บทที่สิบสาม
ติดกับดัก
มานพมองตามเด็กสาวที่ไหว้ทักทายตัวเองเมื่อสักครู่ เดินขึ้นบันไดขึ้นบ้านเพื่อนของตัวเองไปด้วยความคุ้นชิน ก่อนจะวกสายตากลับมาหาเพื่อนของตัวเอง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์เพทุบาย
“มีของดีอยู่กับตัวนี่เอง ถึงว่าละ ปฏิเสธกูเสียงแข็ง” มานพเอ่ยพูดขึ้นพลางหรี่ตามองคนที่กลับมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเองอย่างคล้าว
“พูดมาก” คล้าวเอ่ยด่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก เพราะหลักฐานมัดตัวเสียแ่าขนาดนี้แล้ว
“กูพูดแทงใจดำมากกว่ามั้ง” มานพเอ่ยแซวเพื่อนที่กำลังวางมาดหน้านิ่งคิดที่จะปิดบังความจริงกับตัวเอง
“เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้วมึง” คล้าวเอ่ยพูดก่อนจะปาเปลือกถั่วใส่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้กับความรู้มากของมัน
“เออ กูไม่เซ้าซี้แล้วก็ได้ แต่มึงดูดีแล้วใช่ไหม ว่าพ้นคุกแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว” มานพเอ่ยพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วงจากใจจริง ๆ
เพราะดูจากทรงแล้ว สาวคนใหม่ของเพื่อนน่าจะอายุน้อยกว่าพวกเขาหลายปีเลยทีเดียว เผลอ ๆ อาจจะรุ่นราวคราวเดียวกับเ้าเก้าลูกของคล้าวที่พึ่งเสียชีวิตไปก็ว่าได้ เห็นแบบนี้ก็อดที่จะเป็ห่วงเพื่อนไม่ได้
“เออ น้องมันบรรลุนิติภาวะแล้ว” คล้าวเอ่ยตอบเพื่อนอย่างเสียไม่ได้
“ดี ๆ นะมึง อย่าให้ได้ข่าวว่ามาเสียประวัติเอาตอนแก่ กูไม่มาประกันตัวนะบอกไว้ก่อน” มานพเอ่ยพูดด้วยความขำขัน พยายามที่จะไม่ให้เหตุการณ์มันรู้สึกตึงเครียดจนเกินไป
“ไอ้สัตว์” คล้าวเอ่ยด่าเพื่อนด้วยคำหยาบคาย ก่อนจะหลุดหัวเราะไปกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน
สองเพื่อนสนิทที่แม้จะห่างหายกันไปนาน นั่งพูดคุยกันอย่างออกรส จนเวลาผ่านไปจนเกือบจะพลบค่ำ มานพถึงได้ขอตัวกลับเพราะต้องขับรถกลับเข้าไปในตัวเมือง ด้วยเหตุผลที่ว่าจองห้องพักและครอบครัวก็รออยู่ที่นั่น
คล้าวยืนมองรถคันหรูของเพื่อนจนลับสายตา ร่างหนาถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้งด้วยความโล่งใจ ก่อนจะหมุนตัวกลับมองขึ้นไปบนบ้าน และตัดสินใจสาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปในนาทีถัดมา
“ใบบัว” คล้าวเอ่ยเรียกคนที่ล่วงหน้าขึ้นมาทำความสะอาดบ้านก่อนเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เบามากนัก
หากแต่ก็ไร้เสียงตอบรับอย่างที่ควรจะเป็ ทำเอาหนุ่มใหญ่เ้าของบ้านขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ร่างหนาสาวเท้าไปทางห้องครัว แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า ไร้เงาของคนตัวเล็กแต่อย่างใด
คล้าวตัดสินใจเดินวนกลับออกมาดูที่ห้องโถงอีกครั้ง หากแต่ก็ไม่พบเจอคนตัวเล็ก เรียวขายาวก้าวฉับเปลี่ยนทิศทางไปทางห้องนอนใหญ่ ที่เป็ห้องนอนของตัวเองด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะผลักบานประตูห้องเข้าไป
“อยู่นี่เอง” และก็เป็อย่างที่คาดเดา เมื่อม่านตาจับจ้องไปเห็นเรือนร่างอวบอิ่มกำลังก้ม ๆ เงย ๆ จัดเก็บของที่เขาวางทิ้งเอาไว้จนเกลื่อนกลาด
“ฮึ่ม” ร่างหนาส่งเสียงผ่านลำคอเพื่อส่งสัญญาณให้คนที่กำลังตั้งใจเก็บกวาดห้องได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเองร่วมกันอีกฝ่ายในห้องนี้
“เพื่อนกลับไปแล้วหรือจ๊ะ” แบมแบมเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียง ก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้กับเ้าของบ้าน และเอ่ยถามกลับไป
“อืม กลับไปแล้ว” คล้าวเอ่ยตอบก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียง ฝ่ามือใหญ่ถูเข้าหากันเพื่อข่มความประหม่า
หัวใจของหนุ่มพ่อม่ายที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปีดีดักสั่นระรัว มือไม้ก็ดูจะเกะกะไปเสียหมด ไม่รู้ว่าจะต้องจัดวางมันเอาไว้ที่ตรงไหน ตื่นเต้นราวกับว่าเป็เด็กหนุ่มหัดรักก็ไม่ปาน ทั้งที่ผ่านการใช้ชีวิตและใช้ชีวิตคู่มาแล้ว่อายุคน
แบมแบมปรายตามองคนที่นั่งนิ่งอยู่ปลายเตียง ก่อนจะยกยิ้มด้วยความชอบใจ ดูเอาเถอะ ผู้ชายที่อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ ซ้ำผ่านการแต่งงานมาแล้วกำลังประหม่าให้เธอ ท่าทีเ่าั้ของกำนันคล้าวมันช่างทำให้เด็กสาวอย่างเธอดีใจเสียจนเนื้อเต้น
“ดีจัง ตอนนี้ก็เหลือแค่เราสองคนแล้ว” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้น ทิ้งตัวลงนั่งใกล้ ๆ กับคนพี่ จงใจเบียดร่างกายอวบอิ่มของตัวเองเข้าหาอีกฝ่ายอย่างโจ่งแจ้ง
“อืม” คนพี่เอ่ยตอบรับเสียงแ่ ปรายตาหน้าอกใหญ่ที่เบียดชิดกับต้นแขนของตัวเองนิ่ง ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“แบบนี้เราก็…..” ร่างเล็กเอ่ยพูด ตั้งใจที่จะเว้นวรรคคำพูดของตัวเองอย่างมีชั้นเชิง
“ก็….” คล้าวเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กสาววัยแรกแย้ม ก่อนจะเอ่ยทวนคำพูดของอีกฝ่ายอย่างเผลอไผล
“ก็สานต่อเื่เมื่อวานได้แล้วสิจ๊ะ” แบมแบมหันตัวเข้าหาคนพี่ เรียวแขนเล็กกอดคล้องคอของอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนจะกระซิบพูดที่ข้างหู
ร่างหนาวาดวงแขนกอดรัด่เอวของคนตัวเล็กเข้ามาหาตัว ใบหน้าซุกลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะสูดดมกลิ่นหอมในวัยสาว ที่มันยั่วยวนเตะจมูกเข้าไปจนเต็มปอดอย่างอดใจเอาไว้ไม่อยู่
“หนูจริงจังกับฉันหรือเปล่า” คล้าวเอ่ยถามขึ้นเสียงแ่ ราวกับว่ากำลังไม่มั่นใจในตัวเองอยู่
คล้าวเองอยู่ในวัยที่้าจะลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวกับใครสักคนหนึ่ง ไม่ได้้าเพียงแค่ความสัมพันธ์ที่มันฉาบฉวย หรือความสัมพันธ์ทางกายที่จะช่วยกันปลดปล่อยไฟราคะแค่ชั่วครั้งชั่วคราว
และถ้าหากเด็กสาวในอ้อมกอดไม่ได้คิดที่จะจริงจังกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ คล้าวเองในฐานะที่เป็ผู้ใหญ่กว่า ก็พร้อมที่จะยุติทุกสิ่งทุกอย่างลงในตอนนี้ เพราะตัวผู้ชายอย่างเขามีแต่จะได้ประโยชน์จากเื่นี้
และคนที่จะเสียหายก็เห็นแต่จะมีแต่เด็กสาวในอ้อมกอดเพียงเท่านั้น และคล้าวเองก็เป็ลูกผู้ชายมากพอ ที่จะไม่เอารัดเอาเปรียบใคร หากเป้าหมายปลายทางของเรามันไม่สมดุลกัน ก็แยกย้ายกันไปั้แ่ในตอนนี้ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป
“จริงจังสิจ๊ะพี่คล้าว หนูชอบพี่คล้าวนะ” แบมแบมเอ่ยตอบ พลางจูบซับไปที่ซอกคอของอีกฝ่ายเพื่อปลุกเร้าอารมณ์
“พี่ว่าเรารอ…” คล้าวที่ยังคงไม่มั่นใจ ตั้งใจที่จะผละตัวออกห่างจากเด็กสาว
“พี่คล้าวรังเกียจหนูหรือจ๊ะ” ร่างเล็กดึงรั้งต้นแขนของคนพี่เอาไว้แน่นก่อนจะช้อนตาขึ้นเอ่ยถามเสียงสั่น
“ไม่ใช่อย่างนั้น” คล้าวรีบเอ่ยปฏิเสธ เพราะกลัวว่าคนน้องจะเข้าใจผิดไปไกล
“แล้วทำไมถึง..” แบมแบมเอ่ยถามเสียงเศร้า ดวงตากลมโตหลบสายตาของคนพี่ที่กำลังมองมาอย่างคนที่เริ่มจะใจเสีย
“พี่คิดว่ามันเร็วเกินไป คนที่จะเสียหายก็มีแค่หนูนะใบบัว” ร่างหนาเอ่ยอธิบายออกไปในมุมความคิดของตัวเอง
แบมแบมที่ได้ยินคำอธิบาย อยากจะกรีดร้องออกมาให้มันสาแก่ใจ กับความเป็สุภาพบุรุษนั้นที่เธอไม่ได้้า ก็ไม่รู้ว่าจะคิดมากคิดมายอะไรนักหนา เหยื่อก็มาป้อนให้ถึงปากแบบนี้แล้ว
“หนูไม่เชื่อหรอก พี่คล้าวแค่ไม่ได้ชอบหนูแบบที่หนูชอบพี่ ช่างเถอะจ้ะ หนูจะกลับบ้านแล้ว” แบมแบมแกล้งทำเป็ตัดพ้อ ก่อนจะผละตัวเองออกห่างคนพี่ทันทีที่พูดจบ
“พี่ชอบ” กำนันคล้าวดึงรั้งแขนเล็กเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นเสียงดังฟังชัด เพราะกลัวว่าหากช้าไปกว่านี้จะไม่ทันการณ์ และคนตัวเล็กจะกลับบ้านไปทั้งที่ยังไม่เข้าใจกันแบบนี้
“.............” แบมแบมที่หันหลังให้กับคนที่เอ่ยตอบเธอด้วยความร้อนใจยกยิ้มร้าย หากแต่ก็ยังเลือกที่จะตอบกลับไปแค่เพียงความเงียบ
“พี่ชอบหนู ชอบหนูนะใบบัว” คนพี่รีบเอ่ยพูดขยายความ มือหนาพยายามเหนี่ยวรั้งต้นแขนเล็กเอาไว้กับตัว เพื่อให้อีกฝ่ายได้รอฟังความรู้สึกของตัวเองเสียก่อน
“ถ้าอย่างนั้น พี่คล้าวไปสู่ขอหนูกับยายได้ไหมจ๊ะ” แบมแบมยอมที่จะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนพี่ เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ได้สิ พี่จะเข้าไปคุยกับน้ามะลิเอง” กำนันคล้าวเอ่ยตกปากรับคำ เพราะเขาตั้งใจเอาไว้อยู่แล้ว ว่าจะทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง
“ขอบใจจ้ะพี่คล้าว” แบมแบมะโกอดคนตัวสูงเอาไว้ด้วยความดีใจ
ร่างหนาโอบรัดคนตัวเล็กที่พุ่งเข้ามากอดเอาไว้ มือหนาลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู พลางโยกตัวคนในอ้อมแขนไปมา เพื่อปลอบให้หายขาดจากอาการขวัญเสีย ที่เกิดจากความลังเลของตัวเขาเองเมื่อสักครู่
“ตอนนี้เราเป็แฟนกันแล้วใช่ไหมจ๊ะ” แบมแบมเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกำยำ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองคนพี่และเอ่ยถามเสียงหวาน
“อื้ม” หนุ่มพ่อม่ายเอ่ยตอบด้วยความกระดากอาย ใบหน้าที่ยังคงดูหล่อเหล่ายกยิ้มที่มุมปากอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่
แบมแบมแย้มยิ้มหวานให้คนพี่อีกครั้ง เมื่อท่าทางของอีกฝ่ายเริ่มโอนอ่อนมากขึ้น เด็กสาวคล้องเรียวแขนไว้กับต้นคอแกร่ง ก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาให้ใบหน้าของเธอใกล้ชิดกับใบหน้าของอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
“เป็แฟนกันแล้ว พี่คล้าวจะปล่อยให้หนูกลับบ้านไปจริง ๆ หรือจ๊ะ” แบมแบมเอ่ยถามขึ้นอย่างออดอ้อน ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความยั่วยวน เรียวนิ้วกรีดลงบนแผงอกแกร่งอย่างยั่วเย้าอยู่ในที
“พี่ว่ารอให้...” คล้าวที่ยอมฝืนความ้าของตัวเอง และอดทนรอให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างถูกต้อง พยายามที่จะเอ่ยปลอบใจคนน้อง
หากแต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยค แบมแบมก็บดริมฝีปากเข้าหาเสียก่อน ลิ้นเล็กพยายามที่จะสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของคนที่กำลังตะลึงงันจากการจู่โจมของเธอ จนในที่สุดก็สามารถที่จะแทรกเข้าไปไล่ต้อนลิ้นร้อนของอีกฝ่ายได้สำเร็จ
“ไม่เอา ไม่รอแล้ว” แบมแบมถอนจูบออกมา ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยความมาดมั่น ร่างเล็กผลักคนพี่ให้นอนราบไปกับเตียงด้วยความรวดเร็ว
………………………………………………….
ผู้ร้ายตัวจริงก็คือน้องแบมแบม เด็กมันใจกล้าอะเนอะ ขาดตอนไหมไม่ต้องสืบ แต่ E-book บรรเทาอาการขาดตอนได้นะคะ แงงงงง
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ