามองเขาอย่างคนไร้สติเต็มขั้น "แล้วก็... ฉันไม่ได้ชื่อง่าย ๆ ว่ายัยเด็กโง่นะคะ ฉันมีชื่อเท่ ๆ ว่าเกลิตาต่างหากเล่า... เรียกให้ถูกด้วยนะคะคุณคนแปลกหน้าสุดหล่อ"
เขาชะงักไปชั่วครู่ แววตาคมกริบของเขาสั่นไหววูบหนึ่งด้วยความรู้สึกเ็ปลึก ๆ ที่แล่นผ่านเข้ามาก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยมาดเ็าปากแข็งเหมือนเดิม ชายแปลกหน้าไม่เอ่ยปากพูดอะไรต่อ ทำเพียงใช้แขนแกร่งประคองกึ่งโอบหิ้วร่างของฉันตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่ซ่อนอยู่หลังประตูลับของบาร์ พนักงานเสิร์ฟต่างรีบก้าวมาเปิดลิฟต์ให้ด้วยท่าทางนอบน้อมสูงสุดราวกับฉันเป็ราชินีของบาร์นี้ไปแล้ว
ภายในตู้นิรภัยของลิฟต์ที่มีกระจกเงาสะท้อนรอบทิศทาง บรรยากาศมันช่างเงียบสงัดและแคบจนน่าใจหาย แสงไฟสลัวสะท้อนเงาของฉันที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงแก้มแดงฉ่ำยืนโอนเอนพิงร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี๊ยบของเขาเป็หลักพึ่งพิง เขายืนตัวตรงกอดรัดเอวฉันไว้แน่น ั์ตาคู่คมจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกจ้องตรงมาที่ฉัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยกระแสความใคร่ความหวงแหนบางอย่างที่รุนแรงจนฉันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง มันมีแรงดึงดูดบางอย่างในสายตาของเขาที่ทำให้ฉันไม่สามารถละสายตาไปไหนได้เลย
ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสามอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ก่อนที่ประตูเหล็กจะเปิดออกสู่ทางเดินปูพรมหนานุ่มโทนสีเทาดำ เขาพยุงฉันเดินไปตามโถงทางเดินส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยภาพวาดศิลปะราคาแพงระยับและแจกันเซรามิกหรูหรา ซึ่งช่างแตกต่างจากอพาร์ตเมนต์ห้องเช่าแคบ ๆ ของฉันอย่างลิบลับ ที่นั่นมีแต่คราบราสีดำและเสียงรถมอเตอร์ไซค์แว้นกวนใจยามค่ำคืน แต่ที่นี่เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของเราสองคนเต้นสลับกัน เขาผลักประตูห้องสูทเพนท์เฮาส์ส่วนตัวบานใหญ่เข้าไป
กลิ่นอายความหรูหราแบบคลาสสิกร่วมสมัยพุ่งเข้าชนใบหน้าทันที เพดานห้องสูงลิ่ว กระจกใสบานั์มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนดุจทะเลดาวสีทอง ผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มผืนโตคอยกั้นความเป็ส่วนตัว เขาพยุงฉันตรงไปยังโซฟาหนังแท้สีดำตัวยาวหนานุ่มกลางห้องนั่งเล่น ก่อนจะวางร่างที่กึ่งไร้กระดูกของฉันลงบนเบาะอย่างนุ่มนวลอย่างที่ฉันไม่คาดคิดว่าผู้ชายหน้าดุและดูเ็าแบบเขาจะทำได้
"นั่งรอตรงนี้ อย่ายุ่ง" เขาออกคำสั่งสั้น ๆ น้ำเสียงเฉียบขาดขัดใจ เกลเอนหัวซบพนักโซฟาหลับตาพริ้มบ่นงึมงำประชดประชัน
*โห... จะเอาผ้าขนหนูไปชุบยาสลบโชโรฟอร์มมาโปะจมูกฉันแล้วเอาไปหั่นแยกชิ้นส่วนขายชดใช้หนี้ห้าล้านรึเปล่านะ? ไม่สิ ห้าล้านบาทเขายังบอกว่าเศษเงินชิล ๆ คงไม่เปลืองค่ายาสลบหรอกมั้ง หรือเขาจะไปตามลูกน้องมารุมทวงหนี้ขูดรีดกันแน่?* ฉันคิดฟุ้งซ่านฮา ๆ ในสมองที่กำลังลอยคว้างกลางอากาศพลางหัวเราะคิกคักกับตัวเอง
ครู่เดียว เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ก้าวกลับเข้ามา ผู้ชายคนนั้นเดินมาพร้อมกับอ่างน้ำอุ่นขนาดเล็กและผ้าขนหนูผืนสีขาวสะอาดผืนโต เขาขยับตัวนั่งลงข้าง ๆ ฉันบนโซฟาหรู มือหนาประคองจับคางของฉันขึ้นมาเบา ๆ บังคับให้ฉันสบตากับเขาตรง ๆ แววตาคมกริบแต่ส่องแสงระยิบระยับลึกลับสะกดสายตา
เขาชุบผ้าขนหนูในน้ำอุ่นบิดจนหมาดแล้วค่อย ๆ บรรจงเช็ดใบหน้าหวานของฉันแ่เบา ััอุ่นชื้นของผ้าขนหนูบวกกับความอ่อนโยนที่แฝงอยู่ภายใต้น้ำเสียงเ็ากดขี่นั้น มันเป็ความรู้สึกที่ฉันไม่เคยได้รับจากกรเลยสักครั้งตลอดสี่ปีที่ผ่านมา รายนั้นเวลาฉันร้องไห้เสียใจมีแต่จะตวาดใส่ไล่ส่ง หรือดุด่าว่าฉันทำตัวน่ารำคาญและทำลายความสุขของเขา แต่ผู้ชายคนนี้... คนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงกลับดูแลฉันเช็ดคราบน้ำตาแห้งกรังจากการร้องไห้เสียใจและเครื่องสำอางบางเบาออกจนสะอาดหมดจด เกลรู้สึกผ่อนคลายและอุ่นซ่านในหัวใจขึ้นมาจนน้ำตาเกือบจะคลอเบ้าอีกรอบด้วยความตื้นตัน
"คุณ... ใจดีจัง" ฉันพึมพำเสียงอ้อมแอ้มสบตาเขา แววตาเยิ้มเมาจ้องจับใบหน้าคมคายระยะประชิด "ขัดกับหน้าตาดุ ๆ ของคุณเลยนะรู้ไหมคะคุณคนปากแข็ง"
เขาชะงักมือที่เช็ดแก้มฉันทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็ดำมืด ทวีความเข้มข้นทางอารมณ์และแรงปรารถนาบางอย่างที่กดข่มไว้จนล้นทะลักออกมารอบตัวจนบรรยากาศรอบกายเริ่มร้อนรุ่ม เขาวางผ้าขนหนูลงบนโต๊ะกระจกเบื้องหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติเข้ามาใกล้ฉันจนปลายจมูกโด่งรั้นแตะเคลียคลอเคลียข้างแก้มเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวหน้าทำเอาฉันสะท้านสั่นไหวไปทั้งตัว
"เมาแล้วชอบพูดจ้อบ่นไปเรื่อยแบบนี้ตลอดเลยรึไง?" เขาถาม น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเซ็กซี่ชวนฝันลอยวนเวียนอยู่ข้างหู มือหนาข้างหนึ่งขยับมาสอดไล้ปลายเส้นผมของฉัน ลูบไล้ไปตามแนวลำคอระหงแ่เบาแต่สร้างกระแสไฟฟ้าสถิตสั่นสะท้านแล่นริ้วไปทั่วร่าง "จำไว้... ฉันไม่ได้ใจดี และฉันเกลียดคนดื้อรั้นที่สุด โดยเฉพาะคนดื้อที่ชอบขโมยหัวใจคนอื่นแล้วทำเป็ไม่รู้เื่แบบเธอ"
"แต่คุณก็... เช็ดหน้าให้ฉันนี่คะ ปากแข็งจัง" ฉันยิ้มล้อเลียน แกล้งยื่นนิ้วเรียวชี้ไปแตะริมฝีปากหยักสวยของเขาแ่เบาด้วยความคุ้นชินปนเมามาย "คนปากแข็งจอมบงการ..."
จังหวะนั้นเอง เขาคว้าจับข้อมือเล็กของฉันไว้แน่นทันควัน แววตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งเสน่หาที่ปะทุเดือดจนยากจะดับ แขนแกร่งอีกข้างช้อนกระชับเอวบางดึงร่างของฉันให้ขยับแนบชิดหน้าตักกว้างของเขาจนไร้ช่องว่างใด ๆ กั้นกลาง
"ฉันเตือนเธอแล้วนะเกลิตา..." เสียงทุ้มแหบพร่าพึมพำเสียงต่ำลึก แววตาของเขาเหมือนดวงไฟดวงใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินและเผาไหม้ฉันเข้าไปทั้งตัว "การยั่วยุผู้ชายที่เธอไม่รู้จักดีมันต้องจ่ายค่าตอบแทนที่แพงกว่าเงินห้าล้านของเธอหลายเท่าตัวนัก... และเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธมันด้วย"
ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยถามว่าค่าตอบแทนคืออะไร ริมฝีปากหยักร้อนระอุของเขาก็กดบดเบียดลงมาริมฝีปากบางของฉันทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ตั้งตัวหรือส่งเสียงกรีดร้องใด ๆ !
"อื้อออ..."
ฉันครางประท้วงเบา ๆ ในลำคอด้วยความใสุดขีด ทว่าในพริบตาถัดมา จูบแรกของเขากลับกลายเป็พายุไฟที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยการบงการ ลิ้นร้อนของเขาแทรกลึกเข้ามาตักตวงความหวานปนรสค็อกเทลซันเซ็ตซาวเวอร์ในโพรงปากของฉันอย่างดุดัน รุนแรง แต่หนักแน่น เน้นย้ำความหวงแหนและสยบจนสมองของฉันขาวโพลนไปหมด ร่างกายของฉันอ่อนระทวยและสมยอมซุกไซ้ตอบรับจูบอันดิบเถื่อนและลึกซึ้งของเขาอย่างลืมตัว มือเรียวขยับขึ้นโอบกอดรอบคอแกร่งแน่นรั้งร่างเขาเข้าหาตัวตามแรงดึงดูดปั่นป่วนในกายที่เริ่มลุกโชน
เขาถอนริมฝีปากออกช้า ๆ แววตาคมกริบมืดดำสนิทจ้องมองใบหน้าหวานของเกลที่ริมฝีปากบวมเจ่อแดงช้ำตาเยิ้มฉ่ำไร้การต่อต้าน ลมหายใจของเขาและฉันหอบกระเส่าปนเปกันในอากาศ เขาไม่ยอมเสียเวลาแม้วินาทีเดียว ช้อนร่างบางของฉันขึ้นมาในอ้อมแขนแกร่งอุ้มตัวลอยพ้นจากโซฟา ก้าวเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างขวางปูด้วยผ้าแพรไหมสีดำหรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านในห้องนอนที่สลัวราง
*ฟุบ...*
ร่างของฉันัักับความเย็นเยียบลื่นมือของผ้าห่มแพรไหมสีดำสนิท มันตัดกับอุณหภูมิร่างกายของฉันที่กำลังร้อนรุ่มฉ่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และความหวั่นไหวอย่างสุดขั้ว เขาขยับตัวตามลงมาคร่อมทับร่างของฉันไว้ครึ่งหนึ่ง แผงอกแกร่งของเขากดทับทาบทับอยู่เหนือร่าง ทรงพลังและเปี่ยมด้วยการสะกดกั้นจนฉันดิ้นหนีไม่ได้เลยสักทาง ั์ตาคมปราบของเขาที่จ้องมองลงมาสะท้อนแสงไฟสลัวเป็ประกายสีแดงลุกโชนของความปรารถนา
*เตียงกว้างขวางใหญ่โตปูผ้าแพรไหมสีดำหรูหราขนาดนี้... คนตัวโตจอมบงการทิ้งตัวลงมาคร่อมฉันไว้ทั้งตัวแล้ว สายตาของเขาที่มองลงมามันเหมือนเสือหิวที่พร้อมจะฉีกทึ้งและกลืนกินเหยื่อแบบไม่เหลือซากเลยแฮะ... ชิบหายแล้วเกล! คืนนี้แกหนีไม่รอดแน่ ๆ !* เสียงในหัวของฉันร้องเตือนฮา ๆ ทิ้งท้ายเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนสติทั้งหมดจะจมหายไปกับแววตาและััร้อนแรงของเขา...