ณ ลานฝึกแห่งใหม่ การประลองรอบแรกกำลังจะเริ่มขึ้น ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองขึ้นไปบนเวที ทั้งไคล์และเวนไฮร์ต่างมีความรู้สึกไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่ก็ไม่มีใครพูดออกมา แกรนด์มองเห็นความอึดอัดของทั้งสองจึงจับมาสู้กันซะเลย ลูกผู้ชายมันต้องคุยกันด้วยกำปั้นล่ะนะ
“ไอ้ตัวเขียว ระวังคอแกไว้ให้ดี ดาบของข้าไม่มีตา แต่มันชอบเผลอไปเชือดคอหอยพวกก็อบลินบ่อยๆ”
“พูดมากไอ้หมาเฒ่า ระวังขนของแกไว้เถอะ”
เวนไฮร์จุดไฟขึ้นมาลุกท่วมมือพร้อมสะบัดมือออกไป
“ดาบเพลิง”
เปลวไฟกลายเป็ดาบเพลิงยาวกว่า 3 เมตรพุ่งเข้าหมายจะผ่าไคลน์ออกเป็สองท่อน เวนไฮร์เป็ฝ่ายที่ชิงลงมือก่อนเพื่อความได้เปรียบ
“ฮ่าห์!!!”
ไคลน์ใช้ดาบของเขาเผ่าทำลายดาบเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาและใช้ความเร็วกระโจนเข้าใส่เวนไฮร์อย่างรวดเร็ว ไคลน์ถนัดการโจมตีในระยะประชิด สไตล์การต่อสู้ของเขาคือเดินหน้าชนและจู่โจมด้วยความรวดเร็ว ทั้งคู่เข้าปะทะกันในระยะประชิด ออร่าของคมดาบและเปลวเพลิงกระเด็นกระจัดกระจายไปทั้งสนาม ลานฝึกแห่งนี้ทำจากหินทั่วไปที่ตัดเป็ก้อนๆ แม้จะไม่แข็งแรงเท่าไหร่แต่ก็ซ่อมแซมได้ง่าย รวดเร็วและราคาถูก ดีกว่าใช้สนามหญ้าลานฝึกเดิมหลายเท่า และพลังโดยเฉลี่ยของกองกำลังก็ไม่มีใครสามารถทำลายสนามแห่งนี้ให้เสียหายจนถึงขนาดต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ นอกเสียจากแกรนด์ บ็อบและเอเลน่าเท่านั้น การต่อสู้ของไคลน์กับเวนไฮร์ก็ทำให้สนามเสียหายเป็รอยเป็หลุมได้ แต่พลังที่ปลดปล่อยออกมาเป้าหมายคือคู่ต่อสู้ต่างหาก ไม่ใช่สนาม
ไคลน์ในตอนนี้ได้เปรียบเวนไฮร์เล็กน้อย หลังจากสู้กันสักพักเขาก็รู้ว่าฮอบก็อบลินตัวนี้ทั้งแข็งแกร่งและมีประสบการณ์การต่อสู้มากมาย ถึงจะเป็พวกใช้เวทย์ที่ปกติต้องหลบอยู่หลังคนอื่นเพื่อร่ายเวทย์โจมตี แต่หมอนี่มันปะทะกับเขาได้ซึ่งๆ หน้า เวนไฮร์เองก็อยู่ในสภาพเช่นเดียวกัน นอกจากกดไคลน์ไม่ลง ความสามารถทั้งหมดของเขาทำได้เพียงสูสี
“ลูกไฟิญญา”
เวนไฮร์ปล่อยลูกไฟเท่ากำปั้นออกมา 15 ลูก ลูกไฟเ่าั้ลอยอยู่รอบๆ ผู้ใช้เหมือนมีจิติญญาเป็ของตัวเอง เวนไฮร์พุ่งเข้าหาไคลน์พร้อมกับเหวี่ยงดาบใส่ ลูกไฟทั้ง 15 ลูกล่องลอยไปมาจับทิศทางไม่ได้ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เป้าหมาย ไคลน์ที่กำลังประดาบอยู่ก็ต้องคอยปัดป้องลูกไฟที่พุ่งเข้าใส่อย่างไร้ทิศทางทีละลูกสองลูกด้วย ความชำนาญในการใช้อาวุธของไคลน์เหนือกว่าที่เวนไฮร์คาดการณ์ไว้มาก
“รังสีเพลิง!”
เพลิงควบแน่นบนฝ่ามือของฮอบก็อบลินหนุ่มถูกปล่อยเป็เส้นตรงขนาดใหญ่เข้าใส่เป้าหมาย ไคลน์เองก็ไม่กล้าที่จะรับการโจมตีนี้ตรงๆ จึงะโหลบเฉียงไปด้านข้างด้วยความรวดเร็ว ถึงกระนั้นความร้อนของมันก็ยังร้อนแรงเหมือนถูกไฟลนอยู่ใกล้ๆ แม้จะแค่เฉียดก็ตาม เวนไฮร์ถึงกับเครียดและบ่นในใจขึ้นมาทันที
‘ท่าไม้ตายของข้าโดนเ้าโคโบลด์นั่นแค่เฉียดๆ เองรึเนี่ย ถ้าโดนเต็มๆ มันคงลงไปนอนครางหงิงๆ อยู่พื้นสนามไปแล้ว!’
เวนไฮร์ดูเหมือนจะเสียพลังไปเยอะจากท่าเมื่อครู่ ไคลน์เองก็เสียพลังกายเพื่อรักษาความเร็วของเขาไปไม่น้อยเหมือนกัน การต่อสู้ของทั้งสองดึงดูดสายตาทุกคู่และเสียงเชียร์กระหึ่มไปทั่วลานฝึก
“หัวหน้า! ท่านหัวหน้า! เกิดเื่แล้ว! เกิดเื่แล้ว!!!”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งวิ่งลุกลี้ลุกลนมาจากหน้าหมู่บ้าน ท่าทางของเขาดูแตกตื่นและหวาดกลัวเป็อย่างมาก เขาเป็หนึ่งในคนที่ทำงานช่วยช่างก่อสร้างหอสังเกตการณ์ที่หน้าหมู่บ้าน การที่เขาวิ่งแตกตื่นมาย่อมไม่ใช่เื่ดีแน่นอน
“มีเื่อะไรงั้นเหรอ วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว? ตัวอะไรบุกมา?”
แกรนด์ถามด้วยความสงสัย ในใจเขาเดาว่าคงเป็สัตว์อสูรบุกมาเข้ามาล่ะมั้ง เพราะเหล่าช่างและคนงานที่ช่วยงานอยู่ที่นั่นล้วนเป็คนธรรมดาไม่ใช่ผู้ฝึกพลัง อาจมีสัตว์อสูรหลงเข้ามาก็ได้
“มีคนกลุ่มนึงบุกเข้ามา พวกมันมีอาวุธครบมือ ช่างกับชาวบ้านโดนพวกมันทำร้ายหลายคนแล้ว”
“พวกเ้าหยุดก่อน! เดี๋ยวข้าไปดูเองว่าพวกมันเป็ใคร”
แกรนด์สั่งให้ทั้งสองที่สู้กันบนเวทีหยุดพร้อมกับเดินตรงไปที่หน้าหมู่บ้าน ภาพที่เห็นคือมีชายฉกรรจ์หลายคนพร้อมอาวุธครบมือกำลังกระทืบชาวบ้านกับช่างที่ช่วยกันสร้างหอสังเกตการณ์ ชายกลุ่มนั้นบางคนกำลังฉุดคร่าผู้หญิงพร้อมกับเอาลิ้นเลียที่คออย่างหื่นกระหาย เมื่อพวกนั้นเห็นกลุ่มคนเดินมาจุดที่พวกมันอยู่ก็ยิ้มขึ้นและเดินตรงมาเจรจา
“ใครเป็หัวหน้าที่นี่ แสดงตัวมาเดี๋ยวนี้!”
ชายวัยกลางคนร่างกายกำยำ หัวโล้น ผิวคล้ำเข้ม มีแผลเป็เต็มตัว ถือกระบองที่มีเหล็กแหลมผุดออกมาเต็มลำเหมือนต้นงิ้วหนาม ชายผู้นี้ดูท่าทางตั้งใจมาหาเื่อย่างไม่ต้องสงสัย
“หัวหน้า! ช่วยเราด้วย..”
ชาวบ้านที่นอนจมกองเืไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้น เขาถูกทำร้ายจากคนกลุ่มนี้อย่างทารุณ เนื้อตัวมีแต่รอยแผลและรอยช้ำ ซึ่งไม่ต่างจากชาวบ้านและช่างอีกหลายสิบคนในบริเวณนั้น
“เ้าเองเหรอหัวหน้าของที่นี่? ใครอนุญาตให้เ้ามาสร้างบ้านแถวนี้ ที่นี่ถิ่นใครเ้ารู้รึเปล่า ไสหัวออกไป ไม่งั้นก็จ่ายค่าคุ้มครองมาซะ ไม่งั้นพว...”
“เฮ้ย! รู้ก่อนตายไว้ซะ ว่าถ้าเข้ามาก่อความวุ่นวายที่นี่แล้วต้องทิ้งชีวิตไว้ด้วย!”
แกรนด์พูดกับคนกลุ่มนี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาฉาบด้วยความไม่พอใจพอสมควร คนกลุ่มนี้เหมือนจะเป็อันธพาลที่รวมกลุ่มกันอยู่ประตูทิศเหนือของเมือง คนพวกนี้จะคอยข่มขู่และรีดไถทรัพย์จากชาวเมืองในละแวกนั้นเป็ประจำ แต่เหยื่อที่พวกมันชอบที่สุดคือคนต่างหมู่บ้านที่เข้ามายังเมืองกลอเซน เพราะคนจากหมู่บ้านต่างๆ ที่จะมายังเมืองนี้ต้องมีเงินติดตัวมาด้วยพอสมควร ใครโชคร้ายได้เจอกับพวกมันถ้าเป็ผู้ชายจะถูกฆ่า แต่ที่มันชอบสุดๆ คือเหยื่อที่เป็หญิงสาว ว่ากันว่าพวกมันคอยติดสินบนหัวหน้าป้อมประจำทิศเหนือ ทางการเลยปิดหูปิดตาไม่รับรู้พฤติกรรมของพวกมัน ไม่กี่วันก่อนพวกมันได้ข่าวว่าหมู่บ้านแห่งหนึ่งถูกฝูงจิ้งจอกไฟทำลาย พวกชาวบ้านที่รอดชีวิตได้เดินทางมาและก่อสร้างหมู่บ้านใหม่ที่นี่ พวกมันจึงมาที่นี่เพื่อปล้นสะดมและหญิงสาวกลับไป เป็เื่ยากที่คนธรรมดาจะสู้หรือต่อต้านได้
“หัวหน้าเรากำลังพูดอยู่ฟังสิวะ กล้าสอดขึ้นมาแบบนี้สงสัยไม่อยากมีชีวิตอยู่ แล้วอะไรที่พูดว่าทิ้งชีวิต เด็กเพิ่งเกิดอย่าเอ็งกล้าขึ้นเสียงเหรอ!”
“ข้าขอถามอย่าง ทำไมต้องทำร้ายชาวบ้านมามีทางสู้?”
“หึ! ในโลกนี้คนแข็งแกร่งเท่านั้นที่กำหนด! พวกมันอ่อนแอ! ข้าอยากจะทำอะไรก็ได้กับชีวิตของพวกมัน ถ้าเ้ายอมส่งทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดกับผู้หญิงหน้าตาดีมา 10 คน ข้าอาจรับเ้าเป็ลูกน้อง”
“หึหึ สวะอย่างเ้าเหรอที่เรียกว่าแข็งแกร่ง? ต่อให้เ้ามีร้อยคน ข้ายืนเฉยๆ เ้ายังไม่มีปัญญาฆ่าเลย”
“ปากดีนักไอ้หนู! ไปจับมันมาทรมาน อย่าเพิ่งให้มันตาย ไปฉุดผู้หญิงมาให้หมด!”
ชายหัวโล้นสั่งลูกน้องให้จับแกรนด์ เขามีน้ำโหมากที่เด็กน้อยผู้นี้กล้าต่อปากต่อคำกับเขา ทั้งสายตายังดูเยาะเย้ยเหมือนไม่เกรงกลัวความตายที่อยู่ตรงหน้า
แกรนด์มองดูคนกลุ่มนี้อย่างสมเพช ยังไม่ทันที่การโจมตีของคนกลุ่มนี้จะถึงตัว แกรนด์ปล่อยพลังจิตออกมาชั่วพริบตา พลังของเขาสะกดคนทั้งกลุ่มได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยความห่างชั้นของพลังบางคนในกลุ่มที่โดนเข้าไปถึงกับหมดสติไปวูบหนึ่ง แม้แกรนด์จะปล่อยพลังจิตออกมาแค่เล็กน้อยแต่ก็เพียงพอที่จะกำจัดพวกมันทั้งหมดได้แล้ว คนกลุ่มนี้มีทั้งสิ้น 15 คน ทุกคนมีพลังของนักรบและอยู่ขั้นปลายรวมถึงสุดยอดของคลาส 2 มีแค่เพียงตัวหัวหน้าที่มีพลังถึงขั้นสุดยอดของคลาส 3 กลุ่มอันธพาลทุกคนในตอนนี้ไม่มีแรงแม้จะพยุงตัวลุกไม่ขึ้น เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัว พลังจิตที่คุกคามและข่มไว้เมื่อครู่เหมือนมีเท้าช้างั์มาเหยียบกดไว้ไม่ให้ขยับตัวหรือลุกขึ้นได้ ตอนนี้กลุ่มอันธพาลกิ๊กก๊อกได้รับรู้แล้วว่าได้เดินชนตอขนาดใหญ่เข้าให้แล้ว
“เอาพวกมันไปขังกรงไว้แล้วเริ่มงานต่อ ส่วนช่างและคนเจ็บเอาไปรักษาที่ห้องพยาบาล”
แกรนด์สั่งการด้วยสีหน้าเรียบเฉยดังเช่นเคย ก็จริงอยู่ว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าจะได้กระสอบทรายเพิ่มขึ้นมาเป็โหลเลยทีเดียว แต่ในแหวนมิติทองแดงของตัวหัวหน้าอันธพาลกลับไม่มีสิ่งของมีค่าเท่าไหร่ มีแต่อาวุธสองสามชิ้นกับเงินเล็กน้อยเท่านั้น เข้าใจว่ามันคงใช้หมดอย่างรวดเร็ว พอหมดแล้วก็ไปขู่กรรโชกเอาใหม่
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อครู่สงบลง ทุกคนก็มาที่สนาม การต่อสู้ของไคลน์กับเวนไฮร์ถูกเบรกเอาไว้เพราะเห็นว่าจะมีรอบพิเศษปิดท้ายสำหรับสองคนนี้อีกที กลุ่มอันธพาลถูกขังในกรงแยกจากพวกก็อบลินแต่ก็อยู่ใกล้ๆ กันและมองเห็นการต่อสู้ในสนามได้ชัดเจน การต่อสู้รอบนี้เป็การต่อสู้ของเหล่านักเรียนรุ่นเยาว์กลุ่มพิเศษ แม้จะอายุยังน้อยแต่พลังก็ถือว่าใกล้เคียงกับเหล่านักล่าฝึกหัดพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็เพราะได้รับการฝึกพลังพร้อมๆ กันนั่นเอง แกรนด์พิจารณาจับคู่ให้จากพลังที่ใกล้เคียงกันระหว่างมนุษย์กับก็อบลิน
“เกรย์ ขึ้นมาก่อนเลย”
แกรนด์เรียกเด็กหนุ่มให้ขึ้นมาเป็คนแรก เกรย์เป็คนที่มีพร์ในการเรียนรู้ทักษะการต่อสู้มากที่สุด แต่เรียนรู้การใช้ธาตุยากที่สุดเช่นกัน เพราะธาตุสายฟ้าที่เขามีในตอนนี้ยังไม่สามารถหาตำรามาให้ได้ ซึ่งแกรนด์ก็สอนไปตามความรู้และความเข้าใจในธาตุสายฟ้าของเขา
เด็กหนุ่มและก็อบลินตัวแรกถูกปล่อยออกมาให้เผชิญหน้ากันในสนาม เวนไฮร์พูดสื่อสารกับเหล่าก็อบลินว่าถ้าชนะจะได้รับการปล่อยตัว ถ้าแพ้ก็ต้องตายที่นี่ ก็อบลินทุกตัวล้วนจำต้องสู้แลกชีวิตอยู่แล้ว โดยที่เหล่าก็อบลินสามารถเลือกอาวุธที่กองอยู่ด้านข้างสนามเพื่อใช้ในการต่อสู้ได้ สิ่งที่นักล่าฝึกหัดต้องทำคือฆ่าก็อบลินพวกนี้ซะ
“กิ กิ กิ๊ กิ๊”
ก็อบลินตัวแรกหัวเราะขึ้นเมื่อย่างก้าวขึ้นสนาม คู่ต่อสู้ของมันเป็แค่เด็ก จากประสบการณ์ของมันที่เคยบุกหมู่บ้านมา เด็กอายุแค่นี้มันใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการจัดการ ถึงแม้ร่างกายของก็อบลินเมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดร่างกายแค่ใกล้เคียงกับเด็ก 10 ขวบ แต่พวกมันก็ดูมั่นใจในพละกำลังและฝีมือของตัวเองพอควรเมื่อต้องสู้กับเด็กเผ่ามนุษย์ เกรย์กำอาวุธในมือแน่น ถึงจะตื่นเต้นแต่ก็ระงับอารมณ์นั้นไว้ได้ เด็กหนุ่มพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อจดจ่อกับการต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้า อาวุธที่เขาเลือกใช้คือหอก เป็อาวุธที่ถนัดที่สุดหลังจากเลือกเปรียบเทียบกับหลายๆ ชิ้น
“กี๊!!!”
ก็อบลินถือดาบพุ่งเข้ามาใส่เด็กหนุ่มอย่างไม่คิดชีวิต มันตรงเข้ามาหมายจะจู่โจมให้การต่อสู้นี้จบลงในพริบตา
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ดาบกับหอกปะทะกันหลายครั้ง เ้าก็อบลินดูแปลกใจที่เด็กหนุ่มสามารถรับมือมันได้ แต่เกรย์กับรู้สึกว่าก็อบลินมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ในตอนแรกที่เขาคิดคือก็อบลินที่โดนกดดันให้สู้เอาเป็เอาตายแลกชีวิตมันจะต้องยากที่เขาจะรับมือแน่นอน ความกังวลของเขาและเพื่อนๆ ในกลุ่มพิเศษมีค่อนข้างมาก แต่กลับกัน พวกมันกระจอกกว่าที่คิดมาก กระจอกยิ่งกว่าตอนที่พวกเขาซ้อมต่อสู้กันเสียอีก แกรนด์ที่นั่งดูอยู่เห็นท่าทีของเกรย์ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพอใจ เด็กเหล่านี้ถ้าสลัดความกลัวในการเผชิญหน้ากับศัตรูออกได้แล้ว ในอนาคตพลังและฝีมือจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโแน่นอน นี่เป็ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการต่อสู้จริง มันคือก้าวแรกแห่งการสั่งสมประสบการณ์ต่อสู้ ขนาดทหารในเมืองยังแค่จับคู่ซ้อมหรือไม่ก็ซ้อมกับหุ่นฟางเท่านั้น
เมื่อรู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เกรย์เริ่มมีความมั่นใจขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม เด็กหนุ่มใช้หอกของเขาที่ได้เปรียบเื่ความยาวของระยะต่อสู้แทงกดดันก็อบลินตัวนี้จนมันเหลือทางเลือกอย่างเดียวคือต้องป้องกันเท่านั้น
ฉึก!
เสียงหอกเสียบร่างก็อบลินตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเ็ป เกรย์ดึงหอกออกแล้วแทงซ้ำเข้าไปอีกครั้งจนมันล้มทรุดลง มือของเด็กหนุ่มคว้าหัวของก็อบลินไว้พร้อมกับปล่อยสายฟ้าผ่านมืออย่างรวดเร็ว ร่างของก็อบลินชักกระตุกจากการถูกช็อตในระยะเผาขนเป็เวลากว่าครึ่งนาที เกรย์ปล่อยมือจากหัวของมันด้วยอาการหอบและเหงื่อซึมเล็กน้อย ที่จริงแล้วจะจัดการก็อบลินไม่จำเป็ต้องใช้พลังแบบนี้ด้วยซ้ำ แต่ถ้าพลังธาตุไม่ถูกใช้เอาเสียเลยก็จะไม่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุม ซึ่งน่าจะเป็การต่อสู้ที่เสียของพอสมควร
ร่างของก็อบลินถูกลากลงไปทิ้งใกล้ๆ กรง ก็อบลินเป็เผ่าที่ไม่ยินดียินร้ายในการตายของก็อบลินด้วยกัน คงเพราะตามธรรมชาติแล้วพวกมันขยายพันธุ์ได้เร็วมาก ถ้ามีมนุษย์ผู้หญิงให้มันหลายๆ คน แม้จะมีก็อบลินตัวผู้ตัวเดียว ภายใน 1 ปีมันก็สามารถปั๊มลูกออกมาได้เป็โขยง
คนแล้วคนเล่าที่ขึ้นไปต่อสู้บนสนาม บางคนได้สู้กับก็อบลินพร้อมกัน 2 หรือ 3 ตัวก็มี ทุกคนต่างเอาชนะพวกมันมาได้ จะมีแค่เพียงผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดบางคนที่เอาชนะได้แบบทุลักทุเลพอสมควร เพราะผู้ใช้เวทย์จะต้องใช้เวลาฝึกให้มีความเชี่ยวชาญมากกว่านักรบอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่สู้กับฮอบก็อบลินต้องให้หัวหน้ากลุ่มทั้ง 4 คนขึ้นไปพร้อมกันเพื่อรุมฮอบก็อบลินตัวที่มีพลังต่ำที่สุดตัวเดียว และดูเหมือนเ้าตัวนี้มันจะเพิ่งวิวัฒนาการมาด้วย ที่เป็เช่นนี้เพราะพวกฮอบก็อบลินมีระดับความสามารถที่ห่างชั้นกับก็อบลินธรรมดามาก แถมหน้าตาและรูปร่างยังคล้ายกับมนุษย์ปกติอีกด้วย ผิดกันที่สีผิวของพวกมันเป็สีเขียวเท่านั้น คนที่พอสู้เดี่ยวๆ กับฮอบก็อบลินได้อย่างสูสีมีแค่โคลด์ ลูกชายของไคลน์ที่เป็โคโบลด์ซอร์ตเท่านั้น ส่วนฮอบก็อบลิน 10 ตัวสุดท้ายถูกปล่อยขึ้นมาพร้อมกัน แกรนด์ให้ไคลน์กับเวนไฮร์จัดการพวกมัน ผลการต่อสู้เป็ที่น่าพอใจ ทั้งสองถึงจะไม่ค่อยลงรอยกันแต่เพราะคำสั่งของแกรนด์ทำให้ทั้งคู่ต่อสู้เข้าขากันพอสมควร กลุ่มอันธพาลที่ถูกขังอยู่มองด้วยตัวสั่นเทา หน้าซืดจนแทบไม่มีรอยเืฝาด ภาพที่เห็นบนสนามคือก็อบลินตัวแล้วตัวเล่าถูกฆ่า บางตัวถูกตัดหัวก็มี สิ่งนี้ทำให้พวกมันแทบอยากจะร้องไห้หาแม่ขึ้นมาทันที ไม่คิดเลยว่าการมาในวันนี้แทนที่จะได้เงินทองและผู้หญิงกลับกลายเป็มานั่งในกรงโดยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง
“ปล่อยคนพวกนั้นขึ้นไปบนสนาม”
แกรนด์เอ่ยหลังจากที่ไคลน์กับเวนไฮร์จัดการฮอบก็อบลินทุกตัวลงได้แล้ว พวกอันธพาลถูกพาตัวขึ้นมายังสนาม บางคนถึงกับขาสั่นไม่ยอมขยับจนต้องหิ้วปีกลากขึ้นมา
“เอาอาวุธคืนให้พวกมันทุกคน ข้าไม่มีรสนิยมทรมานเชลยด้วยสิ เห็นเ้าบอกว่าผู้แข็งแกร่งเท่านั้นสินะที่เป็คนกำหนด ข้าจะให้โอกาส ถ้าพวกเ้าจัดการสองคนนั้นได้ข้าจะปล่อยไป”
แกรนด์ชี้ไปทางไคลน์กับเวนไฮร์ที่ยืนบนสนาม กลุ่มอันธพาลถึงกับตัวแข็งค้าง จากการต่อสู้เมื่อครู่แน่นอนเลยว่าฝีมือพวกเขาเทียบพวกฮอบก็อบลินที่ตายก่อนหน้านี้ไม่ได้แน่นอน นี่มันเป็การส่งกันขึ้นไปตายชัดๆ
“เ้าหนุ่ม ข้าจะให้โอกาสเ้าคิดใหม่ ปล่อยพวกข้าไปซะ แล้วเื่นี้ถือว่าหายกัน ไม่อย่างงั้นท่านหัวหน้าป้อมทิศเหนือต้องมากวาดล้างพวกเ้าแน่!”
หัวหน้าอันธพาลกัดฟันพูดประโยคนี้ออกมาเพื่อขู่แกรนด์ มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากเอาชื่อเสียงของหัวหน้าป้อมเหนือมาขู่
“ไว้รอดกลับไปได้แล้วค่อยไปบอกมันมานะ จัดการสวะพวกนี้ซะ”
ไคลน์กับเวนไฮร์พุ่งเข้าจู่โจมกลุ่มอันธพาลที่อยู่ในสนามทันที นี่ไม่เหมือนการต่อสู้ แต่เป็การสังหารเพียงฝ่ายเดียวมากกว่า ทั้งหมดถูกจัดการลงอย่างง่ายดาย เหลือเพียงแค่หัวหน้าของพวกมันเท่านั้นที่พอจะตึงมือ ทั้งสองที่ต่อสู้กันเองรวมทั้งเพิ่งผ่านการต่อสู้กับฮอบก็อบลิน 10 ตัวมาหมาดๆ พลังของทั้งสองลดลงอย่างมาก ทั้งหัวหน้าอันธพาลยังมีพลังคลาส 3 ขั้นสุดยอด ทำให้ตึงมือพอสมควร แต่ทั้งสองก็ใช้เวลาไม่นานในการจัดการลงได้
หลังจากจบการประลองในวันนี้ ทุกคนต่างได้รับเงินรางวัลและแต้มพิเศษตามฝีมือ หลายๆ คนมีพอที่จะนำไปแลกของเล็กๆ น้อยๆ ที่คลัง หลายครอบครัวจับจ่ายซื้อของใช้และเสื้อผ้าที่ร้านกลางของหมู่บ้าน บางคนมาเพื่อสั่งของต่างๆ เพราะพรุ่งนี้ครบกำหนด 3 วันที่ทางร้านจะเข้าไปในเมือง บรรยากาศใน่เย็นวันนี้เป็ไปอย่างคึกคักเหมือนเทศกาลของหมู่บ้านเล็กๆ เลยก็ว่าได้ บ้านต่างๆ เริ่มประดับโคมไฟตามหน้าบ้านและทางเดิน วันนี้อาหารและเครื่องดื่มถูกนำมาฉลองบริเวณหน้าบ้านหลัก ผู้เป็แม่งานหัวหอกในการจัดงานฉลองครั้งนี้คือบ็อบ ชายผู้ที่มีวันฉลองมากกว่าวันธรรมดาในรอบเดือน หลังเหตุการณ์วันนี้แกรนด์ฉุกคิดขึ้นเล็กน้อยเกี่ยวกับความปลอดภัยใน่เวลาที่พวกเขาไม่อยู่ ถ้าพวกเขาออกล่าวันนี้เหตุการณ์คงไม่ลงเอยเช่นนี้แน่นอน แกรนด์จึงได้มอบหมายให้เวนไฮร์อยู่ประจำการที่หมู่บ้านตลอดเพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นวันนี้ ส่วนโคโบลด์ทั้ง 4 ให้เป็หน่วยสำรวจ ไคลน์ได้อยู่ในกลุ่มล่าเดียวกับแกรนด์ บ็อบและเอเลน่า เื่น่าสนในอีกอย่างของวันนี้คือ ไคลน์และเวนไฮร์ดูสนิทสนมกันแปลกๆ แกรนด์มองไปที่บ็อบ ไคลน์และเวนไฮร์ที่กอดคอกันชนแก้วอยู่มุมใกล้ๆ กองไฟ ทั้งสามนั้นมาจากต่างเผ่าพันธุ์ พวกนี้มันสนิทกันเร็วขนาดนี้เลยหรอ? หรือเป็เพราะการต่อสู้ร่วมกัน? เอาเถอะแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ แต่เมาแล้วอย่าตีกันก็พอ